แมนยู ยังหาทางกลับสู่ชัยชนะไม่เจอ หลังบุกพ่าย เชลซี 0-2 ทั้งที่ครึ่งแรกทำได้ดีกว่า แต่ครึ่งหลังกลับพังไม่เป็นท่า พร้อมเปิด 5 ประเด็นสำคัญที่เพิ่มแรงกดดันต่อ ไมเคิ่ล คาร์ริคแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังบุกพ่าย เชลซี 0-2 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยเกมนี้สะท้อนปัญหาของทีมได้อย่างชัดเจน เมื่อครึ่งแรกทำผลงานได้ดี แต่กลับเสียการควบคุมเกมอย่างสิ้นเชิงหลังพักครึ่งความปราชัยดังกล่าวยังเพิ่มแรงกดดันต่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือปีศาจแดงที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก โดยมี 5 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นจากเกมนี้1. ครึ่งแรกยังมีความหวัง แต่ครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนแมนยูแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีในช่วง 45 นาทีแรก สามารถครองเกมและสร้างโอกาสลุ้นประตูได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตู (xG) อยู่ที่ 1.09 ขณะที่เชลซีทำได้เพียง 0.28นอกจากนี้ มาเตอุส คุนญ่า ยังส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ด้วย แต่ถูกจับล้ำหน้าอย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม หลังกลับมาลงสนามในครึ่งหลัง แมนยูกลับไม่สามารถรักษามาตรฐานเดิมเอาไว้ได้ ก่อนถูกเจ้าถิ่นเล่นงานจนต้องพบกับความพ่ายแพ้2. มอร์แกน โรเจอร์ส ปลดล็อกประตูสำคัญตั้งแต่ต้นครึ่งหลังจุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นในนาทีที่ 50 เมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส พาบอลทะลุแนวรับแมนยูจากบริเวณกลางสนาม ก่อนโชว์ความสามารถเฉพาะตัวด้วยการหลบทั้ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แล้วชิพบอลข้ามตัว เซนเน่ ลัมเมนส์ เข้าไปอย่างเหนือชั้นประตูดังกล่าวทำให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สถานการณ์ของแมนยูยิ่งยากลำบาก เพราะจากที่เคยเล่นได้อย่างมั่นใจในครึ่งแรก กลับเริ่มเสียการควบคุมเกมให้เจ้าถิ่น3. มาร์ติเนซ พลาดหนัก โดนใบแดงพร้อมเสียจุดโทษสถานการณ์ของแมนยูเลวร้ายลงอย่างชัดเจนในช่วงนาทีที่ 62 เมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ไปเล่นนอกเกมด้วยการใช้ศอกใส่ เวสลีย์ โฟฟาน่า ภายในกรอบเขตโทษ ระหว่างจังหวะลูกเตะมุมหลังจากผู้ตัดสินตรวจสอบภาพจาก VAR มาร์ติเนซถูกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม พร้อมกับที่แมนยูเสียจุดโทษ และเป็น โคล พาลเมอร์ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น ช่วยให้เชลซีหนีห่างเป็น 2-0การเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้โอกาสกลับมาสู่เกมของปีศาจแดงแทบหมดลง4. วิกฤตแมนยูยืดเยื้อ ไม่ชนะ 9 นัดติดในทุกรายการความพ่ายแพ้ต่อเชลซีทำให้สถิติไม่ชนะของแมนยูยืดเยื้อเป็น 9 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แบ่งเป็นเสมอ 3 นัด และแพ้ 6 นัดที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ นี่เป็นช่วงเวลาที่ทีมไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 1984 สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตผลงานที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลงง่าย ๆ5. คาร์ริคเก้าอี้ร้อนฉ่า อนาคตในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยิ่งไม่แน่นอนความพ่ายแพ้ครั้งนี้เพิ่มแรงกดดันต่อ ไมเคิ่ล คาร์ริค อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวต้องเผชิญเสียงวิจารณ์จากผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งเกมพ่าย โคโม่ และ บอร์นมัธตอนนี้กระแสคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง และยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า คาร์ริคจะสามารถพาทีมหลุดพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้หรือไม่ขณะที่ฝั่งเชลซีภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ สามารถหยุดช่วงผลงานที่ไม่สม่ำเสมอและกลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จท้ายเกมยังมีดราม่าเพิ่มเติม เมื่อทั้งสองทีมต่างมีประตูถูก VAR ริบคืน รวมถึงประตูของ เอสเตเวา วิลเลียน ฝั่งเชลซี ขณะที่เจ้าถิ่นต้องรับมือกับช่วงทดเวลาบาดเจ็บถึง 10 นาที และ ไมค์ เพนเดอร์ส ยังต้องออกแรงเซฟลูกยิงเต็มแรงของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เพื่อรักษาสกอร์นำจนจบเกม
ครึ่งแรกพอได้-ครึ่งหลังพอเลย, คาร์ริค เก้าอี้ร้อนฉ่า! 5 ประเด็นแมนยูแพ้เชลซี
by
Tags: