“กสทช.” หวั่น สนง.ไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุมบอร์ดนัดพิเศษทำไทยเสี่ยงชวดเก้าอี้ ITU

กรรมการ กสทช. หวั่นสำนักงานฯ ไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม กสทช.นัดพิเศษ ส่อทำไทยเสี่ยงชวดเก้าอี้บอร์ด ITU ระดับโลก และกระทบมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมประชาชนจากกรณีที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการเลขาธิการ กสทช. อ้างว่าการจัดประชุมนัดพิเศษของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนที่ผ่านมา ไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าถูกต้องตามกฎหมาย และอาจทำให้มติไม่มีความชอบด้วยกฎหมายนั้น ล่าสุดเกิดกระแสท้วงติง ว่า การไม่ยอมดำเนินการตามมติดังกล่าว นอกจากจะไม่สอดคล้องต่อคำพิพากษาของศาลแล้ว ยังอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยบนเวทีโลก รวมถึงกระทบต่อมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ได้ชี้แจงว่า การประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม นั้น กรรมการ กสทช.ทั้ง 6 คนได้รับรองมติ และแจ้งให้เลขาธิการ กสทช. นำไปปฏิบัติในวาระสำคัญเร่งด่วนที่สุดของประเทศ คือ การอนุมัติส่งคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU Plenipotentiary Conference) ระหว่างวันที่ 9-27 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์การประชุม ITU ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร (Council Member) ในกลุ่มภูมิภาคเอเชียและออสตราเลเซีย ต่อเนื่องอีกหนึ่งวาระ (ปี ค.ศ. 2027-2030) ซึ่งก่อนหน้านี้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช. กำชับให้นำเรื่องนี้เข้าขอความเห็นชอบจากที่ประชุม กสทช. ให้ถูกต้องตามมาตรา 27 (4) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เสียก่อน หลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้ข้ามขั้นตอนเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เอง โดยไม่ผ่านบอร์ด กสทช.ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุม กสทช. นัดพิเศษจึงได้มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ให้ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย แทน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งไม่อยู่ในสถานะที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วดังนั้น การที่สำนักงาน กสทช. จะยังคงให้ นพ.สรณ เดินทางไปในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อคำพิพากษาของศาล และขัดมติบอร์ด กสทช. รวมทั้งหนังสือทักท้วงของเลขาธิการ ครม. ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายในระดับนานาชาติและพลาดโอกาสสำคัญบนเวทีโลกทันทีนอกจากผลกระทบในระดับสากลแล้ว การเพิกเฉยต่อมติของที่ประชุม กสทช. ยังส่งผลกระทบต่อมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งบอร์ด กสทช. ได้มีมติสั่งการให้ผู้ประกอบการค่ายมือถือและโทรคมนาคมทุกราย ดำเนินมาตรการในพื้นที่น้ำท่วม ดังนี้1. ขยายระยะเวลาการชำระค่าบริการออกไป 7 วัน สำหรับลูกค้าระบบรายเดือน2.เพิ่มวันการใช้งานให้แก่ลูกค้าระบบเติมเงิน (Prepaid) อีก 7 วัน3. กำชับให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังจะเกิดขึ้น และมีมาตรการดังกล่าวทันทีหากเกิดน้ำท่วมหากสำนักงาน กสทช. ไม่นำมตินี้ไปบังคับใช้ ประชาชนย่อมเป็นผู้เสียประโยชน์ในยามวิกฤติ"การที่รักษาการเลขาธิการ กสทช. ยังคงปฏิเสธมติของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน โดยยังคงอ้างสถานะของ นพ.สรณ นั้น กำลังถูกสังคมและแวดวงการสื่อสารโทรคมนาคมตั้งคำถามอย่างหนักว่า เป็นการคำนึงถึงตัวบุคคล ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"


Posted

in

by

Tags: