Category: การเมือง

  • ทภ.2 พบหน่วย BHQ ดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย เนิน 350 เจอทุ่นระเบิด PMN-2

    ทภ.2 ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พบ หน่วย BHQ ดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย เนิน 350 ห่างจากเส้นปฏิบัติการเข้ามาฝั่งไทยประมาณ 100 เมตร พร้อม ทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวน 1 ทุ่น สะท้อนกัมพูชายังคงลักลอบใช้ทุ่นระเบิดสังหาร ในพื้นที่อธิปไตยของไทย ชี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังทหารฝ่ายไทยได้ตรวจพบทหารฝ่ายกัมพูชา ประมาณ 2-3 นาย คาดว่าเป็นหน่วย BHQ เนื่องจากมีการสวมหมวกทรง FAST สีดำ และได้กระทำการดักซุ่มตรวจการณ์ฝ่ายไทย บริเวณทิศตะวันตก เนิน 350 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ห่างจากแนวเส้นปฏิบัติการเข้ามาฝั่งไทยประมาณ 100 เมตรขณะเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ หน่วยได้ตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2 บริเวณจุดที่พบทหารกัมพูชาดักซุ่ม จำนวน 1 ทุ่น หน่วยจึงได้ใช้เครื่องตรวจทุ่น ตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด และได้ทำเครื่องหมาย เพื่อรอรับการสนับสนุนชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดดำเนินการต่อไปจากสถานการณ์ดังกล่าวยืนยันได้ว่า…

  • ‘นิพิฏฐ์’ โพสต์สะเทือนใจ ‘พ่อจ๋า เราแพ้แล้ว’

    22 สิงหาคม 2568 – นายนิพิฏฐ์ อินสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่าพ่อจ๋า เราแพ้แล้ว…-เราชักสงสัยแล้วว่า เราเป็นพลเมืองดีของรัฐนี้หรือเปล่า หรือเราเป็นเพียงขยะของแผ่นดิน-เราเทิดทูนพ่อเสมอ เรามิใช่เป็นบุคคลอันตรายต่อพ่อ เวลาใครพูดอะไรที่ไม่เคารพ“พ่อ” เราจึงเจ็บปวด เราปกป้องพ่อด้วยชีวิตเสมอมา- “เขา” เสียอีก ที่ทำให้เราเห็นว่า ไม่ปกป้องพ่อ “เขา”เสียอีกที่ทำตัวเสมอพ่อ เราอยากให้“เขา”สำนึก แต่“เขา”หาได้สำนึกไม่ ทุกย่างก้าวของ“เขา” ช่างแผดร้อน เหมือนเผาผลาญแผ่นดินนี้ให้วอดวาย- “เขา” เป็นบุคคลอันตรายผู้ทุจริต-สิ่งที่“เขา”ทำกับพ่อ เราจำได้เสมอ แต่“เขา”รอดปลอดภัยทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน-อยากบอกพ่อว่า เราทำดีที่สุดแล้ว เราทำได้แค่นี้จริงๆ-พ่อจ๋า… เราแพ้แล้ว….

  • จับตาท่าที 3 กลุ่มการเมือง สะท้อน “ตระกูลชินวัตร” จะอยู่หรือไป!

    นักวิชาการแนะจับตาท่าที 3 กลุ่มการเมือง สะท้อนชะตากรรม “ตระกูลชินวัตร” จะอยู่หรือไป ชี้คดีคลิปเสียงทำเพื่อไทยหมดความชอบธรรม ไม่ว่านายกฯอิ๊งค์รอดหรือร่วงจากกรณีศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย (นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อเดือน พ.ค.2558ล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวี พูดคุยกับ รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มองว่าไม่น่าจะมีนัยขนาดนั้น และไม่ว่านายกฯจะรอดหรือร่วงรัฐบาลเพื่อไทยก็หมดความชอบธรรมไปแล้วอยู่ดีโดย รศ.โอฬาร มองว่า ในคดี ม.112 ของนายทักษิณ ประเมินว่าน่าจะรอดแต่แรกเพราะถ้าไปดูในบทสัมภาษณ์จริงๆ ก็ดูไม่เข้าองค์ประกอบข้อกฎหมายอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือทุกวันนี้คนไม่ได้มองว่าคดีความต่างๆ จะรอดหรือไม่รอดด้วยเหตุผลอะไร หลักฐานอะไร แต่กลับไปวิพากษ์วิจารย์กันเรื่องดีล และมองผลลัพธ์ไปถึงคดีอื่นด้วย ซึ่งอาจารย์เปรียบเทียบว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ใช่วงไฮโล มันไม่ควรต้องมาคุยกันที่เรื่องตัวเลข ไม่เป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือกับทั้งกระบวนการยุติธรรมรวมถึงตะกูลชินวัตรเองด้วยเมื่อถามว่าคดี ม.122 รอดแล้ว ประเมินคดีอื่นอย่างไร โดย รศ.โอฬาร มองว่าในส่วนของคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจนั้น อย่างไรนายทักษิณก็รอด แต่เจ้าหน้าที่อาจจะไม่รอด นายทักษิณก็แค่อาจจะกลับไปคุมขังที่บ้าน เว้นเสียแต่ว่าจะมีพยานหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ไปว่ามีการจ้างวานหรือสั่งการมาส่วนคดีคลิปเสียงพูดคุยกับ สมเด็จฯ ฮุน…

  • ‘3 นายพล’ ไขก๊อก!

    ต้องเรียกว่า "กรมปทุมวัน" เข้าสู่ยุคซีรีส์ 4 เต็มตัว ในยุค บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ นรต.41 เข้าสู่ปีที่สอง ในการกุมบังเหียน "แม่ทัพใหญ่สีกากี"หลัง พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. สองเพื่อนร่วมรุ่น นรต.39 กำลังจะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2568 หรือนับถอยหลังอีกเพียง 39 วันเท่านั้นยิ่งเมื่อตรวจแถวการแต่งตั้ง "นายพล" ระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2568 ที่เพิ่งผ่านบอร์ดกลั่นกรอง หรือคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. ที่มี ผบ.ต่าย นั่งหัวโต๊ะประธานบอร์ด ร่วมกับรอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาตำแหน่งหลัก ตำแหน่งที่ขับเคลื่อน "กรมปทุมวัน" ล้วนอยู่ใน นรต.ซีรีส์ 4…

  • ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง ตัวนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ติดหนี้บุญคุณกับกัมพูชาแล้ว!!

    ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ รองเลขาธิการ พปชร. ซัด แพทองธาร ขอพูดตรงๆ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีที่ไม่ติดหนี้บุญคุณกับกัมพูชาแล้วผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ รับหนังสือร้องเรียน ของกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย และเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เรียกร้องสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ยกเลิก MOU 2543–2544 ทำประเทศไทยเสียเปรียบกัมพูชาว่า ยืนยัน พรรคพลังประชารัฐ ให้ความสำคัญกับเรื่องสนับสนุนให้ยกเลิก MOU 2543–2544 เพราะทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์และเสียเปรียบ ฉะนั้น คงจะนำกลับไปประชุมกับกรรมการบริหารในพรรคพลังประชารัฐว่า ต้องดำเนินการผ่า่นทางสภา ไม่ว่าเป็นการยื่นญัตติ หรือ อาจจะเป็นเสนอตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปในอนาคต มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องคุยดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าจะมีบางพรรคการเมืองอาจไม่เห็นด้วยให้ยกเลิก แต่พรรคพลังประชารัฐ มีหลักฐานเพียงพอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ MOU ทั้ง 2 ฉบับ ทั้งเรื่องแผนที่เขตแดน 1:200,000 และเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่กัมพูชาขีดเส้นขึ้นมาผ่านเกาะกูดเอง ซึ่งผิดกฎหมายสากล และไม่เป็นไปตามพระบรมราชโองการ ในหลวง ร.9 ย้ำ พื้นที่ทับซ้อนใน…

  • อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ทันที หลัง ทักษิณ รอดคดี ม.112

    อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ทันที หลัง ทักษิณ รอดคดี ม.112จากกรณีศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 กรณีนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบัน เมื่อปี 2558 โดยวันนี้ ศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องนายทักษิณ นั้นล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้โพสต์ไอจีสตอรี่ ผ่านอินสตราเเกรมส่วนตัว @ingshin21 ซึ่งเป็นภาพจากสำนักข่าวแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความในภาพระบุว่า ทักษิณรอดคดี ม.112 สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ดูหมิ่นสถาบัน ปี 2558โพสต์ดังกล่าวเรียบเรียงโดยทีมข่าวสยามนิวส์

  • ‘แม่ทัพภาคที่ 1’แจงปมโซเชียลฯถล่มโยงการเมือง-ขัดแย้ง‘ทหาร’ด้วยกัน ลั่นคนก็พูดกันไป

    ‘แม่ทัพภาคที่ 1’แจงปมโซเชียลฯถล่มโยงการเมือง-โยกย้าย ชี้จุดต่างชายแดนทัพภาค 1 เป็นที่ราบ-มีชุมชน แจงถูกโยงขัดแย้ง‘ทหาร’ด้วยกัน ยันสนิทสนม-ทำงานร่วมกัน แต่คนก็พูดกันไป22 สิงหาคม 2568 ที่ ร.12 พัน.3 จ.สระแก้ว พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ.1) กล่าวถึง กรณีการนำประเด็นการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นกระแสโจมตีเรื่องการเมือง หรือเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ ว่า ไม่เกี่ยวพล.ท.อมฤต กล่าวว่า วันนี้จึงได้ให้สื่อมาทำข่าวการประชุม RBC และลงพื้นที่กับคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จึงถือโอกาสทำความเข้าใจให้สื่อโซเชียลฯทราบว่าที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ได้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร ยุทธศาสตร์พื้นที่ ระหว่างพื้นที่หน้าผา กองทัพภาคที่ 2 แตกต่างจากกองทัพภาคที่ 1 ที่เป็นทุ่งนาติดกันพล.ท.อมฤต กล่าวว่า “ส่วนอีกเรื่องคนก็พูดกันไป ผมกับ…” ถึงจุดนี้ พล.ท.อมฤต เว้นช่วง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ผมสนิทสนมกันจะตาย ทำงานร่วมกันมาตลอด แต่คนก็พูดกันไป เบี่ยงเบนไปอะไร เป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่ได้นั่น ผมก็ทำงานอย่างเดียว”-005

  • ช่อ พรรณิการ์ ชี้แจง ปมจวกทหาร อยากเป็นฮีโร่สงคราม

    ช่อ พรรณิการ์ ชี้แจง ปมจวกทหาร อยากเป็นฮีโร่สงครามจากกรณีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ พรรณิการ์ แกนนำคณะก้าวหน้า ระบุเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนหนึ่งว่า มีคนไม่อยากให้สงครามจบ เพราะช่วงเวลาที่เกิดสงคราม คือ เวลาที่ตนเป็นฮีโร่หรือไม่ ซึ่งมีคนนำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายล่าสุดวันที่ 22 ส.ค. 68 ช่อ พรรณิการ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขอยืนยันว่า ตลอด 2 เดือนของความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ตนเองพูดมาโดยตลอดว่าไม่สนับสนุนให้มีการสู้รบ การปะทะเพื่อป้องกันตนเองเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรบที่ยืดเยื้อไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการ เพราะตนเองนั่งในห้องแอร์ ไม่สามารถไปพูดแทนทหารแนวหน้าได้ เนื่องจากเขาคือผู้เสียสละ เรื่องของพี่น้องทหารแนวหน้าที่ต้องต่อสู้และไม่ได้กลับไปหาครอบครัว เป็นสิ่งที่ตนให้ความสำคัญมาโดยตลอด และยืนยันเสมอว่าไม่อยากให้มีการปะทะยืดเยื้อ ต้องรบเท่าที่จำเป็นสำหรับกรณีที่มีการตัดคลิปบางช่วงออกมาเผยแพร่นั้น เพิ่งมีประเด็นขึ้นมาเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ทั้งที่จริงแล้วตนให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งไปตั้งแต่ประมาณ 8 วันที่แล้ว หากได้ฟังตัวเต็มจะเข้าใจว่าเป็นการสนทนาที่ต่อเนื่อง โดยตนเริ่มต้นจากการพูดถึง ฮุน เซน ว่าเป็นคนที่ไม่อยากให้สงครามจบมากที่สุด เพราะหากจบตอนนี้ เท่ากับว่า ฮุน เซน แพ้…

  • ทนายเผยท่าที ทักษิณ ช่วงฟังคำตัดสิน จ่อยื่นศาล ขอออกนอกประเทศ ยันไปฟังคดีชั้น14

    ทนายเผยท่าที ทักษิณ ช่วงฟังคำตัดสิน จ่อยื่นศาล ขอออกนอกประเทศ ยันไปฟังคดีชั้น14ทนายวิญญัติ เผยท่าที ทักษิณ ช่วงฟังคำพิพากษา หลังทราบผล เจ้าตัวดีใจ ลั่นพร้อมทำประโยชน์ให้ประเทศ จ่อยื่นศาลขอออกนอกประเทศ ยันวันที่ 9 ก.ย.ไปฟังคดีชั้น 14 อย่างแน่นอนเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลอาญาพิพากษายกฟ้องนายทักษิณ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้ ว่า ศาลยกฟ้องโดยใช้หลากหลายเหตุผล และการพิสูจน์ของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ตามฟ้องเรื่องนี้ศาลใช้หลักการในการชั่งน้ำหนักตัววัตถุพยาน ศาลเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์จริงที่นั่น แต่บทสัมภาษณ์มีมากกว่าที่ปรากฏอยู่ภายในคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นบางส่วนและมีถ้อยคำตรงกัน เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ ไม่ใช่หน้าที่จำเลยที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อหรือไม่ เพราะส่วนนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ตัดต่อ ศาลรับฟังด้วยความระมัดระวัง และเห็นว่าน่าเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ดังกล่าวจะสามารถตีความและรับฟังได้ว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112 หรือไม่นั้น ศาลประกอบด้วยหลักไวยากรณ์ ตามหลักไวยากรณ์ มีประธาน กริยาและกรรม ซึ่งศาลมองว่าประธานเป็นบุคคลที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุคคลตามมาตรา 112 แม้จะมีสรรพนามว่าเขา ซึ่งพยานบางปากนำมาตีความพิจารณาโดยใช้หลักอะไรของพยานแต่ละคนก็ตามศาลเห็นว่ารับฟังได้น้อยมากไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานที่เป็นพยานความเห็นมีอคติ…

  • เปิดเหตุผล! ศาลยกฟ้อง ‘ทักษิณ’ คดี 112 – พ.ร.บ.คอมพ์

    เปิดเหตุผลศาลยกฟ้อง 'ทักษิณ' ชี้ไม่ได้กล่าวถึงสถาบันฯ คนฟังเข้าใจได้ว่าพาดพิง 'สุเทพ-ทหาร-องคมนตรี' พยานหลักฐานของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์22 ส.ค. 2568 – ที่ห้องพิจารณาคดี 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิด ฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 กรณีเมื่อปี 2558 นายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีประเทศเกาหลีใต้ พาดพิง ดูหมิ่นสถาบันฯโดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ เห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า จำเลยเป็นผู้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวตามคลิปวิดีโอ โดยมีเนื้อหาของข้อความตามคำฟ้องหรือไม่โจทก์มีพยานซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและพยานปากนายอนันต์ เหล่าเลิศวรกุล มาเบิกความยืนยันว่าดูคลิปวิดีโอ แล้วเห็นว่าเป็นการกล่าวถ้อยคำให้สัมภาษณ์จำเลยจริง แม้โจทก์ไม่มีคลิปให้สัมภาษณ์ของจำเลยฉบับเต็มมาเป็นหลักฐานแต่เมื่อพยานโจทก์ต่างยืนยันว่าคลิปวิดีโอเป็นคลิปให้สัมภาษณ์ของจำเลยบางช่วงบางตอน และพยานโจทก์เห็นว่าสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าเป็นการตัดต่อคลิปวิดีโอ ไม่ปรากฏว่าเป็นการตัดต่อในส่วนใดและส่วนไหนไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับความจริง จึงเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้มาสนับสนุนหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ ประกอบกับจำเลยยังเบิกความตอบโจทก์ถามค้านรับว่า บุคคลและเสียงในคลิปวิดีโอ เป็นจำเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยให้สัมภาษณ์นักข่าวที่สาธารณรัฐเกาหลี ตามคลิปวิดีโอโดยมีเนื้อหาของข้อความตามคำฟ้อง ไม่ได้เป็นการตัดต่อหรือเสริมแต่งเพื่อใส่ความให้ร้ายจำเลยในส่วนของข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ตามฟ้องนั้นเป็นการพูดหรือแสดงหรือพาดพิงหรือทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการกล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่…