Category: การเมือง

  • แม่ทัพกุ้ง ตอบแล้ว หลังโดนจี้ถามเรียงคน สั่งให้หยุดยิง

    แม่ทัพกุ้ง ตอบแล้ว หลังโดนจี้ถามเรียงคน สั่งให้หยุดยิงวันที่ 10 พ.ย.2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ไปออกรายการช่องดัง ตอบคำถามถึงกรณีมีการสั่งการให้หยุดยิง ใน 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะกับทหารกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 68 ที่ผ่านมาโดยพล.ท.บุญสิน กล่าวว่า อาจเป็นความเข้าใจผิดของการสื่อสาร ของข้อมูลต่างๆ ยืนยันว่า ณ วันนี้ ตัวผมเองไม่อยากไปพูดถึง ย้อนกลับไป ซึ่งเป็นอดีตมานานแล้ว ผ่านมาแล้ว การปฏิบัติต่างๆ ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการให้หยุด ไม่เป็นคำสั่ง เพราะฉะนั้นก็มีคำสั่งที่ถูกต้องคือวันที่ 28 กรกฎาคม ส่วนที่ผ่านมาเป็นการหารือกันปกติพล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญช่าทุกระดับทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ตั้งแต่ท่านนายกฯ รมว.กลาโหม ผบ.ทบ. ผบ.สส. ได้ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ทั้ง 4 คืน 5 วัน เราได้ทวงคืนแผ่นดินได้ตามที่พี่น้องประชาชนได้รับรู้ ทำให้ดีที่สุดแล้วต่อมาพิธีได้ถามเรียงทีละคน เพื่อให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่เริ่มจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์…

  • ศาลยกฟ้อง “สว.นันทนา” ชี้ “คนขายหมู” เป็นข้อเท็จจริง ไม่ผิดคดีหมิ่นประมาท

    ภาพไฮไลต์ศาลพิพากษา ยกฟ้อง "สว.นันทนา" ชี้ "คนขายหมู" เป็นข้อเท็จจริงไม่เป็นการด้อยค่า ไม่ผิดคดีหมิ่นประมาทวันที่ 10 พ.ย. 2568 มีรายงานว่า ศาลพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 562/2568 ระหว่าง นางแดง กองมา สว. เป็นโจทก์ กับ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยถ้อยคำว่า "คนขายหมู"ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความ ประกอบเอกสารว่า ตามวันเวลาตามฟ้อง จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า "ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเกลี่ยอันนี้เช่นเดียวกัน ดิฉันเองสอนและทำงานเกี่ยวกับเรื่องของพัฒนาการเมืองมาโดยตลอด ดิฉันถูกโหวตให้ออกจากกรรมาธิการพัฒนาการเมืองค่ะ ได้คนขายหมูเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองค่ะ จากผลการโหวตของผู้ที่สมัครเข้ามา ก็ใช้เสียงข้างมากเช่นเดิม ซึ่งตรงนี้ก็ขอฟ้องประชาชนนะคะว่า กระบวนในการคัดสรรผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการไม่ได้เป็นไปตามฐานหรือว่าโปรไฟล์ประวัติกลุ่มของคนที่สมัครเข้ามาเป็น สว.เลย แต่ใช้วิธีการ กระบวนการ คือใช้เสียงข้างมากในการโหวต" โดยสื่อมวลชนนำเสนอข่าวให้ประชาชนรับทราบทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเชียลขณะที่ศาลเห็นว่า โจทก์และจำเลยต่างเป็นสมาชิกวุฒิสภาและโจทก์เป็นคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา การที่จำเลยกล่าวถึงผลกระทบว่าจำเลยซึ่งสอนและทำงานเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอดถูกโหวตให้ออกจากกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และได้โจทก์ซึ่งมีอาชีพแม่ค้าขายหมูเข้ามาอยู่ในกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และพูดต่อไปถึงกระบวนการคัดสรรว่าใช้เสียงข้างมากในการโหวตนั้น ย่อมหมายถึงจำเลยกำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการในคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองว่า การโหวตโดยใช้เสียงข้างมากจะทำให้ได้รับบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยจำเลยยกตัวอย่างว่า ได้คนขายหมูเข้ามาทำงานเกี่ยวกับกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง…

  • ป.ป.ช. ชี้มูล คณิต ชินวงศ์ รวยผิดปกติ ชี้แจงที่มา สลากออมทรัพย์ 14 ล้านไม่ได้ ส่งอสส.ยื่นศาล

    ป.ป.ช. ชี้มูล คณิต ชินวงศ์ รวยผิดปกติ ชี้แจงที่มา สลากออมทรัพย์ 14 ล้านไม่ได้ ส่งอสส.ยื่นศาลเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีร่ำรวยผิดปกติกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายคณิต ชินวงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา สำนักงานชลประทานที่ 13 ร่ำรวยผิดปกติ รวมเป็นเงินจำนวน 14,050,000 บาทข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2562 – 2567 นายคณิต ชินวงศ์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรีฝั่งขวา สำนักงานชลประทานที่ 13 มีรายได้จากการรับราชการตามแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระหว่างปี 2560 – 2565 ประมาณ 329,728 – 806,614 บาทต่อปี โดยไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น…

  • “ภูมิธรรม”อดีตรองนายกฯ โพสต์แจงข้อเท็จจริง กระแสข่าว“คำสั่งหยุดยิง”

    (10พ.ย.68) ภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รรท.นายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเมื่อมีการพูดถึง “คำสั่งหยุดยิง” ในช่วงระหว่างเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามคาดเดาไปต่าง ๆ นานา และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมในฐานะ ผู้เคยปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผมเห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงจากช่วงเวลานั้นมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนดังนี้1.หลังจากเกิดเหตุความตึงเครียดชายแดนไทย – กัมพูชา รัฐบาลในขณะนั้นได้เรียกประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมได้มีการหารืออย่างรอบคอบ และมีมติสำคัญคือ >“มอบอำนาจให้กองทัพสามารถตัดสินใจได้ตามหลัก Rules Of Engagement (ROE)”ซึ่งหมายความว่า กองทัพไทยมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเชิงยุทธวิธี เพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง2.การปฏิบัติการป้องกันประเทศในครั้งนั้นมีสองระดับที่ชัดเจน คือ ระดับนโยบาย (รัฐบาล): กำหนดกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ , ระดับปฏิบัติ (กองทัพ): เป็นผู้ดำเนินการตามหลักยุทธวิธีและ ROE ที่ได้รับมอบอำนาจเต็มจาก สมช. ดังนั้นความเชื่อที่ว่า “มีคำสั่งหยุดยิงจากฝ่ายการเมือง” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะในห้วงเวลานั้น กองทัพได้รับอำนาจในการปฏิบัติอย่างอิสระ ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล3.ตลอดช่วงสถานการณ์…

  • “อนุทิน” สั่งหยุดทุกข้อตกลงกับกัมพูชา-หยุดส่งตัวเชลยศึก ลั่นความเป็นปฏิปักษ์ไม่ลดลง

    “นายกฯอนุทิน” รับทราบเหตุทหารเหยียบทุ่นระเบิด ประกาศกร้าวหยุดทุกข้อตกลงกับกัมพูชา-หยุดส่งตัวเชลยศึก ลั่นความเป็นปฏิปักษ์ไม่ลดลงวันที่ 10 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยระบุว่าได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แล้ว ตนเองเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพในเรื่องนี้ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการมาโดยตลอด ณ ตอนนี้ ต้องหยุดจนกว่าจะมีความชัดเจน และตอนนี้ได้แจ้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น“สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ความปฏิปักษ์ที่คิดว่าจะลดลงต่อความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ได้ลดลงไป เมื่อไม่ได้ลดก็ดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างต้องหยุด ส่วนรายละเอียดจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและทางกองทัพได้ออกมาชี้แจง สิ่งที่ผมยืนยันกับท่านไปแล้วก็คือท่านว่าไปเลย ผมอยู่กับท่าน ผมตามท่านทุกอย่าง”จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าวันพรุ่งนี้จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายอนุทินหันกลับมาตอบว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมเรื่องส่งตัวเชลยศึก 18 คน จะต้องชะลอใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบเพียงว่า “หยุดเลย”ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังว่าตามที่นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดในเขตแดนไทยเป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมรับไม่ได้ นายกฯ ให้การสนับสนุนการดำเนินการทุกอย่างของกองทัพและการดำเนินการตามข้อตกลงที่ดำเนินการมาได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์โดยต้องหยุดไปก่อน ดังนั้นการดำเนินการที่อาจมีความกังวลว่าอาจมีการปล่อยเชลยศึกในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เรื่องนี้ต้องหยุดไปก่อนเช่นเดียวกันทั้งนี้ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่มีการอ่อนข้อและไม่มีผลประโยชน์ใดกับประเทศกัมพูชา สิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือให้ประเทศ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนกลับสู่ความปกติได้เร็วที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ความเป็นปฏิปักษ์ไม่ได้ลดลง เพราะฉะนั้นการดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ดำเนินการก่อนหน้านี้จะต้องหยุดชะงักลงและต้องเคลียร์เรื่องนี้ก่อนโดยยังไม่มีกำหนดจนกว่าจะได้มีการพูดคุยกับต่อไป และหลังจากที่ประท้วงแล้วสุดท้ายต้องมาดูว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรกันต่อ ส่วนปกติกลไกในการประท้วงต้องแจ้งคณะผู้สังเกตการณ์หรือ IOT อยู่แล้ว ซึ่งนี่เป็นท่าทีของรัฐบาล ส่วนรายละเอียดที่เหลือให้เป็นฝ่ายความมั่นคงข่าวที่เกี่ยวข้องกางไทม์ไลน์ทหารไทยเหยียบระเบิดแล้ว…

  • งานเข้าแล้ว! บิ๊กเล็ก เผยเจตนาชัดเจน กรณีทวงคืนปราสาทตาควาย

    จากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศกจากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ที่ปรึกษาพิเศษเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศก ระบุว่า ในวันแรกของเหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชา มีคนโทรศัพท์สั่งให้ หยุดยิง ทั้งที่ผ่านไปเพียง 6 ชั่วโมง แต่ตนไม่ยอมหยุด เพราะเป็นช่วงสำคัญของการทวงคืนแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าหากต้องเปิดเผยว่าใครสั่งให้หยุด เขาจะอยู่ไม่ได้ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าใครคือผู้สั่งการดังกล่าว ทั้งนี้ ได้มีเสียงจากกระเเสสังคมส่วนใหญ่พาดพิงถึงกระทรวงกลาโหมในเวลานั้นล่าสุด ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นเป็น รมช.และรักษาการ รมว.กลาโหม ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนว่า ไม่ทราบว่าหมายถึงใคร แต่ผมไม่เคยโทรไปสั่งแบบนั้นเลย เพราะตอนนั้น เราเข้าใจสถานการณ์ดีว่ามันจำเป็นที่จะต้องจัดการให้เด็ดขาด เรามีแต่สนับสนุน ในฐานะกองหลัง ให้จัดการเต็มที่ เอาให้จบ ไม่เคยไปขัดขวาง หรือสั่งหยุดยิงแต่อย่างใดตรงกันข้าม ต่อมา ผมเอง ยังสนับสนุนให้ แม่ทัพกุ้ง ทวงคืนปราสาทตาควาย ให้ได้ก่อนเกษียณด้วยซ้ำ ตอนนั้นคุยกันมี ผบ.ทบ.…

  • นายกฯ ประกาศหยุดทุกข้อตกลงกัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด

    วันนี้ (10 พ.ย. 68) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฎิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ว่า ตนได้รับทราบแล้ว เห็นด้วยกับการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการมาโดยตลอด จะหยุดจนกว่ามีความชัดเจน ซึ่งตนจะแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ว่าต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราคิดว่าความเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย ต่อภัยความมั่นคงจะลดลงไป มันไม่ได้ลด เมื่อไม่ได้ลด เราจะดำเนินการอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างจะต้องหยุดการดำเนินการ ส่วนรายละเอียด จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกองทัพออกมาชี้แจงจากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี หันกลับมาตอบว่า “ต้องไปสิ ทหารของเราถึงขั้นขาขาด”ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า เรื่องส่งตัวเชลยศึก ส่ง 18 คน จะต้องชะลอใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงว่า “หยุดเลย”

  • เปิด 3 ข้อสำคัญ ชี้เป้าคนสั่งการ เเม่ทัพกุ้ง ปิดศึกตั้งเเต่ 6 ชม.แรก

    จากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศกจากกรณี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ที่ปรึกษาพิเศษเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษที่พุทธสถานปฐมอโศก ระบุว่า ในวันแรกของเหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชา มีคนโทรศัพท์สั่งให้ หยุดยิง ทั้งที่ผ่านไปเพียง 6 ชั่วโมง แต่ตนไม่ยอมหยุด เพราะเป็นช่วงสำคัญของการทวงคืนแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าหากต้องเปิดเผยว่าใครสั่งให้หยุด เขาจะอยู่ไม่ได้ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าใครคือผู้สั่งการดังกล่าว โดยกระแสในโซเชียลมีเดีย มีการเชื่อมโยงไปยังฝ่ายการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงกลาโหมในช่วงเวลานั้น รวมถึงมีการพาดพิงถึงชื่อของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ และผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการรมว.กลาโหม ซึ่งถูกกล่าวถึงว่าอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำสั่งดังกล่าว แม้ทั้งหมดจะยังเป็นเพียงข้อสงสัยในสังคมที่ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตามล่าสุด วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการโพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โดยระบุว่า คนที่สั่งแม่ทัพกุ้งให้หยุดยิง 6 ชม. แรก1.เป็นผู้บังคับบัญชาอำนาจเหนือกว่า2.เรียกแม่กุ้งว่า น้อง เท่ากับ ไม่ใช่ ผบ.ทบ.3.ไม่ใช่บิ๊กเล็กโพสต์ดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมเจ๊เอ๋ เดือดจัด! ตัดสินใจโพสต์ตรงๆ…

  • จี้ ‘ภูมิธรรม’ ออกมาชี้แจง ปมมีคนสั่ง ‘แม่ทัพกุ้ง’ หยุดยิงศึกไทย-เขมร

    แฟ้มภาพ10 พ.ย.2568-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ฟซบุ๊ก เรื่อง “ภูมิธรรมต้องออกมาชี้แจง” เนื้อหาระบุว่า เรื่องที่มีการขอให้แม่ทัพกุ้งหยุดยิง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องเด็กต่อยกัน แล้วมีผู้ใหญ่มาขอให้หยุดแต่การรบกับเขมรนั้น เป็นเรื่องของอธิปไตย เรื่องดินแดน เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ จะปล่อยให่ใครเข้ามาแทรกแซงไม่ได้อย่างน้อยท่านที่ปรึกษา ของพลเอกณัฐพล ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า ท่านไม่เกี่ยว ไม่เคยโทรไปหาแม่ทัพกุ้งยังมีอีกคนหนึ่งคือ นายภูมิธรรม เวชชัย ซึ่งท่านคือผู้รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ท่านจะปล่อยแบบนี้ไม่ได้ ขอเรียกร้องให้ท่าน ออกมาชี้แจงกับประชาชนเราไม่ได้กล่าวหาท่าน เพียงแต่เรียกร้องให้ท่าน ออกมาชี้แจงว่าอะไรเป็นอะไร ในฐานะผู้มีอำนาจ และสังคมประชาธิปไตยต้องการความโปร่งใส

  • “3 พี่น้องชินวัตร”เข้าเยี่ยม “ทักษิณ”หลังถูกคุมขังครบ 2 เดือน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาพร้อมพี่ชาย นายพานทองแท้ ชินวัตร และพี่สาว นางพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เพื่อเข้าเยี่ยมอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก 1 ปีการเยี่ยมในครั้งนี้ ทั้ง น.ส.แพทองธาร นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา ได้เข้าไปภายในเรือนจำเพื่อเยี่ยมบิดา ซึ่งครั้งนี้เป็นการเยี่ยมครั้งที่ 15 ในรอบ 2 เดือน ที่ นายทักษิณ ถูกศาลฎีกาฯ สั่งคุมขัง เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568การเข้าเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวในแวดวงการเมือง ว่า ครอบครัวชินวัตรอาจอยู่ระหว่างพิจารณายื่นคำร้อง “ขอพักการลงโทษ” ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ นายทักษิณ อาจได้ออกจากเรือนจำภายในต้นปี 2569สำหรับบรรยากาศที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ มีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับและให้กำลังใจ*** ขอบคุณภาพจาก…