อึ้ง! มูลนิธิองค์กรทำดี ขาดชี้แจงว่ามูลนิธิทำอะไรมา 2 ปีแล้ว

ตามกันต่อกับดราม่าร้อน “บุ๋ม ปนัดดา” ปมเงินมูลนิธิและการก่อสร้างพูลวิลล่าล่าสุดวันนี้ (30 ต.ค.69) รายการโหนกระแส เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทนายความ มาร่วมพูดคุยถึงข้อเท็จจริงและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นโดย ทนายกุ้ง นางสาวอำนวยพร มณีวรรณ์ ทนายความจากสำนักงานทนายคลายทุกข์ ซึ่งเป็นทนายฝั่งคุณเอ๋ ผู้รับเหมา เปิดเผยว่า คุณเอ๋เข้ามาปรึกษาในช่วงแรก เพราะมีปัญหาทวงเงินค่าจ้างและงวดงาน อีกทั้งรู้สึกว่าไม่มีใครกล้ารับทำคดี เนื่องจากคู่กรณีเป็นคนใหญ่คนโตตอนแรกทนายขอเอกสารมาตรวจสอบ ก่อนจะไล่ดู Statement และพบว่ามีเงินโอนมาจาก “องค์กรทำดี” จึงเริ่มตรวจสอบเส้นทางเงิน พบว่าเกี่ยวข้องกับเงิน 2 ส่วน คือ ค่าก่อสร้างที่รับจ้างจริง และเงินอีกส่วนที่ต้องโอนคืนทั้งหมด โดยมีแชตไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินเข้าและโอนกลับ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานว่าลูกความเกี่ยวข้องกับเงินแต่ละส่วนอย่างไรส่วนปมพูลวิลล่า ทนายกุ้งเผยว่า เดิมมีการพูดคุยเรื่องทำธุรกิจเป็นหุ้นส่วนกัน แต่คุณเอ๋ไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่าจะเกิดปัญหา จึงเปลี่ยนเป็นบ้านพักตากอากาศ ก่อนกลับมาเป็นพูลวิลล่าอีกครั้งโดยบุ๋ม ปนัดดา เคยเดินทางไปดูการก่อสร้างพูลวิลล่าหลังที่ 2 และหลังจากนั้นอีก 2 ครั้ง ก่อนเริ่มมีปัญหาเรื่องเงิน เมื่อลูกความติดตามทวงถามกลับติดต่อไม่ได้ ต่อมามีเหตุทุบเสาทิ้ง คุณเอ๋จึงมาปรึกษาให้ดำเนินคดีนอกจากนี้ยังมีปมบริษัทอาร์เธอร์และภาษี ทนายกุ้งระบุว่า หลังมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินงวดงานและเอกสารภาษี ลูกความพบว่าบริษัทอาร์เธอร์ปิดไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถนำใบกำกับภาษีไปใช้ได้ จึงทำหนังสือขอระงับการปิดบริษัท เนื่องจากยังมีภาระหนี้สินค้างอยู่ทนายกุ้ง ย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่ได้เข้าไปสอบถามบุ๋ม ปนัดดา โดยตรง เพราะต้องการตรวจสอบเอกสารให้รอบคอบก่อน ไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายโดยช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า “วันนี้ บุ๋ม นัดคุยกับก๊อต อธิป เพื่อนำเอกสารมาคุยกันต่อหน้าทนายความ”ส่วนเรื่องบัญชีองค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา ซึ่งเป็นบัญชีบัญชีก่อนจัดตั้งมูลนิธิทนายกุ้ง อ้างข้อมูลจากลูกความบอกว่า สาเหตุที่บัญชีดังกล่าวยังมีเงินเยอะ เขาอ้างว่าเงินเข้ามาบางก้อนเป็นเงินด่วนจากเหตุปะทะชายแดน-น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่วนสาเหตุที่โอนให้เอ๋อ้างว่าถ้าโอนต่างธนาคารต้องใช้เวลาหลายวัน จึงโอนให้เอ๋เพราะเป็นธนาคารเดียวกัน แล้วนำไปช่วยเหลือน้ำท่วมหาดใหญ่ แต่เรื่องนี้ก็ผิดสังเกตอยู่ทั้งนี้ นางญาณาธิป กาฬดิษย์ หัวหน้ากลุ่มงานมูลนิธิและเรี่ยไร 2 เปิดเผยประเด็นที่น่าจับตาว่า ตามกฎหมายทุกสิ้นเดือนมีนาคมของทุกปี มูลนิธิต้องส่งรายงานมาที่นายทะเบียน เพราะจะดูเรื่องการดำเนินกิจการ เบื้องต้นที่ตรวจสอบพบว่าองค์กรทำดีไม่ได้รายงานทะเบียนมา ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐาน การดำเนินกิจการให้นายทะเบียนทราบ แต่ในทางภาษีมูลนิธิยื่นเสียภาษีเมื่อถามว่าได้บอกองค์กรปกครองไหมว่าบัญชีโดยปนัดดา เป็นสับเซตของมูลนิธินางญาณาธิป ตอบว่า ไม่ได้บอกค่ะ มูลนิธิต้องจัดแจงเองว่าทำอะไรลงไปบ้าง มูลนิธิไม่ได้แจ้งเรามาเราถึงไม่ทราบ ซึ่งเชื่อว่ามูลนิธิไม่ได้แจ้งบัญชีส่วนตัวมาแน่นอน เพราะบัญชีบุคคลส่วนใหญ่ไม่แจงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเอกสารที่นายทะเบียนต้องตรวจสอบและเขาต้องชี้แจงให้ได้“เบื้องต้นเราตรวจสอบปี 67 กับปี 68 ไม่มีการแจ้งเข้ามาเลยซึ่งก็เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่ต้องให้มูลนิธิรายงานเข้ามา ถ้ามูลนิธิฝ่าฝืนก็มีโทษ” นางญาณาธิป กล่าวอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงต้องจับตากันต่อไป หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ


Posted

in

by

Tags: