Category: การเมือง

  • ไทยตอกหน้าเขมร กลางวงประชุมเจนีวา ขอ ‘เลขาUN’ ตั้งผู้ตรวจสอบอิสระ พิสูจน์ทุ่นระเบิดชายแดน

    6 ธ.ค.2568-เพจกระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand เผยแพร่ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 ของอนุสัญญาออตตาวา ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวารัฐมนตรีฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยย้ำว่าไทยมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ มาตลอด และได้ใช้กลไกทวิภาคีทุกช่องทางด้วยความจริงใจเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ไทยไม่ประสงค์ที่จะทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง แต่การที่ทหารของไทยได้รับความสูญเสียและต้องทุพลภาพอย่างถาวรจากการใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดข้อ 1 ของอนุสัญญาฯ อย่างชัดแจ้งนั้น จึงจำเป็นต้องกล่าวถ้อยแถลงนี้ในนามของประชาชนผู้ที่ต้องเผชิญกับการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไทยไม่มีทางเลือกและต้องสงวนสิทธิในการดำเนินการตามกลไกข้อ 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาฯ เพื่อขอคำชี้แจงจากกัมพูชา แต่คำชี้แจงของกัมพูชากลับขัดแย้งกับหลักฐานที่ได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว อีกทั้งยังมีการบิดเบือนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐมนตรีฯ ตั้งคำถามว่า หากรัฐภาคีสามารถวางทุ่นระเบิดใหม่แล้วเพียงปฏิเสธได้โดยไม่ต้องรับผลการกระทำใด ๆ จะเกิดอะไรขึ้น หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งถัดไปรัฐมนตรีฯ เห็นว่า…

  • ‘ยาช่วยย่อย’ กินมากไป อันตรายไม่รู้ตัว

    ยาช่วยย่อยเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้นเท่านั้น การรับประทานยาเหล่านี้เป็นเวลานานโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือไม่มีข้อบ่งใช้เรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ อาจเกิดผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารอาการความอึดอัดหลังจากรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด เหมือนอาหารไม่ย่อย มักพบได้บ่อยครั้ง หลายคนเลือกรับประทานยาช่วยย่อยอาหาร แก้ไขอาการให้คลี่คลาย แต่วิธีนี้อาจไม่ได้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นได้เสมอไป“คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีคำแนะนำ และข้อควรระวังเกี่ยวกับการรับประทานยาช่วยย่อยอาหาร เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อร่างกายยาช่วยย่อย คืออะไรยาช่วยย่อย โดยทั่วไปหมายถึงยาที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง โดยหากแบ่งตามการออกฤทธิ์ของยา สามารถแบ่งเป็นกลุ่มๆ ได้แก่ ยาเอนไซม์ ที่ประกอบไปด้วยเอนไซม์ช่วยย่อยสารอาหารส่วนเกิน, ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ที่ช่วยบรรเทาอาหารปวดเสียดท้องจากการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไป หรือในคนที่มีแผลในกระเพาะอาหารและทนภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไปไม่ได้, ยาขับลมที่ออกฤทธิ์ช่วยลดแรงตึงผิวของฟองอากาศในกระเพาะอาหาร ทำให้ลมถูกขับออกมาทางปากและทำให้อาการแน่นท้องทุเลาลง และสุดท้ายคือกลุ่มยาสมุนไพร ซึ่งมักมีการออกฤทธิ์หลายกลไก ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง ขึ้นกับชนิดของสมุนไพรยาในกลุ่มนี้เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้นเท่านั้น การรับประทานยาเหล่านี้เป็นเวลานานโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือไม่มีข้อบ่งใช้เรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ อาจเกิดผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องตับหรือไตทำงานผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนหาซื้อยามารับประทานเองประเภทของยาช่วยย่อยยาช่วยย่อยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ คือ1.กลุ่มเอนไซม์ช่วยย่อย (Digestive Enzymes) เป็นยาที่มีส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารแต่ละประเภท เช่น-อะไมเลส (Amylase) ช่วยย่อยแป้งและคาร์โบไฮเดรต-โปรตีเอส (Protease) ช่วยย่อยโปรตีน-ไลเปส (Lipase) ช่วยย่อยไขมันยากลุ่มนี้มักใช้ในผู้ที่มีภาวะตับอ่อนทำงานลดลง หรือผู้สูงอายุที่ร่างกายผลิตเอนไซม์น้อยลง…

  • ย้อนเส้นทางพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ จากอดีตผบ.ทบ. – สนช. – สว.ชุดพิเศษ สู่รองเลขาธิการพระราชวัง

    พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กแดง” ตกเป็นที่พูดถึงในหน้าสื่อจากการถ่ายภาพร่วมเฟรมกับเบน สมิธ หนึ่งในผู้ที่คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดทรัพย์จากกรณีเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยพล.อ.อภิรัชต์ แจงความสัมพันธ์ว่าไม่ได้สนิทสนม แต่รู้จักแบบ “ผิวเผิน”ภาพถ่ายดังกล่าว ถ่ายเมื่อปี 2557 ขณะนั้นพล.อ.อภิรัชต์รับราชการทหารอยู่ แต่เส้นทางชีวิตของ “บิ๊กแดง” ไม่ได้จบที่กองทัพบกเท่านั้น เขายังมีบทบาทเกี่ยวพันกับรัฐบาลคณะรัฐประหารปี 2557 เป็นสมาชิกสภาแต่งตั้ง ต่อเนื่องมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดพิเศษโดยตำแหน่ง หลังเกษียณอายุราชการ ก็ได้รับบทบาทใหม่เป็นรองเลขาธิการราชวัง และรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ลูกชายอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร 2534พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เกิดและเติบโตมาในครอบครัวของ “ทหาร” เป็นบุตรชายคนโตของพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กจ๊อด” อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) และอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ผู้นำรัฐประหารเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ยึดอำนาจจากรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ การรัฐประหารในครั้งนั้น รสช. อ้างเหตุผลผ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 1…

  • “อนุทิน” แฉ “สุริยะ-ศึกษิษฎ์” ไม่ได้อยู่ในวงสนทนา เหน็บ ”ระดับสูงไม่พอร่วมวงคุย” ยันภาพถ่ายคู่ทักษิณก็มีเยอะ

    เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 4 ธ.ค. ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย เชื่อว่านายอนุทินมีความสนิทสนมกับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ มากกว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน พร้อมทั้งบกพร่องในหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้ต้องปลดจากตำแหน่ง ว่านายสุริยะเวลาที่ท่านนั่งรถกับตนเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ท่านก็ชื่นชมตนแล้วชื่นชมอีก เชื่อว่าลึกๆนายสุริยะก็ทราบว่าพวกเราทำงานกันอย่างไร ตนเคารพท่าน ซึ่งนายสุริยะกับตนไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย เจอกันเมื่อไหร่ท่านก็ชื่นชมว่าเป็นนักการเมืองที่เติบโตเร็วยินดีที่ได้ร่วมงานกันจากนั้น นายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า “ท่านสุริยะกับใครนะ อ่อ โฆษก” ก่อนยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า ทั้งสองท่านไม่ได้อยู่ในวงสนทนา การสนทนาระดับผมต้องระดับสูงขึ้นไป ดังนั้น ทั้งสองท่านคงไม่รู้เรื่องอะไร และตนจะไปเถียงท่านทำไม ตนเคารพท่านจะตายกับนายสุริยะ“ผมก็มีภาพถ่ายคู่กับท่านทักษิณตั้งเยอะ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย” นายอนุทิน กล่าวเมื่อถามว่า ประเมินหรือไม่ว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยภาพออกมาในช่วงเวลานี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้มองอะไรเลยเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับตน เรื่องที่มีสาระของตนคือการเตรียมความพร้อม ในการดูแลพี่น้องประชาชน และวันนี้ที่มาภาคอีสานก็มาดูแลพี่น้องประชาชนที่เกิดจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา อีกวันสองวันก็จะลงไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่คิดแล้วทำแล้ว…

  • เปิดคำสั่งแต่งตั้ง-โยกย้าย “นายอำเภอ” ทั่วประเทศ 196 ตำแหน่ง

    วันนี้ (5 ธ.ค.2568) กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่คำสั่งย้ายข้าราชการ ที่ 3660/2568 ลงวันที่ 4ธ.ค.2568 ลงนามโดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง จำนวน 196 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2568 เป็นต้นไปอ่านข่าว : นิติวิทยาศาสตร์ชี้ "ไซยาไนด์" ในกระเพาะ "นัทปง" ครอบครัวอายัดศพ-ตร.เร่งคลี่ปมกกท.ขู่ดำเนินคดีหากพบ "ข้อมูลเท็จ-หมิ่นประมาท" ซีเกมส์ ครั้งที่ 33https://www.thaipbs.or.th/news/content/359168

  • ส่องตำแหน่งน่าสนใจของ ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’

    ธรรมนัสธรรมนัสธรรมนัสไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีชื่อของ ธรรมนัส เต็มไปหมดเลยในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนต่างพูดถึง ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ กันอย่างกว้างขวาง—มากเสียจนคนที่ไม่ตามการเมืองยังตั้งข้อสังสัยเพราะตามเก็บข้อมูลกันไม่ทันว่า “ตกลงเขาดำรงตำแหน่งอะไรบ้างกันนะ?”The MATTER เลยอยากชวนทุกคนไปดู ‘ตำแหน่ง’ ที่ ‘น่าสนใจ’ ของธรรมนัสในปีนี้ไปพร้อมๆ กันGraphic Designer: Krittaporn Tochan👀 ส.ส.พะเยา เขต 1 และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมย้อนกลับไปช่วงประมาณกลางปี 2566 ธรรมนัสเข้ารับหนังสือรับรอง ส.ส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการในฐานะ ส.ส.พะเยา เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่ช่วงธันวาคมของปี 2567 ธรรมนัสและพวกจะถูกขับออกจากพรรค ฐานผิดจรรยาบรรณร้ายแรงซึ่งหลังจากที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ ธรรมนัสและส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐอีกกว่า 19 คน ได้เข้าสังกัดพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ กระทั่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ธรรมนัสได้เข้ารับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ โดยมี นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค และไผ่ ลิกค์ เป็นเลขาธิการพรรค👀 รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯเดิมทีธรรมนัสดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คนที่ 30…

  • กางโผ ‘โยกย้ายมหาดไทย’ ตำแหน่งอำนวยการ-นายอำเภอ ล็อตใหญ่ 203 ราย

    รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า มีการรายงานคำสั่งสำคัญที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ลงนามเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อโยกย้ายข้าราชการรวม 203 รายรายงานข่าวระบุว่า คำสั่งดังกล่าวประกอบด้วยการโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง จำนวน 7 ราย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไปและโยกย้ายระดับนายอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 196 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568บัญชีโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง (7 ราย)ข้าราชการตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง จำนวน 7 ราย ที่ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ประกอบด้วย:1. นายพิระ กาญญ จากผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ไปเป็น ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง2.นางสาววรรณี วุฒิฤทธาคุณ จากผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง ไปเป็น ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองน3.นายภัควัต ชัยธรรศิษฏ์ จากอธิการวิทยาลัยการปกครอง…

  • ชื่นมื่น ‘นายกฯอนุทิน’ โพสต์ภาพพาพ่อ-ครอบครัว กินข้าวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

    ชื่นมื่น ‘นายกฯอนุทิน’ โพสต์ภาพพาพ่อ-ครอบครัว กินข้าวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ร้านโปรดห่านพะโล้เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พาพ่อแม่เมีย น้องหลานไปกินห่านพะโล้เนื่องในวันพ่อ #ฉั่วคิมเฮงโดยในภาพนอกจากมีนายอนุทิน และน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา แล้ว มีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล บิดาและมารดาของนายอนุทินด้วย

  • ปธ. สวน “กัณวีร์” ไม่เคยชงขอมติโหวตนายกฯ หากอยากย้ายพรรค ต้องคืนตำแหน่ง สส.

    ภาพไฮไลต์พรรคเป็นธรรม ชี้แจงข้อเท็จจริง ลั่น “กัณวีร์” ไม่เคยชงพรรคขอมติโหวตนายกฯ ซ้ำไร้คำชี้แจง ถามความเหมาะสม บอกคุยตั้งพรรคใหม่ทั้งที่ยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อ หากอยากย้ายพรรค ต้องคืนตำแหน่งวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเป็นธรรม (ปธ.) เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ถึงประเด็นการให้สัมภาษณ์ของ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ อดีตเลขาธิการพรรค ตามที่มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับบทบาทการทำงานในพรรคเป็นธรรม พรรคขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องดังนี้1. ตำแหน่งเลขาธิการพรรค เป็นตำแหน่งบริหารที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนมติและภารกิจทางการเมืองของพรรค รวมถึงการนำเรื่องสำคัญเข้าสู่การประชุมเพื่อกำหนดจุดยืนร่วมกันตามข้อบังคับ ในกรณีการโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคได้มอบหมายให้นำเรื่องเข้าสู่การประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิด “มติพรรค” ตามหลักการประชาธิปไตยภายในพรรค แต่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้ถูกเสนอเข้าที่ประชุม ทำให้พรรคไม่สามารถประกาศจุดยืนร่วมกันได้ภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น พรรคจึงไม่เคยมีมติรับรองใดๆ ต่อเรื่องนี้ พรรคได้ขอให้มีการชี้แจงในที่ประชุมกรรมการบริหารในการประชุมครั้งถัดมา แต่ก็ไม่ได้มีการชี้แจง2. ตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อของนายกัณวีร์ มาจากคะแนนเสียงรวมของประชาชนที่เลือกพรรคเป็นธรรม ไม่ใช่คะแนนส่วนบุคคลตามหลักการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ดังนั้น หากสมาชิกประสงค์จะย้ายพรรคในอนาคต ย่อมต้องคืนตำแหน่งให้พรรคเดิมก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างเจตนารมณ์ของประชาชนกับเส้นทางการเมืองของบุคคล ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เคารพกันโดยทั่วไปในระบอบประชาธิปไตย3. การแสดงความประสงค์ลงสมัครเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคได้แจ้งไทม์ไลน์และขั้นตอนตามข้อบังคับให้สมาชิกที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารทุกคนเท่าเทียมกัน ให้ยื่นความประสงค์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่นายกัณวีร์ ไม่ได้ยื่นความประสงค์ภายในกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสรรหาคณะผู้บริหารชุดใหม่ จึงเป็นเหตุให้หัวหน้าพรรคต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค…

  • ค้านเดือด! กัณวีร์ สืบแสง เคลื่อนไหวเเล้ว หลัง พรรคเป็นธรรม สั่งปลดฟ้าผ่า

    จากกรณีพรรคเป็นธรรม ได้มีการปรับโครงสร้างภายใน และมีมติให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เนื่องจากได้กระทำการอันขัดต่อข้อบังคับพรรคจากกรณีพรรคเป็นธรรม ได้มีการปรับโครงสร้างภายใน และมีมติให้ปลด นายกัณวีร์ สืบแสง ออกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เนื่องจากได้กระทำการอันขัดต่อข้อบังคับพรรค โดยแอบอ้างใช้มติพรรคในการสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา โดยมิได้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งที่ข้อบังคับพรรคกำหนดให้ต้องได้รับมติจากคณะกรรมการบริหารพรรคในประเด็นการสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นล่าสุด ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง ได้ออกมาชี้เเจง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang โดยระบุว่า ตามที่พรรคเป็นธรรมได้ออกแถลงการณ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งภายในพรรค และมีมติปลดผมออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ผมขอเรียนชี้แจงต่อสาธารณชนและพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้1. การกล่าวหาว่าอ้างมติพรรคในการมตินั้นไม่เป็นความจริง จะมาบอกว่าแอบอ้างมติพรรคได้อย่างไร ในเมื่อพรรคไม่เคยมีมติใด ๆ ในประเด็นนี้ หรือประเด็นใด ๆ ตั้งแต่แรก หรือหากเคยมีจริง ก็ไม่เคยถูกสื่อสารมาถึงผมเลย ผมจึงไม่อาจอ้างอิงสิ่งที่ผมไม่เคยได้รับรู้ได้ การลงมติในสภาฯ ของผมเป็นไปตามดุลยพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญ และผมไม่เคยอ้างถึงมติพรรคในเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การโหวตนายกรัฐมนตรีได้เกิดขึ้น มาสักพักแล้ว การจะหยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นเหตุปลดในเวลานี้ จึงยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากขึ้นว่าทำเพื่ออะไร2. ในทางปฏิบัติ ผมเป็น ส.ส. คนเดียวของพรรค และไม่ได้มีการติดต่อหรือหารือร่วมกับฝ่ายบริหารพรรคมาเป็นเวลานาน…