Category: การเมือง

  • สถานการณ์ขณะนี้! การเมืองเริ่มเห็นแววบางอย่าง!!

    จตุพร ชี้ รัฐบาลเจอวิกฤตศรัทธาหนัก อยู่ในสภาพลูกผีลูกคน สถานการณ์ขณะนี้มีความเปล่งแปลกมาก เพราะในแต่ละเรื่องราวทางการเมืองเริ่มเห็นแววบางอย่างผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่าความตรึงเครียดของสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา และอนาคตการเมืองไทยมีความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวพันกับคดีของนายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ในศาล รธน. และคดี ม.112 ของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลอาญา นัดตัดสิน 22 ส.ค. รวมทั้งคดีชั้น 14 ศาลศาลฎีกานักการเมืองนัดชี้ขาดวีนที่ 9 ก.ย.นี้“ขณะนี้เชื่อว่ารัฐบาลเจอวิกฤตศรัทธาหนัก อยู่ในสภาพลูกผีลูกคน ประกอบกับนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เพื่อไทยและรองประธานสภาคนที่ 1 ถูกศาล รธน.ถอดถอนพ้นตำแหน่งในคดี ม.144 กรณีโยกงบภัยแล้งลงพื้นที่เลือกตั้งเชียงราย ยิ่งทำให้พรรคร่วมรัฐบาลวิตกกังวลมาก”อีกทั้งกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรครัฐบาลถูกร้องเรียนต่อ ปปช.ข้อหาจัดทำงบประมาณ 2568 ผิด รธน. ม.144 ซึ่งคาดว่า ปปช.ไต่สวนใกล้แล้วเสร็จ และอาจยื่นต่อศาล รธน. ประมาณ 10 ส.ค.นี้ แต่เมื่อการเมืองแปรปรวนและรวนเรอย่างมาก จึงต้องฟังหูไว้หูก่อนว่า…

  • รามคำแหง เพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ‘ฮุนเซน’ มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐไทย

    สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมีมติเอกฉันท์ เพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของสมเด็จฮุนเซน หลังพบพฤติกรรมสวนทางเกียรติคุณ สนับสนุนความรุนแรง-รุกล้ำอธิปไตยไทย ขัดเจตนารมณ์การมอบปริญญากิตติมศักดิ์8 สิงหาคม 2568 – มหาวิทยาลัยรามคำแหงออกแถลงการณ์ เรื่อง เพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สมเด็จ ฮุนเซนมีเนื้อหาระบุว่า วันนี้ สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 9/2568 โดยมีวาระสำคัญที่ขอชี้แจงให้สื่อมวลชนได้ทราบทั่วกัน คือ วาระที่ 5.1 เรื่อง ข้อเสนอเพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของสมเด็จ ฮุนเซนโดยที่ประชุมได้อภิปรายและพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว มีมติให้เพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ ของสมเด็จ ฮุนเซน ด้วยเหตุผลดังนี้ตามที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ครั้งที่ 6/2544 วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2544 วาระที่ 5.1 ได้มีมติอนุมัติปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ ให้แด่ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในขณะนั้น โดยส่วนหนึ่งของคำประกาศเกียรติคุณได้ระบุว่า“สมเด็จ ฮุนเซนได้เสริมสร้างและส่งเสริมความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความร่วมมืออย่างดี ความสัมพันธ์โดยเฉพาะระหว่างกัมพูชากับไทย เป็นไปอย่างมีมิตรภาพและภราดรภาพ ฯลฯ”บัดนี้ ปรากฏว่า สมเด็จ…

  • โรม ซัดเฟกนิวส์ ข่าว70สส.ส้มไม่ได้ไปต่อ หวังปลุกปั่นให้‘ปชน.’ไม่ไว้ใจ-แตกกันเอง

    โรม ซัดเฟกนิวส์ ข่าว70สส.ส้มไม่ได้ไปต่อ หวังปลุกปั่นให้‘ปชน.’ไม่ไว้ใจ-แตกกันเองรังสิมันต์ ซัดข่าวสส.ส้ม 70 คนไม่ไปต่อกับ ‘ปชน.’ เป็นเฟกนิวส์ ไร้ข้อเท็จจริง หวังปลุกปั่นให้คนในพรรคไม่ไว้ใจกัน ย้ำเปิดทางให้ สส.ทุกคนได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพเมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 8 ส.ค.2568 ที่รัฐสภานายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวระบุมีสส.พรรคประชาชน 70 คนจะไม่ไปต่อกับพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้ที่อาจจะพยายามปลุกปั่น ตนคิดว่าในพรรคไม่ได้มีการพูดคุยหรือมีแนวทางที่ออกมาลักษณะแบบที่ปรากฎในข่าวยิ่งตนดูรายชื่อแล้วไม่น่าเป็นไปได้ ดังนั้น ต้องยอมรับว่าคงเป็นความพยายามปลุกปั่นเพื่อให้เกิดข้อที่จะทำให้ไม่ไว้วางใจกันในพรรค เป็นเรื่องหวังผลทางการเมืองมากกว่าเป็นเรื่องข้อเท็จจริงเมื่อถามว่ามองว่าข่าวที่ออกมานั้นมาจากทางไหน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากเดา เพราะไม่สนใจ เนื่องจากเป็นเฟกนิวส์ ไม่มีเรื่องที่ทำให้เราต้องมานั่งคิดวิเคราะห์มากมาย อีกทั้งตนมองว่าเป็นการปลุกปั่น ยุแยงให้เกิดความแตกแยกกัน คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเฟกนิวส์เมื่อถามย้ำว่าจะให้สส.ในพรรคยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพราะไม่มีอะไร เป็นการนั่งเทียนแล้วเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง กลายเป็นว่าข้อมูลนี้รู้ดีกว่าคนในพรรคอีก ตนคิดว่าไม่น่าใช่ ตนในฐานะรองหัวหน้าพรรคยืนยันว่าข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลจริงและไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญต่อข้อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่า สส.ของพรรคจะไปต่อในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในฐานะผู้สมัครสส. นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในพรรคมีกลไก สนับสนุน สส.ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ให้คำแนะนำที่สำคัญ…

  • ด่วน! ลือหึ่ง 68 สส. ‘พรรคประชาชน’ ส่อชวดลงสนามเลือกตั้งรอบหน้า

    ว่อนรายชื่อ ‘สส.พรรคประชาชน’อ้างไม่ได้ไปต่อลงเลือกตั้งรอบหน้า มีทั้ง ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์-เขต’กว่า 70 ชื่อ เชื่อฝ่ายตรงข้ามปูดข่าวทำลายพรรค ระบุหากไม่มีข้อบกพร่อง-ฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคก็ไม่มีปัญหา แต่ยอมรับ สส.กับทีมจังหวัดไม่ลงรอยเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่รายชื่อ สส.พรรคประชาชนที่อ้างว่าพรรคอาจไม่พิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งรอบหน้าผ่านโซเชียล โดยในส่วนของ สส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย 1. นายคำพอง เทพาคำ 2. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล 3. น.ส.ศนิวาร บัวบาน 4. นายสุรวาท ทองบุ 5. นายองค์การ ชัยบุตร 6. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี 7. นางชุติมา คชพันธ์ 8. นายณรงเดช อุฬารกุลในส่วน สส.เขต ประกอบด้วย 1. นายกมนทรรศน์ กิติสุนทรกุล 2. นายกัณตภณ ดวงอัมพร 3. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ 4. น.ส.การณิก…

  • แชร์ว่อนรายชื่อ ‘สส.พรรคประชาชน’ อ้างไม่ได้ไปต่อลงเลือกตั้งรอบหน้า

    แชร์ว่อนรายชื่อ "สส.พรรคประชาชน" อ้างไม่ได้ไปต่อลงเลือกตั้งรอบหน้า มีทั้ง "สส.ปาร์ตี้ลิสต์-เขต" 68 ชื่อ เชื่อฝ่ายตรงข้ามปูดข่าวทำลายพรรควันนี้ (7 ส.ค. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่รายชื่อ สส.พรรคประชาชน ที่อ้างว่าพรรคอาจไม่พิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งรอบหน้าผ่านโซเชียล โดยในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย 1.นายคำพอง เทพาคำ 2. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล 3. นางสาวศนิวาร บัวบาน 4. นายสุรวาท ทองบุ 5.นายองค์การ ชัยบุตร 6.นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี 7.นางชุติมา คชพันธ์ 8.นายณรงเดช อุฬารกุลพรรคประชาชนในส่วน ส.ส.เขต ประกอบด้วย 1.นายกมนทรรศน์ กิติสุนทรกุล 2. นายกัณตภณ ดวงอัมพร3. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ 4.น.ส.การณิก จันทดา 5. นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ 6.นายเกียรติคุณ ต้นยาง 7. นายจรยุทธ์…

  • เปิดภาพนาที เตีย เซรยฮา ยื่นมือ มาขอจับมือ บิ๊กเล็ก ก็เลยต้องจับ ตามธรรมเนียม

    เปิดภาพนาที เตีย เซรยฮา ยื่นมือ มาขอจับมือ บิ๊กเล็ก ก็เลยต้องจับ ตามธรรมเนียมวันที่ 7 สิงหาคม 22568 เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam หรือ คุณเล็ก วาสนา นาน่วม นักข่าวอาวุโสสายทหาร ได้โพสต์ภาพ เตีย เซรยฮาและบิ๊กเล็ก โดยระบุข้อความว่า เตีย เซรยฮา ยื่นมือ มาขอจับมือ บิ๊กเล็ก ก็เลยต้องจับ ตามธรรมเนียม หลังลงนาม ในข้อตกลง หยุดยิง 13 ข้อ ไทย-กัมพูชา ในการประชุมGBC ที่มาเลเซียพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ และ พลเอกเตีย เสรย-ฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะ เริ่ม การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC)…

  • ไร้คู่แข่ง! “ไชยา พรหมา” นั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ยืนยัน วางตัวเป็นกลาง

    วันนี้ (7 ส.ค. 68) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำหน้าที่เป็นประธาน ได้มีการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อในเวลา 15.15 น. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ผลปรากฏว่ามีสมาชิกเข้าร่วม 248 คน ซึ่งเกินมา 2 เสียง จึงถือว่าครบองค์ประชุม และสามารถเดินหน้าสู่วาระสำคัญคือการพิจารณาเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เข้าชิงตำแหน่ง ซึ่งไม่มีผู้เสนอชื่อแข่ง ทำให้นายไชยาได้รับเลือกโดยอัตโนมัตินายไชยา แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมว่า ตนจะนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิตมารับใช้สภาแห่งนี้ พร้อมเน้นว่าสถาบันนิติบัญญัติมีบทบาทสำคัญไม่แพ้ฝ่ายบริหาร โดยฝ่ายนิติบัญญัติคือที่พึ่งของประชาชน และต้องทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่องตนอยากเห็นสภาแห่งนี้เป็นเวทีแห่งความร่วมมือระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ขอให้ทุกฝ่ายละความขัดแย้งทางการเมือง และร่วมกันทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่า แม้จะมาจากพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว สิ่งสำคัญคือการวางตัวเป็นกลางอย่างเที่ยงธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 15.20 น.สำหรับประวัติ นายไชยา พรหมา เคยเป็น สส.หลายสมัยนับตั้งแต่ปี 2544…

  • เปิดประวัติน่าทึ่งอดีตผู้ว่าฯอุบลราชธานีหลังมท.1ย้ายเข้ากรุ

    ภายหลังจากที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ย้ายเข้าช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทยอย่างไม่มีกำหนดคำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบแม้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้สูงถึง 100 ล้านบาท แต่กลับพบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณทดรองจ่ายเพียง 55,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่นำมาสู่คำสั่งย้ายครั้งนี้ โดยนายภูมิธรรมได้กล่าวถึงเหตุผลของการตัดสินใจครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า“ขณะนี้รัฐบาลพยายามทำในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเยียวยา และเรื่องอื่น ๆ ถ้าผู้ว่าฯ อยู่ตรงนั้น แล้วไม่สามารถเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการบริหารได้ก็ต้องพิจารณาว่าบกพร่องเรื่องอะไร… ทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นมาทำ โอเคไหม”เบื้องหลังข่าวร้อนทางการเมืองนี้ คือเรื่องราวของนักปกครองผู้มีดีกรีทางวิชาการที่ไม่ธรรมดาว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2511 ปัจจุบันอายุ 56 ปี โดยมีกำหนดเกษียณอายุราชการในปี 2572 เส้นทางชีวิตของท่านโดดเด่นทั้งในเชิงวิชาการและภาคสนาม ด้วยปริญญาถึง 6 ใบ ทั้งปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ปริญญาโทด้านผังเมืองและรัฐศาสตร์ และจบสูงสุดในระดับปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชนจากสายงาน "สายตรวจราชการ" ในวันแรกค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายพื้นที่ ทั้งลำปาง สิงห์บุรี และประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ…

  • ด่วน! ไทย-กัมพูชาลงนามข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อตามผลประชุมจีบีซี

    GBC ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน ผู้แทน 2 ชาติ ลงนามบันทึกผลการประชุม หวังคลี่คลาย สถานการณ์ชายแดน นำมาซึ่งสันติภาพ07 ส.ค.2568 – การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยวิสามัญ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย 2 ฝ่ายเห็นพ้องแนวทางการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทย ร่วมจัดทำกับฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฯ ฝ่ายกัมพูชาจากนั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.เตีย เสรย-ฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ร่วมลงนามบันทึกผลการประชุม ซึ่งมีรายละเอียดตามที่ทั้งสองฝ่ายหารือ และตกลงกันตลอด 3 วันที่ผ่านมา ด้วยความหวังให้สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาคลี่คลาย นำมาซึ่งสันติภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงไทยสนับสนุนการใช้กลไกทวิภาคี ระหว่างกันในการพูดคุยอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ผลประชุม GBC “ไทย – กัมพูชา” เห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ

    ผลประชุม GBC ไทย – กัมพูชา สมัยวิสามัญ ทั้ง 2 ชาติ เห็นพ้องข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อระหว่างกัน ผู้แทน 2 ชาติ ลงนามบันทึกผลการประชุม หวังคลี่คลาย สถานการณ์ชายแดน นำมาซึ่งสันติภาพวันนี้ (7 ส.ค.2568) ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย – กัมพูชา สมัยวิสามัญ ฝ่ายไทยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าคณะ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามี พลเอกเตีย เซ ฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะ อีกทั้งมีผู้แทนของประเทศผู้ร่วมสังเกตการณ์ ได้แก่ มาเลเซีย สหรัฐฯ และจีน เข้าร่วมด้วย โดยไทยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนคนไทย และนำกัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจาสองฝ่าย ร่วมพิจารณาข้อปฏิบัติตาม ข้อตกลงหยุดยิง 13…