Category: การเมือง
-
ศาล รธน. ตีตกคำร้อง เท้ง-อนุทิน ทำ MOA ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ผู้ร้องไม่ได้ถูกละเมิดสิทธิ์ยื่น
ศาล รธน. ตีตกคำร้อง เท้ง-อนุทิน ทำ MOA ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ผู้ร้องไม่ได้ถูกละเมิดสิทธิ์ยื่นวันนี้ (4 ก.พ.69) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมวินิจฉัยคดีที่ พันเอก รัฐเขต แจ้งจำรัส ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ ต. 7/2569) ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ถูกร้อง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOA (Memorandum of Agreement) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 มาตรา 144 มาตรา 168 และมาตรา 185 เป็นการประพฤติมิชอบและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธธรรมอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 และไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า…
-
เสียใจอย่างสุดซึ้ง! กรมอุทยานฯแจงเหตุช้างป่า ‘สีดอหูพับ’ ดับสลดระหว่างการเคลื่อนย้าย คาดสำลักอาหาร
‘กรมอุทยานฯ ‘ ชี้แจงกรณีช้างป่า ‘สีดอหูพับ’ ดับสลดระหว่างการเคลื่อนย้าย พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นคาดสำลักอาหารเมื่อวันที่ 4 ก.พ. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่าสีดอหูพับ ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจ.ขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลยกรมอุทยานฯ ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกและความกังวลให้กับประชาชนทุกท่าน เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่าในครั้งนี้ รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นก่อนหน้านี้ช้างป่าสีดอหูพับเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง จนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตการเคลื่อนย้ายช้างครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง จ.ขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ 1. ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง 2. อนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสมกรมอุทยานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายหากกรมอุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่ากรมอุทยานฯ…
-
ผลโพลทุกสำนักก่อนเลือกตั้ง เขต 6 พญาไท ดินแดง พรรครวมไทยสร้างชาติมาอันดับ 1
นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ช่วย นายชณทัต ปัทะมะภูวดล แม็ค ตัวเต็งอันดับ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 6 พญาไท ดินแดงนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ช่วย นายชณทัต ปัทะมะภูวดล แม็ค ตัวเต็งอันดับ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 6 พญาไท ดินแดง พร้อมทั้งนาย สามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครบัญชีรายชื่อหลายท่าน เข้าร่วมงาน ดารุ้ลสัมพันธ์ 69 ณ มัสยิดมูฮายีรีน ซอยชานเมือง เขตดินแดง กรุงเทพมหานครการจัดงาน ดารุ้ลสัมพันธ์ 69 ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำ ชุมชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีพี่น้องประชาชนในชุมชนมุสลิม ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ค้าอาหารในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง และสะท้อนถึง ความสามัคคี ความเข้มแข็งของชุมชนในเขตดินแดงภายในงาน นายพีระพันธุ์…
-
กกต. ชำแหละ 51 พรรค ชี้นโยบายคลุมเครือ-ไม่ชัดเจน
กกต. ชำแหละ 51 พรรค ชี้นโยบายคลุมเครือ-ไม่ชัดเจน เตือนหนี้สาธารณะจ่อเพดาน 70% ปี 2571วันนี้ (3 ก.พ.) เวลา 17.30 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยแพร่ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา จำนวน 51 พรรคการเมือง ภายใต้กรอบอำนาจ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 โดยชี้ปัญหาหลักคือหลายนโยบายหาเสียงยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องวงเงินที่ใช้ และ แหล่งที่มาของเงิน ซึ่งอาจกระทบความยั่งยืนทางการคลังของรัฐซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ กกต. แนะนำให้พรรคการเมืองปรับปรุง 1. ชื่อนโยบายควรตรงกับที่ประกาศโฆษณาในที่สาธารณะหรือช่องทางต่างๆ เพื่อความชัดเจน 2.วงเงินและระยะเวลา ควรระบุให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น รายปี หรือรวม 4 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบระหว่างพรรคได้ง่าย และใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตั้ง 3.แหล่งที่มาของเงินจะต้องระบุชัดเจน เช่น จากงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ตามกฎหมาย การใช้มาตรา 28 วินัยการเงินการคลัง กองทุนต่างๆ…
-
‘นักวิชาการ’ เปิดเบื้องลึก ทำไมไม่ควรให้ ‘พรรคส้ม’ ขึ้นมา ‘ทดลองบริหารเศรษฐกิจ’ ในช่วงเปราะบางที่สุด
4ก.พ.2569 – ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมโครงสร้างการเมือง–เศรษฐกิจไทย ไม่ควรให้พรรคแบบพรรคส้มขึ้นมา “ทดลองบริหารเศรษฐกิจ” ในช่วงเปราะบางที่สุดของประเทศ มีเนื้อหาดังนี้////ประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่ประเทศที่ “กำลังจะเริ่มต้นใหม่”แต่เป็นประเทศที่กำลัง “แบกอดีตไว้เต็มหลัง”หนี้โครงสร้างประชากรระบบการคลังระบบการผลิตและความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องถกเถียงเชิงอุดมการณ์แต่คือ ข้อเท็จจริงเชิงฟิสิกส์ของระบบและในโลกของระบบสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่คนเลวแต่คือ คนที่คิดว่าความถูกต้องทางศีลธรรมสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของความจริงได้—พรรคส้มกับโรคเรื้อรังชื่อ “主体論” (จู่ถี่หลุ่น) (อัตวิสัยนิยมทางการเมือง)หากต้องอธิบายปัญหาของพรรคส้มให้ถึงรากต้องพูดตรง ๆ ว่าพรรคส้มไม่ได้คิดการเมืองแบบเศรษฐศาสตร์แต่คิดการเมืองแบบ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น)主体論 คือกรอบคิดที่เชื่อว่า“ตัวผู้กระทำ” คือศูนย์กลางของความจริงถ้า– ฉันตั้งใจดี– ฉันยืนข้างประชาชน– ฉันกล้าท้าทายอำนาจเก่าระบบจะ ต้อง เปลี่ยนตามฉันนี่ไม่ใช่ตรรกะของรัฐศาสตร์ไม่ใช่ตรรกะของเศรษฐศาสตร์และไม่ใช่ตรรกะของการบริหารประเทศนี่คือ ตรรกะของการปฏิวัติแบบวัยรุ่นทางความคิด—主体論 (จู่ถี่หลุ่น) = การเมืองที่ปฏิเสธโครงสร้างพรรคส้มมองโครงสร้างไม่ใช่ในฐานะ “กลไกที่ต้องจัดการ”แต่ในฐานะ “ศัตรูทางศีลธรรม”ทุน = เอาเปรียบระบบราชการ = ล้าหลังสถาบันเดิม = กดขี่ความระมัดระวัง = สมรู้ร่วมคิดนี่คือภาษาเดียวกับเรดการ์ดในช่วงต้นของการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนเรดการ์ดไม่เคยคิดว่าตนกำลังทำลายประเทศพวกเขาเชื่อว่ากำลัง “ชำระล้าง” ประเทศผลลัพธ์คืออะไร?ประเทศหยุดทำงานทั้งระบบ—พรรคส้มเข้าใจ “ความอยุติธรรม”แต่ไม่เข้าใจ “ความเปราะบาง”พรรคส้มเก่งมากในการชี้ให้เห็นความอยุติธรรมแต่ การบริหารประเทศไม่ใช่การแข่งขันชี้นิ้วเศรษฐกิจไม่ตอบสนองต่อความโกรธตลาดไม่ฟังคำปราศรัยและระบบการเงินไม่เคยสนใจว่าใครมีเจตนาดีการตัดสินใจเชิงนโยบายในช่วงเปราะบางต้องอาศัย– จังหวะ– ลำดับ– และความอดทนเชิงโครงสร้างสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น)…
-
ลากไส้ ‘พรรคส้ม’ แฉแผนกินรวบ ‘ประกันสังคม’ ดัน ‘ธนาธร’ เป็นอนุกก.ลงทุนนอกตลาด
4ก.พ.2569 – นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองอดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าแผนกินรวบประกันสังคม.บอร์ดประกันสังคมมี 3 ฝ่าย ได้แก่ นายจ้าง ผู้ประกันตน และรัฐ.มีงบประมาณมหาศาลภายในประกันสังคม ถูกนำมาใช้หาเสียงโดย “ไอซ์“ แม่มดสาวรุ่นใหม่.ปราศรัยหาเสียงเรียก “คุณพี่ คุณพี่“ เสียงแจ๋วๆ ขยี้ “งบประกันสังคม” ทุกวี่ทุกวัน.บอร์ดประกันสังคมฝ่าย “ผู้ประกันตน” มี ”ทีมประกันสังคมก้าวหน้า“ ของพรรคส้มได้รับเลือกมา 6 คน จากทั้งหมด 7 คน.โดยการเลือกตั้งจากผู้ประกันตนเพียง 100,000 กว่าคน จาก 20 กว่าล้านคน.เรียกว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ถึง 1% ด้วยงบประมาณจัดการเลือกตั้งเกือบ 300 ล้านบาท.เป็นครั้งแรกที่ใช้การเลือกตั้งบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตน.เมื่อพลพรรคส้มเทคโอเวอร์ฝ่ายลูกจ้างในบอร์ดประกันสังคมได้แล้ว.นี่เป็นเอกสารแสดงให้เห็นว่า.ต่อมาในการประชุมบอร์ดประกันสังคม มีการเสนอชื่อ “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เข้าเป็นคณะอนุกรรมการการลงทุนนอกตลาด.โดยสำนักงานประกันสังคมมีกฎสำคัญ คือ “ไม่นำเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในบอร์ด“.แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่มีพรรคส้มอยู่เบื้องหลัง ได้พยายามผลักดันเสนอชื่อ “ธนาธร” ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ผ่านการอนุมัติให้เป็นอนุกรรมการ.ถามว่า มีความพยายามดันก้นคนชื่อ “ธนาธร“ เข้าสู่บอร์ดประกันสังคมเพื่ออะไร?.ในเมื่อทุกคนทราบดีว่าธนาธรเป็น…
-
“ดร.ปณิธาน” เตือนจับตา “เขมร” ปะทะรอบ 3 ก่อนเลือกตั้ง 2 วัน ชี้เป็นเกมต่อรอง โอกาสรบใหญ่ยังต่ำ
">วันที่ 3 ก.พ.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โพสต์คลิป รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ในหัวข้อจับตา"เขมร"ปะทะรอบ 3 ?! ก่อนเลือกตั้ง 2 วัน?! ผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn พร้อมระบุข้อความว่า…ก่อนวันเลือกตั้งที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไทย-กัมพูชาจะปะทะกันอีกหรือไม่ เราจะต้องเตรียมตัวกันอย่างไรโดยในรายการ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ปืนลั่นหรือการยิงโต้ตอบที่เกิดขึ้นในระยะหลังอาจเกิดจากการเสียวินัยของทหารกัมพูชาในพื้นที่ซึ่งอยู่ในสภาวะตึงเครียดมานานหลายสัปดาห์, แม้ภาพรวมจะดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์พบว่าทั้งสองฝ่ายมีการตรึงกำลังและเสริมบังเกอร์อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชาที่มีการขยับกำลังเข้าประชิดชายแดนในระยะเพียงไม่กี่ร้อยเมตรในบางจุด เช่น พื้นที่ปราสาทพระวิหารและจังหวัดตราด, นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบการใช้เทคโนโลยีโดรนบินลาดตระเวนเข้ามาในฝั่งไทย รวมถึงการปรับเปลี่ยนโหมดการสื่อสารของทหารกัมพูชาเข้าสู่ระบบเตรียมพร้อมรบอย่างเต็มรูปแบบกลยุทธ์ของกัมพูชาในปัจจุบันมีความน่าสนใจเนื่องจากมีการเปลี่ยนรูปแบบจากการใช้รถถังหรืออาวุธหนักจำนวนมากมาเป็นระบบกองโจรที่ใช้หน่วยรบขนาดเล็กและเคลื่อนที่เร็ว มีการนำอาวุธปล่อยระยะยาวเข้ามาสนับสนุนและใช้การเผาป่าเพื่อสร้างกลุ่มควันอำพรางการตรวจการณ์ รวมถึงอาจหวังผลให้ไฟลามไปหาทุ่นระเบิดเพื่อทำอันตรายต่อชุดลาดตระเวนของไทย, ขณะเดียวกันการที่กัมพูชาประกาศเกณฑ์ทหารเร่งด่วนในรอบที่ 4 สะท้อนถึงความพยายามในการเตรียมความพร้อมให้ครบ 100% เนื่องจากขาดแคลนทหารประจำการ,รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ "เกมต่อรอง" เพื่อกดดันไทยในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอเปิดด่านชายแดน หรือการสร้างกระแสชาตินิยมภายในกัมพูชาเองเพื่อกลบข้อครหาเรื่องการเสียดินแดน,อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ปณิธาน เชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดการปะทะขนาดใหญ่นั้นยังมีไม่มากนัก เนื่องจากมีกลไกตรวจสอบจากนานาชาติและคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่จะลงพื้นที่, อีกทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จีน และนักลงทุนรายใหญ่อย่างญี่ปุ่น ต่างก็ส่งสัญญาณไม่เห็นด้วยหากจะเกิดสงครามรอบใหม่ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นว่าความไม่สงบอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภูมิภาค, สำหรับประเทศไทยนั้น…
-
ชวน ชี้ ปชป.ตกต่ำ ยุค เฉลิมชัย แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง อภิสิทธิ์ กลับมายกระดับ
ชวน ชี้ ปชป.ตกต่ำ ยุค เฉลิมชัย แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง อภิสิทธิ์ กลับมายกระดับ ชมเปาะเหมาะเป็นผู้นำฟื้นพรรค ซัดมีบางพรรค ใช้ท้องถิ่น-อสม. เป็นเครื่องมือซื้อเสียง แจ้ง “ปลัดมท.-สธ.” ให้ตักเตือน กรีดพวกอิจฉา พูดเรื่องสมบัติพ่อเฒ่าไม่เฒ่า ขอคนตรังรักศักดิ์ศรีไม่ให้ใครซื้อได้เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 2569 นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ''ชาวตรัง..ใจเดียว: ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้'' “คนตรัง ไม่ทน ทุนเท่า” ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า ท่ามกลางประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยกว่า 10,000 คน ว่ามีเรื่องที่ตนต้องเล่าให้ฟังในฐานะที่ประชาชนเป็นเป็นเจ้าของพรรค ว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์มีความขัดแย้งรุนแรง ตอนลงมติโหวต นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯมีการฝืนมติพรรค มี สส. 19 คนลงคะแนนสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทั้งที่มติพรรคไม่สนับสนุน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคฯ เสื่อมเสีย ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ…
-
ธรรมนัส ฟุ้งกวาด 70 ที่นั่ง เปิดสมการ ถ้าส้มที่ 1 คะแนนไม่ห่างน้ำเงิน ได้รัฐบาลหน้าเดิม
ธรรมนัส ฟุ้งกวาด 70 ที่นั่ง เปิดสมการ ถ้าส้มที่ 1 คะแนนไม่ห่างน้ำเงิน จะได้รัฐบาลหน้าเดิม ปัดดีลภูมิใจไทย ชี้ฐานเดียวกัน ถ้าแบ่งเค้กจะแพ้พรรคอื่น รู้สู้ไม่ไหวก็ต้องถอยวันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่สตูดิโอ มติชนทีวีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกธ. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ถึงการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายเราต้องสื่อสารสิ่งที่ได้พูดคุยกับประชาชน รวมทั้งบางเรื่องบางประเด็นที่ตนไม่ได้มีโอกาสชี้แจงในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งประเด็นสีเทา สีนั้นสีนี้ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า อยากขอโอกาสพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับสังคมได้รับทราบ รวมทั้งขอความเป็นธรรมให้กับพรรคกล้าธรรมบ้างเมื่อถามว่าในพรรคกธ. มีตำแหน่ง และบทบาทอย่างไรร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในพรรคกธ. ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) พูดง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านไม่ต้องดัดจริต คือ ตนเป็นเจ้าของพรรค ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค ก่อตั้งพรรคนี้มา ตั้งแต่ชื่อพรรค โลโก้พรรคเป็นคนทำทั้งหมดเมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคกธ.มีพื้นที่ยุทธศาสตร์อยู่พื้นที่ใดบ้าง รวมทั้งคาดหวังสส.เขตและสส.บัญชีรายชื่อไว้เท่าใด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกธ. ก่อนเลือกตั้ง เรามีสส.อยู่ทุกภาค ภาคเหนือตอนบน มีพะเยา…
-
กกต.สั่งเรียกสอบ ‘ซีเค’ อินฟลูเอนเซอร์ดัง โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง
กกต.สั่งเรียกสอบ 'ซีเค' อินฟลูเอนเซอร์ดัง โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้งกกต.สั่งเรียกสอบ 'ซีเค' อินฟลูเอนเซอร์ดัง โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง ก่อนถูกสังคมสื่อออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวางเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 มีรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สั่งการให้ สำนักงาน กกต.เรียกตัว ซีเค เจิง (CK Cheong) ผู้บริหาร Fastwork แพลตฟอร์มจัดหาฟรีแลนซ์ออนไลน์ในไทย มาสอบสวนกรณีที่ ซีเค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุเป็นข้อความสนทนาระหว่าง ซีเค กับคุณยายว่า"ผมเพิ่งโทรไปหายาย เมื่อกี้นี้ ถามเขาว่า…CK : ยาย เลือกตั้งปีนี้จะเลือกใครย้าย : เอ้าลูก! ยายรับเงินเขามาแล้ว 2,000 น่าจะเลือกพรรค xxx นะCK : ยายเห็น TV OLED ที่ซีเคเพิ่งซื้อให้ตรงข้างหน้ายายไหมครับ? เดี๋ยวพรุ่งนี้ซีเคส่งคนมายึดคืนนะครับ…ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าว ถูกสังคมสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง พร้อมตั้งคำถามและแนะนำให้ซีเคพายายไปแจ้งความกับตำรวจ…