“เอสเอ็มอีไทย”ยอมรับเอไอช่วยทำธุรกิจเร็วขึ้น

ผลสำรวจ “SME Survey 2026” สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ เข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ SME ไทยนายเบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย แพลตฟอร์มให้บริการส่งด่วนและบริการรับส่งผู้โดยสารแบบออนดีมานด์ เปิดเผยว่า ได้ทำกาสำรววจ “เอสเอ็มอี เซอร์เวย์ 2026” พบว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และระบบอัตโนมัติ (ออโตเมชั่น) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจประจำวันของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี โดยผู้ประกอบการเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49.8% นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้อย่างแพร่หลายหรือประยุกต์ใช้ในบางส่วนของธุรกิจแล้ว ขณะที่อีก 22.4% อยู่ระหว่างการพิจารณานำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ สำหรับ 3 ด้านการใช้งานหลัก ได้แก่ ด้านการตลาดและการสร้างสรรคอนเทนต์ จำนวน 67% ด้านการบริการลูกค้าและการสื่อสาร 41.6% และงานด้านการบริหารจัดการ วิเคราะห์ข้อมูล หรือจัดทำรายงาน 28.3% โดยที่น่าสนใจ คือ มากถึง 93% ของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ไทยระบุว่า เอไอ และระบบอัตโนมัติมีส่วนเข้ามาช่วยทำให้การดำเนินงานของธุรกิจรวดเร็วขึ้น“แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ไทยยังคงเลือกแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง โดยสัดส่วนผู้ประกอบการที่ยังคงรู้สึกกังวลต่อแนวโน้มธุรกิจของประเทศไทยในปี 70 ลดลงเหลือ 46.8% จาก 53.3% ของผลสำรวจมุมมองต่อแนวโน้มธุรกิจในปี 69 ซึ่ง แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้น แต่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการเกือบครึ่งยังคงมีความกังวลต่อกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ บ่งชี้ว่าธุรกิจจำนวนมากให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและการลดความเสี่ยง มากกว่าการลงทุนด้านเงินทุนในเชิงรุก”นายเบน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการบริหารต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดย 41.7% ของ เอสเอ็มอี คาดว่าต้นทุนโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกัน ความต้องการบริการขนส่งที่ยืดหยุ่นและหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทั้งบริการจัดส่งแบบหลายจุด จำนวน 39.2% บริการยกของโดยคนขับ และผู้ช่วย 38.2% และบริการจัดส่งนอกเวลาทำการ จำนวน 31.7% โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการด้านโลจิสติกส์มากจากทั้ง ความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการบริการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้น จำนวน 55.2% ปริมาณคำสั่งซื้อและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 44.3% และธุรกิจเติบโตขึ้น มีจุดให้บริการ หรือสถานที่จัดส่งเพิ่มมากขึ้น จำนวน 29.7%สำหรับการสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นระหว่างช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 โดยรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ใช้งานลาลามูฟในประเทศไทยมากกว่า 2,000 ราย ซึ่งเกินกว่าครึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME จากหลากหลายอุตสาหกรรม สอดคล้องกับสัดส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจของลาลามูฟที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนลูกค้าธุรกิจที่มีการเรียกใช้บริการลาลามูฟเพิ่มขึ้นถึง 36% ในเดือนกันยายน 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และปัจจุบันกลุ่มลูกค้าธุรกิจคิดเป็นสัดส่วน 25% ของฐานผู้ใช้งานลาลามูฟทั้งหมดในประเทศไทย


Posted

in

by

Tags: