Category: การเมือง

  • กุ๊ย

    เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับมีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ…วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เขาเผยแพร่เนื้อหาทางเพจ “ฟ้าเดียวกัน”มีคลิปการเสวนายาวร่วมๆ ๒ ชั่วโมงครึ่งไฮไลต์อยู่ที่คำพูดของ “พรรณิการ์ วานิช” จากคณะก้าวหน้าเพจฟ้าเดียวกันยกบางช่วงบางตอนมาเป็นไฮไลต์“…๔๔ สส.ไม่ได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรม สส. พวกเราละเมิดจรรยาบ่าว เรามันเป็นพวกไม่เจียมกะลาหัวไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเอง as บ่าวไพร่เป็นอย่างไร ฝ่ายเราก็จะบอกว่าเราไม่ใช่บ่าวไพร่ เราเป็นผู้แทนราษฎรอีกฝ่ายก็จะบอกว่าไม่ค่ะ มึงเป็นบ่าว จงเจียมตัว ในเมื่อไม่เจียมตัวก็ต้องโดนลงโทษโดนโบยด้วยหวายแช่เยี่ยวชื่อ 'ตัดสิทธิ์ตลอดไป'เป็นหวายแช่เยี่ยวเวอร์ชั่น ๒๕๖๙วันนี้เราต้องตั้งคำถามว่าระบอบกุ๊ยนี้จะปกครองไปได้อีกนานแค่ไหน และการพยายามยัดเยียดจรรยาบ่าวให้กับสังคมที่ ณ วันนี้มีแนวทางการดัดจริตของตัวเองไปต่างๆ นานายกเว้นจริตเดียวที่ไม่มีใครอยากเป็นแน่คือจริตบ่าวสังคม ณ วันนี้โดยเฉพาะคนรุ่นช่อลงไป ไม่มีใครรู้สึกว่าตัวเองเป็นบ่าวแน่ๆ มันมีความเคารพในตัวเองและเคารพในผู้อื่นเป็นคุณค่าพื้นฐานที่ปลูกฝังแน่นแล้วในสังคมไทย เรื่องความเท่าเทียม เคารพสิทธิเสมอภาค เพราะฉะนั้นจึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของประวัติศาสตร์เมื่อปราศจากซอฟต์พาวเวอร์และเราปกครองโดยระบอบกุ๊ย ภายใต้สังคมที่มีคุณค่าที่เขายึดถือซึ่งต่างจากผู้มีอำนาจอย่างสิ้นเชิง มันจะปะทุออกมาเป็นรูปแบบไหนของสังคมไทยต่อไป…”ดุเดือดทีเดียว!น่าสนใจครับคนในยุคที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI ยังมีความรู้สึกถึงความเป็นบ่าวไพร่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะคนครับ เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในสังคมไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองอันดับสอง มองว่ากลุ่มคนที่คิดไม่เหมือนตัวเอง มองคนรุ่นช่อลงไปว่าเป็นบ่าวไพร่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!คำพูดอีกตอน เพจ ฟ้าเดียวกัน…

  • ‘อ.อัจฉราวดี’ ค้านสุดตัว! แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ เตือน ‘อนุทิน’ ดับไม่ตื่น ฟื้นไม่ได้

    5 พ.ค.2569- อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ค่ะ หายนะมากมายไว้ชำแหละในโพสต์ต่อไป มุมอธิปไตยก็สำคัญมากมายแล้ว มุมความคุ้มค่าในการลงทุนสภาพัฒน์ว่าจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวทิยาลัย ศึกษาและได้ผลสรุปว่า "แลนด์บริดจ์" ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และไม่เหมาะที่จะลงทุนความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมใหญ่มาก ไม่ใช่แบบรักษาประการังหรือต้นไม้ใบหญ้าแบบนั้น แต่มันจะส่งผลกระทบต่อทะเลอันดามันที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากของไทย ทั้งภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฏธานี แลนด์บริดจ์คือโปรเจคหายนะของการท่องเที่ยวอ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวในภาพนี้ก่อนที่ ลิ้งค์ข่าวแนวหน้าในคอมเม้นท์ค่ะโพสต์ต่อไปจะชำแหละอีกมุมให้เห็นการปกป้องแผ่นดินเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยทุกคนเราต้องหันมาสนใจเรื่องนี้จริงจังหากรัฐบาลฝืนทำโครงการนี้โดยไม่ฟังเสียงประชาชนเส้นทางของอนุทินและภูมิใจไทยดับไม่ตื่น ฟื้นไม่ได้ค่ะ.

  • ประวัติ ดร.โจ ชัยวัฒน์ ชิงผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน คู่แข่ง ชัชชาติ

    ประวัติ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ เตรียมเปิดตัว ชิงผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนชื่อเล่น โจ หรือ ดร.โจอายุ 44 ปี เกิดปี 2524การศึกษาระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปริญญาโท Master of Science (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)ปริญญาเอก Doctor of Philosophy (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)ประวัติการทำงาน– 2545 — วิศวกร บริษัท Schlumberger Overseas S.A.– 2551–2554 —…

  • ถ้าไม่กล้าก็ปิดพรรคไป! “ปิยบุตร”ฟาดแรงพรรคประชาชน ด้าน “เท้ง”โผล่อีโมจิรับทราบ

    อาจารย์มาเอง! วันที่ 4 พฤษภาคม 69 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความระบุว่า“หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณีหากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำหากบรรดานักการเมืองดั้งเดิม ไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกิริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาการดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงราก ทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่า องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไรเมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหารเมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง”…

  • ‘ยิวยึด-ไทยหลับ’

    เราก้มหน้า-ก้มตา “รบกับเขมร”เพื่อพิทักษ์ “แผ่นดินชายแดน”ทั้งนายกฯทั้งแม่ทัพ-นายกองประกาศเป็นเสียงเดียวกัน "เราจะไม่ยอมเสียแผ่นดินให้ใคร แม้แต่ตารางนิ้วเดียว"!แต่เมื่อเหลียวกลับมามอง “แผ่นดินชั้นใน”ปรากฏว่าต่างชาติ ทั้งจีน ทั้งพม่า ทั้งแอฟริกาใต้ ทั้งอินเดีย ทั้งรัสเซีย ทั้งอิสราเอล และ ฯลฯเข้ามายึดครองแผ่นดิน ทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย ปาย-แม่ฮ่องสอน พัทยา ภูเก็ต เกาะพะงัน-สุราษฎร์ฯแล้วตั้งเป็น “อาณาจักร” ปกครองกันเอง ชนิดที่ “คนไทยห้ามเข้า"!แม้กระทั่ง “กฎหมายไทย” ก็ไม่อยู่ในสายตาพวกเขา!เพราะอะไร ต่างชาติพวกนี้…..โดยเฉพาะ “อิสราเอล-จีนเทา” พวกมันถึงเหิมเกริม-อหังการ ทำยังกะว่า “ประเทศไทย” ตกเป็น “เมืองขึ้น” ของพวกมันไปแล้ว!?คนไทย มีนิสัยอย่างหนึ่งไม่ชอบมองไปข้างหน้า รักสุข-สนุกสบายอยู่กับปัจจุบันไปวันๆ ต่อเมื่อเป็นเรื่อง-เป็นราว อย่างที่เรียกกันว่า “รอให้ไฟลนก้น” เสียก่อน……..ถึงจะค่อยกระดิก!เห็นได้ชัดๆ จากกรณีทุเรียน รัฐมนตรีศุภจีดูตัวเลขแล้ว ปีนี้ผลผลิตจะมากกว่าปีก่อนกว่า ๓๐%ท่านจึง “มองไปข้างหน้า” แก้ก่อนเพื่อมิให้ปัญหา “ทุเรียนล้นตลาด” เกิด ด้วยกลยุทธ์การตลาด ให้อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนมา “ไลฟ์สด” ขายทุเรียนเกรด A B ไปเมืองจีนแล้วให้…

  • เขาแค่แบ่งปันเงินภาษีเราให้พวกเขาได้กินได้ใช้หลายๆคน ก็เท่านั้นเอง..

    พ.ต.อ.เอกราช เผย ที่เขาลาออกจาก สส. ท่านไม่ต้องตกใจผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกและ ทาง ราง โพสต์ระบุว่า…ไอ้ที่เขาลาออกจาก สส. ท่านไม่ต้องตกใจหรอก เขาแค่แบ่งเค๊กกันกิน ถ้าแน่จริง สส.เขตลาออกมั่งสิ นี่เล่นลาออกแต่ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่า1.ถ้า สส.บัญชีรายชื่อลาออกแล้วคนถัดไปจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.เงินเดือนแสนกว่าแทน2.คนลาออกทุกคนคือ ได้เป็นรัฐมนตรีคนนอกเงินเดือนแสนกว่าแล้วถึงได้ลาออก! เข้าใจยังครับ ว่าเขาแค่แบ่งปันเงินภาษีเราให้พวกเขาได้กินได้ใช้หลายๆคน ก็เท่านั้นเอง..#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • “เทพไท” ชี้โพลการเมือง เม.ย. “อนุทิน-อภิสิทธิ์” เด่นสุด สะท้อนเกมอำนาจรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    วันที่ 4 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า…ทำไม อนุทิน-อภิสิทธิ์ โดดเด่นสุดจะขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569 ซึ่งมีผลการสำรวจที่น่าสนใจใน2ประเด็น คือข้อ1 ในส่วนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด ผลการสำรวจพบว่า1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 39.07%2.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 28.22%3.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ 17.01%4.นายเอกนัฎ พร้อมพันธ์ุ 9.78%5.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว 5.92%สำหรับคะแนนนิยมของนายอนุทิน ที่ได้เป็นอันดับ1ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพราะนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี มีบทบาทโดดเด่นมากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ จึงทำให้นายอนุทินได้รับคะแนนนิยมบทบาทโดดเด่นสูงเป็นอันดับ1 แต่ที่น่าสนใจคือ คะแนนนิยมของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากที่ผ่านมาคะแนนนิยมไม่ได้สูงมากนัก แต่ครั้งนี้คะแนนนิยมบทบาทโดดเด่นเป็นอันดับ2 ชนะนางศุภจีและนายสีหศักดิ์เสียอีกนอกจากนั้นคะแนนของรัฐมนตรีบุคคลภายนอก หรือมืออาชีพ3คน คือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส พบว่าใน3คนนี้ ไม่ติดอันดับ1คนคือ นายเอกนิติ…

  • ยืนยันชัด นายกฯ อนุทิน ไม่เคยพูด!!

    อย่าเชื่อข่าวบิดเบือน! อนุทิน ไม่เคยพูด การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์…ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เพจไทยคู่ฟ้า ยืนยันชัด นายกฯ อนุทิน ไม่เคยกล่าวว่า “การที่จะให้งบเบี้ยคนชราจาก 600 เป็น 3,000 ไม่มีประโยชน์…” ตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ โดยข้อมูลดังกล่าว เป็นการตัดต่อหรือบิดเบือนคำพูดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคมขณะที่ข้อความที่ส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย กรณี “ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 3,000 บาท” เป็นข่าวปลอมปัจจุบันการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้อายุ 60 – 69 ปี อัตรา 600 บาท/คน/เดือนอายุ 70 – 79 ปี อัตรา 700 บาท/คน/เดือนอายุ 80 – 89 ปี อัตรา 800 บาท/คน/เดือนอายุ…

  • รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันฉัตรมงคล

    รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 25694 พฤษภาคม 2569 – เวลา 19.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569โอกาสนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางมาถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) นายกรัฐมนตรีถวายคำนับพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพ แล้วถวายคำนับ 1 ครั้ง จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความว่าเนื่องในโอกาสอันเป็นศุภมงคลสมัยวันฉัตรมงคล ที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส คณะทูตานุทูต ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปีติโสมนัสเป็นล้นพ้นที่ได้มาชุมนุมกัน เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนี้นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและน้ำพระราชหฤทัย อันเปี่ยมด้วยพระเมตตาอาทร เพื่อมุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ และเป็นหลักชัยแห่งความมั่นคงของแผ่นดิน…

  • ‘รัฐบาล’ จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคล

    ‘รัฐบาล’ จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569โอกาสนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางมาถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) นายกรัฐมนตรีถวายคำนับพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพ แล้วถวายคำนับ 1 ครั้งจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความว่า เนื่องในโอกาสอันเป็นศุภมงคลสมัยวันฉัตรมงคล ที่เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส คณะทูตานุทูต ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปีติโสมนัสเป็นล้นพ้นที่ได้มาชุมนุมกัน เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในวันนี้นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและน้ำพระราชหฤทัย อันเปี่ยมด้วยพระเมตตาอาทร เพื่อมุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ และเป็นหลักชัยแห่งความมั่นคงของแผ่นดิน…