Category: การเมือง
-
‘บิ๊กต่าย-บิ๊กเต่า’ จบดราม่า!โผตร. ‘ผบ.ตร.’ ยันยึดเกณฑ์50:50
ที่รัฐสภา คณะกรรมธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรที่มี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.)ตำรวจ สภาฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาวาระข้อร้องเรียนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โผนายพลตำรวจ) ตามที่ "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(รอง ผบช.ก.) ร้องเรียน โดยมี "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการบัญชาตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบ. ตร. ในฐานะตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะตัวแทนสำนักงานจเรตำรวจรวมถึงพล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และพล.ต.ต. ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมชี้แจง เป็นต้นทั้งนี้ ที่ประชุมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าอยู่ร่วมสังเกตุการณ์ในห้องประชุมภายหลังการประชุมชี้แจงนานร่วม 2 ชั่วโมง น.ส.สุณัฐชา ประธาน กมธ. ตำรวจ เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ท่านผบ.ตร.ได้ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อทำโผโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพลตำรวจว่า ท่านได้ยึดหลักเกณฑ์ตามพ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2565โดยยึดหลัก 5…
-
เต้ มงคลกิตติ์ ซัดแรง รัฐบาลชุดใหม่ หลังออกลายอ่อนข้อ เกรงใจเขมร
เต้ มงคลกิตติ์ ซัดแรง รัฐบาลชุดใหม่ หลังออกลายอ่อนข้อ เกรงใจเขมรจากกรณีนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ฮุน มาเนต ได้ส่งจดหมายถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 ของประเทศไทย เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลไทย พร้อมกันยังได้แสดงความหวังว่า ความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศในการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดี จะนำมาซึ่งความมั่งคั่ง ความปรองดอง และความสุขของประชาชนทั้งในกัมพูชาและประเทศไทยอีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความตั้งใจในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับนายอนุทิน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ให้กลับสู่สภาวะปกติ สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน รวมถึงพัฒนาพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศให้กลายเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน กระทั่งนำมาสู่กระเเสวิจารณ์รัฐบาลชุดใหม่ ว่ายังไม่ได้บริหารราชการเต็มตัว แต่กลับเริ่มมีท่าทีอ่อนข้อต่อประเทศกัมพูชาเเล้วนั้นล่าสุดวันที่ 11 กันยายน 2568 เต้ มงคลกิตติ์ ที่เรารู้จักกันในบทบาทนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาเเสดงความคิดเห็นต่อกระเเสดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ โดยระบุว่า ยังไม่ทันเป็นรัฐบาล ก็ออกลาย ยอมอ่อนข้อ เกรงใจเขมร เสียจริง ๆ คงอยากให้ลูกค้าคนไทยไปอุดหนุนบ่อนเขมรให้เอากำไรจากเราไปซื้อ BM-21 ยิงใส่ไทยต่อ คงเข้าสุภาษิต หนีเสือ…
-
“เนติวิทย์” ไปศาล ย้ำจุดยืน! 11 ปีปฏิเสธเกณฑ์ทหาร หวังสร้างระบบสมัครใจ
วันที่ 11 ก.ย.68 นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Netiwit Chotiphatphaisal ระบุว่า…วันนี้ 10 กันยายน เป็นวันพิเศษสำหรับผมข้อแรกวันนี้และพรุ่งนี้เป็นวันที่ผมต้องไปศาล เข้าร่วมในการนัดสืบพยาน ขึ้นให้การกรณีการปฏิเสธเกณฑ์ทหารของตนที่ศาลแขวงสมุทรปราการข้อที่สองวันนี้ เป็นวันเกิดของผมข้อที่สามวันเดียวกันนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ผมได้เขียนแถลงการณ์ในวันเกิดปีนั้นว่าจะไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหาร ผมไม่เห็นด้วยกับการบังคับเกณฑ์ทหาร ต้องการระบบสมัครใจ จึฃเป็นที่มาของการขึ้นศาลในวันนี้ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมามากกว่าสิบปีแล้ว การบังคับเกณฑ์ทหารก็ยังมีอยู่ ยังสร้างความทุกข์ทรมานให้กับชายไทยมากมายมหาศาล มีผู้เสียชีวิตในค่ายทหารอยู่ทุกปี อาจจะดีหน่อยก็ตรงที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นผลักดันในหลายพรรคการเมือง และหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเป็นประเด็นสำคัญผมไม่หลีกหนีจากที่ตัวเองเคยประกาศไว้ ผมเชื่ออย่างนี้จริงๆ และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ผมก็ดีใจว่าได้ทำตามสิ่งที่คิด สิ่งที่เชื่อ สิ่งที่พูด และก็เป็นก้อนอิฐก้อนหนึ่งในการนำไปสู่การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เพื่อให้คนรุ่นหลังในอนาคตอีกมากได้มีทางเลือกในการทำเพื่อชาติอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรงและความกลัวขณะนี้ผมเรียนหนังสืออยู่ในต่างประเทศด้วย บินกลับมาใช้เวลามากกว่า 24 ชั่วโมง และพึ่งเปิดเทอมไปได้สัปดาห์เดียว และศาลก็อยู่ไกลจากที่พักอาศัยมาก มีภาระค่าใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย และคงยังต้องไปกลับอีกหลายครั้งในโอกาสวันเกิดของตนและวันต้องขึ้นศาล ก็เชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะอวยพร อวยชัย รวมถึงสนับสนุนผมก็ยินดีรับการสนับสนุนหากไม่ได้เปิดขอรับบริจาค แต่ขอให้ท่านช่วยสนับสนุนซื้อหนังสือของสำนักพิมพ์นิสิตสามย่านแทน ซึ่งผมและเพื่อนๆทำกันมา มีหนังสือเขียนและแปลมากกว่า 60 เล่มแล้ว นี่จะเป็นเรื่องน่ายินดีในวันเกิดปีนี้ผมขอแนะนำพิเศษด้วยเล่มนึงคือ “การศึกษาของนิสิตเลว: 5ปีในรั้วจุฬา” เล่มนี่ผมให้เหตุผลเรื่องปฏิเสธเกณฑ์ทหารโดยละเอียด นอกนั้นก็หนังสือดีๆและหนังสือใหม่ๆหลายปก…
-
ทางแยก – แยกทาง ‘รทสช.’ วัดใจ‘คีย์แมน’ คัดเลือดแท้ไปต่อ
เอฟเฟ็กต์จากการโหวตให้“อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 32 จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นแรงเหวี่ยงที่ทำให้ “พรรคการเมือง” ต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เร่งปรับทัพเพื่อเตรียมการเลือกตั้งเช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จากเดิมที่แตกออกเป็น “2 ก๊ก” ก๊กแรก “หัวหน้าพี” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ผนึกกำลังกับ “เลขาฯขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. มี สส. อยู่ในมือ 16 -20 คนก๊กสอง มี “เสี่ยเฮ้ง”สุชาติ ชมกลิ่น สส.บัญชีรายชื่อ และ “เครือข่ายนายทุน” มีกำลังพล 14 -16 คน คอยวางเกมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคเมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ “กลุ่มสุชาติ” พลิกเกม ส่งรายชื่อ 16 สส.รวมไทยสร้างชาติ การันตีโหวตให้ “อนุทิน” นั่งนายกฯ แต่ถึงวันโหวต สส.รวมไทยสร้างชาติ กลับเทเสียงโหวตให้เกือบทั้งพรรค 33 เสียง…
-
เคลียร์จบ! ผบ.ตร.ยันทำโผโยกย้าย ตามพรบ.ตำรวจ”บิ๊กเต่า” รับได้ ไม่ติดใจ
เคลียร์จบ! ผบ.ตร. ยัน ทำโผโยกย้าย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 65 เคร่งครัด ยึดหลัก 5 ข้อ–50:50 โปร่งใส ด้าน "บิ๊กเต่า" รับได้ ไม่ติดใจ กมธ. เปิดเวทีกลางเคลียร์ปม ลงท้ายด้วยดีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน จัดประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนกรณีการแต่งตั้ง–โยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพล ตามที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ร้องเรียน โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าชี้แจง ซึ่งที่ประชุมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง น.ส.สุณัฐชา เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ชี้แจงหลักเกณฑ์การทำโผโยกย้าย ว่า ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ตำรวจปี 2565 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลัก…
-
โผตำรวจจบลงด้วยดี “บิ๊กเต่า-บิ๊กต่าย” ไหว้ เคลียร์ใจ ยึด พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 65
ภาพไฮไลต์ผบ.ตร. ยกคณะแจง กมธ.ตำรวจ ปมโผนายพล ตร. ยันยึด พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 65 เคร่งครัด ใช้เกณฑ์ 5 ข้อ เผย “บิ๊กเต่า” ไม่ติดใจ ไหว้ ตบไหล่ จับมือ “บิ๊กต่าย” จบลงด้วยดี ด้าน “บิ๊กต่าย” รับคำยึด พ.ร.บ.ตำรวจ ลดภาระ กมธ.ตร.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ย. 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรที่มี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาวาระข้อร้องเรียนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โผนายพลตำรวจ) ตามที่พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ร้องเรียน โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์…
-
ทัวร์ไทยถล่มเพจ ‘กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น’ หลังมีข่าวระบุเป็น ‘ประเทศที่สาม’ ที่ขอให้เปิดด่านไทย-กัมพูชา
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อว่า มีประเทศที่สามขอให้ไทยและกัมพูชาเปิดด่านขนส่งสินค้า เพราะได้รับผลกระทบจากการปิดด่าน และสื่อกัมพูชารายงานอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของ เตีย เซียฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ว่าประเทศที่สามที่ขอให้เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาคือประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านชายแดน และกระทบไปยังห่วงโซ่อุปทานของโรงงานอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นต่อมามี ‘ชาวเน็ต’ ไทย เข้าไปแสดงความไม่เห็นด้วยใน Facebook แฟนเพจ ‘กระทรวงการต่างประเทศ’ ของประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ถึงเรื่องที่ขอให้เปิดด่าน และแสดงความคิดเห็นต่างๆ เป็นต้นว่า “ขอให้อย่าแทรกแซงการบริหารของไทย”, “เป็นคนญี่ปุ่นจริงเหรอ สอบตกมารยาทมาเป็นทูตได้ยังไง” และ “ถ้าแทรกแซงจริง ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศน่ารังเกียจที่สุดในสายตาของคนไทยเกือบ 100%”ทั้งนี้ ในเพจของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีเนื้อหาเรียกร้องให้ ‘เปิดด่าน’ แต่อย่างใด มีเพียงแถลงการณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความเคารพต่อความพยายามทางการทูตของทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (General Border Committee: GBC) โดยเฉพาะมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อความก้าวหน้าของข้อตกลงหยุดยิง“ความร่วมมือที่ดีระหว่างกัมพูชาและไทยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคโดยรวม ญี่ปุ่นคาดหวังว่าทั้ง 2 ประเทศจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง และการเจรจาจะสามารถลดความตึงเครียด รวมถึงสร้างสันติภาพขึ้นได้ โดยประเทศญี่ปุ่นจะดำเนินความร่วมมือกับทั้ง 2 ประเทศต่อไปในการบรรเทาความตึงเครียด และดำเนินมาตรการให้มั่นใจได้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะถูกปฏิบัติอย่างจริงจัง”นอกจากโพสต์แถลงการณ์จะเต็มไปด้วยความคิดเห็นของชาวไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการปิดด่านแล้ว ชาวไทยยังตามคอมเมนต์ในเนื้อหาต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง…
-
คิดผิด..คิดใหม่
“โดยประสบการณ์..ติดคุกแล้ว ถ้าไม่รีบวางอดีตลงให้เร็วจะทำให้ทุรนทุรายกับการติดคุกอย่างที่สุด สิ่งสำคัญต้องลืมอดีตความยิ่งใหญ่ของตัวเองแม้เป็นอดีตนายกฯ ก็ตามพอไปติดคุก ถ้าคิดถึงอดีตของตัวเอง เคยเป็นนายกฯ มีบริวารมากมาย จะทำให้ตัวเองนอนไม่หลับ คิดแต่ว่าคนที่ยิ่งใหญ่จะมาอยู่ในห้องขังแคบๆ ถูกจำกัดเสรีภาพได้อย่างไรหรือคิดว่าอนาคตจะกลับไปเป็นอะไร ก็จะยิ่งทุกข์ทรมาน เพราะร่างกายคนจะแพ้ที่ใจ ถ้าตรอมใจก็จะไปดื้อๆ เลยผมเคยเปรียบว่า คุกคือสุสานคนเป็น ต้องข้ามพ้นการแพ้จิตใจให้ได้”นี่..เป็นคำกล่าวของคุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตผู้เคยผ่านการเข้าคุกมาแล้ว 5 ครั้ง และอนาคตก็ยังไม่แน่ว่าจะต้องเข้าอีกกี่รอบ ซึ่งก็คงไม่ได้ต้องการจะชี้แนะ-ชี้นำอะไรแต่หาก “นายทักษิณ” ที่ลูกสาวพูดเป็นบันทึกไว้เองว่า.. “เป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรีคนแรกถูกจำคุก” จะได้นำไปปฏิบัติในแดนขังก็น่าจะได้ประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้ไม่ตรอมใจไปดื้อๆ แต่หากไม่อาจตัดความเจ้าคิด-เจ้าแค้นออกไปได้ ก็จะทุรนทุรายอยู่ใน “สุสานคนเป็น” ไปจนครบโทษนู้นแหละ!เออ..แต่การครบโทษก็ดูจะไม่ใช่แค่ 1 ปีเสียแล้วกระมัง เพราะได้ยินกูรูทางกฎหมายหลายท่านตั้งข้อสังเกต อย่างคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์..“ประเด็นสำคัญมาก ที่ศาลท่านชี้ชัดว่า นายทักษิณทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ว่าตนเองไม่ได้ป่วยฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจและมีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์จากการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจโดยไม่ต้องกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนได้รับการปล่อยตัว และศาลท่านยังชี้ว่า ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการดำเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่มิได้เกิดจากการกระทำของตัวนายทักษิณ เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่โรงพยาบาลตำรวจมาหักวันคุมขังโทษตามคำพิพากษาพฤติกรรมของนายทักษิณเช่นนี้ จึงอาจตีความได้ว่า นายทักษิณมีส่วนสนับสนุน เจ้าหน้าที่ให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามความผิดอาญามาตรา 157ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช. ส่วนนายทักษิณถ้าหากมีพฤติกรรมเป็นผู้สนับสนุน ย่อมมีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนตามความผิด อาญามาตรา…
-
‘เสธเบิร์ด’ ลั่น กัมพูชาต้องสิ้นสภาพภัยคุกคามต่อไทย ค่อยเจรจาเปิดด่าน
เมื่อวันที่ 11 ก.ย.68 พล.ต.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณี การเปิดด่านเนื่องจากถูกกดดันจากประเทศที่สามว่า เข้าใจได้ว่าเพราะประเทศที่สาม ก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศตนเอง แต่เราก็ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศเราเช่นกัน วันนี้เราคิดถึงครอบครัวผู้บริสุทธิ์ ที่เสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ครอบคลุมไปถึงทหาร แนวหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเช่นกัน”ประเทศที่สาม ที่กดดันเราเข้าใจว่าเขาทำเพื่อประเทศเขา แต่เราก็ทำเพื่อประเทศเรา อยากให้คิดถึงครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ทั้งประชาชนและทหาร กัมพูชาต้องสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามกับไทย ถึงจะเริ่มเจรจา และควรที่จะไปกดดันกัมพูชา เพราะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ขนกำลังมาประชิดชายแดน และหากกัมพูชามีการถอนกำลังออก ไทยมีความเป็นสุภาพบุรุษเพียงพอ ไม่มีการตลบหลังแน่นอน และพร้อมที่จะถอนกำลังเช่นเดียวกัน“ พล.ต.วันชนะ กล่าวและว่าสิ่งที่จะจบปัญหานี้ได้ทางกัมพูชา จะต้องสิ้นสภาพภัยคุกคามต่อประเทศไทย เราถึงค่อยเจรจา และตนก็ไม่เห็นด้วย ที่มาบอกว่าพื้นที่ที่ไม่มีการปะทะให้เปิดด่านก่อน เพราะฝ่ายตรงข้ามก็ยังเป็นกัมพูชา อยู่วันยังค่ำดังนั้น ต้องทำทุกวิถีทางให้กัมพูชาสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคามต่อไทย จึงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาเปิดด่านตรงจุดที่ไม่ปะทะ และในวันนี้กัมพูชา ยังไม่มีความจริงใจ แต่ก็ให้โอกาส ที่กัมพูชาระบุว่าจะทำตามข้อตกลง การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC)'เสธเบิร์ด' กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในกรอบทวิภาคี จะโยนไปมาระหว่าง GBC RBC และJBC ซึ่งหากปล่อยเอาไว้แบบนี้…
-
‘วีรบุรุษ’ ของ ‘ภูมิธรรม’
ทักษิณนี่…ช่างน่าอิจฉามีแต่คนห่วงและถามกันว่า “อยู่ในคุก กินได้-นอนหลับดีมั้ย?”ถามอย่างนี้นี่นะถ้าผมเป็นทักษิณ จะตอบว่า…ก็มึงลองเข้ามาติดคุกอย่างกูบ้างมั้ยล่ะ จะได้รู้ว่ากินได้-นอนหลับดีมั้ย?แต่กับทักษิณ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ผมสนใจคำพูดคนอยู่ ๒ คน คือ “แพทองธาร” กับ “นายภูมิธรรม-นายกฯ รักษาการ”อดีตนายกฯ แพทองธาร เธอช่างสมกับที่เป็น “อภิชาตบุตร”“พ่อติดคุก” ลูกบอก “ภูมิใจ”!?“…ดิฉันเองและครอบครัว มีความรู้สึกเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ก็รู้สึกภูมิใจ ที่คุณพ่อได้สร้างประวัติศาสตร์มากมายในประเทศ จนมาวันนี้ ก็เป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องจำคุก…..”น่าสนใจนะ…..ว่ามีอะไรบ้าง ที่คุณพ่อได้สร้างเป็นประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไว้มากมายนั่นน่ะ?ผมคงอยู่ไม่ถึงได้ทันอ่านประวัติศาสตร์นั้นจากหนังสือแจกในงานศพหรอกอยากให้อุ๊งอิ๊งรวบรวมประวัติศาสตร์ที่พ่อสร้างให้กับประเทศ แล้วเขียนเป็นหนังสือออกขายซักเล่ม ตอนนี้เลยชาวบ้าน-ชาวเมือง รวมทั้งผม จะได้ซื้อมาศึกษา ว่าที่พ่ออุ๊งอิ๊งทำกับบ้านเมืองมา ๒๐ กว่าปี นั้นจะเป็นประวัติศาสตร์จัดอยู่ในหมวดหมู่ประเภท “แบบอย่างดี” หรือ “แบบอย่างเลว”?สำหรับนายภูมิธรรม….ที่ท่านยกย่องทักษิณเป็น “วีรบุรุษประชาธิปไตย” นั้น ผมค่อยสบายใจ ที่ท่านบอกว่า “พูดในนามส่วนตัว”ถ้าพูดในตำแหน่ง “นายกฯ รักษาการ” ละก็ คำว่า “เสียคน” ยังน้อยไปสำหรับผู้นำบริหารประเทศ“ผมเตรียมจะไปเข้าเยี่ยมนายทักษิณ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งผมเองจะเข้าเยี่ยมแน่นอนเพราะส่วนตัว เชื่อมั่นว่า “นายทักษิณไม่ได้ทำอะไรผิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปัจจุบัน”เพียงแต่ถูกกระทำโดยอำนาจรัฐบาลนอกระบบ ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง กำลังรอการพิสูจน์และนายทักษิณ ก็เป็นนักสู้คนหนึ่ง…