Category: การเมือง
-
คณะทำงาน‘ซาบีดา’ ปัดกล้องนักข่าว หลังถามรมต.ปม‘ชาดา’ บอกห้ามถามเรื่องนี้
คณะทำงาน‘ซาบีดา’ ปัดกล้องนักข่าว หลังถามรมต.ปม‘ชาดา’ บอกห้ามถามเรื่องนี้คณะทำงาน‘ซาบีดา’เดือด ปัดกล้องมือถือนักข่าว หลังขอสัมภาษณ์ประเด็นคลิปหลุด‘ชาดา’ สั่งห้ามถามเรื่องนี้ บอก“ขอแค่งานนี้นะ”เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. 2568 ที่โรงแรม อวานีขอนแก่น แอนด์คอนเวนชั่น เซนเตอร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประชุมและแสดงสินค้าจากผ้าไหมมัดหมี่ “World Ikat Textile Symposym 2025” ระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.2568 โดยทางจังหวัดขอนแก่น และคณะทำงาน ได้เชิญ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม มาเป็นประธานเปิดงานโดยมีนายยุทธพร พิรุณสาร รอง ผวจ.ขอนแก่น นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สส.ขอนแก่น เขต 11 พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ประกอบการด้านผ้าไหม รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาร่วมงานจำนวนมากหลังพิธีเปิดงาน น.ส.ซาบีดา ได้เดินเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตามบูธต่างๆ กว่า 20 บูธ รวมทั้งถ่ายภาพร่วมกับเจ้าของผลิตภัณฑ์จนเสร็จสิ้นทุกบูธขณะกำลังจะเดินออกจากห้องประชุม เพื่อไปปฏิบัติภารกิจอื่นต่อ ผู้สื่อข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ…
-
ขนลุก! กูรูใหญ่ สาปแช่งพรรคเพื่อไทย หลังข่าวซูเอี๋ยพรรคส้ม
3 ธันวาคม 2568 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความคิด ที่เพื่อไทย และประชาชนจะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งแล้วเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือท่าดีทีล้มละลายทางการเมือง!!!!การเข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของนายจุลพันธ์ได้ทำให้สถานการณ์ทางการเมือง ที่เป็นฝ่ายถอยร่น พลิกกลับมาตั้งตัวได้แต่ในพลันที่มีข่าวว่า นายจุลพันธ์ไปเห็นดีเห็นงาม กับการชะลอยื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สำเร็จก่อน โดยรู้ดีอยู่แล้วว่าพรรคที่ขัดขวางและไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแข็งขันมาแต่ต้นคือพรรคภูมิใจไทย โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนฉิบหายเสียหายของประเทศชาติและประชาชน ที่แผ่ขยายตัวไปทั่วแผ่นดินแล้วเสียงสาปแช่ง นายจุลพันธ์และพรรคเพื่อไทยก็เริ่มกระหึ่มขึ้นมาทั่วประเทศ อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในยามลมจัดถ้าหากเกิดจากมีความคิด ที่จะจับมือกับพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง แล้วส่งผล อะไรต่ออะไรมากมายเช่นนี้ นายจุลพันธ์และพรรคเพื่อไทยจะรับไหวหรือเพราะมันยิ่งกว่าการฝัน กลางตลาด ในเวลากลางวันซะอีกน่าเสียดายยิ่งนัก แค่ก้าวขาก้าวแรกก็ล้มหัวคะมำเสียแล้ว"
-
รู้แล้ว! เปิดสาเหตุ “พรรคเพื่อไทย” ไม่กล้ายื่นซักฟอก “อนุทิน” ทั้งที่ตัวเองได้เปรียบ
วันที่ 2 ธันวาคม 2568 จากกรณีท่าที่จุดยืนของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมาคุยในนาทีนี้ กระบวนการตรวจสอบของพรรคไม่ได้หยุดนิ่ง ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และติดตามการทำงานของรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ฉะนั้นเรารวบรวมประเด็นทั้งหมดอยู่ล่าสุด นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “เทพไท – คุยการเมือง ระบุว่า ทำไม? เพื่อไทย ไม่กล้ายื่นซักฟอก อนุทินมีการปล่อยกระแสข่าวลือว่า ครูใหญ่แห่งบ้านบุรีรัมย์ได้พูดคุยกับผู้มีอำนาจของพรรคเพื่อไทย จับมือกันจะยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาปฏิเสธข่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่แนวความคิดที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นั่นแสดงว่าการจะยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามที่นายอนุทินได้ส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลให้เตรียมพร้อม และดูความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ประกอบกับมีกระแสข่าวว่า นายณัฐพงษ์…
-
ชัดเจน! นายกแป้น เคลื่อนไหวแล้ว ปมถูกไล่ลาออกหลังน้ำท่วมพังเมือง
not found
-
เฮียเน้า แปดริ้ว ขยับนั่ง สส. แทน หลัง เฉลิม ลาขาด เพื่อไทย ย้ายซบ พลังประชารัฐ
ปิดฉากตำนานบ้านริมคลอง เฉลิม อยู่บำรุง ประกาศลาขาดเพื่อไทยจ่อซบพรรคบิ๊กป้อม 12 ธันวาคมนี้ เปิดทาง เฮียเน้า แปดริ้ว บัญชีรายชื่อลำดับ 44 เลื่อนชั้นเสียบเก้าอี้ผู้แทนในสภาเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองรุ่นเก๋า ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าได้ตัดสินใจเซ็นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดการยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 การตัดสินใจครั้งนี้เจ้าตัวระบุว่าเป็นเหตุผลทางการเมือง และยอมรับว่าไม่ได้มีการหารือกับลูกชาย วัน อยู่บำรุง หรือแจ้งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยทราบล่วงหน้าแต่อย่างใดเส้นทางเดินต่อไปของเฉลิมมีความชัดเจนแล้วว่าจะย้ายไปสังกัด พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยได้วางกำหนดการที่จะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของพรรคพลังประชารัฐที่เพิ่งมีการประชุมใหญ่และยืนยันสถานะของ พล.อ.ประวิตร ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผลพวงจากการลาออกของเฉลิม ทำให้เก้าอี้ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยว่างลง 1 ตำแหน่ง ส่งผลให้กลไกของระบบบัญชีรายชื่อทำงานทันที โดยผู้ที่มีสิทธิ์เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนคือ นายสมชัย…
-
‘ชูวิทย์’ ซัด ‘อนุทิน’ รับผิดวิกฤตอุทกภัยหาดใหญ่ช้า ยังพูดติดวาทกรรมทางการเมือง ไม่จริงใจขอโทษประชาชน
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ว่า '7 วัน เข้าบ้าน 14 วัน ขยะหมด' เป็นเป้าหมายที่ดี หากรัฐบาลทำได้ ไม่อย่างนั้นก็เหมือนเดิมที่ ดีแต่พูด ขอให้กำลังใจทำให้ได้ทีเถอะ เพราะถือเป็นผลดีต่อประชาชนชาวหาดใหญ่แต่การพูดมักต่างกับการกระทำ นักการเมืองแต่ละคนไล่ตั้งแต่รัฐมนตรี ถึง นายกรัฐมนตรี ไม่มีใครรู้เรื่องภัยพิบัติน้ำท่วมสักคน แต่ใช้ลีลาวาจาเสมือนผู้เชี่ยวชาญ ทั้งๆ ที่เป็นแค่เด็กฝึกงานในเรื่องน้ำด้วยซ้ำ จึงได้แต่พาทัวร์ดูสภาพบ้านเมืองวอดวาย แล้วก็ไปแจกของ แจกอาหาร แจกถุงยังชีพ แม้แต่คนพื้นที่อย่าง “นายกฯ แป้น” ยังพังไม่เหลือสภาพวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้เราได้เห็นไส้ในของนักการเมืองทุกคน ที่ทำงานไม่เป็น แต่ยังอาสามาบริหารบ้านเมือง ครั้นเมื่อเจอกับวิกฤตน้ำท่วมก็ทำอะไรไม่ถูก บางคนไต่ชั้นจากท้องถิ่นมาเป็น สส. และเข้ามาควบคุมองคาพยพต่างๆ ในระบบงานราชการ จนได้เป็นรัฐมนตรี ถามจริงๆ เคยมีประสบการณ์บริหารงานอะไรมาก่อนหรือเปล่า?แต่คุณสมบัตินักการเมืองที่ต้องมี เพียงแค่ภาพลักษณ์ การพูดให้คนเชื่อ หลังจากที่ได้เป็นก็รักษาอำนาจไว้ทุกวิถีทาง บางคนส่งต่อให้ลูกให้หลาน ทั้งที่คนต่างๆ เหล่านั้นทำงานไม่เป็น แต่มีเงินทองล้นหลามจากการเมือง และเครือข่ายคะแนนเสียง ได้เสวยสุขอำนาจบารมีที่ส่งต่อผ่านมาถึงลูกหลานเหมือนสมบัติประจำตระกูล แต่ไม่มีจิตใจของความเป็นนักการเมืองที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงทุกประเทศที่มีภัยพิบัติ ไม่มีนายกฯ…
-
ทรงพลัง! สื่อกัมพูชาทำโพลล์ ‘คนเขมร’ สนับสนุนคว่ำบาตรสินค้าไทยอย่างล้มหลาม
(ซ้าย) คนงานชาวกัมพูชาเข็นรถเข็นที่บรรทุกผักและผลไม้จากประเทศไทย ณ ด่านชายแดนปอยเปด (ขวา) สินค้าไทยที่จำหน่ายเปืดผลสำรวจของ Khmer Times สื่อภาษาอังกฤษ ภายใต้การกับของรัฐบาลกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างล้นหลามต่อการคว่ำบาตรสินค้าไทย หลังจากเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับพลเรือนชาวกัมพูชา และการที่ไทยยังคงควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่จับกุมได้หลังจากการหยุดยิงจากผลสำรวจความคิดเห็นของ Khmer Times เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างกัมพูชาและไทย พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 4,328 คน 94% สนับสนุนการคว่ำบาตรสินค้าไทยทุกประเภท ความรู้สึกของประชาชนยังคงแผ่ซ่านไปทั่วประเทศหลังจากที่ไทยจับกุมทหารกัมพูชา 18 นายอย่างผิดกฎหมายหลังการหยุดยิง ส่งผลให้ข้อพิพาทเรื่องดินแดนทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งยังคงคุกคามที่จะปะทุขึ้นที่ชายแดน แม้หลังจากการลงนามในปฏิญญาสันติภาพร่วมกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจอย่างลึกซึ้งของชาวกัมพูชาเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนที่มีมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเคยอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารและการเผชิญหน้าทางการทูตเป็นระยะๆ การกักขังทหารกัมพูชาเป็นเวลานานได้จุดชนวนความตึงเครียดเหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เกิดเส้นแบ่งที่ชัดเจนสำหรับชาวกัมพูชาจำนวนมากที่รู้สึกว่าอธิปไตยของตนกำลังถูกคุกคามผลตอบรับจากการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงปฏิกิริยาต่อการกักขังทหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงประเด็นที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับความภาคภูมิใจในชาติและการกำหนดชะตากรรมของตนเอง ชาวกัมพูชาจำนวนมากมองว่าการคว่ำบาตรเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อแสดงความไม่พอใจร่วมกันต่อการกระทำของไทย ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการรุกรานและบิดเบือนสินค้าไทยที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ KT/Pann Rachanaข้อตกลงสันติภาพที่เรียกกันนี้ค่อนข้างไม่มั่นคงนัก เนื่องจากประเทศไทย ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นกำลังทหารและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า ยังคงละเมิดข้อตกลงนี้โดยไม่ต้องรับโทษใดๆ ดังจะเห็นได้จากการกระทำของกองทัพเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เมื่อทหารไทยเปิดฉากโจมตีชาวบ้านผู้เคราะห์ร้ายในเปรยจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย ชายแดน มีชายเสียชีวิต 1 ราย…
-
เปิดสีหน้า นายกฯแป้น หลังเจอ ชาดา ซัดแรง กลางที่ประชุม แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่
เปิดสีหน้า นายกฯแป้น หลังเจอ ชาดา ซัดแรง กลางที่ประชุม แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่วันที่ 2 ธ.ค. 2568 แชร์ว่อนทั่วโซเชียลกับช่วงนาทีเดือดของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ระหว่างการประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือ นายกฯแป้น เข้าร่วมประชุมอยู่ด้วยชาดาได้พูดในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าช่วงหนึ่งว่า ตนได้บอกกับนายกฯแป้นให้ ทำให้จบ ทำให้เสร็จ ขอโทษประชาชน แล้วลาออกไปเลย พร้อมย้ำว่า ต้องมีคนลาออกตามนายกฯแป้นไปด้วยชาดาระบุว่า วันนี้คุณไม่มีจิตวิญญาณครับ แล้วไม่มีพยายามความพยายามที่จะเข้าไปช่วยมันถือว่ารัฐล้มเหลวครับ กลไกของรัฐล้มเหลวหมดเลย ถ้าปีหน้าเป็นอย่างนี้อีกจะทำยังไงสิ่งที่สำคัญนะครับ วันนี้ต้องทำความสะอาดเมืองให้ก่อน ฆ่าเชื้อให้ก่อน อย่าให้ภาพเก่ามันอยู่ อย่าให้เขานึกถึงภาพเก่าอยู่ตลอดเวลาวันนี้สิ่งที่จะเยียวยาคือเมืองต้องสะอาดแล้วเก็บทุกอย่างออกไปให้หมด ขยะแม้แต่ตามคลองเต็มหมดนะครับ ขับไปดูละกัน ผมเดินเข้าเขต 8 นี่ มันลุยน้ำเข้าไปได้นะ ขยะมันยันอยู่ แล้วขยะน้ำท่วมมันไม่ใช่ขยะธรรมดานะครับ มันมีเชื้อโรค มันมีร่างคน มีร่างควาย ร่างวัว วันนี้เริ่มเหม็นแล้วครับทั้งหมดนี้ ชาดา…
-
ปปง. อายัดและยึดทรัพย์ตัวการใหญ่สแกมเมอร์ “เฉิน จื้อ” – “ก๊ก อาน” – “เบน สมิธ” นับหมื่นล้าน
ภาพไฮไลต์คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติยึดและอายัดทรัพย์ ตัวการใหญ่ขบวนการสแกมเมอร์ ที่ปรึกษาบิ๊กกัมพูชา “เฉิน จื้อ” – “ก๊ก อาน” -“เบน สมิธ” และเครือข่ายกว่าหมื่นล้านบาทวันที่ 2 ธ.ค. 2568 คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 13/2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในคดีสำคัญ 4 รายคดี ยึดและอายัดทรัพย์สินรวม 289 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 10,165 ล้านบาท ประกอบด้วย1. คดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา…
-
ครม.แต่งตั้ง 20 บิ๊กมหาดไทย ตั้งอีกล็อต รองผวจ.ขึ้นผวจ. ดันนั่งผู้ตรวจราชการ จังหวัดใหญ่
วันที่ 2 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง จำนวน 20 คน ปรวันที่ 2 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง จำนวน 20 คน ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเป็นในส่วนของรองผู้ว่าฯและรองอธิบดี ขึ้นสู่ตำแหน่ง1.นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจจจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัด กระทรวง2.นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดกำแพงเพชร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัด กระทรวง3.นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดราชบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกาญจนบุรี4.นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด…