Category: การเมือง
-
อุทธรณ์ยืนคุกจริง 2 ปี ‘ลูกเกด’ สส.ปชน.คดี 112 ยื่น 1.5 แสนได้ประกัน
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2568 ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ “ลูกเกด” สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112กรณีเมื่อวันที่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 256 จำเลยได้ปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมือง หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี #คาร์ม็อบ11กันยา64 โดยมีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบัน ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลจังหวัดธัญบุรี พิพากษาจำคุก น.ส.ชลธิชา จำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยยื่นอุทธรณ์วันนี้ น.ส.ชลธิชา เดินทางมาศาล พร้อมกับ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ "โตโต้" สส.กทม. พรรค ปชน. และนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ปชน.ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น…
-
ถึงคราว ‘ภูมิธรรม-ทวี’
การเมืองมันโหดร้าย…การมีอำนาจแล้วใช้อำนาจรับใช้คนไม่กี่คนไปในทางที่สุ่มเสี่ยงจะผิดกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระบอบทักษิณที่ผ่านไปหยกๆ คือหมอโรงพยาบาลตำรวจในไม่ช้าคนในกรมราชทัณฑ์ก็ไม่รอด“ทวี สอดส่อง” นอนก่ายหน้าผากทุกคืน“ทักษิณ” อาจได้ติดคุกต่อคดีเก่ายังไม่จบ คดีใหม่จ่อเข้ามาวานนี้ (๓๐ กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีกลาโหม ขณะนั้น รวมทั้งพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรียุติธรรมในขณะนั้น สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) ประกอบมาตรา ๑๖๐(๔)จากกรณีผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง (๒) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่ และอำนาจของ กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรมจึงถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มี ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ…
-
“ชูวิทย์” แฉแรง! พรรคส้มดีลพรรคน้ำเงิน “หน้าไหว้หลังหลอก” แก้รัฐธรรมนูญ 4 เดือน ดันรัฐบาลแลกเสียง สว.
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และนักธุรกิจชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ระบุว่า…หน้าไหว้ หลังหลอกดีลที่พรรคส้มไปตกลงกับพรรคน้ำเงินเพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเรียกว่าเป็น “ดีลกับปีศาจ”พรรคส้มต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จตามไทม์ไลน์ระยะเวลา 4 เดือน จึงต้องทำหน้าที่เป็นค้ำยันให้พรรคน้ำเงินอยู่ไปตลอดรอดฝั่งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พรรคส้มมีหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้านที่สนับสนุนรัฐบาล” จนครบเวลาตามที่ตกลงกันไว้แล้วหวังเอาว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรู้เหมือนที่ทุกคนรู้ว่าใครคุม ส.ว. อยู่แต่ต่อหน้า พรรคส้มต้องร่วมเล่นบท “หนูไม่รู้” กับพรรคน้ำเงิน อภิปรายทำมาดให้สมบทบาทฝ่ายค้าน (จริงๆ)การที่พรรคส้มบอกว่าไม่มีดีลอะไรกับพรรคน้ำเงิน จึงเป็นเพียงการเลี่ยงไม่ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ความจริงอำพรางไว้ด้วยการแสร้งไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคน้ำเงินใน 4 เดือนนี้ ด้วยข้ออ้างว่าจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นเมื่อฝุ่นจาง คนเริ่มเห็นความจริงว่าพรรคส้มจำเป็นต้องสนับสนุนพรรคน้ำเงินไปจนสุดทาง 4 เดือน ที่คาดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแล้วเสร็จ และนำไปสู่การลงประชามติ พร้อมกันกับการเลือกตั้งใหญ่ดังนั้นไม่ว่าพรรคน้ำเงิน คุณอนุทิน หรือ ครม. จะทำอะไร ตั้งใจผิดพลาดอย่างไร พรรคส้มมีหน้าที่ ”ดันก้น“ พรรคน้ำเงินไว้จนแก้รัฐธรรมนูญเสร็จพรรคส้มจะโหวต “ไม่ไว้วางใจ” พรรคน้ำเงินหรือ?เท่ากับว่าที่ดีลกันไว้กลายเป็น “ดีลล้มต้มคนเชียร์“แต่ถ้าโหวต “ไว้วางใจ” ยิ่งพังเข้าไปใหญ่เพราะขนาดแค่โหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคส้มเหมือนถึงวัดรอพระสวด หากโหวตไว้วางใจ…
-
“นี่หนู! ไม่ใช่เป็ด(ง่อย)” “อนุทิน” ลั่น 4 เดือนยุบสภา! อโหสิให้ “ขั้วอำนาจเก่า” ท้าวัดกันในสนามเลือกตั้ง
“นายกฯอนุทิน” กล่าวสรุปปิดการแถลงนโยบายฯ 2 วัน ชี้แจงทุกข้อครหาและคำวิจารณ์ ยืนยันรัฐบาลพร้อมทำงานทันที ไม่ใช่ "เป็ดง่อย" เพราะมีภารกิจทำรัฐธรรมนูญใหม่ตาม MOU พรรคประชาชน พร้อมประกาศกร้าว ขอ "อโหสิ" ทุกความบาดหมางทางการเมือง ท้าทุกฝ่ายไปแข่งกันทำความดีตัดสินใจกันที่คูหาเลือกตั้ง หลังครบ 4 เดือนวันที่ 30 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วันที่สอง หลังจากที่มีการเปิดให้แต่ละฝ่ายอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง บรรยากาศภาพรวมทั้ง 2 วันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีจังหวะปะทะคารม โต้เถียง และประท้วงกันบ้างตามสมควรแก่เหตุจากนั้นเวลา 18.03 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นตัวแทนรัฐบาล กล่าวสรุปการแถลงนโยบายรัฐบาลฯว่า ขอบคุณประธานรัฐสภา ที่ให้โอกาสแถลงนโยบายฯในครั้งนี้ เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบตั้งแต่วินาทีเป็นต้นไป รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่านทั้ง สว. สส.ทั้งหลาย…
-
ซักฟอกฝ่ายแค้น
ที่จั่วหัวไว้ เขียนไม่ผิดครับเวทีแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน วานนี้ (๒๙ กันยายน) อภิปรายกันไปมา กลายเป็นเวทีซักฟอกฝ่ายค้าน คือ พรรคเพื่อไทยซะงั้นแถม สส.พรรคเพื่อไทยบางคน เผลอถล่มรัฐบาลแพทองธารแบบตั้งใจคือ…ตั้งใจจะด่าพรรคภูมิใจไทย แต่มันไปลงที่พรรคเพื่อไทยทุกที"เขากระโดง" กลายเป็นประเด็นหลักในการอภิปรายของพรรคเพื่อไทย พูดกันไปพูดกันมา กลายเป็นไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันเพราะการเมืองมันเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดิน เรื่องที่ดินจึงกลายเป็นเรื่องที่สับสนวุ่นวายถ้าจะให้จบเร็วๆ และง่ายๆ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต้องฟ้องร้องขับไล่ที่ดินที่ถูกบุกรุกทั้งหมดถ้าการรถไฟฯ ไม่ฟ้องใครก็ทำอะไรไม่ได้รัฐบาลระบอบทักษิณตั้งแต่ เศรษฐา-แพทองธาร นั้น พรรคเพื่อไทยคุมกระทรวงคมนาคม ทำไมไม่สั่งให้การรถไฟฯ ฟ้องตั้งแต่แรกแต่กลับไปไล่ทุบกรมที่ดิน สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลอยู่๒ เดือนที่ "ภูมิธรรม เวชยชัย" ไปคุมกระทรวงมหาดไทย ไล่บี้กรมที่ดิน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอ้างผลสอบของกรมที่ดินสั่งเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ๕ พันไร่ทันทีข้าราชการงง! ใครจะเพิกถอน เพิกถอนอย่างไร ตรงไหนเพราะกลับกลายเป็นว่าผลสอบกรมที่ดิน ไม่เคยชงให้เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดงจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการเพิกถอนเวทีแถลงนโยบายยังเป็นศึกห้าเส้า ฟัดกันเป็นงูกินหาง ระหว่าง ภูมิใจไทย เพื่อไทย พรรคประชาชน สว.สีน้ำเงิน และ สว.พันธุ์ใหม่การแถลงนโยบายครั้งนี้จึงครึ่งๆ กลางๆ ระหว่าง ซักฟอก ตรวจสอบ และล้างแค้น ขุดความหลังแต่การอภิปรายที่ชอบที่สุด คือ…
-
สภาเดือด! “เพื่อไทย” ประกาศ “ตัดขาด” “พรรคประชาชน” หลังถูกแฉซ้ำปม “ซอฟท์พาวเวอร์ 4,000 ล้าน” ส่อฮั้ว!
สภาเดือด! "เพื่อไทย" ประกาศ "ตัดขาด" "พรรคประชาชน" หลังถูกแฉซ้ำปม "ซอฟท์พาวเวอร์ 4,000 ล้าน" ส่อฮั้ว! ขุดไส้ ซอฟท์พาวเวอร์ 4,000 ล้าน "พรรคประชาชน" ท้า "รัฐบาลหนู" กล้าชำระล้างโครงการรัฐบาลเก่าหรือไม่ เปิดข้อมูล ส่อฮั้วโยง "ป.-อ." ใกล้ชิดอดีตนายกฯ จนทำให้ "สภาลุกเป็นไฟ" "เพื่อไทย" อดีตรัฐบาลลุกประท้วงวุ่น ประกาศแยกทางฝ่ายค้าน! "ปชน." ยัน ไม่สน! อภิปรายตรงประเด็นเพราะเกี่ยวพันงบ 69 ที่รัฐบาลใหม่ต้องตัดสินใจ!เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าของสมาชิกรัฐสภาในช่วงค่ำ มีการโต้ตอบกันไปมา โดยเฉพาะการอภิปรายของพรรคประชาชน อย่างนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณปี…
-
“อนุทิน” มองควรยกเลิก MOU กัมพูชา หากไทยไม่ได้ประโยชน์
นายกฯ ระบุยังไม่ชัดกรณีเลือกตั้งปี 2569 จะมีบัตรเลือกตั้ง 4 ใบ ครอบคลุมเลือก สส.และทำประชามติ ส่วนกรณี MOU ไทย-กัมพูชา มองหากไทยไม่ได้ประโยชน์ควรยกเลิกกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบคือ บัตรเลือก สส.เขต, สส.บัญชีรายชื่อ, ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชาวันนี้ (30 ก.ย.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ระบุว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการทำประชามติหลายครั้ง โดยรัฐบาลจะประสานงานและหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง และกระทรวงมหาดไทย ที่จะเร่งทำความเข้าใจและความคุ้นเคยให้กับประชาชน เพื่อใช้สิทธิให้ถูกต้องตามบัตรลงคะแนนส่วนที่มีความกังวลว่าประชาชนจะสับสนเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งหลายใบในคราวเดียว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของนายบวรศักดิ์ เพราะการลงคะแนนต้องใช้งบประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณจึงทำในคราวเดียว และที่สำคัญต้องไม่ดูถูกประชาชนที่จะสามารถทำความเข้าใจได้จากการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ว่าจะต้องลงคะแนนอย่างไร"อนุทิน" ยันให้เกียรติ ปชช.ทำประชามติ MOU ไม่ใช่โยนภาระนายอนุทิน ยังระบุถึงการพิจารณาทบทวนยกเลิก MOU…
-
‘นายกฯ’ลั่นพร้อมยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา 20 ปียังตกลงกันไม่ได้จะเก็บไว้ทำไม
‘นายกฯ’ชี้ยังไม่ชัดใช้‘บัตร 4 ใบ’ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รอ กมธ.ศึกษา MOU ให้ความเห็น ลั่น‘ถ้าถามผมยกเลิกแน่’ ชี้ 20 ปียังตกลงกันไม่ได้จะเก็บไว้ทำไมเมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 30 ก.ย.68 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุเตรียมทำประชามติในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยใช้บัตร 4 ใบ คือ บัตรเลือกสส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ และประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะทำความเข้าใจประชาชนอย่างไร ว่า เรื่องนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการทำประชามติหลายครั้งแล้ว ทางรัฐบาลจะประสานงาน และหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกระทรวงมหาดไทยที่จะเร่งทำความเข้าใจ และความคุ้นเคยให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องตามบัตรตรงคะแนนส่วนที่เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งหลายใบในคราวเดียว นายกฯ กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ของนายบวรศักดิ์ เพราะการลงคะแนนต้องใช้งบประมาณ 5-6 พันล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ที่สำคัญเราต้องไม่ดูถูกภูมิปัญญาของพี่น้องประชาชนที่จะสามารถทำความเข้าใจได้…
-
‘เอม พินทองทา’เจอดราม่าสะพายกระเป๋าตุงเข้าเยี่ยม’ทักษิณ’ ขาออกกระเป๋าแฟบ
'เอม พินทองทา'งานงอก! เจอดราม่าสะพายกระเป๋าตุงเข้าเยี่ยม'ทักษิณ' ขาออกกระเป๋าแฟบ ลามตั้งคำถามทีปชช.ทั่วไปให้เข้าเยี่ยมตัวเปล่าภายหลังจากที่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ร่วมเข้าเยี่ยมด้านในเรือนจำฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมาล่าสุดวันที่ 30 ก.ย.2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สาระ พัฒน์” ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความชวนตั้งคำถามกรณีกระเป๋าที่ น.ส.พินทองทา สะพายนำเข้าไปที่เรือนจำ และออกจากเรือนจำ ซึ่งพบว่าก่อนเข้าเรือนจำกระเป๋าดูมีขนาดใหญ่คล้ายมีสิ่งของอยู่ภายใน แต่เมื่อกลับออกมาพบว่ากระเป๋ามีลักษณะแฟบลง ซึ่งก็นำไปสู่การตั้งคำถามจากชาวเน็ตจำนวนมา ว่ามีการโยกย้ายสิ่งของภายในกระเป๋าออกระหว่างเยี่ยมนายทักษิณหรือไม่โดยชาวเน็ตได้แสดงความคิดเห็น อาทิ "สังคมที่ อำนาจเงิน ซื้อได้ทุกอย่าง, ต้องเล่นเจ้าหน้าที่ ไม่ยากวันเวลานั้นใครเข้าเวรรับผิดชอบ, ไม่เคยเคารพกฎหมาย กฎเกณใดๆ สุดท้ายก็อ้าง กฎ ไม่ดี, เท่าเทียมหรือแบ่งชั้น, ถ้าไม่มีการตั้งกรรมการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่ปรากฎในภาพ ผบ.เรือนจำต้องโดน 157 เพราะหลักฐานชัดเจน, ไอ้ทีประชาชนทั่วไปเวลาไปเยี่ยมญาติต้องเอากระเป๋าไปไว้ที่ตู้ล็อคเกอร์ให้เดินตัวเปล่าเข้าเยี่ยมญาติ, ในรูป…
-
ศาลอุทธรณ์ฯ พิพากษาจำคุก 2 ปี ‘ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.พรรคประชาชน’ คดี ม.112
วันนี้(30 กันยายน 2568) ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน(ปชน.) เป็นจำเลยในความผินฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112โดยวันนี้ น.ส.ชลธิชา เดินทางมาศาล พร้อมกับ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.กทม. พรรคประชาชน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชนโดยกรณีเมื่อวันที่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 จำเลยได้ปราศรัยและชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมือง หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี #คาร์ม็อบ11กันยา64 โดยมีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันฯ แต่จำเลยให้การปฏิเสธคดีนี้ศาลจังหวัดธัญบุรี พิพากษาจำคุกน.ส.ชลธิชา จำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนต่อมาจำเลย…