Category: การเมือง
-
‘พีระพันธ์ุ’ เบี้ยวนัด รายงานตัว ‘สส.’ จนท.สภา รอเก้อ
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้ สส. รายงานตัว เป็นวันที่ 11 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. โดยไม่มี สส. มารายงานตัวแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แจ้งว่า จะเข้ามารายงานตัว แต่ไม่ได้แจ้งเวลา จนกระทั่งเวลา 16.30 น. ก็ไม่มารายงานตัว ทำให้เจ้าหน้าที่รอเก้อ ทำให้มี สส.รายงานตัวรวม 377 คนส่วนสส.ที่ยังไม่เข้ารายงานตัวคือพรรคประชาชน 119 คน เข้ารายงานตัว วันที่ 9 มี.ค.เวลา 10.00 น. รวมถึงนายอิสรา สุนทรวัฒน์ สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้ารายงานตัว วันที่ 9 มี.ค.เวลา 10.00 น.เช่นเดียวกันส่วนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ…
-
‘กกต.’ ระทึก! ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม
9 มี.ค. 2569 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปูพื้นคดีใบส้ม 70 ล้าน ก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาวันพรุ่งนี้อังคาร 10 มีนาคม 2569 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดี นายสุรพล เกียรติไชยากร ผูัสมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 8 กรณีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจาก กกต. 70 ล้าน ที่ กกต. แพ้มาแล้ว 2 ศาลทั้งชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คดีนี้ เริ่มจากมีการร้องว่า ผู้สมัครทำผิด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (2) ให้เงินแก่ชุมชนในช่วงหาเสียง โดยข้อเท็จจริงเป็นการใส่ซอง 2,000 บาท ถวายพระทำบุญวันเกิดแล้วพระยื่นเงินในซองสมทบให้งานผ้าป่าของชุมชนที่จัดเพื่อระดมทุนหาซื้อเครื่องแบบให้ชุดรักษาคุ้มครองหมู่บ้าน (ชรบ.)กกต.จังหวัดเชียงใหม่ สรุปว่าผิด จึงส่งเรื่องด่วนมาเข้า กกต.กลาง แบบรวดเร็ว และสามารถออกใบส้ม เพียงแค่ไม่ถึงเดือนหลังวันเลือกตั้ง กกต. ก็ลงมติทันที ให้เห็นฝีมือว่าเป็นงานชิ้นโบว์แดงเขต…
-
สงครามของ ‘ส้ม’
ขณะที่ ฝั่งอาหรับ เปอร์เซีย ยิว อเมริกัน สาดขีปนาวุธใส่กันการเมืองในไทยช่วงนี้ดูเพลาๆ ลงไป ทั้งๆ ที่เป็นช่วงของการตั้งรัฐบาล ความเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่ร้อนแรงไปตามอุณหภูมิโลก ซึ่ง…ก็ดีแล้วก็ชัดเจนไปอีกระดับจากปากนายกฯ อนุทินพรรคกล้าธรรม น่าจะเตรียมตัวเตรียมใจเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวได้แล้ว เพราะตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้เสี่ยงเกินไปที่จะให้ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไปสัมมนาใหญ่พรรคที่บุรีรัมย์ ก็เมืองหลวงของพรรคภูมิใจไทยเขานั่นแหละครับสิ่งที่ นายกฯ อนุทิน สื่อสารออกมานั้นชัดเจน จะไม่ตกม้าตายแบบรัฐบาลเศรษฐา"…ยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมกางกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าบทบัญญัติจริยธรรมว่ามีอะไรบ้างแค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมไม่ดี ท่านเข้าข่ายจริยธรรมฉะนั้นตรงนี้มันจะประมาทไม่ได้ขอให้ท่านถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา มันจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน หรือผลกระทบต่อสถานะของเรา ผลกระทบต่อตำแหน่งที่ท่านจะต้องไปเป็นเช่น ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ในความเป็น สส.เป็นได้ ท่านต้องระวังเป็นอย่างมากและที่สำคัญคนรอบข้าง ท่านจะมีผู้ช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา อย่าไปเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วยจะต้องดูประวัติให้เรียบร้อยด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคตเช่นกันจะพูดว่าจากนี้ไปไม่เป็นไร โอเค เดี๋ยวเคลียร์ได้ยิ่งเคลียร์ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยที่จะช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ตรงนี้เราต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่ง สส.ของท่านอย่างเต็มที่…”ครับ…นายกฯ อนุทินพูดแบบนี้ หน้าของผู้กองธรรมนัสลอยมาเลย หลังใบหน้าผู้กองธรรมนัส มี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว" สส.สงขลา เขต ๔ พรรคกล้าธรรม ลอยซ้อนมาอีกที“ชนนพัฒฐ์” ตอนนี้เป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์…
-
เอาแล้ว! กรณ์ คาใจ โพสต์ถามตรงๆ ปม เบน สมิธ งานนี้มีคนสะดุ้ง
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij โดยระบุว่า อายัดทรัพย์แล้ว แต่ยังไม่ออกหมายจับ ทุนเทาเครือข่าย เบน สมิธ ยังไม่จบ ขอบอกเลยนะครับว่ากระแสข่าวเรื่องนี้จะขึ้นหรือลงอย่างไร การติดตามให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง และดำเนินการปกป้องประโยชน์ของคนไทยในเรื่อง scammer และการฟอกเงินจะไม่หยุดลงนับตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว คดีอายัดทรัพย์นาย Ben Smith และพวกได้ไปถึงชั้นศาลแล้ว แต่ผมเป็นคนหนึ่ง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ตั้งประเด็นคำถามว่า ทำไมจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีหมายจับนายเบน สมิธ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โดยที่มูลค่าส่วนใหญ่ของทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคือหุ้นบริษัทบางจาก โดยที่ ปปง. ได้พิสูจน์โยงกลับไปถึง กองทุน Capital Asia Investments (CAI)…
-
เพื่อไทย ระส่ำ สส.ภาคเหนือ โวยชวดโควตา รมต. ฉุนจัดสรรเก้าอี้ไม่ยึดโยง สส. ใช้ผู้ใหญ่ไม่กี่คนตัดสินใจ
เพื่อไทย ระส่ำ สส.ภาคเหนือ โวยชวดโควตา รมต. ฉุนจัดสรรเก้าอี้ไม่ยึดโยง สส. ใช้ผู้ใหญ่ไม่กี่คนตัดสินใจ เตรียมเรียกร้องให้ทบทวนโควตาใหม่ในที่ประชุมพรรครอบหน้า ซัดขอให้เห็นหัวกันบ้างวันที่ 8 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังมีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจัดสรรโควตา 5เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการลงตัว โดยไม่มีโควตาสส.เขตภาคเหนือได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการนั้น ล่าสุดได้ล่าสุดได้เกิดกระแสความไม่พอใจเป็นอย่างมากกับกลุ่มสส.ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบนที่หารือกันและเห็นว่า การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคครั้งนี้ ไม่ได้ยึดโยงกับสส. การตัดสินใจเกิดจากผู้ใหญ่ในพรรคเพียงไม่กี่คน โดยเฉพาะการที่ตัวแทนสส.นครราชสีมา จะได้เป็นรัฐมนตรี 2คน ทั้งที่ตัวแทนสส.ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ควรได้รับการจัดสรรโควตารัฐมนตรีอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง เพราะเป็นพื้นที่ทำสส.ได้จำนวนหนึ่ง การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคอยู่ในภาวะที่ต้องทวงคะแนนนิยมกลับคืนมา จึงควรให้ความสำคัญกับสส.เขต โซนภาคเหนือ มีตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร โดยในการประชุมพรรคเพื่อไทยที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป จะมีการเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรโควตารัฐมนตรีผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยสส.บางคนถึงขั้นที่ระบุว่า ขอเรียกร้องให้เห็นหัวกันบ้าง ไม่ใช่มีแต่คนใกล้ชิด ทั้งที่ไม่ได้มีผลงานอะไร ควรคัดสรรจากคนที่ทำงานได้ มีประสบการณ์ดูแลและสามารถทำงานร่วมกับสส.ของพรรคได้ด้วย ไม่ใช่อยากเสนอใครก็ทำตามใจชอบ ควรถามสส.บ้าง ควรมีวิธีที่มีความเป็นธรรมที่มากกว่านี้ อย่าทำอะไรแบบลักลั่น มัดมือชกสส.เลยขณะนี้เหมือนการโยนหินถามทางเพื่อเอาประโยชน์ ก็สุดจะกล้ำกลืน
-
อิสรภาพ‘บ้านใหญ่’ชาติไทยพัฒนา พ้นนั่งร้าน ทายาท‘ศิลปอาชา’?
ทุกขลาภของ “สายเลือดพันธุ์มังกร” เมื่อมีกระแสข่าว “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ติดโผตัวเต็งนั่งเก้าอี้ “รมว.พลังงาน” ทั้งที่เจ้าตัวอยู่ระหว่างเดินทางไปพักร้อนกับครอบครัวในต่างประเทศสำหรับเก้าอี้เจ้ากระทรวงพลังงาน มี“บิ๊กเนมหลังม่าน” ลงขันให้ “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” สู้ศึกเลือกตั้ง เฝ้าจับตามองทุกอย่างก้าวของ “ครูใหญ่” ว่าจะโอน “โควตารัฐมนตรี” ให้กลุ่ม- ก๊วน ภายใน หรือจะส่งให้ “คนนอก” มืออาชีพเข้ามากุมบังเหียนทว่าชื่อของ “วราวุธ” ถูกโยนออกมาท่ามกลางกระแสข่าว “ครูใหญ่ – บิ๊กเนมหลังม่าน” ยังหาข้อสรุปกันไม่ลงตัวส่วน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล แม้จะอาสาเป็นตัวเชื่อม แต่ยังไม่พ้นหน้าที่ เมื่อข้อตกลงยังไม่เคาะอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ายังไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีต่างตอบแทนให้ “วราวุธ” ที่นำทัพจาก “พรรคชาติไทยพัฒนา” มาสังฆกรรมกับ ภูมิใจไทยเนื่องจากทั้งคนใน-คนนอก เกือบเต็มโควตา ส่งผลให้ “ลูกท็อป” ออกอาการขาลอยขณะเดียวกันการนำทัพ “เลือดสุพรรณ” ป้องกันเมืองของ “วราวุธ” กลับไม่เข้าเป้าตามแผน เมื่อเสียเก้าอี้ สส.สุพรรณ เขต 2โดย “เฮียเลี้ยง” นพดล…
-
‘เอ็ดดี้’ ถอดสมการ 21 เสียง ทำไม ‘ปชป.’ ถึงเลือก ‘ศักดิ์ศรี’ มากกว่า ‘เก้าอี้รัฐมนตรี’
8 มี.ค.2569-อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “ถอดสมการ 21 เสียง ทำไม ปชป. ถึงเลือก "ศักดิ์ศรี" มากกว่า "เก้าอี้รัฐมนตรี"? เนื้อหาระบุในหน้าฉากการเมืองที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้าไปร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แสดงท่าทีไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลโดยง่าย กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า "เย่อหยิ่ง" หรือ "เล่นตัว"ทว่าหากเราถอยออกมามองผ่านเลนส์การวิเคราะห์เชิงการเมืองและสังคมอย่างรอบด้าน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่หลายคนอาจมองข้าม1. อำนาจการต่อรองตามหลัก "คณิตศาสตร์การเมือง"ด้วยจำนวน สส. 21 เสียง ปชป. ทราบดีถึงน้ำหนักของตัวเองในสมการนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคแกนนำที่มีเสียงอยู่ในมือ การไม่เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง จึงไม่ใช่ความหยิ่งยโส แต่คือความเข้าใจในบริบททางการเมืองอย่างถ่องแท้ พรรคที่มี 21 เสียงไม่ใช่ผู้กำหนดเกม การเลือกที่จะไม่ฝืนเข้าไปอยู่ในสมการที่ไม่ลงตัว จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง2. ต้นทุนทางการเมืองที่สูงกว่าผลประโยชน์การเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขทางนโยบายหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกันอย่างแท้จริง ย่อมมี "ต้นทุนทางการเมือง" ที่สูงลิ่ว การเข้าไปเป็นเพียงส่วนเติมเต็มโดยขาดอำนาจต่อรองในการทำเพื่อประชาชน อาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว3. คำถามสำคัญที่สะท้อน "ศักดิ์ศรีทางการเมือง"พรรคประชาธิปัตย์มีต้นทุนทางการเมืองอยู่ที่ภาพลักษณ์ของการยึดหลักการ ความถูกต้อง และความชอบธรรม แม้วันนี้พรรคอาจไม่ได้ใหญ่เหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ยังเป็นแกนกลางสำคัญคือศักดิ์ศรี การปฏิเสธที่จะวิ่งเต้นเพื่อแลกเก้าอี้…
-
ดรามา ‘สอบเตรียมฯ’
สังคมยุค “ข่าวสารออนไลน์” เนี่ย….“อ่านปุ๊บ-เชื่อปั๊บ” จะออกลูกมาเป็นลิง!เพราะแต่ละข่าวมุ่ง “ดรามา” มากกว่าค้นหาเหตุผลบนฐานข้อเท็จจริง และคนส่วนมากก็ชอบซะด้วยอย่างตอนนี้ เรื่องน้ำมันมาคู่กับสงคราม “อิหร่าน-สหรัฐฯ”บรรดาโทรทัศน์ช่องต่างๆ ออกข่าวดรามากันยกใหญ่…ไหนรัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนไงล่ะ ที่แม่ฮ่องสอน ที่แม่สาย เชียงราย น้ำมันแห้งทุกปั๊มก็มันจะไม่แห้งได้ไงไหว ก็พ่อเล่นแห่มาเติมพร้อมๆ กันยาวเหยียดเป็นกิโล นั่นก็ยังพอว่าแต่นี่…เติมรถแล้ว ยังขนถังแกลลอน ถัง ๒๐๐ ลิตร ใส่ท้ายรถกระบะมาเติมกันด้วยแบบนี้ ต้องไปเติมตามบ่อน้ำมันตะวันออกกลางโน่น ถึงจะไม่แห้งและอีกอย่าง “น้ำมันหมดปั๊ม” ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันขาดแคลน เพียงแต่รถขนส่งน้ำมันจากคลังมาเติมใส่ปั๊ม “มาไม่ทันใจ” พระเดช-พระคุณเท่านั้นเพราะระยะทางมันไกล อีกอย่าง ทุกคนก็รู้ เส้นทางไปแม่ฮ่องสอนนั้น ขืนซิ่ง ก็กลิ้งลงตรงโค้งใด-โค้งหนึ่งก่อนถึงแน่!การรายงานข่าว แทนที่จะเสนอในทางละลายความแตกตื่นเพื่อไม่ให้คนแห่ไปเติมแบบกักตุนแต่นี่ กลับตีข่าวแบบดรามา ทำนองรัฐบาลมีปัญหาเรื่องน้ำมัน คนก็ยิ่งแตกตื่น แห่ไปเติมและกักตุนกันยกใหญ่อีกหน่อย คงยกตุ่มน้ำใส่ท้ายรถบรรทุกไปเติมเป็นแน่!นอกจากดรามาน้ำมันแล้ว….วานซืน มีดรามาสอบเข้า “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา” ที่ “อิมแพ็ค เมืองทองธานี” เรียกว่าดรามากันจนโซเชียลกระจาย“โรงเรียนเตรียมฯ”…..กลายเป็น “โรงเรียนเพชฌฆาตเด็ก” ไปทันทีด้วยข่าวดรามา!คือหยิบเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นมาเสนอ โดยไม่นำข้อเท็จจริงมาบอกว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะเหตุใด?อย่างเช่น เสนอข่าวกันว่า…..“เจ้าหน้าที่คุมสอบมีคำสั่ง "ห้ามนำเงินสดติดตัวเข้าห้องสอบ" โดยอ้างว่าเป็นระเบียบเพื่อป้องกันการทุจริตส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากที่ไม่ได้ฝากของไว้กับผู้ปกครอง หรือเดินทางมาสอบเพียงลำพัง…
-
สิทธิมนุษยชนจอมปลอม! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ ‘ด้อม’ ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม ถล่ม-อุ้มใครแบบไม่ต้องมีหลักฐาน
8 มี.ค.2569-นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถามจริงๆ ไทยจะเดินตามตูดประชาธิปไตยแบบแซม เสรีภาพในการถล่มใครก็ได้ ด้วยข้ออ้างที่ไม่ต้องมีหลักฐาน อุ้มใครก็ได้ ด้อมทั้งหลายจะเอาอย่างนั้นใช่ไหม นี่คือหนทางที่ดีงามที่ด้อมจะเดินตามตูด“ไม่เห็นด้อมออกมาตำหนิลุงแซมเลย ไม่ได้ชวนใครออกมาต่อต้านใครนะ เพียงอายแทนสิทธิมนุษยชนจอมปลอม”
-
“อ.ธนพร” ฟันธง “อนุชา” เสียบรมต. แทน “ประเสริฐ”
“อ.ธนพร” ฟันธงกล้าธรรม ปิ๋วร่วมรัฐบาล มองหากตั้ง “สุริยะ-ประเสริฐ” ส่อขัดรัฐธรรมนูญเหตุมีคดีติดค้างเอี่ยว “เบน สมิธ” แนะตั้ง “พงศ์กวิน-อนุชา” นั่งรัฐมนตรีเพื่อให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็ววันที่ 8 มี.ค. 69 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีการเปิดสภาเพื่อเลือกตำแหน่งประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรี รวมถึงการจัดคณะรัฐมนตรี และอีกเรื่องคือมาตรฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ตามคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องนำเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งจากหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญและเห็นความชัดเจนว่าโอกาสของพรรคกล้าธรรมในการเป็นรัฐบาล ไม่มีโอกาสแล้ว เพราะคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักเอาไว้ว่าบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและความคาดหวังของสังคม รัฐมนตรีคนไหนที่จะเข้ารับ ตำแหน่งแล้วหากสังคมตั้งคำถาม นายกรัฐมนตรีก็จะเสียเก้าอี้ไปด้วย ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาเกณฑ์ตรงนี้เอาไว้ โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ พรรคเพื่อไทยเพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วางเกณฑ์เอาไว้ว่ารัฐมนตรีต้องประพฤติที่ไม่ขัดกับความคาดหวังของสังคมโดยเฉพาะเรื่องที่สังคมยังสงสัยว่าเป็นเรื่องสีเทา ซึ่งในพรรคเพื่อไทยก็มีสองบุคคลที่ปรากฏว่าจะเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้านี้นายสุริยะได้ออกมายอมรับเองว่าเคยมีธุรกรรมเรื่องการซื้อเครื่องบินจากนายเป็นเบน สมิธ ซึ่งเป็นบุคคลที่โดนหมายจับในเรื่องฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดจากการทำความผิด เพราะฉะนั้นเมื่อนายเบน สมิธ…