Category: การเมือง

  • ด่วน!!! ศาลอาญาสั่งจำคุก 5 แกนนำ นปช. คนละ 4 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา

    ด่วน ศาลอาญา สั่งจำคุก 5 แกนนำ นปช.ขับไล่รัฐบาลมาร์ค อภิสิทธิ์ คนละ 4 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา วีระ จตุพร ณัฐวุฒิ หมอเหวง อดิศร โดน รอลุ้นประกันตัว ขับไล่รัฐบาลมาร์ค อภิสิทธิ์ – บุกบ้านป๋าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาครั้งที่2 คดี หมายเลขดำอ.968/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (ปธ.นปช.) พร้อมแกนนำ นปช. และแนวร่วมอื่นๆ เป็นจำเลย 1-13 ในความผิด ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่10 คนขึ้นไป สร้างความกระด้างกระเดื่องก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ,ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 31…

  • “ปารีณา”จ่อยื่นศาลไต่สวน “วีระ-สื่อ” ข้อหาตัดทอน-บิดเบือนคำพิพากษา

    “ปารีณา” เผยเตรียมยื่นศาลไต่สวน “วีระ สมความคิด” และสื่อหลายสำนัก ปมบิดเบือนคำพิพากษา ลั่นพร้อมดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตสส.ราชบุรี ได้โพสต์ข้อความระบุว่าพรุ่งนี้ ปารีณา ยื่นร้องศาลให้มีการไต่สวน นายวีระ สมความคิด และสื่อมวลชนหลายท่าน กรณีตัดทอน บิดเบือน คำพิพากษาศาลชั้นต้น จนปารีณาได้รับความเสียหาย พร้อมดำเนินคดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจึงขอเรียนทุกท่านว่า โดยปกติเวลาศาลพิพากษาคดีแล้ว สื่อจะต้องรอให้ศาลเรียบเรียงคำพิพากษาแล้วเสร็จ ค่อยเผยแพร่ มิใช่ไปเห็นเฟซบุ๊กแล้วก็นำเสนอข่าว จึงขอได้โปรดรอคำพิพากษาจากศาลที่เป็นลายลักษณ์อักษรค่อยนำเสนอข่าวให้ถูกต้องถึงการละเมิดอำนาจศาลโทษไม่สูง แต่.. ไม่เป็น..คดีกัน เป็น…นักข่าวมืออาชีพ เป็น..ช่องน่าเชื่อถือ ทำไมไม่รอคำพิพากษากันคะสุดท้ายขอเรียนทุกท่านด้วยว่า เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด หรือถึงที่สุดแล้ว การแสดงออกความคิดเห็นคำพิพากษาจะต้องเป็นไปตามวิชาการเท่านั้นจึงจะไม่ละเมิดอำนาจศาล จึงให้รอคำพิพากษาก่อนค่อยวิจารณ์กัน ทนายปารีณาพร้อมโฟนอินทุกช่อง ในทุกคำถามด้านวิชาการค่ะคดีนี้เพิ่งพิพากษาศาลชั้นต้น และประเทศไทยยังมีศาลสูงไว้เพื่อความยุติธรรมต่อไป

  • ดร.กิตติธัช ชี้เลือกตั้งใหญ่ ฝั่งอนุรักษนิยมตัดคะแนนกันเอง ‘อภิสิทธิ์’ ทำแผนใหญ่ ‘ภท.’ สะดุด

    6 ต.ค.2568-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกครึ่งปีข้างหน้า จะเป็นการแย่งชิงและ "ตัดคะแนนกันเอง" ของฝั่งอนุรักษนิยม สาย ปชป.(ทั้งเก่าและใหม่) โดยอาจจะมีพลเอกรังษี เข้ามาร่วมด้วย (ถ้ายังอยู่ถึงตอนนั้น)กรณีเอกนัฏ ต้องดูอีกทีว่าสุดท้ายจะจบกับภูมิใจไทยหรือประชาธิปัตย์ ถ้ากลับประชาธิปัตย์ อย่างน้อยต้องมีเลขาธิการพรรค แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องดูดีลกับภูมิใจไทยว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้าเอกนัฏไปกับประชาธิปัตย์ก็ไม่มีปัญหา ผนึกกำลังกับอภิสิทธิ์ก็น่าจะทำให้ฐาน กทม.แข็งแรงขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่า สส.ภาคใต้ตอนบนก็ทยอยไปเข้าภูมิใจไทยแล้วแต่ถ้าเอกนัฏอยู่กับภูมิใจไทยก็เดาได้ว่าจะได้ดู กทม. ภาคกลางฝั่งตะวันตก และภาคใต้ตอนบน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นฐานของ สส.เครือข่ายเอกนัฏอยู่แล้ว ซึ่งถึงเวลาเลือกตั้งก็จะต้องชนกับประชาธิปัตย์ที่นำโดยอภิสิทธิ์ ยังไม่นับว่ามี พีระพันธุ์, ดร.เอ้, หมอวรงค์, พลเอกรังษี มาช่วยหารคะแนนกันอีก ซึ่งแน่นอนว่าฐานคะแนนเสียงของพรรคสีแดงและสีส้มยังคงเดิม ทำให้เดาได้เลยว่าสุดท้ายแล้วผลการเลือกตั้งของฟังอนุรักษนิยม ไม่น่าจะดีกว่าปี 2566 แต่ประการใด…ส่วนภูมิใจไทยนั้นแต่เดิมไม่ได้อยู่ฐานคะแนนเดียวกับพวกนี้อยู่แล้ว แต่แผนใหญ่ที่คิดจะรวบฝั่งอนุรักษนิยมก็อาจจะต้องสะดุด เพราะการกลับมาของอภิสิทธิ์และ ปชป.

  • รู้เรื่อง MOU 43-44 “ไทย-กัมพูชา” ก่อนทำประชามติยกเลิก

    บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา หรือ MOU 2543-2544 กลับมาเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีแนวคิดให้ประชาชนทำประชามติว่าจะยกเลิกหรือไม่ พร้อมกับการลงคะแนนเลือกตั้งในปี 2569MOU 2543บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกลงนามเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2543 (ค.ศ.2000) ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ 2 ฝ่าย คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมช.ต่างประเทศ (ขณะนั้น) ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย และนายวาร์ กิม ฮง ที่ปรึกษารัฐบาล ผู้รับผิดชอบกิจการชายแดนของกัมพูชาบันทึกความเข้าใจฉบับนี้กำหนดให้ไทยและกัมพูชาร่วมกันสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ไม่ใช่การกำหนดเขตแดน โดยใช้กลไลคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นเครื่องมือสำคัญ ขับเคลื่อนการจัดทำหลักเขตแดนทางบกผ่านเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ คือ อนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับปี ค.ศ.1904, สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับปี ค.ศ.1907 และแผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนกับสยาม ตามอนุสัญญาฉบับปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ.1907ขณะเดียวกันปมความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา มีที่มาจากปัญหาเส้นเขตแดน ฝ่ายไทยยึดแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 มาโดยตลอด ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายึดแผนที่มาตรส่วน…

  • รู้เลยว่าเจ็บ เเต่เก็บอาการ! ฮุน เซน เเสร้งโพสต์ตรง ๆ ถึงชาวเขมรทุกคน

    รู้เลยว่าเจ็บ เเต่เก็บอาการ! ฮุน เซน เเสร้งโพสต์ตรง ๆ ถึงชาวเขมรทุกคนเรียกได้ว่าหัวร้อนไม่หยุด กับกรณีของ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา หลังจากที่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์รูปภาพของตนเอง พร้อกับคลิปวิดีโอ ที่เป็นเนื้อหาคล้ายกับงานกาชาด และมีภาพเจ้าหน้าที่กำลังเล่นสนุกอยู่ภายในร้ายยิงปืนลม ผ่านเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia โดยระบุว่า นี่หรือคือความเป็นอารยชนที่มีคุณธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรมสูง พร้อมกับกล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และเลวยิ่งกว่าสัตว์ล่าสุด ฮุน เซน ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยการโพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมกับข้อความ โดยระบุว่า ขอเถอะชาวเขมร อย่าทําชั่วที่ด้อยค่ากว่าสัตว์ไทยบางตัว หากเจ็บใจกับ ประเทศไทย กรุณาอย่าซื้อของไทย และหยุดใช้เงินไทยบนแผ่นดินเขมร เพื่อเสริมสร้างเอกราชทางการเงินของชาติโพสต์ดังกล่าวเรียบเรียงโดยทีมข่าวสยามนิวส์

  • เด้งกลางดีเอสไอ! สะเทือนมรสุมศาลรัฐธรรมนูญ

    แม้จะไม่เกินความคาดหมาย กับปฏิบัติการ "เด้ง" เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเกิดความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในห้วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลใหม่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศแต่ที่น่าสนใจ ก็คือเมื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาเปิดโปงความผิดปกติเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่เป็นคณะทำงานคนสำคัญในคดีฮั้ว สว.โดยถูกสั่งให้ไปช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลเพียง 3 วัน (26 ก.ย. 2568) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เร่งรีบและมีเงื่อนงำหรือไม่"ชูวิทย์" มองว่านี่คือการ"เด้งเข้ากรุ"หรือ"เด็ดหัว"เจ้าหน้าที่เพื่อหยุดหรือชะลอการทำคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจใหม่อย่างชัดเจน การย้ายผู้ปฏิบัติงานหลักออกไปอย่างกะทันหันย่อมส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคนอื่น ๆ ในการเดินหน้าทำคดีที่มีความอ่อนไหวสูงประเด็นที่สองที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักคือ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่พล.ต.ต. รุทธพล เนาวรัตน์ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน ซึ่งมีรายชื่อพนักงานสอบสวน DSI ที่กำลังทำคดีฮั้วสว.และเขากระโดงรวมอยู่ด้วย การดึงตัวเจ้าหน้าที่ที่"กุมสำนวน"และ"รู้ตื้นลึกหนาบาง"มาเป็นคณะทำงานส่วนตัวของรัฐมนตรีฯ จึงถูกตั้งคำถามว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำนวนคดีเพื่อวางแผน"เป็นประโยชน์กับตัวเองหรือพรรคพวก"หรือไม่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีทั้งสองมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับนักการเมืองจากพรรคการเมืองที่มีฐานอำนาจในพื้นที่บุรีรัมย์ คือพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันก็ถูกระบุว่าเป็น"บุรีรัมย์คอนเน็กชั่น"ซึ่งยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้แก่ข้อสงสัยแม้พล.ต.ต.รุทธพล จะออกมา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะไม่เข้าไปแทรกแซงคดีเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว. โดยระบุว่าจะยึดหลักนิติธรรม ปล่อยให้ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่ แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็สร้างบาดแผลให้กับความเชื่อมั่นในองค์กรขณะที่ความเคลื่อนไหวใน DSI อาจเป็นเพียงการ"เชือดไก่ให้ลิงดู" หรือไม่ โดยเฉพาะเก้าอี้ ของ ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไปที่สั่นคลอนไปด้วยหรือไม่ หรือจะโอนอ่อนไปตามอำนาจใหม่เป้าใหญ่ที่ต้องจับตาต่อไปนั้นคือเส้นทางของภูมิธรรม เวชยชัยอดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย…

  • โรม ลุยจุดทหารไทยยึดภูมะเขือเบ็ดเสร็จ แนะรับมือให้ดีแอนตี้โดรน หวั่นเขมร ซื้ออาวุธจีนเฟส 2

    โรม ลุยจุดทหารไทยยึดภูมะเขือเบ็ดเสร็จ แนะรับมือให้ดีแอนตี้โดรน หวั่นเขมร ซื้ออาวุธจีนเฟส 2 ผู้พันจักรกฤษณ์ ยัน เฝ้าระวังต่อเนื่อง ย้ำต้องซ่อมบำรุงเส้นทางเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกมธ.ฯ เดินทางลงพื้นที่ยอดภูมะเขือ จุดยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามปัญหาด้านความมั่นคง โดยมีพันโท จักรกฤษณ์ ขุริรัง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 11 ในฐานะหัวหน้าชุดที่ประจำพื้นที่ และเป็นผู้ทึ่ปักธงชาติไทยในวันที่ยึดพื้นที่ภูมะเขือคืนจากกัมพูชาได้ เป็นผู้ให้ข้อมูล และพาดูพื้นที่แนวเขตอธิปไตยของไทย ที่ทหารไทยตรึงกำลังยึดพื้นที่ไว้แบบเบ็ดเสร็จ รวมถึงดูจุดที่ทหารกัมพูชาเคยสร้างกระเช้าขึ้นมาและทหารไทยผลักดันออกจากพื้นที่ กลับไปอยู่ในแนวของกัมพูชา บริเวณด้านล่างโดยช่วงหนึ่งระบุว่า ขณะนี้ปัญหาเรื่องเส้นทางต่างๆได้ดำเนินการกว่า 8 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถส่งกำลังบำรุงได้ แต่จะมีต้องมีการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่า บนพื้นที่ภูมะเขือ ทหารไทยสามารถยึดพื้นที่ได้แบบเบ็ดเสร็จ ส่วนกำลังของฝ่ายตรวข้ามจะอยู่บริเวณด้านล่าง และยังมีการเพิ่มเติมกำลังเข้ามาในพื้นที่เคยตรึงกำลัง โดยทหารไทยก็เฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการประเมิน การเติมกำลังถือเป็นการที่อาจจะรุกเข้ามา ดังนั้นทหารจึงได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ทุกเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นในห้วงต่อไปโดยนายรังสิมันต์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ว่า…

  • สุนัขรับใช้

    วันนี้ ๖ ตุลาคมวันนี้เมื่อ ๔๙ ปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์นองเลือด มีการปราบปรามนักศึกษาประชาชน บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลเผด็จการทหารเหตุการณ์เดือนตุลาทั้ง ๒ เหตุการณ์ ในปี ๒๕๑๖ และ ๒๕๑๙ ว่ากันว่าทำให้ประชาธิปไตยเบ่งบานแต่ก็ชั่วครู่!มาวันนี้ การเมืองไทยยังวนอยู่ในอ่าง แม้คนเดือนตุลาจำนวนไม่น้อยมีอำนาจทางการเมืองจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจบด้วยการก้มหน้าก้มตารับใช้ “ทักษิณ ชินวัตร” ทุนการเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องคอร์รัปชันแต่ไม่มีอะไรสูญเปล่าครับอย่างน้อยๆ เราก็ได้รู้ว่า นักประชาธิปไตย มีอยู่หลากหลายรูปแบบบางคนมีแต่รูปแบบ แต่เนื้อหาเผด็จการดีๆ นี่เองบางคนเคยมีอุดมการณ์รับใช้ประชาชนพอเป็นใหญ่เป็นโต รับใช้คนโกงที่จริงมิใช่เฉพาะคนเดือนตุลา คนดังที่เป็นผลิตผลจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ก็แทบไม่ต่างกัน บางคนแทบจำอุดมการณ์ของตัวเองไม่ได้ช่วงระบอบทักษิณเรืองอำนาจ “ทักษิณ” เป็นนายกรัฐมนตรีร่วมๆ ๖ ปี มีคนกลุ่มนี้อยู่ข้างกายเต็มไปหมด เลือกใช้แทบไม่ทันขณะที่คนซึ่งยึดมั่นในอุดมการณ์ตลอดมาก็มีอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาเหล่านั้น ไม่มีอำนาจทางการเมือง หรือไม่อยากเกลือกกลั้วการเมืองเมื่อถึงวาระ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นอกจากการรำลึกที่ค่อยๆ เลือนรางตามกาลเวลาแล้ว สิ่งที่ทั้งคนรุ่นหลัง คนรุ่นใหม่ ต้องตระหนักคือ การต่อสู้และการยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างน้อยเป็นบทเรียนว่า การรับใช้ประชาธิปไตยนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเมื่อไหร่ก็ตาม…

  • รมว.ยุติธรรมคนใหม่เห็นควร”ยกฎีกา”ขอพระราชทานอภัยโทษ”ทักษิณ”

    กรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ถวายความเห็นประกอบพระราชดำริเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเอกสารที่มีชั้นความลับของทางราชการมีรายงานว่า รมว.ยุติธรรม ยืนยันตามความเห็นเดิมของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เห็นควร ยกฎีกา ของ นายทักษิณ ชินวัตร ตามที่กรมราชทัณฑ์เสนอ ส่งผลให้ นายทักษิณ ต้องถูกคุมขังในเรือนจำตามคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นเวลา 1 ปีก่อนหน้านั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ถวายความเห็นประกอบพระราชดำริในคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษของ นายทักษิณ และส่งเรื่องคืนให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้วการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามที่ สลค. ส่งเรื่องกลับมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่พิจารณา และให้ความเห็นเพิ่มเติมความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เนื่องจากเป็นเอกสารลับทางราชการ

  • รมว.ยุติธรรม ยืนยันเห็นควร ยกฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ทักษิณ ตาม พ.ต.อ.ทวี

    รมว.ยุติธรรม ยืนยันเห็นควร ยกฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ทักษิณ ตาม พ.ต.อ.ทวีรมว.ยุติธรรม ยืนตามความเห็น “ทวี ”ยกฎีกาพระราชทานอภัยโทษทักษิณ ต้องติดคุก ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเวลา 1 ปีจากกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้เสร็จ เกี่ยวกับกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและส่งเรื่องให้ รมว.ยุติธรรมคนใหม่ ถวายความเห็นประกอบพระราชดำริเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันตามความเห็นเดิมของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ที่เห็นควรยกฎีกาของ นายทักษิณ ชินวัตร ตามที่กรมราชทัณฑ์เสนอ ส่งผลให้นายทักษิณต้องถูกคุมขังในเรือนจำตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเวลา 1 ปีที่มา มติชนออนไลน์รมว.ยุติธรรม ถวายความเห็นประกอบพระราชดำริ กรณี ทักษิณ ขออภัยโทษ ส่งคืน สลค.แล้วอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รมว.ยุติธรรม ยืนยันเห็นควร ยกฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ทักษิณ ตาม พ.ต.อ.ทวีติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…