Category: การเมือง
-
ก.ร.ตร.ชี้มูล“บิ๊กต่อ”และพวก 200 นาย ผิดวินัยปมรับส่วยเว็บพนัน
วันที่ 24 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้ถือว่า บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) กับผู้เกี่ยวข้องประมาณ 200 ราย มี มูลความผิดทางวินัย จากข้อกล่าวหาว่า ถูกเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์จากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ หลังจากที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (หรือ “ทนาย ตั้ม”) ยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567รายงานระบุว่า ก.ร.ตร. ใช้เวลาตรวจสอบร่วม 7 เดือน รวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลายแห่ง จนได้ข้อสรุปว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัยหลังจากนี้ จะเปิดให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาตามหลักธรรมาภิบาล ก่อนจะพิจารณาโทษวินัยว่าอยู่ในขั้น “ร้ายแรง” หรือไม่ และหลังจากนั้นจะส่งเรื่องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เพียงอยู่ในระดับวินัยภายในตำรวจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องร้องอยู่ในมือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา…
-
“ธรรมนัส” ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส ยันไม่เกี่ยวกธ.
ภาพไฮไลต์“ธรรมนัส” โบ้ย ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส แจง ตอนทำไม่ได้มาถาม บอก มือใหม่หัดขับ ทำอะไรไม่ค่อยคิด ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับกล้าธรรมเมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยก่อนสัมภาษณ์ระบุกับผู้สื่อข่าวที่ถามเรื่องนี้ว่า“อีกแล้ว”เมื่อถามถึงกรณีที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ระบุในข้อ 39 ว่าถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เขาเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเวลาเขาทำก็ไม่มาถามเรา ไม่รู้เรื่องเลย เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า กัน จอมพลัง ทำเองใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับตนเลย ที่สำคัญคือ เรื่องนี้ทุกมูลนิธิก็ต้องระบุ เพราะอย่างมูลนิธิธรรมนัสก็ระบุเป็นวัดธาตุทอง ถ้ามีอะไรให้เป็นสมบัติของวัดไปตำหนิทำอะไรไม่ค่อยคิดผู้สื่อข่าวถามว่า กัน จอมพลัง สามารถแก้ข้อบังคับของมูลนิธิข้อนี้ได้ใช่หรือไม่…
-
มูลนิธิกันจอมพลังฯ เคลียร์ปมเงินบริจาค ยันไม่เคยโอนให้ “มูลนิธิธรรมนัส”
“กัน จอมพลัง” พร้อม ประธาน มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ แถลงปมเงินบริจาค ยืนยัน ไม่เคยโอนเงินให้ “มูลนิธิธรรมนัสฯ " ขอโทษยอมรับ “คิดน้อย” ตอนกำหนดข้อบังคับข้อ 39 พร้อมแจงสาเหตุไม่รับตำแหน่งประธานฯวันนี้ (24 ต.ค.2568) เวลา 10.10 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วยประธานมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ และผู้ทำบัญชี แถลงข่าวการรับบริจาคเงินของมูลนิธิฯประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า เงินตั้งมูลนิธิฯ เริ่มต้น 500,000 บาท เป็นการลงขันจากเพื่อน ๆ ของกัน โดยมีเงินเข้าทั้งหมด 207 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 117 ล้านบาท ยังมีเงินคงเหลือในบัญชี 90 ล้านบาท แต่หน้างานยังคงมีการดำเนินงานภารกิจต่าง ๆ อยู่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เปิดรับเงินบริจาคก่อนมูลนิธิฯ จะจัดตั้งเสร็จส่วนข้อบังคับมูลนิธิข้อที่ 39 ที่ระบุว่าเมื่อมูลนิธิจดทะเบียนเลิกแล้วทรัพย์สินจะตกไปที่ใดนั้น ประธานมูลนิธิฯ…
-
ธรรมนัสแจง ไม่รู้ “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส
“ธรรมนัส” บอก ไม่รู้เรื่อง “กัน จอมพลัง” เขียนข้อบังคับยกทรัพย์สินให้มูลนิธิธรรมนัส แจง ตอนทำ ไม่ได้มาถาม บอก มือใหม่หัดขับ ทำอะไรไม่ค่อยคิดร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพรรคกล้า ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ โดยก่อนสัมภาษณ์ระบุกับผู้สื่อข่าวถามที่ถามเรื่องนี้ว่า “อีกและ” เมื่อถามถึงกรณีที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ระบุในข้อ 39 ว่าถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ แก่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่าเรื่องนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เขาเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเวลาเขาทำก็ไม่มาถามเรา ไม่รู้เรื่องเลยเมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า กันจอมพลัง ทำเองใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับตนเลย ที่สำคัญคือ เรื่องนี้ทุกมูลนิธิก็ต้องระบุ เพราะอย่างมูลนิธิธรรมนัส ก็ระบุเป็นวัดธาตุทอง ถ้ามีอะไรให้เป็นสมบัติของวัดไปและเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กันจอมพลัง สามารถแก้ข้อบังคับของมูลนิธิข้อนี้ได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เขาแก้แล้ว แต่ตนไม่ทราบว่าเขาเปลี่ยนไปให้ใครเมื่อถามอีกว่า ในส่วนของ ร.อ.ธรรมนัส จบแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า…
-
สุชาติ เคลื่อนไหวทันที หลังเห็นภาพช้างไทยสภาพทรุดโทรม
สุชาติ เคลื่อนไหวทันที หลังเห็นภาพช้างไทยสภาพทรุดโทรมเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา หลังมีภาพและคลิปของช้างไทยอยู่ในสภาพทรุดโทรม ถูกทรมานด้วยการล่ามโซ่ จากการใช้งานหนักแพร่กระจายออกไป ล่าสุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ เฟซบุ๊กชื่อ สุชาติ ชมกลิ่น โดยระบุว่าผมจะบินด่วนไปศรีลังกาด้วยตัวเองท่านนายกฯ และ ผม พร้อมรัฐบาลไทยไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องความเป็นอยู่ของพลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์โดยในวันนี้ได้นำเรื่องหารือกับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านไฟเขียวให้ดำเนินการทางการทูต ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ กลับมาอยู่บ้านเรา ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการเจรจาแต่ในเบื้องต้น ตัวผมเองและปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยาน จะบินด่วนไปศรีลังกา พร้อมทั้งเอาทีมแพทย์ไปตรวจดูอาการของ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ เพื่อดูความเป็นอยู่รวมถึงพูดคุยเรื่องการดูแลช้างกับทีมเจ้าหน้าที่ในศรีลังกาในฐานะมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ในระหว่างที่เรากำลังดำเนินการประสานการทูต เพื่อนำพาพลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ กลับประเทศไทยภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่นภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่นภาพจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ…
-
‘หมอเชิดชัย’ เผยสองชื่อเต็งนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่!
23 ตุลาคม 2568 – นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ว่า ยังไม่รู้ใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ควรเป็นคนในพรรคอายุ 45-60 ปี เต็มที่ไม่เกิน 70 ปี เป็นนักประชาธิปไตยและนักบริหาร รู้จักการวางแผน อย่าเป็นอำมาตย์วางท่าเข้าพบยาก ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เท่าที่ สส. คุยกันตอนนี้มี 2 คนคือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ กับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ดูแล้วเหมาะสมทั้งคู่ แต่นายจาตุรนต์อาจมีภาษีดีกว่าเล็กน้อยเพราะมีประสบการณ์มากกว่าส่วนตัวอยากให้คนที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคมาแสดงวิสัยทัศน์ให้ สส. ฟัง ประกอบการตัดสินใจ มั่นใจว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นคนในพรรค ไม่น่าจะมาจากคนในตระกูลชินวัตร ถ้าจะมีควรให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะดีกว่า ตอนนี้ควรเอาคนในพรรคที่รู้เรื่องการเมืองและระบบพรรคจะเหมาะสมกว่าส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายแพทย์เชิดชัย กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้หารือกัน แต่ต้องคิดให้รอบคอบถึงช่วงเวลาการยื่นอภิปราย เพราะยังติดเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญไม่เสร็จสิ้น ยังไม่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เกิดขึ้น คงต้องคุยกันอีกทั้งถึงเงื่อนเวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยคงต้องเป็นหลังวันที่ 15-20 ธ.ค. ให้การแก้รัฐธรรมนูญโหวตผ่านวาระ 3 ไปก่อน
-
เขมร ‘สิ้นสุดทางเลื่อน’
ก็บอกแล้ว…..“เขมรต่ำ” มันจะ “ทำหยิ่ง” กับไทยไปได้ซักกี่น้ำ?แค่ปิดด่าน “เดือน-สองเดือน” มันก็จะอดตายกันทั้งประเทศอยู่รอมร่อกร่างได้พักเดียว ตอนนี้ ทั้งเหี่ยวทั้งหด เหมือนหอยตากแห้ง เงื่อนไข ๔ ข้อของไทยที่เคยบอกปัดประชุมล่าสุด ทั้งระดับ GBC และ JBC เขมรขมีขมันถาม “จะให้เซ็นตกลงตามนั้นตรงไหนครับ!?”อย่าว่าแต่ยอมเซ็นทุกเงื่อนไขเลย ผมว่าตอนนี้เสนออะไรไป “เขมรได้หมดสดชื่น” ในทุกเงื่อนไข!ผมถึงว่า เราไม่ต้องไปรุ่มร้อนอะไรมากนักกับเรื่องเขมรปลายตุลา. เชื่อมต่อพฤศจิกา.“๒ พ่อลูกตระกูลฮุน” หัวจะหมุนพังไปเอง!ตอนนี้ อยู่ในท่า “พังพาบ” ก่อน “พัง” เพราะโลกล้อมเขมรไว้ทุกด้าน ถึงขั้นสหรัฐฯ ประกาศเขมรเป็นแหล่ง “องค์กรก่ออาชญากรรมข้ามชาติ”ทั้งสแกมเมอร์ ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งค้ามนุษย์ ทั้งฟอกเงิน ทั้งแหล่งหลอกลวง-ต้มตุ๋น ทั้งเป็นแหล่งกักขังทำทารุณกรรมมนุษย์ นี่…ล่าสุด เมื่อวาน (๒๓ ต.ค.๖๘)“สภาต่อต้านแห่งชาติกัมพูชา” (CNRC) ของ “นายสม รังสี” ที่ลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศส ประกาศตั้ง “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ๒๓ ตุลาคม” หวังขับไล่รัฐบาล “ระบอบฮุน เซน” ออกไปในแถลงการณ์ของ…
-
อดีตทูตไทย เผยผลกระชุม JBC แจงแล้ว เหตุถอนวาระสร้างรั้ว
อดีตทูตไทย เผยผลกระชุม JBC แจงแล้ว เหตุถอนวาระสร้างรั้ววันนี้ 23 ต.ค. 2568 นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) พร้อมด้วย นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวผลการหารือ JBC หลังปิดการประชุม โดยนายเบญจมินทร์ ระบุว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการประชุม JBC และออกคำแถลงร่วมทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในการเร่งจัดทำหลักเขตแดนทางบก เพราะเป็นส่วนสำคัญในความพยายามของไทยเพื่อที่จะลดความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนด้านนายประศาสน์ ย้ำถึงบันทึกการประชุมร่วมกันของสองฝ่ายเพิ่มเติมว่า เรื่องรั้วชายแดน ตนได้ยกขึ้นพูดในคำกล่าวเปิดว่าแนวคิดในการสร้างรั้ว เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่ง ลักลอบเข้าเมือง รวมถึงการปิดกั้นยาเสพติด ผู้แทนกัมพูชาแจ้งว่าไม่มีอำนาจที่จะหารือในการสร้างรั้ว จึงได้นำเรื่องนี้ที่ได้มีการหารือกันเกินครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำออกจากระเบียบวาระการประชุมจากนั้น นายเบญจมินทร์ กล่าวเสริมว่า การประชุมครั้งนี้เน้นเฉพาะเรื่องหลักเขตแดนกับภารกิจ และอำนาจของ JBC และคณะกรรมาธิการจะต้องนำผลการเจรจาไปเสนอยังรัฐบาล ดังนั้น รายละเอียดรวมถึงเรื่องที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกรอบ JBC กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงในโอกาสถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนในการเจรจาในวันนี้ รวมทั้งรักษาพลวัตที่ดีของการประชุมอันจะนำไปสู่การลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์และการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตเมื่อถามถึงบริเวณบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว เราได้มีการพูดคุยว่าอย่างไรบ้าง นายประศาสน์ กล่าวว่า เรามีการหารือเรื่องบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว…
-
“วิโรจน์” แฉ! กลโกงมูลนิธิฟอกเงิน เปิดรับบริจาคบังหน้า ผันเงินสีเทาเข้าบริษัทเครือข่าย
‘วิโรจน์’ ชี้ มูลนิธิบางแห่ง ‘ฟอกเงิน’ กันอย่างไร แฉ จัดฉากรับเงินบริจาค แต่เบื้องหลังมีเงินเทาก้อนมหึมาไหลเข้า ก่อนทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินจริง-เป็นเท็จ กับบริษัทเครือข่ายวันที่ 23 ต.ค.68 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า”[ มูลนิธิบางแห่ง เขาฟอกเงินกันอย่างไร ]การใช้มูลนิธิในการฟอกเงิน เกิดขึ้นกับมูลนิธิบางแห่ง โดยฉากหน้าใช้การเปิดรับบริจาค เป็นข้ออ้างในการอธิบายถึงแหล่งที่มาของเงินที่มูลนิธิใช้จ่าย แต่เบื้องหลังกลับมีเงินสีเทาก้อนมหึมาไหลเข้ามาที่มูลนิธิจากนั้นมูลนิธิก็ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินจริง หรือทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเท็จ ระหว่างมูลนิธิ กับบริษัทเครือข่าย เพื่อผันเงินจากมูลนิธิไปสู่บริษัทเครือข่ายนั้น จากเงินสกปรก ก็จะถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นรายได้ของบริษัทนั้นทันทีความเป็นจริง เงินที่มูลนิธิได้รับบริจาคมา อาจจะอยู่ในระดับน้อยกว่าเงินทั้งหมดที่ไหลทะลักเข้าสู่มูลนิธิก็ได้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างของมูลนิธิ อาจจะมากกว่าจำนวนเงินบริจาคอย่างมหาศาล แต่พอใครตั้งคำถามว่า เอาเงินที่ไหนมาซื้อ เอาเงินที่ไหนมาจ้าง ก็มักจะได้รับคำตอบว่า "ก็เอามาจากการเปิดรับบริจาคไง และส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่ประสงค์จะออกนาม"พอคนขอให้เปิดเผย เงินที่มูลนิธิใช้ เพื่อจะเอามาเปรียบเทียบกับเงินที่ได้รับบริจาคมา เพื่อตรวจสอบว่าวงเงินที่ใช้จ่ายนั้น เกินกว่ายอดเงินบริจาค หรือไม่มูลนิธิบางแห่ง ก็จะหยิบยกเอาการทำความดีมาเป็นเกราะป้องกันการตรวจสอบ และมักจะอ้างว่า ตนทำความดี ทำไมต้องมาถูกตรวจสอบ คนที่จะมาตรวจสอบนั้นทำความดีได้สักเศษเสี้ยวหนึ่งของตนแล้วหรือยัง จากนั้นก็จะปลุกระดมมวลชนให้มารุมประณามคนที่ตั้งคำถาม กับความโปร่งใสของมูลนิธินี่ล่ะครับกลไกการใช้มูลนิธิในการฟอกเงิน ที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิบางแห่ง (ย้ำว่าบางแห่งเท่านั้น)“
-
ฮุน มาเนต ประกาศถึงคนเขมรทันที หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทย
ฮุน มาเนต ประกาศถึงคนเขมรทันที หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทยวันที่ 23 ต.ค. 2568 หลังจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา แล้ว นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Hun Manet โดยระบุว่า วันนี้ ผมขอแจ้งให้ทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านเซเรงและเปรยจัน เนื่องจากสถานการณ์ได้คืบหน้าไปมาก ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยทั้งสองฝ่ายสามารถใช้หลักการทางเทคนิคและกฎหมายเพื่อหารือและหาทางออกอย่างสันติปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเซเรงและเปรยจัน เริ่มต้นจากการใช้ลวดหนามและยางรถยนต์ของทหารไทยล้อมบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านบางส่วนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความลำบากให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงชาวบ้านอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทั้งสองแห่ง สิ่งนี้ยังสร้างความตึงเครียดให้กับประชาชนชาวกัมพูชาทั้งในและต่างประเทศที่กำลังติดตามปัญหานี้เป้าหมายของรัฐบาลตั้งแต่แรกเริ่ม คือ การป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ และรุนแรงขึ้น รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลได้ใช้แนวทางการแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี และใช้สันติวิธีในการหาทางออก เพราะการใช้ความรุนแรงใดๆ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถหาทางออกได้เท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้ง และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังทำให้การหาทางออกเพื่อยุติปัญหาได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องยากผมเข้าใจความรู้สึกของประชาชน เพราะวิธีการอันโหดร้ายที่รัฐบาลเคยใช้ในอดีต บางครั้งก็ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการในทันที แม้ว่าการหาทางออกดูเหมือนจะไร้ผล และการดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่บางท่านอาจรู้สึกสิ้นหวังและคิดว่าคงไม่มีทางออก นอกจากนี้ การกระทำบางอย่างของฝ่ายไทย เช่น…