Category: การเมือง
-
รอบนี้ชัดเลย! สถานทูตจีน ตอบเเล้ว กรณีจีนส่งอาวุธรบ หนุนกองทัพกัมพูชา
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้เเจง กรณีมีรายงานว่า จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธจำนวนมากแก่กัมพูชาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้เเจง กรณีมีรายงานว่า จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธจำนวนมากแก่กัมพูชา ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โดยระบุว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบคำถามถึงกรณี เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่มีสื่อมวลชนตะวันตกรายงานว่า จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธจำนวนมากแก่กัมพูชา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าจีนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังบิดเบือนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างจีนกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดึงดูดความสนใจ จีนมีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้นับตั้งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกับทั้งไทยและกัมพูชา ได้ยึดมั่นในจุดยืนแห่งความยุติธรรมและความเป็นกลาง ดำเนินการส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันด้วยสันติวิธี รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของจีน ไทย และกัมพูชาได้บรรลุ ฉันทามติอันหนิงทั้งสามประเทศได้จัดการประชุมไม่เป็นทางการ ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีนเดินทางไปกลับระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้ง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยยภายใต้การผลักดันอย่างแข็งขันของจีน มาเลเซีย และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงการหยุดยิง และกำลังสื่อสารกันผ่านกลไกทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างชื่นชมบทบาทที่ขาดไม่ได้ของจีนเป็นอย่างสูงจีนสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายคลี่คลายความขัดแย้งด้วยการเจรจาและปรึกษาหารือ รวมทั้งสนับสนุนให้มาเลเซียแสดงบทบาทของประธานอาเซียนหมุนเวียน โดยผลักดันการแก้ไขปัญหาทางการเมืองด้วย วิถีอาเซียน จีนพร้อมจะส่งเสริมการเจรจาและปรึกษาหารือต่อไปด้วยวิธีตนเองตามความประสงค์ของทั้งสองฝ่าย และแสดงบทบาทสร้างสรรค์เพื่อรักษาข้อตกลงการหยุดยิงให้มั่นคงและแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีทั้งนี้ จีนได้ดำเนินความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับประเทศสมาชิกอาเซียนตามปกติ รวมถึงไทยและกัมพูชา…
-
สุดพีค! รู้แล้วสาเหตุ โดนัลด์ ทรัมป์ อดรับรางวัลโนเบลสันติภาพ 2025
แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถเจรจาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสหลังสงครามยาวนานกว่า 2 ปี แต่เขาไม่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปีนี้แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถเจรจาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสหลังสงครามยาวนานกว่า 2 ปี แต่เขาไม่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปีนี้ สาเหตุหลักมาจากเรื่องของเวลาที่ไม่ตรงกันคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์จำนวน 5 คน ตัดสินใจมอบรางวัลโนเบลสันติภาพ 2025 ให้กับผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา มาเรีย โครินา มาชาโด (Maria Corina Machado) ก่อนที่ข้อตกลงยุติสงครามจะเกิดขึ้นเพียงสองวันความคิดเห็นจากคณะกรรมการโนเบลเจอร์เกน วัตเน่ ฟรีดเนส ประธานคณะกรรมการโนเบล กล่าวว่า เราจะได้รับจดหมายจำนวนมากทุกปีจากผู้คนที่อยากบอกว่าผลงานใดนำไปสู่สันติภาพ คณะกรรมการตัดสินใจจากผลงานและเจตนารมณ์ของอัลเฟรด โนเบล เท่านั้น นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าห้องประชุมเต็มไปด้วยภาพถ่ายของผู้ได้รับรางวัลโนเบลทุกคน ซึ่งสะท้อนถึงความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ความพยายามของทรัมป์เพื่อสันติภาพหลังการประกาศข้อตกลงที่ยุติสงคราม ภาพจากถนนในเทลอาวีฟและฉนวนกาซาแสดงให้เห็นฝูงชนโห่ร้องชื่อทรัมป์ และมีผู้ตะโกนเรียกร้อง โนเบลให้ทรัมป์ทรัมป์ยังได้รับคำชมจากความพยายามลดความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนในช่วงสมัยดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง นอกจากนี้ เขายังได้รับการเสนอชื่อจากพันธมิตรหลายฝ่ายสำหรับบทบาทในการสร้างสันติภาพในความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรวันดา กัมพูชาและไทย อินเดียและปากีสถาน เซอร์เบียและโคโซโว อียิปต์และเอธิโอเปีย รวมถึงอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียการเสนอชื่อและความเป็นไปได้ในอนาคตสส.แอนดี้ บาร์ (รัฐเคนทักกี้) เป็นผู้เสนอชื่อทรัมป์สำหรับรางวัลนี้เมื่อวันพฤหัสบดี โดยยกย่องผลงานด้านการทูตอันโดดเด่นของเขา พร้อมระบุว่า ไม่มีผู้นำโลกคนใดทำเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในโลกมากไปกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งนี้…
-
เขมรชูคอ! หลังจีนส่ง 2 เรือรบ เทียบท่าสีหนุวิลล์ มั่นใจไทยไม่กล้าทำอะไรแน่ แต่มีพีคกว่านั้น
วันที่ 10 ตุลาคม สื่อท้องถิ่นกัมพูชารายงานว่า เรือรบของกองทัพเรือจีน 2 ลำ พร้อมลูกเรือรวม 1,207 นาย เดินทางถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชาวันที่ 10 ตุลาคม สื่อท้องถิ่นกัมพูชารายงานว่า เรือรบของกองทัพเรือจีน 2 ลำ พร้อมลูกเรือรวม 1,207 นาย เดินทางถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา อย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นโดยเรือลำแรกชื่อ ฉีจี้กวง (Qi Jiguang) เป็นเรือฝึกขนาดใหญ่ของกองทัพเรือจีน มีระวางขับน้ำ 9,000 ตัน ความยาว 165.3 เมตร กว้าง 22.2 เมตร กินน้ำลึก 6.6 เมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ 22 น็อต โดยมี พลเรือตรี เฝิง เหลียง (Feng Liang) เป็นผู้บัญชาการเรือส่วนเรือลำที่สองชื่อ อี้เหมิงซาน…
-
ดีลช็อก! “วราวุธ”แคนดิเดตนายกฯ ถอดสมการควบรวมพรรค “เพื่อไทย-ชาติไทยพัฒนา”
ชื่อของ “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กลายมาเป็นบุคคลที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในชั่วโมงนี้ หลังมีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่า เขาอาจถูกทาบทามให้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อเข้ามานำพาประเทศในสถานการณ์ทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความผันผวนและรัฐบาลที่กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเมืองโดยเฉพาะบทเรียนที่นายกรัฐมนตรีจากตระกูลชินวัตร ต้องประสบชะตากรรม “จบไม่สวย” ทางการเมือง หากจะควานหาบุคคลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่เป็นคนนอกพรรคและนอกตระกูลชินวัตร ก็ต้องได้ดีหนึ่งประเภทหนึ่งแบบ เศรษฐา ทวีสิน แต่จะหา“เศรษฐา 2” นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ในสถานการณ์ที่กลายเป็น “ไก่รองบ่อน” ในขณะที่พรรคคู่แข่งอย่างภูมิใจไทยสดใสกว่าการโยนชื่อของ“วราวุธ” ออกมาในชั่วโมงนี้ นี่คือประเด็นสำคัญถึงความโดดเด่นทางการเมืองของเขา ต้องยอมรับว่า “วราวุธ” มีภาษีไม่น้อย นอกจากพูดภาษาอังกฤษสำเนียงบริติช จนกลายเป็นไวรัลแล้ว ดีกรีพื้นฐานการศึกษาก็ไม่ธรรมดา จบวิศวกรรมจาก UCL และ MBA ด้านการเงิน ทำให้มีกรอบคิดเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการ มีภาพลักษณ์ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย และยังผ่านงานตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง (คมนาคม, ทรัพยากรธรรมชาติฯ, พม.) สะสมความเชี่ยวชาญด้านการบริหารระดับสูง เรียกว่ามีความพร้อมสำหรับเก้าอี้แคนดิเดตนายกฯกระนั้น หนทางที่จะเป็นไปได้ หากจะมีชื่อของ “ท็อป วราวุธ” มาเป็นแคนดิเดตให้พรรคเพื่อไทย ก็มีแต่จะต้อง ยุบพรรคมารวมกัน ถ้าหากเป็นจริง…
-
เปิดรายชื่อ 7 ที่ปรึกษานายกฯ ‘อนุทิน’ ผุดชื่อ ‘สรอรรถ-สมคิด-วุฒิสาร-ไชยวัฒน์’ มีผล 1 ต.ค. 68
"อนุทิน" เซ็นตั้ง 7 ที่ปรึกษานายกฯ มีผล 1 ต.ค. 68 ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เสนอความเห็น ตามที่นายกฯ มอบหมายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 312/2568 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าที่ปรึกษานายกฯเพื่อให้การขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิปฏิบัติหน้าที่ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ดังนี้1. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม2. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์3. นายวุฒิสาร ตันไชย4. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์5. พันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข6. นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ7. นายชัยวัฒน์ ศรีวิภาสถิตย์ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 1 ตุ.ค.…
-
ทูตจีน โพสต์ทันที หลัง กัมพูชาติดอันดับ 5 ประเทศที่เป็นมิตรที่สุดในโลก งานนี้ตาสว่างเลย
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความแสดงความยินดีกับประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Wang Wenbin Chinese Ambassador to the Kingdom of Cambodia 汪文斌 โดยระบุว่า Congratulations Cambodia No. 5 on the World's Friendliest Countries ranking of the Conde Nast Traveller 2025 Readers' Choice Awards.ทั้งนี้ แปลเป็นภาษาไทย มีใจความว่า ขอแสดงความยินดีกับกัมพูชา อันดับที่ 5…
-
ทบ. ชี้คลิปจริง ทหารกัมพูชา บุก ตัด รื้อรั้วลวดหนามไทย ห่างปราสาทตาควาย 3 กม.
วันที่ 10 ต.ค. 68 จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “ส่องเขมร” โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า “เมื่อวันที่ 05/10/68 ทหารเขมรประจำจุดแนวรบพื้นที่ปราสาทตาควาย ลงคลิปตัดลวดหนามหีบเพลงออก แต่แอดไม่แน่ใจว่าเป็นคลิป ภาพใหม่หรือเก่าที่นำมาลง”ต่อมาพ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากคลิปดังกล่าวกองทัพบก ได้ตรวจสอบข้อมูลกับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แล้ว พบว่าแนวลวดหนามป้องกันตนเองของฝ่ายไทยถูกตัดในพื้นที่บริเวณทิศตะวันออกของ ปราสาทตาควาย ประมาณ 3 กิโลเมตร คาดว่าถูกตัดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าวสำหรับคลิปวิดีโอที่ปรากฏนี้ ถือเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงละเมิดมาตรการหยุดยิง รวมถึงข้อตกลงของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างต่อเนื่อง สวนทางกับการที่กัมพูชาพยายามแสดงออกหรือมีแถลงการณ์ต่างๆ ต่อเวทีโลกที่ระบุว่ามีความจริงใจและต้องการหาทางออกด้วยสันติวิธี ทั้งที่เป็นฝ่ายเพิ่มความตึงเครียดและสร้างสถานการณ์ต่างๆ ในบริเวณพื้นที่ชายแดน
-
ด่วน! สระแก้วตึงเครียดต่อเนื่อง กลุ่มเขมรรวมตัว เลี่ยงเข้าใกล้ในช่วงเวลานี้
ด่วน! สระแก้วตึงเครียดต่อเนื่อง กลุ่มเขมรรวมตัว เลี่ยงเข้าใกล้ในช่วงเวลานี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังทางจังหวัดได้กำหนดให้วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) เป็นวันสุดท้ายที่ชาวกัมพูชาต้องอพยพออกจากพื้นที่ฝั่งไทยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาได้ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่แนวชายแดนทั้งสองจุด เพื่อประเมินสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของมวลชนทั้งสองฝั่ง ปรากฏว่าผลการตรวจสอบพบความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาบริเวณ บ้านหนองหญ้าแก้ว พบกลุ่มประชาชนชาวกัมพูชาประมาณ 30-40 คนเริ่มรวมตัวอยู่บริเวณใกล้แนวรั้วลวดหนามในลักษณะรอดูสถานการณ์ บางส่วนถือกล้องโทรศัพท์ถ่ายภาพและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของตนเองขณะที่ฝั่งไทยยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารของกองกำลังบูรพา ประจำจุดคอยสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องส่วนในพื้นที่ บ้านหนองจาน ซึ่งถือเป็นแนวพื้นที่อ่อนไหวมากที่สุดจากกรณีพิพาทเขตแดนที่ผ่านมา พบว่า ทหารกัมพูชามีกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะในบริเวณ จุดเต็นท์สีฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ประชิดแนวชายแดน พบกำลังพลหลายสิบนายผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ตลอดแนว บางส่วนติดอาวุธครบมือและมีลักษณะเฝ้าระวังใกล้ชิดทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าเกี่ยวข้องกับการที่วันนี้เป็นวันที่ทางจังหวัดสระแก้วกำหนดให้ชาวพุทธกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยต้องอพยพออกทั้งหมดและขนย้ายสิ่งของออกไปอย่างไรก็ตาม จากการประเมินของหน่วยข่าวในพื้นที่ คาดว่าในช่วงสายถึงเที่ยงวันนี้ น่าจะมีมวลชนชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาเพิ่มอีกหลายเท่าตัว เพื่อรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพา และหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ยังคงวางกำลังในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งบินโดรนตรวจการณ์ต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันและรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดนขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนฝั่งไทยและฝ่ายปกครองอำเภอโคกสูงยังคงประสานงานกับชาวบ้านในพื้นที่ให้ติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด และขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แนวชายแดนในช่วงเวลานี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
-
มติศาลรธน.6:2 พิจารณาภูมิธรรม–ทวีแทรกแซงฮั้วสว.ต่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ
เมื่อวันที่ 9ตุลาคม2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 2 เห็นว่าควรดำเนินการพิจารณาคดีที่สมาชิกวุฒิสภายื่นร้อง ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ต่อไป แม้ว่าทั้งสองจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากเห็นว่า “คดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะ” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 51คำร้องดังกล่าวเสนอโดยสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเครื่องมือแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือกสว.อันเป็นการครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักแยกอำนาจ และหลักนิติธรรม ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ระหว่างพิจารณาคำร้อง นายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวีได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เนื่องจากคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยไม่มีรายชื่อทั้งสองคน…
-
สุดยอด! เปิดภาพ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธี เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ความยากลำบากที่แสนงดงาม
สุดยอด! เปิดภาพ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธี เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ความยากลำบากที่แสนงดงามเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยภาพและเรื่องราวของ สันหลังมังกร เส้นทางยุทธวิธีสุดท้าทาย เลียบชายแดน ไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัด จันทบุรี ระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบากในการสร้าง ทั้งสภาพภูมิประเทศที่สูงชันและทุรกันดารแต่ก็แฝงไว้ด้วย ความงดงามของธรรมชาติ และที่สำคัญยิ่งคือ น้ำใจของชาวจังหวัดจันทบุรี ที่ร่วมแรงร่วมใจกับ กองทัพเรือ ทั้งออกทุน ออกแรง ในการร่วมกันพัฒนาเส้นทางนี้ขึ้นมาสันหลังมังกร ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือและหัวใจของคนไทยที่ไม่ยอมถอยเมื่อต้องปกป้องแผ่นดินเกิดภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำภาพจาก ดร.เฉลิมพล ศักดิ์คำเรียบเรียงโดย มุมข่าว