Category: การเมือง

  • เปิดแล้ว! รายชื่อ 8 ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สายใต้และพรรคใหญ่เอี่ยวด้วย

    เปิดแล้ว! รายชื่อ 8 ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สายใต้และพรรคใหญ่เอี่ยวด้วยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. โดยคดีนี้ดำเนินการนานกว่า 8 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2568 หลังคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติให้รับเป็นคดีพิเศษในระยะเวลาที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องหลายร้อยคน จัดทำเหตุการณ์จำลองทั้งสถานที่ใช้ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและกระบวนการคัดเลือก พร้อมขอรับภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุจากหลายหน่วยงาน และตรวจสอบร่องรอยทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน จาก 45 จังหวัดเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ของกลุ่มขบวนการ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์และพบว่ามีผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวข้องในพื้นที่ 45 จังหวัด ทำให้คณะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกพยานแก่อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 1,200 ราย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมอบหมายให้หน่วยงานภายในสังกัด 10 กองคดีที่เป็นคณะพนักงานสอบสวน เร่งดำเนินการสอบปากคำพยานให้แล้วเสร็จต่อไป แต่พบว่าบางจังหวัด เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ พยานไม่ให้ความร่วมมือเข้าพบพนักงานสอบสวน ขณะที่พยานในจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดขอนแก่น ทำหนังสือร้องเรียนว่า ถูกข่มขู่และบังคับให้รับสารภาพในการให้ถ้อยคำอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าถ้อยคำของพยานเป็นการให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวนหรือไม่…

  • อนุทิน รับ ลงนามขออภัยโทษ ทักษิณ แล้ว ยันปรับปรุงกฎกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่การแก้แค้น

    ‘อนุทิน’ ยัน ก.ยุติธรรม พิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบกระทรวง ไม่ใช่การแก้แค้น หวัง สกัด ‘ทักษิณ’ ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ย้อน ‘ภูมิใจไทย’ ไม่ทำเหมือน ‘เพื่อไทย’ รับ ลงนามขออภัยโทษ ทักษิณ แล้วเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการพิจารณาทบทวน และปรับปรุงกฎระเบียบของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการสกัด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ให้ออกมาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ว่า ตนไม่เชื่อว่าใครจะคิดแบบนั้น เพราะรัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อที่จะทำให้การใช้อำนาจหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใครคนใดคนหนึ่งที่เป็นคู่แข่ง หรือฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เป็นเหมือนกับที่พวกตนเคยโดนมาส่วนกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษ นายทักษิณได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมแล้วหรือยัง นายกฯระบุว่าเป็นเรื่องที่ค้างมาตั้งแต่สมัย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ซึ่งก็ยืนตามความเห็นเดิมที่ให้ยก และได้มีการลงนามยื่นไปแล้ว ฉะนั้นในเมื่อเสนอมา เราก็ทำไปตามขั้นตอนสำหรับกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าการทำแบบนี้เป็นนัยทางการเมืองนั้น นายอนุทินยืนยันว่าไม่มี…

  • ร้อง ป.ป.ช. สอย ‘ไอซ์ รักชนก’ บริจาค ปชน.2แสน เงินจากไหน จักรยาน ยื่นฯหรือไม่

    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่าในวันเดียวกันนี้ ตนยื่นเอกสารถึง ป.ป.ช. ผ่านไปรษณีย์ EMS ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน หลังพบข้อสังเกตในส่วนของพรรคประชาชนที่แจ้งว่าได้รับเงินบริจาคจากบุคคลที่บริจาคเกิน 5,000 บาท รวม 50 ราย รวม 1,049,800 บาท โดยรายที่ 15 คือ น.ส. รักชนก บริจาครวม 203,000 บาท สูงกว่ารายอื่นๆ กรณีจึงมีเหตุอันควรตรวจสอบจากบัญชีทรัพย์สินที่เคยยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อ 4 ก.ค.66 เงินจำนวนดังกล่าวมีที่มาอย่างไร นอกจากนั้น มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเรื่องจักรยานได้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ และมีกรณีเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่เมื่อย้อนไปดู บัญชีทรัพย์สิน น.ส. รักชนก ศรีนอก ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. พบว่า…

  • ทักษิณ มีโอกาสรอด “จ่ายภาษีหุ้น 1.76 หมื่นล้าน” หากทรัพย์อยู่นอกประเทศ

    กรมบังคับคดีเผย คดีแพ่งทักษิณ ศาลฎีกาให้จ่ายภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน มีอำนาจบังคับคดีแค่ในราชอาณาจักร ไม่ถึงทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศคืบหน้ากรณีคดีประวัติศาสตร์ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ในคดีภาษีหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคำสั่งกลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตัดสินให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องชำระภาษีอากรพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมมูลค่ากว่า 17,600 ล้านบาทคดีนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการขายหุ้นชินคอร์ปครั้งมโหฬารให้กับ บริษัท เทมาเสก โฮลดิ้งส์ (Temasek Holdings) ของสิงคโปร์ เมื่อปี พ.ศ. 2549 ซึ่งในขณะนั้น นายทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการตรวจสอบพบโครงสร้างการโอนหุ้นที่ซับซ้อนผ่าน บริษัท แอมเพิล ริช อินเวสท์เมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อบุตรชายและบุตรสาว คือ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร เป็นผู้ถือหุ้นแทนศาลฎีกาวินิจฉัยพฤติการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการกระทำเพื่ออำพรางปกปิดการถือหุ้นที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือเป็นการดำเนินการที่ขาดคุณธรรมทางภาษี มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอย่างชัดเจน…

  • “ไผ่ ลิกค์“ ซัดตรงถึง ”ไอซ์ รักชนก“ เปิดที่มาเงินบริจาค 2 แสน เตือน แจงไม่ชัด มีสิทธิ์ถึงมือ ป.ป.ช.

    นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์ Facebook ส่วนตัวว่า ผมขอตั้งคำถามนะครับถึง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ว่าคุณได้บริจาคเข้าพรรค เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาทที่ไปที่มาของเงินเอามาจากไหนเพราะคุณมีเงินตอนเข้ามาเป็น สส. 300,000 บาท อันนี้คงเป็นการตั้งคำถามแบบที่พรรคประชาชนชอบทำ จะถูก จะผิด เราก็ไม่รู้ แต่ผมก็มีหลักฐานมานิดหน่อย แต่อยากจะรู้ที่มาของเงินบริจาคท่าน สส.อาจจะบอกว่าเงินนี้เป็นเงินเดือนที่เก็บมาก็ได้แต่ต้องมาดูเส้นทางการเงินกันว่าไปมายังไง เงินนี้อาจจะไม่ใช่เงินจำนวนเยอะแต่ผมว่าจะเยอะจะน้อยก็ต้องบริสุทธิ์เสมอเราเป็นนักการเมืองต้องพร้อมให้ตรวจสอบที่ไปที่มา ความถูกต้องสำคัญที่สุดแต่ถ้าท่านจะบอกว่า เอาเงินสดให้หรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ถ้าเงินสดให้ก็ต้องมีที่มาของเงินสดกันด้วยถามเพราะอยากรู้แค่นั้นครับ ขั้นตอนออกไปถ้ายังไม่ได้คำตอบอาจจะต้องไปยื่น ปปช. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทัวร์จะลงหรืออะไรจะลงไม่เป็นไรนะครับ ผมทำตามความถูกต้องครับไม่ใช่เป็นฝ่ายค้านจะไม่มีใครตรวจสอบได้“จุดประสงค์ของผมไม่ใช่การกล่าวหาใคร แต่เป็นการตั้งคำถามตามหลักการเดียวกันกับที่ผมยึดมาตลอด ไม่ว่าพรรคไหน รวมถึงตัวผมเอง ก็ควรพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างโปร่งใสเท่าเทียมกัน ประชาชนมีสิทธิ์ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน และผู้แทนราษฎร์ทุกคนควรยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกันครับ ผมยินดีรับคำชี้แจงจากท่าน สส.และหวังว่ากระบวนการทุกอย่างจะช่วยสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสภาและการเมืองไทยครับ”

  • สมบัติ 188 ล้าน-ขุมธุรกิจ ‘อธิรัฐ-เมีย’ ก่อนทิ้ง พปชร.ซบ ปชน.

    เป็นความเคลื่อนไหวสะเทือน “เมืองย่าโม” พลันที่ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” อดีต สส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีต รมช.คมนาคม บุตรชาย “บ้านใหญ่โคราช” วิรัช รัตนเศรษฐ อดีต สส.หลายสมัย เปลี่ยนสีเสื้อมาสังกัด “พรรคประชาชน” (ปชน.) เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ในปี 2569“อธิรัฐ” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุพร้อมภาพสวมเสื้อที่มีโลโก้ ปชน. โดยระบุว่า “การเดินทางครั้งใหม่ หนังสือเล่มใหม่ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ พรรคประชาชน เราเอาจริง มาช่วยกัน ร่วมสู้ ร่วมสร้าง ไปด้วยกันนะครับ”หลายคนอาจแปลกใจ แต่มีเสียงเล่าอ้างว่า “ขุนพลรัตนเศรษฐ” มีการกรุยทางดีลกับ “พรรคส้ม” ไว้ตั้งแต่ปี 2567 แล้ว หลังจากพ่ายการเลือกตั้งทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็น “ระดับชาติ-ท้องถิ่น” จนมีกระแสข่าวว่า “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” เปิดฉากเจรจากับ “ก๊กส้ม” ในยุค “พรรคก้าวไกล”ว่ากันว่าขณะนั้น มีการวางตัวให้ “อธิรัฐ” ลงสนามการเมืองท้องถิ่น ชิงเก้าอี้ “นายก อบจ.โคราช”…

  • ทนายเชาว์ ชี้คดี 112 ของทักษิณ มีโอกาสพลิก

    18 พฤศจิกายน 2568 – นายเชาว์ มีขวดทนายความและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าคดีทักษิณ 112 มีโอกาส “พลิก” หากศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจสืบพยานเพิ่มคำสั่งล่าสุดของอัยการสูงสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ ที่ “ชี้ขาด” ให้ยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 ของ นายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นการกลับมติคณะกรรมการอัยการที่เคยมีมติ 8 ต่อ 2 ไม่ให้อุทธรณ์ แต่สำคัญคือ แม้ในคณะกรรมการนั้น นายอิทธิพรเคยนั่งเป็นประธาน แต่ ไม่ได้ลงมติ เพราะเป็นมารยาทของประธานกรรมการ จึง ไม่ใช่การกลับความเห็นของตัวเอง ตามที่ถูกวิจารณ์คำสั่งให้อุทธรณ์นี้ถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด และจะถูกส่งให้อัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นั่นหมายความว่าคดีจะเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการของศาลอุทธรณ์ ซึ่งจะช่วย “ปิดคำถามสังคม” ว่าทำไมอัยการไม่อุทธรณ์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นคดีที่ประชาชนจับตาอย่างกว้างขวางที่ผ่านมา กระบวนพิจารณาคดีชั้นต้นถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ว่าพนักงานสอบสวนและอัยการทำหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ หรือมีการนำพยานหลักฐานไม่เต็มน้ำหนักจนทำให้คดีอ่อน โดยแม้แต่ สรุปคำพิพากษาของสำนักงานศาลยุติธรรม ยังระบุชัดว่า“การสืบพยานหลักฐานของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ในคดีอาญา… พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้… สำหรับข้อหาร่วมกันแสดงอาฆาตมาดร้ายฯ โจทก์กล่าวอ้างแต่ไม่ได้มีพยานหลักฐานใด ๆ มานำสืบเลย จึงรับฟังไม่ได้”ทั้งที่ก่อนฟ้องคดี ทั้งพนักงานสอบสวนและอัยการต่างมีความมั่นใจว่าพยานหลักฐาน…

  • จวกเขมรนำ ‘อดีตเชลยศึกป่วยจิตเวช’ กลับสู่สงคราม ขัดอนุสัญญาเจนีวา จี้ ICRC-UNHRC ตรวจสอบ

    'ประชาคมแพทย์' ชี้การนำอดีตเชลยศึกที่มีอาการทางจิตเวชกลับสู่สนามรบของกัมพูชา เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล ทำร้ายมนุษย์ที่มีความเปราะบางทางจิตใจอย่างร้ายแรง ขัดต่ออนุสัญญาเจนีวา จี้กสม. ICRC ,UNHRC และ OHCHR ตรวจสอบแล้วให้กัมพูชารับผิดชอบ19 พ.ย. 2568- เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ โพสต์ ความเห็นของ “ประชาคมแพทย์” ต่อกรณีการนำอดีตเชลยศึกที่มีอาการทางจิตเวชกลับสู่สนามรบของกัมพูชา ว่า“นี่ไม่ใช่เพียงการละเมิดข้อตกลง แต่เป็นการทำร้ายมนุษย์ที่มีความเปราะบางทางจิตใจอย่างร้ายแรงที่สุด”กรณีที่เพจ SMART Soldiers Strong ARMY รายงานว่า“ซึม ซ็อมแอง” อดีตเชลยศึกกัมพูชาซึ่งไทยช่วยชีวิต ดูแลรักษา และปล่อยตัวกลับไปตามหลักมนุษยธรรมเมื่อปี 2568 — กลับไปปรากฏตัวในบังเกอร์พร้อมอาวุธในแนวรบอีกครั้ง ทั้งที่ได้ลงนาม Parole ยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่การรบ —สิ่งนี้ ไม่ใช่เพียงการผิดข้อตกลง แต่เป็นปัญหา “มนุษยธรรม” และ “จริยธรรมทางการแพทย์–สิทธิมนุษยชน” ที่รุนแรงมากบุคคลรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ที่ไทยส่งตัวกลับเพราะมี อาการป่วยหนักและมี อาการทางระบบประสาทหรือจิตเวชแต่กลับถูกนำไปใช้ในแนวรบ และถูกสื่อบางสำนักยกย่องเป็น “วีรบุรุษ”ทั้งที่ การนำผู้ป่วยจิตเวชกลับเข้าสู่สงคราม ถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล อย่างโจ่งแจ้ง และขัดต่อ อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 ข้อ 21–22…

  • ‘ประวิตร’ ปัดตอบ คุย ‘เดชอิศม์’ ซบ ‘พปชร.’ – โยนถาม ‘ธรรมรักษ์’ ส่ง สส.กี่เขต

    ‘ประวิตร’ ปัดตอบ คุย ‘เดชอิศม์’ ซบ ‘พปชร.’ โยนถาม ‘ธรรมรักษ์’ ส่ง สส.กี่เขต ลั่น ต้องการเก้าอี้ให้มากที่สุดวันนี้ (18 พ.ย. 68) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้าและการวางตัว สส. ของพรรค ว่า กำลังทำอยู่ ส่วนจะส่งครบ 400 เขตหรือไม่ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องไปถามพลเอก ธรรมรักษ์ อิสรางกูร ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐเมื่อถามว่าตั้งเป้าได้ สส. กี่ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องการมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาพบและพูดคุย เพื่อจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรบ้างนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนไม่ทราบเมื่อถามย้ำว่าแสดงว่านายเดชอิศม์ไม่ได้มาพบส่วนตัวแต่ไปคุยกับคนอื่นใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว

  • เปิดประวัติ ‘ดร.รวีวรรณ’ ปลัดกระทรวง ทส. คนใหม่

    เปิดประวัติ "ดร.รวีวรรณภูริเดช" ปลัดกระทรวง ทส. คนใหม่จากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.มีมติแต่งตั้งนางรวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) แทน นางชญานันท์ ภักดีจิตต์โดยนางชญานันท์ ถูกโยกไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติประวัติการศึกษาวิศวกรรมบัณฑิต (วศ.บ.) (เกียรตินิยมอันดับ 2) : วิศวกรรมทรัพยากรน้ำ (Water Resources Engineering), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (พ.ศ. 2530 – 2534)M.Sc. : Water Resources Systems Engineering, University of Newcastle Upon Tyne. อังกฤษ(พ.ศ.2534 – 2535)Ph.D. : Civil and Environmental Engineering, University of Wisconsin – Madison, สหรัฐอเมริกา(พ.ศ. 2536 – 2541)ตำแหน่งงานที่สำคัญ2564…