Category: การเมือง
-
“อนุทิน” โพสต์รูปคู่ ภริยา อวยพร HAPPY NEW YEAR 2026
ภาพไฮไลต์“นายกฯ อนุทิน” โพสต์ภาพคู่ ภริยา อวยพร HAPPY NEW YEAR 2026 ขอทุกคนมีความสุข เงินทองทรัพย์ไหลหลั่ง ปรารถนาสิ่งใดได้สมใจวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายคู่กับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา พร้อมข้อความ HAPPY NEW YEAR 2026 และข้อความว่า “ขอทุกท่านจงเบิกบานบันดาลสุข นิราพาธนิราศทุกข์สนุกหรรษา ทุกวันคืนเงินทองทรัพย์ไหลหลั่งมา ปรารถนาสิ่งใดสมใจเทอญ สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๙”อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อนุทิน” โพสต์รูปคู่ ภริยา อวยพร HAPPY NEW YEAR 2026ข่าวที่เกี่ยวข้อง“อภิสิทธิ์” อวยพรปีใหม่สุขสมหวัง ชวนคนไทยร่วมกับ ปชป. ทำให้ประเทศและคนไทยหายจน“ในหลวง” พระราชทาน พรปีใหม่-บัตรอวยพร สี จิ้นผิง อวยพรปีใหม่ 2026…
-
เริ่มแล้ว! เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก 1 ม.ค.69
เมื่อวันที่ 1 ม.ค 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก โดยยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และยกระดับมาตรฐานสินค้านำเข้าให้เป็นไปตามกฎหมายไทย“มาตรการดังกล่าวจะทำให้สินค้านำเข้าออนไลน์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้า ตั้งแต่มูลค่า 1 บาทแรก ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการSME กับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เคยไม่อยู่ในระบบภาษี”น.ส.ลลิดา กล่าวรองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า ราคาสินค้าบางประเภทอาจมีการปรับตัว เช่น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่อาจเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20–30 และสินค้าทั่วไปขึ้นอยู่กับอัตราภาษีของแต่ละประเภท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดแนวทางให้การซื้อขายยังคงสะดวกสบาย โดยปัจจุบันกว่าร้อยละ 97 ของสินค้านำเข้า ภาษีจะถูกมาคำนวณและรวมอยู่ในราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มแล้ว ผู้บริโภคสามารถชำระเงินครั้งเดียวและรับสินค้าที่บ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องไปดำเนินการชำระภาษีที่ด่านศุลกากรด้วยตนเองน.ส.ลลิดา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภคกรมศุลกากร ได้ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก ได้แก่ Lazada, Shopee, TikTok, SHEIN และ TEMU เพื่อคัดกรองสินค้าอย่างเข้มงวด โดยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ…
-
ทุบเปรี้ยง! ‘ไพศาล’กาง‘2 สูตร’ตั้งรัฐบาลใหม่ ‘กล้าธรรม’อยู่ทุกซีก
ทุบเปรี้ยง! ‘ไพศาล’กาง‘2 สูตร’ตั้งรัฐบาลใหม่ ‘กล้าธรรม’อยู่ทุกซีก1 มกราคม 2569 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า ชัดขึ้นแล้วว่า สูตรจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมี 2 สูตร- เพื่อไทยกับภูมิใจไทย ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล- เพื่อไทยกับประชาชน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลทั้ง 2 สูตรและพรรคประชาชาติ กับพรรคเศรษฐกิจ จะร่วมกับพรรคเล็ก อีก 3 พรรค เข้าร่วมรัฐบาลด้วย-005
-
นักวิชาการมธ. วิเคราะห์ ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ คละ ‘บ้านใหญ่’ กับ ‘เทคโนแครต’ สะท้อนการเมืองมุ่งนโยบาย
ดร.อภินพ อติพิบูลย์สินนักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ” เพื่อทำนโยบายให้สำเร็จ ชี้กรณี “พรรคประชาชน” เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.เขต กทม. ทำได้ เพราะผู้สมัครคนเดิมลาออกถือว่าขาดคุณสมบัติ แต่ในระยะยาวอาจเสี่ยงมีปัญหาคาราคาซังทางกฎหมายดร.อภินพ อติพิบูลย์สิน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่แต่ละพรรคการเมืองได้ประกาศลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีข้อสังเกตคือแม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้มีการบังคับว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็น สส. แต่ทว่าบุคคลที่อยู่ในอันดับหนึ่งใน สส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ล้วนแต่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้นตรงนี้สะท้อนว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญของไทยอาจคิดเยอะเกินไปในเรื่องการกำหนดให้มีระบบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะสุดท้ายประชาชนย่อมคาดหวังว่าผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งคือว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคนั้นๆ และพรรคการเมืองก็ปรับตัวตามวิถีประชาธิปไตยที่ควรเป็นแล้วนอกจากนี้ อีกหนึ่งภาพสะท้อนหลังจากที่ได้เห็นลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ คือทุกพรรคการเมืองเริ่มมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการเมืองเชิงนโยบายมากขึ้น จากในอดีตที่รายชื่อลำดับแรกๆ มักมาจากตระกูลการเมืองบ้านใหญ่หรือนักธุรกิจ ก็พบว่ามีการคละกันโดยนำผู้ที่ความสามารถเฉพาะทาง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลัง หรือด้านเศรษฐกิจ สายเทคโนแครต สายวิชาการ เข้ามาคละมากขึ้น ซึ่งเป็นไปเพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายที่พรรคได้นำเสนอไว้ได้สำเร็จ ส่งผลให้ประชาชนสามารถรับทราบได้ตั้งแต่ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งว่าแต่ละพรรควางตัวบุคคลไว้ทำงานในด้านไหนบ้าง จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคที่ตนชื่นชอบแนวนโยบายได้ดร.อภินพ…
-
“พรรคประชาชน” ยืนหนึ่ง! โพลฯ “พรรคการเมืองไหนโดนใจคุณ” นำเพื่อไทยเฉือนแต้ม คะแนนห่างกันเฉียดฉิว
“พรรคประชาชน” ยืนหนึ่ง! โพลฯ "พรรคการเมืองไหนโดนใจคุณ" นำเพื่อไทยเฉือนแต้ม คะแนนห่างกันเฉียดฉิววันที่ 31 ธ.ค. 2568 The Room 44 เปิดผลการสำรวจ "พรรคการเมืองไหนโดนใจคุณ" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 – 31 ธันวาคม 2568 จากการสำรวจ มีดังนี้อันดับ 1 คือ พรรคประชาชน ได้คะแนนโหวต 6,899 คะแนนอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย ได้คะแนนโหวต 6,482 คะแนนอันดับ 3 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนโหวต 275 คะแนนอันดับ 4 คือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนโหวต 186 คะแนนอันดับ 5 คือ พรรคไทยสร้างไทย ได้คะแนนโหวต 170 คะแนนอันดับ 6 คือ พรรคเศรษฐกิจ…
-
ประวัติ “จอจาน เอกราช” สส.พรรคประชาชน ผู้อยู่เบื้องหลังกฎหมาย “คุกคามทางเพศ” ฉบับใหม่
ประวัติ “จอจาน เอกราช” อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวีสู่บทบาทผู้แทนราษฎรเขต 10 กทม. เปิดเบื้องหลังการเป็นหัวหอกทีมร่างและผลักดันพ.ร.บ.แก้ไขอาญา เพิ่มโทษคุกคามทางเพศ ครอบคลุมทั้งวาจาและโลกออนไลน์ในจังหวะที่สังคมกำลังตื่นตัวกับ กฎหมายคุกคามทางเพศ ฉบับใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ ชื่อของ จอจาน หรือ นายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 10 สังกัดพรรคประชาชน (เดิมคือพรรคก้าวไกล) ได้รับการพูดถึงในฐานะคีย์แมนคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง เอกราชเคยเป็นที่รู้จักในแวดวงสื่อสารมวลชนมาก่อน โดยมีประวัติการทำงานเป็นผู้สื่อข่าวภาคสนามสังกัดสถานีโทรทัศน์ iTV ซึ่งประสบการณ์การลงพื้นที่สัมผัสปัญหาจริงของประชาชน น่าจะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจช่องโหว่ของกฎหมายไทยพรรคประชาชนประวัติ จอจาน เอกราชบทบาท “มือร่าง” กฎหมายคุกคามทางเพศความเกี่ยวข้องโดยตรงระหว่าง เอกราช กับ กฎหมายคุกคามทางเพศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สส. ที่ยกมือโหวตผ่านกฎหมายเท่านั้น แต่เขามีบทบาทในฐานะ ผู้ริเริ่มและคณะผู้เสนอร่างข้อมูลย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ปรากฏภาพของ นายเอกราช อุดมอำนวย พร้อมด้วยเพื่อน สส. ร่วมกันแถลงข่าวและยื่น “ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยการคุกคามทางเพศ” ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยเนื้อหาในโซเชียลมีเดียและเพจข่าวการเมืองหลายแห่งระบุตรงกันว่า เขาคือหนึ่งในทีมงานหลักที่ดูแลเนื้อหาและการร่างกฎหมายฉบับนี้…
-
กองทัพภาคที่ 2 สรุปชายแดน เขมรเสริมที่มั่น-ส่งกำลังบำรุง ต่อเนื่องหลังหยุดยิง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2568 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 30 ธ.ค. 68 โดยภาพรวมตลอดทั้งวันเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2568 กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 30 ธ.ค. 68 โดยภาพรวมตลอดทั้งวันยังไม่พบการปะทะด้วยอาวุธหนักหรือการเผชิญหน้าโดยตรง แม้จะพ้นกรอบเวลาหยุดยิง 72 ชั่วโมงแล้วก็ตาม โดยสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ไทยสามารถควบคุมได้ ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งบริเวณช่องบกและช่องอานม้า ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญทางยุทธการขณะที่พื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาในหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่แนวช่องซำแต–โดนตวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า พบการส่งกำลังบำรุงด้วยรถบรรทุกเป็นระยะ และยังคงมีการดัดแปลงเสริมความแข็งแรงของที่มั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มการเฝ้าตรวจฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด โดยเน้นพื้นที่ตรงข้ามเขาพระวิหารและแนวตาเฒ่า–เขาสัตตะโสมส่วนพื้นที่ ผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ฝ่ายกัมพูชามุ่งเน้นการติดตามและเฝ้าตรวจการปรับปรุงพื้นที่ รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังของฝ่ายไทย โดยยังไม่พบการเคลื่อนกำลังเชิงรุกหรือการใช้อาวุธหนัก ด้านชายแดน จังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่ปราสาทตาควาย ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับบินตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย รวมถึงการใช้รถจักรยานยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่าเป็นการส่งกำลังบำรุง ขณะที่พื้นที่ปราสาทตาเมือนธมและช่องกร่าง…
-
ไปไกล! กสม.ออกแถลงการณ์ปม ‘ไอซ์ รักชนก-ลูกหญิงหน่อย’
31 ธ.ค.2568 – คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคุกคามทางเพศ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ สะท้อนความไร้วุฒิภาวะระบุว่าตามที่ปรากฏกรณีอาจารย์สถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นชาติกำเนิดและปูมหลังครอบครัวของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หญิง พรรคประชาชน และล่าสุดปรากฏกรณีนักร้องนักแสดงชื่อดังแสดงความเห็นต่อผู้สมัคร สส.หญิง พรรคไทยสร้างไทย ทางสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายและส่อไปในทางคุกคามทางเพศ นั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่าการกระทำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แม้ทุกคนจะมีเสรีภาพทางความคิดและมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยเสรี แต่การแสดงความเห็นนั้นต้องเคารพและไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่น ไม่ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม หยาบคาย สร้างความเกลียดชัง ลดทอน ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียในเกียรติยศชื่อเสียงในสังคมประชาธิปไตย ความแตกต่างหลายหลากทางความคิดความเห็นเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ การใช้สิทธิและเสรีภาพที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ขาดความรับผิดชอบ และบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ไม่เพียงสะท้อนถึงความคับแคบทางความคิด และการไร้ซึ่งวุฒิภาวะ แต่ยังอาจทำให้สังคมใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และเป็นส่วนหนึ่งของอุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยเหตุนี้ กสม. จึงขอให้สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด เร่งตรวจสอบพฤติกรรมและจริยธรรมของบุคลากรของสถาบัน และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมในกรณีคุกคามทางเพศด้วยนอกจากนี้ ขอให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะบุคคลสาธารณะที่มีส่วนชี้นำสังคมเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรับผิดชอบ และขอให้สังคมร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยท่ามกลางความเห็นอันแตกต่างหลากหลาย เพื่อให้ประเทศพัฒนาและก้าวสู่ศักราชใหม่ที่ทุกฝ่ายเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน
-
ฮุน เซน ออกมาเคลื่อนไหว หลังไทยส่งทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Samdech Hun Sen of Cambodia ระบุว่า ทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย ได้เดินทางถึงกรุงพนมเปญเป็นที่เรียบร้อยแล้ววันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Samdech Hun Sen of Cambodia ระบุว่า ทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย ได้เดินทางถึงกรุงพนมเปญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ หลังจากฝ่ายไทยดำเนินการปล่อยตัวและส่งมอบกลับคืนให้กัมพูชารายงานระบุว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ถึงกรุงพนมเปญ ภายหลังถูกควบคุมตัวเป็นระยะเวลานานถึง 155 วัน นับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ก่อนที่ฝ่ายไทยจะดำเนินการส่งตัวกลับประเทศเมื่อเดินทางถึง…
-
คาด 3 พรรคใหญ่กวาด 400 ที่นั่ง ปชน.ลุ้นโค้งท้ายคะแนนสงสาร
ธรรมนัส พรหมเผ่า-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์-อนุทิน ชาญวีรกูลการเมืองปีม้าเดือด ม้าพยศ ม้าธาตุไฟ เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 คาด 3 พรรคกุมเสียงส่วนใหญ่ได้ สส. 400 คน พรรคขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก ประกาศขั้วรัฐบาล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังการเลือกตั้ง ไม่ต้องมีเสียง 200 สว.หนุนนายกฯในสภา นักรัฐศาสตร์วิเคราะห์สูตรรัฐบาลใหม่ “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม” คาดภูมิใจไทยระดมบ้านใหญ่ดัน “อนุทิน” ขึ้นเป็นนายกฯคนที่ 33 จับตากระแสนิยมโค้งสุดท้ายพรรคประชาชนได้คะแนนเห็นใจ ตรงไปตรงมา แม้เคยจ่ายค่าโง่ 2 ครั้ง รักษาแชมป์สมัยที่สองประกาศขั้วการเมืองหลังเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะให้จัดเลือกตั้งทั่วไปทั่วประเทศ แต่ละพรรคเข็นนโยบายหาเสียง ลด-แลก-แจก-แถมกันไม่ต่างจากการเลือกตั้งทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่ละพรรคการเมืองชูแคนดิเดตนายกฯ เพื่อหวังดึงโหวตเตอร์ฐานเสียงให้มาลงคะแนนโดยพรรคที่เป็นตัวแปรทางการเมืองส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯชิงอำนาจการบริหารประเทศ อาทิ พรรคเพื่อไทย มีแคนดิเดต 3 คน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์,…