Category: การเมือง
-
“เท้ง” แถลงขอโทษประชาชน ผลักดัน รธน. ไม่สำเร็จ ประกาศส่งผู้สมัครครบทุกเขต
วันนี้ 12 ธ.ค.68 ที่พรรคประชาชน เมื่อเวลา12.00น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ได้แก่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรค ภายราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกายุบสภาสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้ง ปี 66 ที่ผ่านมาสิ่งที่พวกเราได้เปชิญตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง เรามีการทำเอ็มโอยูกับพรรคเพื่อไทย แต่เราเองไม่สามารถผลักดันจัดตั้งรัฐบาลโดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากเรื่องของเสียงสว. และการฉีกข้อตกลงเอ็มโอยู2ปีที่ผ่านมามีถอดถอนนายกรัฐมนตรีถึง2 คนโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งพรรคก้าวไกลถูกยุบจนกลายมาเป็นพรรคประชาชน เราผ่านกระบวนการนิติสงครามมามากมายทำให้พรรคประชาชนเองมองเห็นว่า เราไม่สามารถผลักดันประเทศไปได้ไกลกว่านี้ถ้าไม่เดินหน้าแก้ไข ระบบการเมือง กติกาสูงสุดของประเทศให้เป็นไปตามหลักสากลมีความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือการมุ่งหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จึงเป็นที่มาที่เราทำข้อตกลงเอ็มโอเอกับพรรคภูมิใจไทย แต่ท้ายที่สุดผลจากการลงมติในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้(11ธ.ค.) รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ได้มีการประกาศยุบสภาไป ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน เรารู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เราเองยังผลักดันไม่สำเร็จ และขอโทษประชาชนที่ภารกิจในครั้งนี้ถึงแม้จะผลักดันอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองที่เป็นอยู่แต่เราไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดได้ ในการเดินหน้ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งอย่างไรก็ตามในที่ประชุมรัฐสภาก็ยังมีมติให้มีคำถามประชามติในครั้ง1 ซึ่งตอนนี้มีข้อผูกพันตามกฏหมายตามพระราชบัญญัติประชามติ ที่ได้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว หวังว่าคณะรัฐมนตรีรักษาการจะดำเนินตามข้อกฎหมายที่จะพยายามจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าไปพร้อมพร้อมกับการทำประชามติในส่วนของคำถามที่หนึ่ง เพื่อให้อย่างน้อยน้อยน้อยกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าได้อยู่นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความพร้อมของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตอนนี้เรามีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด…
-
กัณวีร์ สืบแสง ประกาศลาออกจากพรรค พร้อมสาเหตุแท้จริง
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กัณวีร์ สืบแสง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊ก กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang โพสต์ภาพเอกสารใบลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง ระบุว่าเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม กัณวีร์ สืบแสง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang เผยภาพเอกสารลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พร้อมชี้แจงว่าตัดสินใจครั้งนี้เพราะยอมรับว่าประเมินสถานการณ์ทางการเมืองผิดพลาด และทำให้ประชาชนต้องรับผลกระทบจากการบริหารประเทศที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่านผมคือหนึ่งใน ส.ส.ที่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้ผมต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ผมประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้ายแรง แม้ว่าผมจะเป็นหนึ่งเสียง ที่ไม่มากพอที่จะทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปในครั้งที่แล้วบทเรียนครั้งนี้สอนผมอย่างเจ็บปวดว่า ไม่ว่าคำอธิบายจะสวยหรูแค่ไหน สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องจ่ายราคาคือประชาชนราคาที่ว่าคือชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน จากการบริหารงานที่ล้มเหลวในการจัดการวิกฤตอุทกภัยคือชีวิตที่สูญเสียจากสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียดลุกลามคือการปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมและโครงสร้างอำนาจแบบเดิมๆ กดทับสังคมไทยต่อไปผมจึงขอรับผิดชอบในฐานะคนหนึ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่คิดคำนวณทางการเมืองบนความหวังว่าจะรักษาความบริสุทธิ์ทางอุดมการณ์ของตัวเอง แต่กลับปล่อยให้รัฐบาลที่ไม่ได้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางถืออำนาจบริหารต่อไปในครั้งต่อไป ถ้าประชาชนยังไว้วางใจเลือกผมเข้าไปในสภา ผมจะไม่ยอมยืนอยู่แค่ในมุมที่สบายของฝ่ายค้าน โดยปล่อยให้ฝ่ายบริหารกำหนดชีวิตประชาชนแทนเราอีกต่อไปไม่ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะยากแค่ไหน ไม่ว่าต้องเจรจา ฝ่าด่านผลประโยชน์ หรือถูกกดดันเพียงใด ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เสียงของพี่น้องประชาชนที่ยึดโยงกับผมได้เข้าไปอยู่ในฝ่ายบริหารให้ได้ไม่ใช่เพื่อเก้าอี้ !! แต่เพื่อให้มีคนที่กล้ายืนอยู่ในโต๊ะที่ตัดสินใจได้ว่าอะไรสร้างผลเสียกระทบชีวิตประชาชน อะไรทำลายอนาคตประเทศผมไม่รู้ว่าคำพูดแบบนี้จะถูกใจทุกคนหรือไม่ แต่ผมเลือกที่จะซื่อสัตย์กับบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าเราไม่ยอมเข้าไปรับผิดชอบในอำนาจบริหาร เราก็กำลังปล่อยให้คนอื่นใช้ชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพันแทนเราผมทราบดีว่ามันอาจยังเร็วเกินไปที่จะมาขอโอกาสใหม่แต่ผมก็ต้องหน้าชาและยอมรับความผิดพลาด เพื่อขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนอีกครั้งถ้าวันหนึ่งท่านเห็นว่าสมควรให้ผมกลับไปรับใช้ในสภาอีก ผมขอสัญญาว่าจะไม่ใช้ อุดมการณ์…
-
สดุดี ‘ส.อ.พชร’ ทหารกล้าพลีชีพรายที่ 10 กลางสมรภูมิช่องอานม้า
ขอสดุดีวีรบุรุษทหารกล้า จากสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารไทยพลีชีพในสนามรบแล้ว 9 นาย ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบนายล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 เพจ Army Military Force กองทัพอากาศ มีรายงานว่า ส.อ.พชร แย้มแตงอ่อน กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 2 ตำแหน่ง พนง.วิทยุสนาม สังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) รบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี พลีชีพกลางสมรภูมิช่องอานม้า เนิน 677 อ.นํ้ายืน จ.อุบลราชธานี จากการถูกระเบิดของฝ่ายกัมพูชาเข้าที่ศีรษะ
-
รัฐบาลอนุทิน ยังมีอำนาจเต็ม เพราะชิงยุบสภา
‘บวรศักดิ์’ แจงชัด อำนาจรัฐบาลหลังยุบสภาฯ ยันมีอำนาจเต็ม แต่ต้องระวัง 2 ข้อห้าม เตรียมถก กกต. เดินหน้า ‘คนละครึ่งพลัส-ครม.สัญจรหาดใหญ่’นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงสถานะและอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่รักษาการ ตามนิยามทางวิชาการบวรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่มีการเรียกประชุม ครม. นัดพิเศษ แต่จะมีการประชุมตามปกติในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม นี้ เนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนส่วนคำว่ารัฐบาลรักษาการ”ป็นเพียงศัพท์ทางวิชาการ แต่ในทางรัฐธรรมนูญไทยกำหนดให้คณะรัฐมนตรีชุดเดิมยังคง “ปฏิบัติหน้าที่” ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่หลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเหมือนเดิมทุกประการ ทั้งในด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทว่า แม้จะมีอำนาจเต็ม แต่รัฐธรรมนูญได้กำหนดข้อห้ามสำคัญไว้ 2 ประการที่ ครม. ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ได้แก่ห้ามอนุมัติโครงการใหม่ ที่มีผลผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ ทั้งบุคลากรและยานพาหนะ เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งหากมีความจำเป็นต้อง แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หรือ การใช้งบประมาณงบกลาง (รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น) จะต้องดำเนินการขออนุมัติจาก กกต. ก่อนทุกครั้งสำหรับโครงการที่รัฐบาลได้วางแผนไว้ก่อนการยุบสภา เช่น “โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายบวรศักดิ์ระบุว่า…
-
เฉลยแล้ว ทำไมโดรนเขมรรุก 5 วันติด ใช้เนิน 745, 677 ซากโดรนชี้ร่องรอย ต่างชาติคุมโจมตีไทย
เฉลยแล้วทำไมโดรนกัมพูชารุกหนัก 5 วันติด ใช้เนิน 745 , 677 พื้นที่สูง และใช้ระบบไฟเบอร์ออปติก ป้องกันเจมเมอร์ไทย ซากโดรนชี้ร่องรอยต่างชาติคุมโจมตีไทย พบเทคนิคเดียวกับสมรภูมิยูเครน–รัสเซียเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการสู้รบ ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา 5 วันที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โดรนเป็นยุทโธปกรณ์ในการเข้าโจมตี ฝั่งไทยเป็นจำนวนหลายครั้ง กระทั่งมีการตรวจพบว่าผู้ที่บังคับโดรนดังกล่าวไม่ใช่คนกัมพูชา จึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์จนชัดเจนว่า โดรนที่กัมพูชาใช้กับไทย คล้ายกับมีการใช้ในสงครามยูเครน – รัสเซียการพัฒนาสงครามสมัยใหม่ทำให้โดรนกลายเป็นอาวุธที่เปลี่ยนรูปแบบการรบอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ “โดรน FPV แบบพุ่งชน หรือที่เราเรียกกันว่าโดน Kamikaze” ที่ใช้ในสงครามยูเครน–รัสเซีย ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญที่หลายประเทศนำไปประยุกต์ใช้ รวมถึงกัมพูชาใช้ในเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทยในช่วงที่ผ่านมาสำหรับการวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้าง อุปกรณ์ และภูมิยุทธศาสตร์จากซากโดรนที่ยึดได้ในพื้นที่ไทย ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของแนวคิดทางยุทธวิธี และสาเหตุที่กัมพูชาสามารถใช้โดรนได้ แม้ไม่มีประวัติการฝึกมาก่อนอย่างชัดเจน“โดรน FPV” ในสงครามยูเครน–รัสเซีย เป็นตัวอย่างของอาวุธต้นทุนต่ำ ที่สร้างผลทำลายสูง โครงสร้างหลักประกอบด้วย 1.เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ 2.มอเตอร์ 4 ตัว และ3.กล้อง FPV…
-
การเมืองสะเทือนครั้งใหญ่! ชูวิทย์ ตัดสินใจโพสต์ถึงพรรคส้มทันที หลัง อนุทิน ประกาศยุบสภา
จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา ยุบสภา หลังเกิดปมขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคประชาชนจากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา ยุบสภา หลังเกิดปมขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคประชาชน ซึ่งการยุบสภาครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดวาระของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย โดยใช้เหตุผลเป็นการรับผิดชอบต่อภารกิจที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของพรรคร่วมรัฐบาลต่อมา ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย นักการเมืองเลือดร้อนที่กล้าฉะทุกประเด็นในสังคม ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวซึ่งมีการอ้างไปถึงพรรประชาชน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โดยระบุว่า นายกฯ ประกาศ ยุบสภา เกมการเมืองที่ พรรคประชาชนพลาดแล้วพลาดอีกผมเคยเตือนก่อนแล้วว่าไม่มีการเมืองที่ไหนทำแบบนี้ หวังแก้รัฐธรรมนูญ ทำ MOA แล้วโหวตให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ส่วนพรรคประชาชนนั่งเป็นฝ่ายค้าน ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์ นั่งฝันว่า 4 เดือนจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วไปเลือกตั้งจนมาถึงบัดนี้ ท่ามกลางภาวะสงคราม ไทย-เขมร ภูมิใจไทยเลือกหักหลัง ฉีก MOA แล้วยุบสภาหนีอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงภาวะสงคราม ถือว่าใจเหี้ยมมาก แม้ว่าจะยังรักษาการแบบนี้ไม่ใช่ชาติต้องมาก่อน แต่พรรคต้องมาก่อน พรรคส้มไม่ได้ตามที่หวัง ซ้ำยังไปเปิดโอกาสให้ช่วงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยต้อนบ้านใหญ่เข้าพรรค โยกย้ายข้าราชการ ใช้งบประมาณ…
-
แม่นจนขนลุก! ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พูดไว้เมื่อวันที่ 23 ก.ย.68 ชี้ MOA ไม่มีสภาพบังคับใคร
แม่นจนขนลุก! ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พูดไว้เมื่อวันที่ 23 ก.ย.68 ชี้ MOA ไม่มีสภาพบังคับใครย้อนฟัง เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แม่นมั้ย พูดไว้เมื่อวันที่ 23 ก.ย.68 ชี้ MOA ฉบับนี้ไม่มีสภาพบังคับใครเลย ก่อนวันที่ 12 ธ.ค.68 มีประกาศยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2568 เตรียมเลือกตั้งใหม่ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์คลิปเมื่อครั้งที่เดินทางไปออกรายการ "กรรมกรข่าว คุยนอกจอ" ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2568 โดยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง MOA ของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า"ผมก็คิดว่าแก (อนุทิน ชาญวีรกูล)…
-
“พรรคประชาชน” ออกแถลงการณ์ ลั่นพบกันที่คูหา “อนุทิน” โผล่คอมเมนต์ “ตามนั้นครับ”
พรรคประชาชนแถลง ฟาดรัฐบาลภูมิใจไทยขัดขวางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนในอนาคต เผยพบกันที่คูหาเลือกตั้ง ด้าน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ ต่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่าด้วยการออกเสียงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการยุบสภาสืบเนื่องจากการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันที่ 11 ธ.ค. 68 มีสาระประการสำคัญที่สมาชิกรัฐสภามีความเห็นแตกต่างกัน ได้แก่ การต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้อำนาจ สว. ควบคุมเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางในชั้นกรรมาธิการ พรรคภูมิใจไทยเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ต้องใช้เสียง สว. 1 ใน 3 แต่ในวันนี้กลับโหวตเห็นชอบให้คงอำนาจ สว. ไว้ ซึ่งส่งผลให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่นี้ไม่สามารถนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนต้องการได้อย่างแท้จริงก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนได้พยายามประคับประคองและประนีประนอมกับหลายฝ่าย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองปัจจุบันแต่การแปรญัตติให้ สว. มีอำนาจคุมเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 11 ธ.ค. 68 ถือเป็นสาระสำคัญที่ขัดขวางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนในอนาคตอย่างที่ไม่สามารถจะยอมรับได้ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน และพรรคภูมิใจไทยควรดำเนินภารกิจสุดท้ายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ คือให้รัฐบาลรักษาการมีมติ ครม. ภายในวันอังคารที่ 16 ธ.ค. 68 เพื่อกำหนดวันออกเสียงประชามติเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่คำถามที่ 1…
-
โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ. ยุบสภา เดินหน้าเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2568 เตรียมเดินหน้าเลือกตั้งใหม่ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2568 ระบุว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าด้วยนายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ สมควรยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปด้วยนายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ ว่า ตามที่รัฐบาลได้เข้ารับหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 โดยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาลแต่มิได้มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรในระหว่างที่ประเทศได้เผชิญความท้าทายหลายประการเพราะความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชารัฐบาลได้เร่งดำเนินการทุกวิถีทางในการบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศที่รุมเร้าให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว รวมทั้งมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและ สันติสุขให้เกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง อันจะนำพาการเมืองการปกครองของประเทศให้ก้าวหน้าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน อาทิ การผลักดันการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ การช่วยเหลือเยียวยาความเดือนร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามบ่อนการพนัน การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติภัยไซเบอร์ และการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆการเร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาผ่านกลไกการเจรจาทางการทูตที่เหมาะสมควบคู่กับการป้องกันประเทศที่เข้มแข็งรวมทั้งกำหนดมาตรการในการดำเนินการเพื่อรองรับและลดผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนแต่การบริหารราชการแผ่นดินจำเป็นต้องมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม โดยที่รัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่มีปัญหารุมเร้าในหลาย ๆ…
-
ดูเลย! ‘ยุบสภา’ กระทบ 7 ข้ออะไรบ้าง? แต่ที่แน่ๆประเทศเข้าสู่ ‘โหมดสุญญากาศ’ ทางนโยบาย
วิเคราะห์ผลกระทบ 7 ข้อหลังยุบสภา รัฐบาลรักษาการมีอำนาจจำกัด สัญญารัฐขนาดใหญ่ถูกแช่แข็ง ข้าราชการระดับสูงเกียร์ว่างกระทบถึงราคาข้าวของ!การยุบสภา เท่ากับประเทศเข้าสู่โหมดเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลรักษาการทำงานได้จำกัด สถานการณ์การเมืองร้อนขึ้น เศรษฐกิจชะลอรอทิศทาง นโยบายใหญ่หยุดชั่วคราว ส่วนเรื่องชายแดนเป็น “ภารกิจพิเศษ” ที่รัฐบาลรักษาการยังต้องทำเต็มอำนาจตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้1) การเมืองเข้าสู่โหมด “สุญญากาศทางนโยบาย”* สภาไม่มี ส.ส. → กฎหมายใหม่ออกไม่ได้* นโยบายที่ต้องผ่านสภาถูก “แช่แข็ง” เช่น▸ งบประมาณใหม่▸ กฎหมายภาษี▸ กฎหมายปฏิรูปต่างๆ* ประเทศยังเดินได้ แต่เปลี่ยนเป็น ระบบรักษาการ ซึ่งทำได้เฉพาะงานประจำผลลัพธ์: ความเร็วในการแก้ปัญหาเชิงนโยบายลดลง2) รัฐบาลรักษาการมี “อำนาจจำกัด”ทำได้แค่สิ่งที่จำเป็น เช่น* ดูแลความมั่นคง* บริหารราชการปกติ* แก้ปัญหาฉุกเฉินแต่ ทำไม่ได้ เช่น* ทำสัญญารัฐขนาดใหญ่* ปรับโครงสร้างประเทศ* แต่งตั้งโยกย้ายใหญ่แบบยาว* ออกนโยบายใหม่ที่ผูกพันอนาคตรัฐบาลชุดถัดไป 3) ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจชะลอทันทีนักลงทุนจะระมัดระวังมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใครและเดินทิศทางไหน แผนลงทุนของเอกชนชะลอรอดูความชัดเจน โครงการรัฐ ได้รับผลกระทบ เช่น: EEC, โครงสร้างพื้นฐาน, พลังงาน, นโยบายดิจิทัล–AI4) ประเทศเข้าสู่โหมดเลือกตั้งการยุบสภาทำให้ต้องมีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่…