วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการและผู้ดำเนินรายการข่าว โพสต์ผ่าน Facebook เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์, ยิม เลียก นักธุรกิจกัมพูชา และ แคทรียา บีเวอร์ ภรรยาของเบน สมิธ โดยระบุว่ามีการออกหมายจับในข้อหาฟอกเงินและอั้งยี่ จากการตรวจสอบเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยข้อมูลที่ศิโรตม์เผยแพร่ระบุถึงการลงทุนหรือถือครองหุ้นในบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC รวมมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท ผ่านบุคคล กองทุน และนิติบุคคลที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายตัวเลขนี้สอดคล้องกับข้อมูลการถือหลักทรัพย์ที่เคยถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ โดยใน BCP มีชื่อแคทรียาและบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด อยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้น ส่วน VGI มีชื่อ CAI OPTIMUM FUND VCC และ OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. ขณะที่ MFC มี OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของกลุ่มเหล่านี้ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 รวมกันอยู่ในระดับใกล้ 1.6 หมื่นล้านบาทอย่างไรก็ตาม การมีบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกตรวจสอบเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจดทะเบียนที่ถูกซื้อหุ้นเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ศิโรตม์ระบุในโพสต์ว่า ก.ล.ต. ย้ำประเด็นนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกับ BCP, VGI และ MFC โดยการสอบสวนมุ่งไปที่แหล่งที่มาของเงิน เจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริง และเส้นทางธุรกรรมของผู้ลงทุนก.ล.ต. เคยดำเนินการกับยิม เลียกในประเด็นตลาดทุนโดยตรงมาก่อน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 กล่าวโทษยิมต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หลังพบว่าเขาเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริงของกองทุนแห่งหนึ่งซึ่งซื้อหุ้นเพิ่มทุน VGI จนถือเกินร้อยละ 5 แต่ไม่ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหลักทรัพย์ 246-2 ภายในเวลาที่กำหนดคดีเครือข่ายนี้ไม่ได้เริ่มจากการซื้อหุ้น BCP, VGI และ MFC เพียงอย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเงินมาหลายปี โดยข้อมูลของตำรวจระบุว่า จุดหนึ่งของคดีเริ่มตั้งแต่ปี 2559 เมื่อนักลงทุนต่างชาติรู้จักเบน สมิธ ซึ่งนำเสนอการลงทุนในประเทศไทย ก่อนมีการลงทุนหลายโครงการทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ต และธุรกิจพลังงาน ต่อมาผู้เสียหายเข้าแจ้งความหลังอ้างว่าสูญเงินรวมกว่า 1,000 ล้านบาทปลายปี 2568 การสอบสวนขยายไปถึงเส้นทางการเงินของยิม เลียก เบน สมิธ และบุคคลใกล้ชิด หลัง ปปง. พบธุรกรรมที่เชื่อมกับบุคคลและนิติบุคคลจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินหลายประเภท เช่น ที่ดิน ห้องชุด เงินฝาก หลักทรัพย์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นหนึ่งในทรัพย์สินที่ถูกอายัดคือหลักทรัพย์ในบัญชีชื่อบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งใช้เงินประมาณ 5,885 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้น BCP ส่วนแคทรียาถูกอายัดหลักทรัพย์และเงินในบัญชีรวมประมาณ 879 ล้านบาท ขณะที่ ปปง. ยังพบโครงสร้างบริษัทและเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงไปยังกลุ่ม CAI และ OPUS ซึ่งปรากฏชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้น VGI และ MFC ด้วยวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติส่งสำนวนหลายคดีให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยิม เลียก เบน สมิธ แคทรียา และผู้เกี่ยวข้อง มีทรัพย์สิน 68 รายการ มูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาทต่อมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ศาลอาญาออกหมายจับเบน สมิธ ตามหมายเลข 1155/2569 และแคทรียา บีเวอร์ ตามหมายเลข 1156/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง สมคบกันเพื่อฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน จากคดีนักลงทุนต่างชาติที่ตำรวจสอบสวนกลางรับเรื่องไว้ ก่อนเปิดเผยหมายจับต่อสาธารณะในวันที่ 2 มีนาคมตำรวจตรวจพบภายหลังว่าเบนและแคทรียาเดินทางออกนอกประเทศไทย และอยู่ระหว่างประสานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศเพื่อขอออกหมายแดงติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย ส่วนทนายความของเบนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าลูกความไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์เดือนเมษายน 2569 ปปง. อายัดทรัพย์เครือข่ายเพิ่มอีกประมาณ 8,269 ล้านบาท ทำให้ยอดทรัพย์สินที่รัฐดำเนินการกับเครือข่ายยิม เลียกและเบน สมิธเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดย ปปง. ระบุว่าการตรวจสอบครอบคลุมเส้นทางเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ไทย ก่อนเคลื่อนย้ายต่อและย้อนกลับมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และหลักทรัพย์ความเคลื่อนไหวล่าสุดวันที่ 27 ตุลาคมจึงเป็นการขยายผลจากเส้นทางเงินและโครงสร้างการลงทุนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมาต่อเนื่อง โดยศิโรตม์ระบุถึงหมายจับเบน สมิธ ยิม เลียก และแคทรียาในข้อหาฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนใน BCP, VGI และ MFCณ เวลาที่ตรวจสอบ ยังไม่พบประกาศจากหน่วยงานรัฐในช่องทางสาธารณะที่ยืนยันรายละเอียดของหมายจับชุดล่าสุดครบทั้งหมดตามโพสต์ของศิโรตม์ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าทั้งสามคนถูกจับกุมตามหมายชุดนี้แล้ว จึงต้องแยกสถานะ “ออกหมายจับ” ออกจาก “จับกุม” อย่างชัดเจนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดทรัพย์สิน “เบน สมิธ-แคทรียา บีเวอร์” ศาลสั่งอายัด 1.3 หมื่นล้านปมสแกมเมอร์ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ “ก๊กอาน-เบน สมิธ-ยิมเลียก-เฉินจื้อ” รวม 1.3 หมื่นล้านไม่รอด! ออกหมายจับ ลูกสาว-ลูกชาย “ก๊กอาน” เอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ด่วน ออกหมายจับ เบน สมิธ-ยิมเลียก-แคทรียา ปมฟอกเงิน อั้งยี่ โยงหุ้น 1.6 หมื่นล้าน
by
Tags: