Category: การเมือง

  • ผบ.ตร. สั่งเด้งด่วน แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ อ้างมลทินคดีชั้น 14

    เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการ เนื้อหาระบุว่า ด้วย คณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 มีมติลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของพลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และหากกระทำการฝ่าฝืนโดยยังประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่ง ที่ 371/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเนื่องจากคำสั่งแพทยสภา ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นมาตรการระงับใช้ใบอนุญาตเป็นการชั่วคราวและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทางต้านการแพทย์ ประกอบกับปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง จึงเป็นเหตุอันเป็นที่สงสัยว่ามีข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หากให้ปฏิบัติบัติหน้าที่ในหน่วยงานเติม อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส เกิดความเป็นธรรม และมีให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา…

  • “ผู้กองแคท” รายงานตัวผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ หลังยื่นลาออกจากราชการ เปิดใจสั้น ๆ พร้อมปฏิบัติหน้าที่

    (2 ต.ค.68) จากกรณี ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นมีการขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏว่ากรมการปกครองไม่อนุมัติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม และล่าสุดได้มีข่าวออกมาว่า ผู้กองแคท อาทิติยา ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอลาออกจากราชการแล้ว ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือผู้กองแคท มาในชุดข้าราชการ เดินทางเข้ามารายงานตัว กับ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งการเดินทางย้ายมาปฏิบัติราชการในวันนี้ มาในตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) โดยในเบื้องต้น ตามหนังสือได้มีคำสั่งให้ปฏิบัติราชการ ที่ว่าอำเภอเมืองศรีสะเกษหลังจากรายงานตัว ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ แล้วเสร็จ สื่อมวลชนพยายามขอสัมภาษณ์ ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ โดยมีชายฉกรรจ์ สองคน ปฏิเสธที่จะให้สื่อมวลชนบันทึกภาพซึ่ง ร.ต.อ.หญิงอาทิติยา ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพียงเล็กน้อยว่า วันนี้มารายงานตัวและพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ส่วนหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง ที่ตนยื่นขอลาออกไปนั้น ก็แล้วแต่ตามที่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา ซึ่งท่านผู้ว่าฯ แนะนำว่าเมืองศรีสะเกษน่าอยู่ อยากให้ลองเปิดใจดู…

  • ลั่นเพื่อไทยจะกลับมา ระดมโพสต์ผลงานใหญ่ที่ทำใน 2 ปี พร้อมเปิดรับสมัครคนร่วมอุดมการณ์

    ภาพไฮไลต์พรรคเพื่อไทย ระดมโพสต์ผลงานใหญ่ ในช่วงเป็นรัฐบาล 2 ปี เผย “เพื่อไทยจะกลับมา” ชี้ ยังมีปณิธานที่มีประชาชนเป็นหัวใจของการคิด พร้อมโพสต์เปิดรับสมัครผู้ร่วมอุดมการณ์ทั่วประเทศร่วมทำการเมืองวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์ผลงานรัฐบาลเพื่อไทย พร้อมระบุว่า เพื่อไทยจะกลับมา : 2 ปี กับผลงานใหญ่ เพื่อคนไทย ในระยะเวลา 2 ปี พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งมีอายุเพียงครึ่งเทอมนั้น พรรคเพื่อไทยขอยืนยันในการรักษาคำมั่นของพรรคเพื่อไทยที่มีต่อพี่น้องประชาชน ในการเข้าผลักดันและดำเนินนโยบายภายใต้เวลาที่จำกัด และท่ามกลางอุปสรรคและวิกฤตการณ์ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งได้ดำเนินนโยบายและแก้ไขอย่างเต็มความสามารถ หัวใจของพรรคเพื่อไทย ยังคงมีปณิธานคือมีประชาชนเป็นหัวใจของการคิด และการลงมือทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อร่วมแก้ไขปัญหานานับประการจากปัญหาทางเศรษฐกิจระดับมหภาค เช่น การเจรจาทั้งเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก และเพื่อเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงการร่วมแก้ปัญหาโครงสร้างในระดับปัจเจกชนและครัวเรือนจากการแก้ปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชนอันเป็นรากฐานสำคัญ เมื่อประชาชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจและประเทศชาติก็จะแข็งแรง สิ่งที่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นสานต่อคือการเสริมกำลังให้กับพี่น้องประชาชน เพิ่มเติมทุนในด้านต่าง ๆ รวมถึงมุ่งมั่นเปิดพรมแดนและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ๆ สร้างความฝันอันเป็นการมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนี่คือสิ่งที่รัฐบาลภายใต้การนำของเพื่อไทยได้ลงมือทำ จากการแก้ปัญหาอย่างเข้าใจ การรับมือวิกฤต และการวางรากฐานเพื่ออนาคต ทุกนโยบายที่ได้ลงมือทำเป็นก้าวที่พรรคเพื่อไทยพร้อมจะสานต่อเมื่อได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอีกครั้งนอกจากนี้ทางพรรคเพื่อไทย ยังโพสต์…

  • โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ รวม 26 ราย

    ภาพไฮไลต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า 13 ราย และ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 5 อีก 13 รายวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ ความว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน และเหรียญรัตนาภรณ์ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ จำนวน 3 ราย ดังนี้ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า1. พันตรีหญิง จุฑารัตน์ เพชรโสม2. พันโทหญิง สุดใจ ปรางทองเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 51. นางสาวพรปิยา สุนทรวิภาตทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน พุทธศักราช 2568ประกาศ ณ…

  • ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 2 เดินหน้าพิจารณากรณี สว.ยื่นวินิจฉัย ‘ภูมิธรรม -ทวี’ โดยกล่าวหาว่าแทรกแซงดีเอสไอ ดำเนินคดีฮั้ว สว.

    เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ความคืบหน้าการพิจารณาคดีสำคัญ สืบเนื่องจาก ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธธธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ ๘/๒๕๖๘)สมาชิกวุฒิสภาเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) โดยกล่าวอ้างว่า การที่ผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๒) เป็นการแทรกแชงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแชงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลันแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม จึงถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา…

  • “เพื่อไทย” ลั่นจะกลับมา! ชู 2 ปี กับผลงานใหญ่-เพื่อคนไทย!

    “พรรคเพื่อไทย” ประกาศจะกลับมา! ชู 2 ปีที่ได้เป็นรัฐบาลมีผลงานใหญ่เพื่อคนไทย พร้อมจะสานต่อนโยบายหาก ปชช.ไว้วางใจอีกครั้ง!วันที่ 1 ต.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “พรรคเพื่อไทย” โพสต์ข้อความว่า “เพื่อไทยจะกลับมา : 2 ปี กับผลงานใหญ่ เพื่อคนไทย”ในระยะเวลา 2 ปี พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งมีอายุเพียงครึ่งเทอมนั้น พรรคเพื่อไทยขอยืนยันในการรักษาคำมั่นของพรรคเพื่อไทยที่มีต่อพี่น้องประชาชน ในการเข้าผลักดันและดำเนินนโยบายภายใต้เวลาที่จำกัด และท่ามกลางอุปสรรคและวิกฤตการณ์ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งได้ดำเนินนโยบายและแก้ไขอย่างเต็มความสามารถหัวใจของพรรคเพื่อไทย ยังคงมีปณิธานคือมีประชาชนเป็นหัวใจของการคิด และการลงมือทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อร่วมแก้ไขปัญหานานับประการจากปัญหาทางเศรษฐกิจระดับมหภาค เช่นการเจรจาทั้งเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก และเพื่อเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงการร่วมแก้ปัญหาโครงสร้างในระดับปัจเจกชนและครัวเรือนจากการแก้ปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชนอันเป็นรากฐานสำคัญ เมื่อประชาชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจและประเทศชาติก็จะแข็งแรง สิ่งที่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นสานต่อคือการเสริมกำลังให้กับพี่น้องประชาชน เพิ่มเติมทุนในด้านต่างๆ รวมถึงมุ่งมั่นเปิดพรมแดนและพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ๆ สร้างความฝันอันเป็นการมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนี่คือสิ่งที่รัฐบาลภายใต้การนำของเพื่อไทยได้ลงมือทำ จากการแก้ปัญหาอย่างเข้าใจ การรับมือวิกฤต และการวางรากฐานเพื่ออนาคต ทุกนโยบายที่ได้ลงมือทำเป็นก้าวที่พรรคเพื่อไทยพร้อมจะสานต่อเมื่อได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอีกครั้งข่าวที่เกี่ยวข้อง“สันติ” โบกมือลา “ลุงป้อม” พาลูกชายซบ “ภูมิใจไทย” ศาล รธน.ลงมติสอบต่อ!! ปม “ภูมิธรรม-ทวี” แทรกแซงดีเอสไอ คดีฮั้ว สว.…

  • ‘ผู้กองแคท’ ยื่นหนังสือลาออกราชการ แจ้งประสงค์ไปทำอาชีพอื่น

    "ผู้กองแคท" ยื่นหนังสือลาออกราชการ แจ้งประสงค์ไปทำอาชีพอื่น หนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีกรมการปกครองวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เส้นทางการเติบโตทางราชการของ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ ผู้กองแคท นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง โดยเมื่อไม่นานมานี้มีชื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นมีการขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏว่ากรมการปกครองไม่อนุมัติล่าสุด ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ สังกัดสำนักเลขานุการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอลาออกจากราชการ โดยให้เหตุผลว่า ประสงค์ที่จะไปประกอบอาชีพอื่นทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีกรมการปกครองอ่านข่าวเพิ่มเติม‘ผู้กองแคท’ โพสต์ถามใครออกคำสั่ง ย้ายไปเป็น ‘ปลัดอำเภอ’ ทั้งที่ไม่ได้ขอ‘ผู้กองแคท’ อด! กรมการปกครอง ไม่อนุมัติให้ไปช่วยงานประธานรัฐสภาผู้กองแคท สาวคนดัง ถ่ายรูปอำลาเพื่อนตำรวจ ย้ายสายงานไปสู่เส้นทางใหม่ติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX: https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

  • ‘ผู้กองแคท’ ยื่นหนังสือไขก๊อกราชการ แจ้งประสงค์ไปทำอาชีพอื่น

    “ผู้กองแคท“ ยื่นหนังสือไขก๊อกราชการ แจ้งประสงค์ไปทำอาชีพอื่นเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เส้นทางการเติบโตทางราชการของ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก หรือ “ผู้กองแคท” นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง โดยเมื่อไม่นานมานี้มีชื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นมีการขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แต่ปรากฏว่ากรมการปกครองไม่อนุมัติล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ สังกัดสำนักเลขานุการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง เพื่อขอลาออกจากราชการ โดยให้เหตุผลว่า ประสงค์ที่จะไปประกอบอาชีพอื่น ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีกรมการปกครอง.

  • ผบ.ตร.แบ่งงาน ‘บิ๊กราญ’ คุมมั่นคง ‘บิ๊กหวาน’ ดูปราบปราม

    'ผบ.ตร.'เซ็นแบ่งงาน 'บิ๊กราญ' คุมงานมั่นคง 'บิ๊กหวาน' กำกับงานปราบปราม01 ต.ค. 2568 – ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 456/2568 กำหนดลักษณะงาน และ มอบหน้าที่รับผิดชอบ ให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และรองจเรตำรวจแห่งชาติ ดังนี้งานบริหาร ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าโดยมีผู้ช่วยรับผิดชอบงานบริหารกำกับหน่วยราชการ ประกอบด้วย พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐ์พงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติงานป้องกันปราบปราม ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้า…

  • กองทัพภาค 2 ออกประกาศถึง ประชาชน พบฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหว

    กองทัพภาค 2 ออกประกาศถึง ประชาชน พบฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหววันที่ 1 ต.ค.2568 เพจ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกประกาศ โดยระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2568 (เวลา 14.00 น.)สถานการณ์โดยรวม มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา โดยตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 1 ลำ ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทย จัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อม ในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการรับข้อมูลข่าวสาร ที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ประชาชน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูล จากช่องทางอย่างเป็นทางการจากส่วนราชการ ซึ่งสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา