Category: การเมือง
-
ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ปมยุบสภากว่า 3 แสนข้อความ ชี้ 62% ห่วงทิศทางการเมือง-ปัญหาศก.-ชายแดนไทย-เขมร
ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ปมยุบสภากว่า 3 แสนข้อความ ชี้ 62% ห่วงทิศทางการเมือง-ปัญหา ศก.-ชายแดนไทย-เขมรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นในโลกโซเชียลของชาวเน็ต ตั้งแต่เวลา 22.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถึงเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ภายหลังข่าว นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่า ได้มีการทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฏีกายุบสภา เมื่อคืนวันที่ 11 ธันวาคม 2568 และได้โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฏีกายุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 พบว่า…
-
เปิด 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย สูตรผสมของคนรุ่นใหม่ กลาง เก่า เชื่อกลมกล่อม
ภาพไฮไลต์เปิดชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ พท. ชุดใหม่ ดัน "ยศชนัน" คนรุ่นใหม่สายวิชาการ ผนึกกำลัง "สุริยะ-จุลพันธ์" มากประสบการณ์วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคจำนวน 3 คน ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ โดยน่าจับตาว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นบุตรชายของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่สายวิชาการที่เคยทำงานวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการคนที่ 2 คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์สูง เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคคนที่ 3 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถ โดดเด่นด้านการอภิปรายและดีเบต มีประสบการณ์เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชุดนี้ของพรรคเพื่อไทย สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ กับประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศ.อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…
-
แรงทะลุจอ! ชูวิทย์ พูดทันที หลังอนุทินประกาศลาออก
แรงทะลุจอ! ชูวิทย์ พูดทันที หลังอนุทินประกาศลาออกภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่านายกฯ ประกาศ ยุบสภา เกมการเมืองที่ พรรคประชาชนพลาดแล้วพลาดอีก ผมเคยเตือนก่อนแล้วว่าไม่มีการเมืองที่ไหนทำแบบนี้ หวังแก้รัฐธรรมนูญ ทำ MOA แล้วโหวตให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ส่วนพรรคประชาชนนั่งเป็นฝ่ายค้าน ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์ นั่งฝันว่า 4 เดือนจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วไปเลือกตั้ง จนมาถึงบัดนี้ ท่ามกลางภาวะสงคราม ไทย-เขมร ภูมิใจไทยเลือกหักหลัง ฉีก MOA แล้วยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงภาวะสงคราม ถือว่าใจเหี้ยมมาก แม้ว่าจะยังรักษาการ แบบนี้ไม่ใช่ชาติต้องมาก่อน แต่พรรคต้องมาก่อนพรรคส้มไม่ได้ตามที่หวัง ซ้ำยังไปเปิดโอกาสให้ช่วงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยต้อนบ้านใหญ่เข้าพรรค โยกย้ายข้าราชการ ใช้งบประมาณ เตรียมพร้อมเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนคงคิดว่า หากพรรคภูมิใจไทยตระบัดสัตย์แล้วคะแนนจะตก แต่งานนี้พรรคภูมิใจไทยได้ กินฟรีส่วนพรรคประชาชนถูกหลอก เสียค่าโง่ซ้ำอีกครั้ง ตั้งแต่ MOU จัดตั้งรัฐบาลของ พิธา พรรคก้าวไกล ถูกหลอก…
-
สั้นๆแต่หนัก! กลาโหมยืนยันคุมสถานการณ์ ช่องอานม้า 100%
วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 16.17 น. สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่า ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ “ช่องอานม้า” ได้แล้ว 100% หลังมีเหตุปะทะตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา
-
‘อนุทิน’ ยิ้มร่า ‘เดี๋ยวกลับมา’ หลังโซเชียลทวงเงินคนละครึ่งพลัส
‘อนุทิน’ อารมณ์ดีตอบชาวโซเชียล ทวงเงินคนละครึ่งพลัส บอก ‘เดี๋ยวกลับมา’เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตอบคำถามกรณีที่โซเชียลมีเดียโพสต์ทวงเงินที่ติดไว้ จากโครงการคนละครึ่งพลัส 2,400 บาท โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า “เดี๋ยวกลับมา”
-
กองทัพไทย ประกาศแล้ว! หลังรัฐบาลยุบสภา
วันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชาวันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่า แม้มีการยุบสภาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่ และมีอำนาจดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อให้การปกป้องประชาชนไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องสถานการณ์ชายแดนมีความตึงเครียดจากการที่กัมพูชาดำเนินการรุกล้ำ และโจมตีไทยก่อนในหลายพื้นที่ กองทัพไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมุ่งหมายเพียงเพื่อยุติการคุกคามชีวิตประชาชนและรักษาอธิปไตยของชาติรัฐบาลและกองทัพยืนยันว่ายังคงสั่งการและปฏิบัติการได้ตามอำนาจกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ กฎอัยการศึกในพื้นที่ชายแดนมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายความมั่นคงของไทย และศูนย์แถลงข่าวร่วมฯจะรายงานสถานการณ์อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี และปรารถนาสันติภาพกับกัมพูชา แต่ในขณะเดียวกันจะปกป้องแผ่นดินไทยอย่างเด็ดขาดและชอบธรรม เพื่อความสงบสุขของประชาชนไทยเป็นสำคัญขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่กระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันรักษาความสงบและความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในช่วงเวลานี้พลอากาศเอก ประภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยความร่วมมือ ความเชื่อมั่น และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะรายงานความคืบหน้าเป็นระยะอย่างใกล้ชิด
-
‘วราวุธ’ ยื่นใบลาออกหัวหน้าชาติไทยพัฒนา เตรียมซบ ภูมิใจไทย
จากกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมนำ อดีต สส.ของพรรคทั้ง 10 คน ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดนั้นบรรดาอดีต สส.ของพรรค ชาติไทยพัฒนาทั้ง 10 คน ประกอบด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน อดีตเลขาธิการพรรค นายสรชัด สุจิตต์ นายนพดล มาตรศรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต สส.สุพรรณบุรี นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ นายอนุชา สะสมทรัพย์ และนายศุภโชค ศรีสุขจร อดีต สส.นครปฐม และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต สส.ร้อยเอ็ด ต่างได้ทยอยเดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาแล้วซึ่งรวมถึง นายนิกร จำนง อดีตผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนาด้วยและในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม นี้ อดีตสส.ทั้ง 10 คน นำโดยนายวราวุธจะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ทั้งนี้มีรายงานว่าหลังจากที่นายวราวุธลาออกแล้ว…
-
“เท้ง” แถลงขอโทษประชาชน ผลักดัน รธน. ไม่สำเร็จ ประกาศส่งผู้สมัครครบทุกเขต
วันนี้ 12 ธ.ค.68 ที่พรรคประชาชน เมื่อเวลา12.00น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ได้แก่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรค ภายราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกายุบสภาสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้ง ปี 66 ที่ผ่านมาสิ่งที่พวกเราได้เปชิญตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง เรามีการทำเอ็มโอยูกับพรรคเพื่อไทย แต่เราเองไม่สามารถผลักดันจัดตั้งรัฐบาลโดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากเรื่องของเสียงสว. และการฉีกข้อตกลงเอ็มโอยู2ปีที่ผ่านมามีถอดถอนนายกรัฐมนตรีถึง2 คนโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งพรรคก้าวไกลถูกยุบจนกลายมาเป็นพรรคประชาชน เราผ่านกระบวนการนิติสงครามมามากมายทำให้พรรคประชาชนเองมองเห็นว่า เราไม่สามารถผลักดันประเทศไปได้ไกลกว่านี้ถ้าไม่เดินหน้าแก้ไข ระบบการเมือง กติกาสูงสุดของประเทศให้เป็นไปตามหลักสากลมีความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือการมุ่งหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จึงเป็นที่มาที่เราทำข้อตกลงเอ็มโอเอกับพรรคภูมิใจไทย แต่ท้ายที่สุดผลจากการลงมติในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้(11ธ.ค.) รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ได้มีการประกาศยุบสภาไป ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน เรารู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เราเองยังผลักดันไม่สำเร็จ และขอโทษประชาชนที่ภารกิจในครั้งนี้ถึงแม้จะผลักดันอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองที่เป็นอยู่แต่เราไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดได้ ในการเดินหน้ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งอย่างไรก็ตามในที่ประชุมรัฐสภาก็ยังมีมติให้มีคำถามประชามติในครั้ง1 ซึ่งตอนนี้มีข้อผูกพันตามกฏหมายตามพระราชบัญญัติประชามติ ที่ได้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว หวังว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการจะดำเนินตามข้อกฎหมายที่จะพยายามจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าไปพร้อมพร้อมกับการทำประชามติในส่วนของคำถามที่หนึ่ง เพื่อให้อย่างน้อยน้อยน้อยกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าได้อยู่นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความพร้อมของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตอนนี้เรามีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด…
-
กัณวีร์ สืบแสง ประกาศลาออกจากพรรค พร้อมสาเหตุแท้จริง
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กัณวีร์ สืบแสง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊ก กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang โพสต์ภาพเอกสารใบลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง ระบุว่าเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กัณวีร์ สืบแสง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang เผยภาพเอกสารลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พร้อมชี้แจงว่าตัดสินใจครั้งนี้เพราะยอมรับว่าประเมินสถานการณ์ทางการเมืองผิดพลาด และทำให้ประชาชนต้องรับผลกระทบจากการบริหารประเทศที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่านผมคือหนึ่งใน ส.ส.ที่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้ผมต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ผมประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้ายแรง แม้ว่าผมจะเป็นหนึ่งเสียง ที่ไม่มากพอที่จะทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปในครั้งที่แล้วบทเรียนครั้งนี้สอนผมอย่างเจ็บปวดว่า ไม่ว่าคำอธิบายจะสวยหรูแค่ไหน สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องจ่ายราคาคือประชาชนราคาที่ว่าคือชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน จากการบริหารงานที่ล้มเหลวในการจัดการวิกฤตอุทกภัยคือชีวิตที่สูญเสียจากสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดลุกลามคือการปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมและโครงสร้างอำนาจแบบเดิมๆ กดทับสังคมไทยต่อไปผมจึงขอรับผิดชอบในฐานะคนหนึ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่คิดคำนวณทางการเมืองบนความหวังว่าจะรักษาความบริสุทธิ์ทางอุดมการณ์ของตัวเอง แต่กลับปล่อยให้รัฐบาลที่ไม่ได้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางถืออำนาจบริหารต่อไปในครั้งต่อไป ถ้าประชาชนยังไว้วางใจเลือกผมเข้าไปในสภา ผมจะไม่ยอมยืนอยู่แค่ในมุมที่สบายของฝ่ายค้าน โดยปล่อยให้ฝ่ายบริหารกำหนดชีวิตประชาชนแทนเราอีกต่อไปไม่ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะยากแค่ไหน ไม่ว่าต้องเจรจา ฝ่าด่านผลประโยชน์ หรือถูกกดดันเพียงใด ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เสียงของพี่น้องประชาชนที่ยึดโยงกับผมได้เข้าไปอยู่ในฝ่ายบริหารให้ได้ไม่ใช่เพื่อเก้าอี้ !! แต่เพื่อให้มีคนที่กล้ายืนอยู่ในโต๊ะที่ตัดสินใจได้ว่าอะไรสร้างผลเสียกระทบชีวิตประชาชน อะไรทำลายอนาคตประเทศผมไม่รู้ว่าคำพูดแบบนี้จะถูกใจทุกคนหรือไม่ แต่ผมเลือกที่จะซื่อสัตย์กับบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าเราไม่ยอมเข้าไปรับผิดชอบในอำนาจบริหาร เราก็กำลังปล่อยให้คนอื่นใช้ชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพันแทนเราผมทราบดีว่ามันอาจยังเร็วเกินไปที่จะมาขอโอกาสใหม่แต่ผมก็ต้องหน้าชาและยอมรับความผิดพลาด เพื่อขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนอีกครั้งถ้าวันหนึ่งท่านเห็นว่าสมควรให้ผมกลับไปรับใช้ในสภาอีก ผมขอสัญญาว่าจะไม่ใช้ อุดมการณ์…
-
สดุดี ‘ส.อ.พชร’ ทหารกล้าพลีชีพรายที่ 10 กลางสมรภูมิช่องอานม้า
ขอสดุดีวีรบุรุษทหารกล้า จากสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารไทยพลีชีพในสนามรบแล้ว 9 นาย ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบนายล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 เพจ Army Military Force กองทัพอากาศ มีรายงานว่า ส.อ.พชร แย้มแตงอ่อน กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 2 ตำแหน่ง พนง.วิทยุสนาม สังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) รบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี พลีชีพกลางสมรภูมิช่องอานม้า เนิน 677 อ.นํ้ายืน จ.อุบลราชธานี จากการถูกระเบิดของฝ่ายกัมพูชาเข้าที่ศีรษะ