Category: การเมือง
-
เปิดคำร้อง 36 สว.ปมคลิปเสียง “แพทองธาร” นิ่งเฉยต่อวิกฤติชายแดน
เปิดคำร้อง 36 สว.ปมคลิปเสียง ยกละเอียดยิบผิดจริยธรรมข้อใด อ้างอิงเหตุการณ์คลิปเสียง พฤติการณ์นิ่งเฉย ไม่กำหนดมาตรการหรือความชัดเจนตอบโต้กัมพูชาในช่วงภาวะสงครามไทย-กัมพูชาคำร้องของ 36 สว. ต่อกรณีคลิปสนทนาของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ที่ศาลจะนัดวินิจฉัยคำร้องในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งในคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ความเป็นนายกรัฐมนตรี ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับมาตรา 160 (4)(5)ในเนื้อหาคำร้องอ้างอิงถึงคลิปสนทนาของนางสาวแพทองธาร กับสมเด็จ ฮุน เซน ที่มีการเอ่ยพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2แม้นายกรัฐมนตรีจะพยายามแถลงข่าวชี้แจงกรณีคลิปเสียง แต่สมาชิกวุฒิสภาเห็นว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อมีการเผยแพร่คลิปเสียงเช่นนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีย่อมพยายามจะต้องหา ข้อแก้ตัวอย่างไรก็ได้โดยสมาชิกวุฒิสภาเห็นว่าหากนายกรัฐมนตรีมีเจตนาเจรจาเพื่อยุติปัญหาและความขัดแย้งและการสู้รบระหว่างประเทศเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติจริง นายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการเจรจาทางการทูตตามหลักและมาตรฐานการดำเนินการที่ถูกต้องอย่างโปร่งใส ตามกระบวนการของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประการสำคัญไม่มีเหตุผลความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแอบเจรจากันเป็นการส่วนตัว และเรียกผู้นำประเทศที่กำลังมีการประทะกันทางการทหารหรือ สภาวะสงครามที่มีความขัดแย้งทางบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยว่า uncle หรือลุง และแจ้งว่า “จริงๆแล้วถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้” รวมทั้งเรียกแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเข้มแข็งเพื่อประเทศชาติและประชาชนว่า “ฝั่งตรงข้าม”และประกอบกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในห้วงที่ผ่านมาพบว่าหลังจากที่มีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน…
-
“แม่ทัพกุ้ง” เผยไม่หวั่นโดนเช็คบิลหลังเกษียณฯ ลั่นผมหมายหัวเขาเหมือนกัน ไม่กลัวขึ้นศาล หรือกลัวถูกด่า หากคิดดีทำดี
ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2 กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาให้เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา ถึงมัธยมศึกษาว่า หากมนุษย์ไม่มีศีลธรรมในใจ ก็ไม่มีคุณค่า ประเทศชาติก็จะล่มสลาย จากความเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกพ้อง จากความเห็นเงินเป็นใหญ่ การเป็นคนดีอยู่ที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว เพราะเราคิดดี ไม่ต้องกลัวว่าจะขึ้นศาล ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกด่า ตนไม่เคยกลัวใครในโลกนี้ หากเราคิดดีต่อประเทศชาติต่อแผ่นดิน ต่อประชาชน ไม่เคยคิดจะเอาเรื่องความดัง ความเด่นมาใช้หาประโยชน์ นี่คือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และความเป็นคนจากนั้น พล.ท.บุญสิน ให้สัมภาษณ์ว่า แม้ตนจะเกษียณฯ แต่ก็ยังเป็นคนไทย และอยู่ช่วยเหมือนเดิม สำหรับเสียงเรียกร้องให้ต่ออายุราชการนั้น เป็นเรื่องกระแสสังคมมากกว่า แต่ตนปฏิบัติหน้าที่ตามอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย. ก็จบหน้าที่แล้ว และขอขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ และในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ตนมั่นใจ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับชาตามลำดับชั้น ในการคัดเลือกคนที่เหมาะสม กองทัพสร้างคนมาทดแทนได้อยู่แล้วเมื่อถามว่าหลังเกษียณฯ กังวลหรือไม่ว่า จะตกเป็นเป้าโจมตี คดีความที่จะตามมา จากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด…
-
ไร้ทางรอด-หมดตัวเลือก “อวสาน” เพื่อไทย “แพทองธาร-ชัยเกษม”
ภายในเดือนส.ค.นี้จะเป็นนัด “ชี้ชะตา” อนาคตทางการเมืองของ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ว่าจะ “รอด” หรือ “ร่วง” จากตำ แหน่งนายกฯคนที่ 31หรือไม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมาจากคลิปสนทนาระหว่าง “แพทองธาร” กับ “ฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตามคำร้อง 36 สว. อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และศาลฯได้นัดพิจารณาคดีดังกล่าวเพื่อกำหนดอ่านคำวินิจฉัย 29 ส.ค.นี้มีการคาดการณ์ว่า การอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากจะส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเสถียรภาพของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังกระทบต่อ “ตระกูลชินวัตร” โดยตรง ที่สำคัญอาจจะทำให้ทิศทางทางการเมืองไทย และอนาคตของ “แพรทองธาร” ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยคดีใกล้งวดสมาชิกพรรคเพื่อไทย เก็บอาการไม่อยู่ สะท้อนผ่านคำพูดของ “นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้ ( 12 ส.ค.)ว่า อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการพิจารณาคดีดังกล่าวไว้ก่อนและขอให้ยกเลิกคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้กลับมามีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในช่วงภาวะวิกฤตและควรหยุดคดีนายกรัฐมนตรีไว้สัก 6 เดือน เมื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านไปแล้วค่อยนัดตัดสินคดีอีกครั้งผลสำรวจนิด้าโพล ล่าสุดในประเด็น “ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” ในกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-เขมร…
-
ศาล รธน. เคาะ 29 ส.ค. ลงมติชี้ชะตา “แพทองธาร” คลิปเสียงคุยอังเคิล
ศาลรัฐธรรมนูญ เคาะวันที่ 29 สิงหาคม ลงมติชี้ชะตา แพทองธาร คลิปเสียงคุยอังเคิล ฮุนเซน กรณีพิพาทชายแดนไทยกัมพูชาจากกรณีที่เมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 68) ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีวาระพิจารณาคดีสำคัญ คือ การพิจารณาหรือมีคำสั่งในคำร้องของประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยสถานะความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว กรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เกี่ยวกรณีพิพาทชายแดนไทยกัมพูชาล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา กำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ ผู้ถูกร้องและและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ 2568 เวลา 10.30 น. พยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกหากไม่มาตามกำหนดนัดนัดถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่า ไม่ติดใจยื่นโดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00…
-
เปิดประวัติ 3 แคนดิเดต ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ คนใหม่
เปิดประวัติ3 แคนดิเดต"แม่ทัพภาคที่2" คนใหม่"พล.ต.วีระยุทธ-พล.ต.นรธิป" รุ่นตท.26 ตัวเต็งเตรียมขึ้นแท่นแทน"พล.ท.บุญสิน" ที่เตรียมเกษียณจากกรณี พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบันกำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2568 ทำให้มีการจับตามองว่าใครจะมารับตำแหน่งต่อแม่ทัพภาคที่ 2ซึ่งจากข้อมูลปัจจุบันมีแคนดิเดตตัวเต็งอยู่ 3 ท่าน ประกอบไปด้วย พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ , พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค และ พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ดังนี้1.พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ตำแหน่งปัจจุบัน: รองแม่ทัพภาคที่ 2 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2รุ่น: นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 (ตท.26) ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันเส้นทางรับราชการ: เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ก่อนที่จะขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 ในปี 2566 และถือเป็นรองแม่ทัพภาค 2 ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1บทบาทสำคัญ: เป็นหนึ่งในทีมประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม…
-
‘เพจทบ.’ปล่อยคลิปแฉกลับ ‘ทหารกัมพูชา’ วางทุ่นระเบิดฝั่งไทย
‘โฆษกทบ.’ฟาดกลับ ‘กัมพูชา’ไม่ยอมรับวางทุ่นระเบิดใหม่ ด้าน ‘เพจทบ.’ปล่อยคลิปแฉทหารกัมพูชา วางทุ่นระเบิดฝั่งไทย ตรวจพบโดรน 20 ลำ บินจากเขาพนมประสิทธิโส มุ่งหน้าสัตตะโสมเมื่อวันที่ 14 ส.ค.พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าจากกรณีที่ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย โดยระบุว่า “กัมพูชายังคงปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างเคร่งครัด พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาการวางทุ่นระเบิดใหม่” นั้น ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอีกเช่นเคย เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุกำลังพลไทยเหยียบกับระเบิดตั้งแต่ 16 ก.ค.68 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 5 ครั้ง (รวมการปะทะในพื้นที่ปราสาทตาควาย) เป็นพื้นที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (T-MAC) เคยเก็บกู้และเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยตั้งแต่ปี 2563–2565 โดยไม่เคยตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 มาก่อนโฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ห้วงวันที่ 15 ก.ค.–12 ส.ค.68 กองทัพบกได้รับรายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด PMN-2 ในสภาพใหม่และพร้อมใช้งาน ภายในเขตอธิปไตยไทย ทั้งในจุดเกิดเหตุที่กำลังพลได้รับบาดเจ็บ และจากการตรวจพบในพื้นที่ตามแนวชายแดน รวมทั้งสิ้น 41 ทุ่น สะท้อนให้เห็นว่ากัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดเป็นอาวุธคุกคามฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งมีข้อสังเกตว่า…
-
บุ๋ม ปนัดดา ประกาศ ไทยเตรียมยุบ ศบ.ทก. ด่วน เพื่อแสดงความจริงใจต่อกัมพูชา
บุ๋ม ปนัดดา ประกาศ ไทยเตรียมยุบ ศบ.ทก. ด่วน เพื่อแสดงความจริงใจต่อกัมพูชาเรียกได้ว่า กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อ บุ๋ม ปนัดดา ได้โพสต์ประกาศข่าว ผ่านเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ว่า รัฐบาลไทยเตรียมยุบศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงความจริงใจต่อประเทศกัมพูชาโดย เธอ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำรงอยู่ของศูนย์ฯ นั้นได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่อาจทำให้ประเทศกัมพูชารู้สึกว่า การดำเนินการของไทยไม่มีเจตนาในการยุติสถานการณ์ตึงเครียด ดังนั้น การตัดสินใจยุบศูนย์ฯ นี้ ถือเป็นการแสดงความจริงใจ และความมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพซึ่ง เธอ ยังเน้นว่า สันติภาพเป็นทางออกที่สำคัญที่สุดในการคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย และปราศจากความตึงเครียด จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ แบบไม่มีใครอยากอยู่ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด และความกลัวอีกทั้ง เธอ ยังหวังว่า ครั้งนี้ รัฐบาลจะสามารถเจรจา และหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมทั้งปกป้องอธิปไตยของประเทศ ผ่านกระบวนการทูตอย่างที่เคยกล่าวไว้ การเจรจาครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะรักษาความสัมพันธ์กับกัมพูชาสุดท้าย บุ๋ม ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า อย่าทำให้คนไทยผิดหวัง และหวังว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมสันติภาพ และความสงบสุขในภูมิภาค…
-
ศบ.ทก. ชี้แจงแล้ว หลัง บุ๋ม ปนัดดาโพสต์ เรื่องยุติบทบาท
ศบ.ทก. ชี้แจงแล้ว หลัง บุ๋ม ปนัดดาโพสต์ เรื่องยุติบทบาทวันที่ 13 ส.ค. 2568 จากกรณีที่ทางบุ๋ม ปนัดดา มีการออกมาโพสต์ ว่าไทยจ่อยุบ ศบ.ทก.เร่งด่วน เพื่อแสดงความจริงใจต่อประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้ โดยระบุว่าขอชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยุติบทบาทของศูนย์ฯ และยังคงปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาการดำเนินงานของศูนย์ฯ จะต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ รอบด้าน โดยพิจารณาจากข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์และข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อให้การตัดสินใจสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นผู้พิจารณาและกำหนดทิศทางตามลำดับและตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป
-
“เชตวัน” เปิดงบรถประจำตำแหน่งนายทหารระดับสูงทะลุ 240 ล้าน
“เชตวัน” เปิดงบประมาณรถประจำตำแหน่งนายทหารระดับสูงกองทัพกว่า 240 ล้าน เยอะกว่างบยุทโธปกรณ์ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา หดหู่อุปกรณ์จำเป็นทหารชั้นผู้น้อยกลับต้องรับบริจาควันนี้ (13 ส.ค.2568) นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วาระ 2 ในมาตรา 8 กระทรวงกลาโหม โดยตั้งข้อสังเกตงบประมาณที่ใช้ไปกับค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งของนายทหาร กับงบประมาณที่กองทัพใช้ไปกับการจัดซื้อหายุทโธปกรณ์เพื่อดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ของกองทัพบกเรื่องรถประจำตำแหน่ง สำหรับทหารระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น พอที่จะเข้าใจได้ เนื่องจากมีภารกิจเยอะ เพื่อความสะดวกในการเดินทางจึงจำเป็นต้องมีรถ มีคนขับ โดยในอดีตมีรถประจำตำแหน่งให้กับระดับปลัดกระทรวง อธิบดี รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเทียบเท่ากับอธิบดี ต่อมารัฐราชการก็เติบโตขยายใหญ่ เพิ่มรถประจำตำแหน่งให้กับระดับรองอธิบดีด้วยลำพังในส่วนราชการ กระทรวงต่างๆ 20 กระทรวง มีปลัดกระทรวงละ 1 คน มีอธิบดีและรองอธิบดีแต่ละกรม รวมแล้วก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ 200 คนแต่ปัญหาอยู่ที่พอไปเทียบกับกองทัพ ปริมาณคนที่จะได้รถประจำตำแหน่งมีจำนวนมาก แต่ละเหล่าทัพทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพไทย สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีอยู่เยอะมากจำนวนนายทหารรวมถึงข้าราชการที่อยู่ในชั้นที่จะได้รถประจำตำแหน่งนั้น ในช่วงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็เห็นว่าเป็นภาระ…
-
วิเคราะห์ “แพทองธาร” แม้รอดศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจไม่รอด ป.ป.ช.
รัฐมนตรี-พรรคเพื่อไทย และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธข่าว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมตัดสินใจ ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยคำร้องถอดถอน กรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซน เป็นแผนรองรับสถานการณ์การเมืองและแม้จะยังไม่ชัดเจนในแผนรองรับที่ว่านี้ แต่เริ่มมีข้อสังเกตผ่านนัยที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งอาจทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลุดพ้นจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่อาจหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา ด้วยมีคำร้องเดียวกันในมือ ป.ป.ช.ด้วยไม่มีใครยืนยัน และยังไม่มีใครยอมรับ ว่านายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จะประกาศ "ลาออก" ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย-ชี้ขาด คำร้องเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เหตุจากคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน แม้แต่นายกฯ แพทองธาร ยังนิ่งเงียบ จะมีก็แต่ยิ้มตอบ หลังถูกถามถึงประเด็นนี้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเดินฝ่าวงล้อมออกไปแบบนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามใดๆ จะมีก็แค่ยิ้มตอบ หลังนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ถูกถามถึงกระแสข่าวการลาออก ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัย-ชี้ขาดคำร้องถอดถอน เหตุไม่ซื่อสัตย์-สุจริตและฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม กรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซนขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธการหารือกันภายใน กรณีนายกฯ แพทองธาร ลาออก หลังร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2569…