Category: การเมือง

  • “อภิสิทธิ์” โพสต์แล้ว หลังข่าวลือจ่อคัมแบ็กนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

    “อภิสิทธิ์” โพสต์แล้ว หลังข่าวลือจ่อคัมแบ็กนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น “อาสามารับใช้ประชาชน ในฐานะลูกพระแม่ธรณีอีกครั้ง”พรรคประชาธิปัตย์เตรียมจัดประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจังหวะสำคัญในการปรับโครงสร้างองค์กรของพรรคเก่าแก่ที่สุดของไทยในรายชื่อแคนดิเดต ไม่มีใครถูกจับตามากไปกว่า “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรคผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานกว่า 14 ปี (พ.ศ. 2548–2562)ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Abhisit Vejjajiva” โดยระบุอย่างเป็นทางการว่า อาสามารับใช้ประชาชนในฐานะลูกพระแม่ธรณีอีกครั้งครับทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 10 โดยตำแหน่งการจัดวางบุคคลมาเป็นทีมผู้บริหารพรรคในตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯนั้น ทางสมาชิกพรรคฯ ให้สิทธิ์แก่หัวหน้าพรรคคนใหม่ตัดสินใจเลือกคนมารับตำแหน่งนี้เอง ซึ่งคาดว่านายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ จะได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ คนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้ที่นายอภิสิทธิ์ไว้วางใจมานาน และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันส่วนทีมงานที่เหลือ นายอภิสิทธิ์ได้ฟอร์มทีมด้วยตัวเองไว้แล้ว ซึ่งจะผสมผสานกันทั้งคนเก่าและคนใหม่ โดยจะมีการเปิดตัวพร้อมกันทั้งคณะ หลังจากนายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว และเมื่อเสร็จกระบวนการทั้งหมดแล้ว นายอภิสิทธิ์จะขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์แนวทางการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ต่อสมาชิกพรรคสำหรับรายชื่อผู้บริหารพรรคบางส่วนนั้น มีชื่อนายสกลธี ภัทธิยกุล อดีตรองผู้ว่ากทม. มาเป็นรองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม.…

  • ‘อภิสิทธิ์’ คัมแบ็ก! คาดนั่งหัวหน้า ปชป. เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ 18 ต.ค.นี้

    “อภิสิทธิ์” คัมแบ็ก! คาดนั่งหัวหน้า ปชป. เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ 18 ต.ค.นี้ เปิดโผ “ชัยวุฒิ” เลขาฯ ส่วน “สกลธี-กรณ์” มีชื่อในทีมบริหารวันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ซึ่งขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ คนที่ 7 จะได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 10 โดยตำแหน่งการจัดวางบุคคลมาเป็นทีมผู้บริหารพรรคในตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯนั้น ทางสมาชิกพรรคฯ ให้สิทธิ์แก่หัวหน้าพรรคคนใหม่ตัดสินใจเลือกคนมารับตำแหน่งนี้เอง ซึ่งคาดว่านายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ จะได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ คนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้ที่นายอภิสิทธิ์ไว้วางใจมานาน และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันส่วนทีมงานที่เหลือ นายอภิสิทธิ์ ได้ฟอร์มทีมด้วยตัวเองไว้แล้ว ซึ่งจะผสมผสานกันทั้งคนเก่าและคนใหม่ โดยจะมีการเปิดตัวพร้อมกันทั้งคณะ หลังจากนายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว และเมื่อเสร็จกระบวนการทั้งหมดแล้ว นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์แนวทางการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ต่อสมาชิกพรรคสำหรับรายชื่อผู้บริหารพรรคบางส่วนนั้น มีชื่อนายสกลธี ภัทธิยกุล อดีตรองผู้ว่ากทม. มาเป็นรองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม.…

  • ประวัติ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ปิดฉาก 3 ทศวรรษ ลาออกเพื่อไทย รับถูกผู้มากบารมีแทรกแซง

    ย้อนเส้นทาง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นักการเมืองอาวุโสกว่า 3 ทศวรรษ ประวัติ ส.ส.เชียงใหม่ สู่ผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย อ้างถูกลดบทบาท-มีผู้มากบารมีล้วงลูกกลายเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงการเมือง เมื่อ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นักการเมืองอาวุโส อดีตหัวหน้าพรรคและอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ปิดฉากเส้นทางการทำงานร่วมกับพรรคที่ยาวนาน ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งภายในนักการเมืองผู้คร่ำหวอดกว่า 3 ทศวรรษนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2484 เป็นนักการเมืองชาวเชียงใหม่ที่มีประสบการณ์โชกโชน ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้วมากมายทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เขาเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีหลายกระทรวง และเคยเป็นหนึ่งในสมาชิก บ้านเลขที่ 111บทบาทที่สำคัญที่สุดของเขาคือการดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงปี 2562-2564 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาภาพจาก : วิกิพีเดียจุดหักเห ประกาศแยกทางกับพรรคเพื่อไทยล่าสุดในเดือนตุลาคม 2568 นายสมพงษ์ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลสำคัญว่าเกิดจาก ความขัดแย้งภายในพรรค, การถูกลดบทบาท และการที่มี ผู้มากบารมี เข้ามาแทรกแซงการคัดเลือกตัวผู้สมัครในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่สมพงษ์ ยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการย้ายไปพรรคอื่น แต่เป็นการแสดงจุดยืนของตนเอง และยังคงเปิดทางเลือกทางการเมืองในอนาคตการแยกทางครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา…

  • ร้องกรรมการสิทธิฯ กรณีข่มขู่-คุกคาม ‘อังคณา นีละไพจิตร’

    17 ตุลาคม 2568 – มูลนิธิผสานวัฒนธรรมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีการข่มขู่-คุกคาม อังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภา หลังจากที่อังคณาได้แสดงความคิดเห็นและข้อกังวลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยหวังให้ กสม. เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยุติการสร้างความเกลียดชังกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ “กัน จอมพลัง” อินฟลูเอนเซอร์ นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงโหยหวนของ “ผี” บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เพื่อกดดันชาวกัมพูชาที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ชายแดนจากการกระทำดังนี้ อังคณาได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า การปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปกดดันฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่และสถานการณ์ที่มีความตึงเครียด อาจส่งผลกระทบถึงรัฐบาล และการกระทำดังกล่าวยังอาจขัดต่อพันธกรณีที่ไทยมีต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อีกทั้งการกระทำใด ๆ ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจของพลเรือน แม้จะเป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ อาจเข้าข่ายการทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญา CATอย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเผยแพร่ความเห็นของอังคณาสู่สาธารณะ กลับมีการโจมตีด้วยข้อความแสดงความเกลียดชังต่ออังคณา ทั้งทางสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ รวมทั้งโจมตีไปถึงกรณีการบังคับสูญหายทนายสมชาย…

  • กองทัพภาคที่ 5 ของกองทัพกัมพูชา ออกแถลงการณ์ด่วน!

    วันที่ 17 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์รายงานระบุว่า เมื่อสักครูที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 5 ของกองทัพกัมพูชาวันที่ 17 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์รายงานระบุว่า เมื่อสักครูที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 5 ของกองทัพกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสื่อสังคมออนไลน์ในกัมพูชาบางส่วนที่ระบุว่า ไทยได้มีการไถปรับทางรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของกัมพูชาในพื้นที่ตำบลถมอดา อำเภอเวียลแวง จังหวัดโพธิสัตย์ ซึ่งไม่เป็นความจริงข่าวประชาสัมพันธ์17 ต.ค. – กองทัพภาคที่ 5 ของกองทัพกัมพูชาขอชี้แจงว่ามีข่าวและรายงานทางโซเชียลมีเดียว่า ประเทศไทยได้เปิดถนนเข้าสู่ดินแดนกัมพูชาในตำบลถมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัตว์ ซึ่งไม่เป็นความจริงการสร้างถนนดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งของดินแดนไทย ทหารกัมพูชาที่ประจำการอยู่ในพื้นที่นี้ กำลังปกป้องบูรณภาพของดินแดนกัมพูชาอย่างเหนียวแน่น ดังนั้นโปรด อย่าเข้าใจผิดและอย่าแชร์ต่อกองทหารภาค 5 ขอเน้นย้ำว่างานปักปันเขตแดนและการกำหนดเขตแดนเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) และความรับผิดชอบนี้ยังได้รับการยืนยันเพิ่มเติมในรายงานการประชุมพิเศษ ครั้งที่ 1 ของคณะกรรมการปักปันเขตแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่…

  • เอาแล้ว! อสส.ร่อนหนังสือด่วนถึง ‘ทวี’ ส่อขัดรธน.-แทรกแซงตุลาการปมนิรโทษฯบุกรุกป่า

    16 ตุลาคม 2568 – ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง (พ.ร.บ.)นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. ….ที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธาน โดยเป็นการประชุมครั้งที่ 5 ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งนี้ เลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่ามีหนังสืออัยการสูงสุด(อสส.) ด่วนที่สุด ที่ อส 0008 (พก 1)/17324 ลงวันที่ 9 ต.ค. 2568 เรียนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แจ้งว่ามีข้อสังเกตในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรเฉพาะกลุ่ม โดยมีรายละเอียดดังนี้1. ตามร่างนี้ไม่สามารถระบุถึงบุคคลผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่จะได้รับการนิรโทษกรรมอย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อไม่สามารถระบุถึงบุคคลที่จะได้รับการนิรโทษกรรมที่แน่นอนไว้ ย่อมอาจไม่สอดคล้องกับเจตนาที่จะนิรโทษกรรมตามหลักของกฎหมาย ทั้งนี้ การบัญญัติกฎหมายไม่ชัดเจนตามมาตรา 5 และมาตรา 6 ดังกล่าวอาจเกิดปัญหาการขัดต่อกฎหมายและอาจเกิดการแทรกแซงและแสวงหาผลประโยชน์ได้2. ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นฐานที่จะได้รับสิทธิ์ตามร่างมาตรา 5 ยังไม่มีขอบเขตการกำหนดเชิงพื้นที่ที่ชัดเจน จึงอาจส่งผลกระทบต่อกลไกการบังคับใช้กฎหมาย3. จากความไม่ชัดเจนตามข้อ 1 ในข้อ 2 จะก่อให้เกิดปัญหาต่อการพิจารณาของคณะกรรมการนิรโทษกรรมจังหวัด อันกระทบต่อประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ และเกิดความเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในการวินิจฉัยให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับสิทธิหรือเสียสิทธิ์4. บทบาทของพนักงานอัยการนั้น…

  • ‘สมพงษ์’ ลาออกเพื่อไทย เผยจุดแตกหักปัญหาภายใน ปัดถูกดูด

    เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2568 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนได้ตัดสินใจจะลาออกการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อด้วย โดยให้ทีมงานนำเอกสารใบลาออกไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว การตัดสินใจนี้ไม่เกี่ยวกับที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน หรือกระแสตก แต่เหตุผลมาการบริหารจัดการภายในที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 เชื่อว่า สส.ส่วนใหญ่ ก็อึดอัดกับสถานการณ์ในพรรคกับการจัดลำดับความสำคัญที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารพรรคมองไม่เห็นนายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งที่การเลือกตั้งทั้งในระดับ สส. หรือท้องถิ่น ก็ฟ้องอยู่ว่า พรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ตนมีส่วนในการบริหารจัดการมาโดยตลอดก่อนจะถูกลดบทบาท กระทั่งไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เลย อย่างที่ จ.เชียงใหม่ ที่เลือกตั้งล่าสุดได้มาเพียง 2 เขต ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของพรรค จุดเปลี่ยนมาจากการที่พรรคสนับสนุน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถึง 2 สมัย แต่เมื่อได้ทำงานกลับทำงานแบบไม่เห็นหัวใคร ไม่เคยประสาน สส. หรือผู้สมัคร สส.ของพรรคที่ไม่ใช่พวกตัวเอง มันก็เลยพังอย่างที่เห็นและจุดแตกหักสุดท้าย กรณีที่พรรคมอบหมายให้เฟ้นหาผู้ที่มีศักยภาพ เพื่อเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ที่เขต 1…

  • เขมรไม่ทนแล้ว! ฮุน เซน ประกาศถึงไทย

    วันที่ 16 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า สื่อท้องถิ่นกัมพูชา รายงานคำพูด สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศ จะไม่อดทนอีกต่อไป หากไทยยังละเมิดกัมพูชาอีกครั้ง และว่าอาจเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้นได้ในวันนี้วันที่ 16 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า สื่อท้องถิ่นกัมพูชา รายงานคำพูด สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศ จะไม่อดทนอีกต่อไป หากไทยยังละเมิดกัมพูชาอีกครั้ง และว่าอาจเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้นได้ในวันนี้โดยเพจ กองทัพบก ทันกระแส ระบุข้อความว่า อีกครั้ง!! ฮุน เซน ขู่ไทย ได้เวลาแล้วที่กัมพูชาต้องลงมือ จะมีสถานเลวร้ายวันนี้ สันติภาพไม่มีอยู่จริงโพสต์ดังกล่าวเรียบเรียง สยามนิวส์

  • คดีพลิก! อังคณา โพสต์ประณามกัมพูชา ก่อนถูกถาม กลับกลางโซเชียล

    นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืน ประณามการวางกับระเบิดในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพหลักมนุษยธรรม และยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนย้อนไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืน ประณามการวางกับระเบิดในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยเรียกร้องให้กัมพูชาเคารพหลักมนุษยธรรม และยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนนางอังคณาระบุว่า ประณามการวางกับระเบิดในพื้นที่ช่องอานม้า เรียกร้องให้กัมพูชาเคารพหลักมนุษยธรรม และ ยึดแนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนกับระเบิด เป็นสิ่งที่ถูกห้ามโดยไม่มีข้อยกเว้นแม้ในสภาวะสงคราม กัมพูชาเป็นประเทศที่พลเมืองจำนวนไม่น้อยรวมถึงผู้หญิงและเด็กต้องเสียชีวิต หรือกลายเป็นคนพิการสูญเสียขาในช่วงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคเขมรแดง กัมพูชาจึงควรตระหนักถึงความร้ายแรงของกับระเบิดที่เกิดต่อผู้บริสุทธิ์การใช้กับระเบิดในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จึงเป็นเรื่องที่สมควรถูกประณามทั้งนี้ ทั้งไทยและกัมพูชาต่างเป็นประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการ ห้ามใช้ สะสม ผลิต และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (anti-personnel landmines) กัมพูชาจึงต้องเคารพและปฏิบัติตามอนุสัญญาอย่างเคร่งครัดโพสต์ดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมเพจดัง แฉหมดเปลือก! ตึกหรูกลาง พนมเปญ ศูนย์ฟอกเงินจากแก๊งคอลฯ ทั่วโลก เจอของจริง! อดีตผู้พิพากษาอาวุโส เปิดข้อกฎหมาย เคลียร์ปมสิทธิ กรณี สว.อังคณา…

  • นายกฯ อนุทิน โต้กลับ “ฮุน มาเนต” บอกปัญหาประเทศไทยไม่มี มีอยู่ที่เดียว

    ภาพไฮไลต์นายกฯ ตอบสั้นๆ หลัง "ฮุน มาเนต" ฝากบอกไทยให้จัดการปัญหาตัวเองก่อน ไม่ต้องมาช่วยจัดการแสกมเมอร์ ยัน "ปัญหาประเทศไทยไม่มี มีอยู่ที่เดียว" แนะอย่าเพิ่มความเห็นต่าง ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดีวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นำคณะผู้บริหาร ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือน สปป. ลาว ซึ่งนับเป็นการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี ภายหลังดำรงตำแหน่ง และเป็นโอกาสพิเศษเนื่องในวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย –…