ชีวิตติด TECH – ทะลุ 2.43 ล้านล้าน! เศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 69 โตแรง “คนไทย” ใช้ “AI” ถี่ติดอันดับภูมิภาค

“เศรษฐกิจดิจิทัล” หรือ “เศรษฐกิจดิจิทัล” หรือ "Digital Economy" ที่เป็นระบบเศรษฐกิจที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กำลังเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อน จีดีพี รวมของประเทศไทยโดยจาก รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฉบับล่าสุด (e-Conomy SEA 2026 Report) ที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company มีข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องนี้ซึ่งผลสำรวจจากรายงานนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) สูงถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.43 ล้านล้านบาท ในปี 69 คิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยมีปัจจัยจาก รากฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนเชิงรุกจากรัฐบาล ซึ่งสะท้อนผ่านแผนยุทธศาสตร์ เอไอ แห่งชาติ (National AI Strategy) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอธิปไตยทางดิจิทัล ธรรมาภิบาล เอไอ การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง ไปจนถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนอกจากนี้ยังมีการคิดการณ์ว่า เมื่อถึงปี 73 คาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะแตะ 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.51 ล้านล้านบาท และเมื่อถึงปี 78 จะพุ่งททะยานไปถึง 1.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.63 ล้านล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 10%ทั้งนี้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ระยะที่ตลาดเติบโตเต็มที่ และมุ่งเน้นการสร้างรายได้แล้ว โดยภาคธุรกิจดิจิทัลหลักๆ ที่สำคัญถูกขับเคลื่อนด้วยการปรับกลยุทธ์ของแพลตฟอร์มไปสู่การมุ่งเน้นในเรื่องของการทำกำไร (Profitability) การเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และการนำโซลูชันที่ทำงานด้วยระบบ เอไอมาใช้ในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยสามารถแบ่งเป็นเซ็กเตอร์ต่างๆ ดังนี้อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยเติบโตขึ้น 20% จากปีก่อน และมีมูลค่าสินค้ารวม 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 ล้านล้านบาทในปี 69 และยังมีแนวโน้มที่จะแตะระดับ 1.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.44 ล้านล้านบาท ภายในปี 78 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10%ภาคธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel) ถือเป็นเซ็กเตอร์ที่ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยโตขึ้น 12% ส่งผลให้มูลค่าสินค้ารวมแตะ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.72 แสนล้านบาทในปี 69 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.77 แสนล้านบาท ภายในปี 78 ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยการนำโซลูชันที่ทำงานด้วยระบบ เอไอ มาใช้ในการทำการตลาดจุดหมายปลายทางและการเดินทางออนไลน์สื่อออนไลน์ (Online Media) เติบโตพุ่งสูงถึง 21% โดยมีมูลค่าสินค้ารวม 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.03 แสนล้านบาท ในปี 69 และคาดว่าจะแตะ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.73 แสนล้านบาท ในปี 78บริการเรียกรถและจัดส่งอาหาร (Mobility & Food) เติบโตขึ้น 19% มีมูลค่าสินค้ารวม 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.36 แสนล้านบาท ในปี 69 และคาดว่าจะพุ่งแตะ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.08 แสนล้านบาท ภายในปี 78 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 12% ซึ่งได้แรงหนุนจากการควบรวมตลาด (Market Consolidation) และการมุ่งเน้นในเรื่องของการทำกำไรอย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการประยุกต์ใช้ เอไอ ในเชิงพาณิชย์แล้ว ประเทศไทยยังครองตำแหน่งผู้นำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านความถี่ในการใช้งาน เอไอ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ เอไอ และการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทยอีกด้วยปัจจุบัน ไทยมีผู้ใช้งาน Generative AI หรือ GenAI ถึง 31 ล้านคน หรือคิดเป็น 63% ของประชากรวัยทำงาน ซึ่งมีการสอบถาม เอไอ มากถึง 2.1 หมื่นล้านครั้งต่อปี นอกจากนี้ ประเทศไทยยังรั้งอันดับ 3 ของภูมิภาคในด้านการใช้งาน เอไอ เฉลี่ยต่อคน (15 ล้านโทเค็นต่อผู้ใช้ 1 คน) และเป็นผู้นำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านความถี่ในการใช้งาน เอไอ โดยมีการใช้งานเฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันและธุรกรรมออนไลน์รวมถึงรั้งอันดับ 2 ของภูมิภาค ในการใช้ GenAI ในชีวิตประจำวัน (22% ของประชากรวัยทำงาน) ทั้งนี้ พฤติกรรมการใช้งาน เอไอ ของคนไทยส่วนใหญ่เน้นไปที่การใช้งานจริง โดย 1 ใน 3 ของพรอมต์ที่ใช้เป็นคำถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการค้นหาข้อมูล สำหรับหมวดหมู่ที่มีการใช้งานโดยรวมสูงสุด ได้แก่ การทำงาน การศึกษา และการช็อปปิ้งออนไลน์ ตามมาด้วยเรื่องสุขภาพและการเดินทางทั้งนี้ สิ่งที่น่าจับตามองคือ ผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมในการใช้งาน Agentic AI มากที่สุดในภูมิภาค โดย 41% ของเส้นทางของผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นบนแพลตฟอร์ม เอไอ ขณะที่ 75% ของผู้ใช้เผยว่ามีความเชื่อมั่นใน เอไอ มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และกว่า 80% ยินดีที่จะมอบหมายให้ Agentic AI ทำหน้าที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือจัดการงานที่ซับซ้อนแทนตนเองขณะเดียวกัน ความต้องการการใช้งานที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ โดย 78% ของการสนทนากับ เอไอ เป็นภาษาไทย ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาโมเดลภาษาที่ปรับแต่งให้สามารถเข้าใจบริบทท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง“ราฟาเอล ซิสโลว์สกี” ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ Google ประเทศไทย บอกว่า ประเทศไทยแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน เอไอ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การเป็นผู้นำของภูมิภาค ด้านความถี่ในการใช้งาน ด้วยจำนวนเฉลี่ยเกือบ 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนและธุรกิจไทยสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการทำงานรวมถึงชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อทราบว่า 80% ของผู้บริโภคพร้อมที่จะมอบหมายให้ AI Agent ทำสิ่งต่างๆ แทน Google ก็มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าร่วมมือกับภาครัฐและพาร์ทเนอร์ในไทยเพื่อเปลี่ยนความเชื่อมั่นของผู้ใช้ที่สูงอย่างเป็นประวัติการณ์นี้ให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืนต่อไปจากรายงานทั้งหมด แม้ตัวเลขจะแสดงให้เห็นว่าคนไทยใช้งานเอไอสูง แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงยังคงอยู่ที่การที่สามารถเปลี่ยนความตื่นตัวนี้ให้กลายเป็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมได้.Cyber Daily


Posted

in

by

Tags: