Category: การเมือง
-
‘5 สก. พท.’ ลาออกสมาชิก ‘เพื่อไทย’ จ่อร่วมงาน ‘กล้าธรรม’
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มสก.พรรคเพื่อไทย ที่นำโดย นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก.ลาดกระบัง อดีตประธานสภากทม. นายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน อนงค์ เพชรทัต สก.ดินแดง นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล สก.ธนบุรี และน.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ สก.ปทุมวัน เตรียมย้ายไปรวมตัวกันในกลุ่ม“Bangkok First” สังกัดพรรคกล้าธรรมโดยขณะนี้ทั้ง 5 คนได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อย และจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของ สก.ขาใหญ่ฝั่งธนบุรี ที่จะตามไปสมทบอีกหลังการเลือกตั้งสส. เพื่อให้คนในกลุ่มตัวเองได้สมัครสส.ในนามพรรคเพื่อไทยก่อน
-
เปิดจม. จุลพงศ์ ปชน.ขอโทษ‘เนวิน-ตระกูลชิดชอบ’ รับอภิปรายเขากระโดงเป็นเท็จ
เปิดจม. จุลพงษ์ ปชน.ขอโทษ‘เนวิน-ตระกูลชิดชอบ’ รับอภิปรายเขากระโดงเป็นเท็จเปิดจดหมาย จุลพงศ์ สส.ปชน. ขอโทษ ‘เนวิน-ตระกูลชิดชอบ-ชาวบุรีรัมย์’ ยอมรับอภิปรายที่ดินเขากระโดงเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด พร้อมบริจาค รพ. 1 หมื่น ลงขอโทษหน้าเฟซบุ๊ก 7 วัน แสดงความรับผิดชอบวันที่ 29 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำหนังสือถึงนายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวตระกูลชิดชอบ เพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อการอภิปรายเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง ที่ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568ที่เนื้อหาในการอภิปราย พาดพิงถึงครอบครัวตระกูลชิดชอบ เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นข้อมูลเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงว่าใช้อิทธิพลทางการเมือง ขัดขวางหน่วยราชการในการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลฎีกา เพื่อยึดถือที่ดินเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อ้างว่าเป็นที่ดินของ รฟท.นายจุลพงศ์ กล่าวว่า เนื้อหาที่ใช้อภิปรายเป็นไปตามสคริปต์ที่ทีมงานจัดทำให้ โดยตนเองเป็น สส.สมัยแรก และประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแผนที่ที่ได้รับจากการรถไฟฯ อย่างละเอียด จึงหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง หลังจากที่ได้รับทราบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้รับมอบอำนาจและทนายความของนายเนวิน…
-
สรุป “นายกฯ” แถลงนโยบายต่อสภาฯ
(29ก.ย.68) เวลา 09.35 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า หลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรียึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลได้เข้าสู่การบริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ควบคู่กับการต้องวางรากฐานของประเทศการขับเคลื่อนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน การสร้างความมั่นคง ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่จำกัด และงบประมาณที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้จัดทำ ทั้งยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย นอกจากนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ 5 ด้าน ดังนี้นโยบายด้านเศรษฐกิจสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวันแก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง บนพื้นฐานความเสี่ยงที่เป็นธรรม…
-
กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงแล้ว หลังวาสนาโพสต์ ทหารไทยที่ภูมะเขือ ขาดเสบียง ได้กินแต่มาม่า
กองทัพภาคที่ 2 แจงปม กองทัพภาคที่ 2 แจงปม "ทหารภูมะเขือ" ขาดเสบียง ยันดูแลดีทุกนาย แม้ฝนตกหนักจากกรณีที่ "วาสนา นาน่วม" ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ได้โพสต์ข้อความระบุว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ภูมะเขือ กำลังประสบปัญหาขาดเสบียง ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่ามีการดูแลกำลังพลอย่างดีที่สุดในทุกด้านจุดเริ่มต้นของประเด็นร้อนเรื่องราวดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 คุณวาสนา นาน่วม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ "Wassana Nanuam" โดยมีเนื้อหาฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลทหารไทยบริเวณฐานรอบภูมะเขือโพสต์ดังกล่าวระบุว่า กำลังพลต้องรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องเป็นหลัก เนื่องจากฝนที่ตกหนักเกือบทุกวัน ทำให้รถขนส่งเสบียงไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าทหารได้รับน้ำดื่มเพียงวันละ 3 ขวดเล็กเท่านั้นกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจง ยันดูแลกำลังพลรอบด้านล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยยืนยันว่ากำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่างๆ โดยมีเสบียงเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลนตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์กองทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า ในช่วงเวลานี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เส้นทางบางจุดเกิดความยากลำบากต่อการเดินทาง แต่ทางหน่วยได้มีการจัดกำลังพลและยานพาหนะเพื่อสนับสนุนการลำเลียงเสบียงและสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่อย่างสม่ำเสมอทั้งนี้ เพื่อให้กำลังพลทุกนายมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม…
-
อนุทินลั่น “ท่านทำไม่ได้ อย่าคิดว่าผมทำไม่ได้” ยันยุบสภา 31 ม.ค. 69
นายกฯ อนุทิน ตอกกลับ นพ.ชลน่าน ลั่นทำได้จริงไม่ใช่เพ้อฝัน ยืนยันยุบสภา 31 ม.ค. 2569 ขอสี่เดือนเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจแก้ปัญหาเร่งด่วนเมื่อเวลา 10.53 น. วันที่ 29 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบการอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน ระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยย้ำอย่างมั่นใจว่า “ท่านทำไม่ได้ อย่าคิดว่าผมทำไม่ได้” พร้อมยืนยันว่าทุกนโยบายที่นำมาเสนอต่อสภานั้นสามารถทำได้จริงและเริ่มทำได้ทันทีนายอนุทินระบุว่า คัดสรรทีมรัฐมนตรีด้วยตัวเอง ทุกคนมีประสบการณ์และผลงานที่พิสูจน์แล้ว พร้อมเป็น “รัฐบาล 4 เดือน” ที่เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วนอย่างเต็มกำลัง โดยย้ำว่า “ผมเป็นคนใจกว้าง เปิดทางให้ทีมงานแสดงศักยภาพ และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน”นายอนุทิน ย้ำด้วยว่า รัฐบาลชุดนี้จะเป็นแบบอย่างในการสร้างอนาคตประชาธิปไตยที่โปร่งใสและมั่นคง นายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่มีใครบงการได้ ทุกการตัดสินใจมาจากการหารือกับคณะรัฐมนตรีและสภาเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักอนุทินยังยอมรับว่ารัฐบาลของตนเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ที่เข้ามาเพื่อแก้ไขความเสียหายจากรัฐบาลก่อน ทั้งในด้านเกียรติภูมิของประเทศ ความมั่นคง และปัญหาเศรษฐกิจ โดยยืนยันชัดว่า “นับจาก 1 ตุลาคม ถึง 31 มกราคม ผมจะยุบสภาแน่นอน”…
-
แหล่งข่าว ยธ.ยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย
แหล่งข่าว ยธ. ยืนยัน “ทักษิณ” ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายจริงและเรื่องผ่านกระทรวงฯ ไปแล้ว พร้อมแจงแม้ปี 66 ทักษิณเคยขออภัยโทษมาก่อนก็ยังสามารถยื่นขอได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาดวันนี้ (29 ก.ย.2568) แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยว่า นายทักษิณ ชินวัตร ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายจริง ภายหลังเข้ามาอยู่ในเรือนจำฯ ซึ่งเรื่องผ่านชั้นกระทรวงยุติธรรมไปเรียบร้อยแล้วพร้อมชี้แจงว่า การขออภัยโทษเฉพาะรายถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคนที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ นางนาที รัชกิจประการ อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย เมื่ออยู่ในเรือนจำฯ ก็ขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามการยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล มีขั้นตอนคือ ผู้ต้องขังเด็ดขาด หรือผู้มีประโยชน์ อาทิ บิดา มารดา คู่สมรส บุตรของผู้ต้องขัง ยื่นเรื่องผ่านเรือนจำ-ทัณฑสถานจากนั้นเรือนจำ-ทัณฑสถานจะสอบสวนเรื่องทูลเกล้าฯ รวบรวมเอกสารและส่งต่อไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้กรมราชทัณฑ์ประมวลข้อเท็จจริงและสรุปเรื่องเพื่อประกอบการถวายความเห็นของ รมว.ยุติธรรม จากนั้นความเห็นของ รมว.ยุติธรรม จะถูกส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อด้วยสำนักงานองคมนตรี และเมื่อมีผลฎีกาอย่างไรจะมีการแจ้งผลฎีกามายังเรือนจำ-ทัณฑสถานต่อไปการยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะระดับชั้นเรือนจำ-ทัณฑสถาน กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เมื่อได้รับเรื่องทูลเกล้าฯ ของผู้ต้องขังเด็ดขาดแล้ว จะไม่สามารถเก็บคำร้องไว้ได้…
-
เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก ทำอะไรบ้าง?
เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี 4 เดือน 4 ภารกิจหลัก ทำอะไรบ้าง?เปิดคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 29-30 ก.ย. นี้ โดยระบุว่า รัฐบาลได้เข้าสู่การบริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ซึ่งปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โอกาสในการสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชน และการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการนโยบายรัฐบาลด้วยระยะเวลาที่มีอยู่จำกัดและงบประมาณที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้จัดทำ ทั้งยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ ภัยด้านเศรษฐกิจ ภัยด้านความมั่นคง ภัยด้านสังคม และภัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการต้องวางรากฐานของประเทศ การขับเคลื่อนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนการสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยและสันติสุขให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองและการเสริมสร้างความไว้วางใจจากประชาชน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อลดปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติรัฐบาลนี้จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย ดังนี้นโยบายรัฐบาลนโยบายด้านเศรษฐกิจ1. สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าพลังงาน ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยจัดทำโครงการคนละครึ่ง การบริหารจัดการราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้และความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการรวมถึงเกษตรกรและชุมชนในท้องถิ่นให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น…
-
‘ไทยเริ่มรุกแล้ว แต่กัมพูชาจะสะดุดในเวทีโลกจริงหรือ’ ดร.ปณิธาน มีคำอธิบายชัด
28 ก.ย.2568-รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “ไทยเริ่มรุกแล้ว แต่กัมพูชาจะสะดุดในเวทีโลกจริงหรือ” เนื้อหาระบุ1. ในเวที UNGA เมื่อวานนี้ ไทยได้สกัดกั้นกัมพูชาไม่ให้ใช้เวทีสหประชาชาติ บิดเบือนข้อเท็จจริงแต่ฝ่ายเดียวได้อย่างทันท่วงที จนได้รับการชื่นชมจากคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งได้รับการตอบรับจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ (United Nations General Assembly- UNGA) ด้วยการปรบมือหลายครั้ง2. เหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทูตเชิงรุกของรัฐบาลใหม่ในสงครามกัมพูชา-ไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะเป็นจุดหักเหนำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาได้ หากไทยสามารถสกัดกัมพูชาในทุกเวทีนานาชาติเช่นนี้ได้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง3. สาเหตุของความสำเร็จในครั้งนี้ น่าจะมีอย่างน้อย 2 ประการ คือ:3.1) ความสามารถส่วนตัวของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยคนปัจจุบัน ซึ่งมีประสบการณ์ในเวที UN และเวทีระดับนานาชาติมาก่อนหลายปี รวมทั้งยังเคยทำงานให้ฝ่ายการเมืองหรือรัฐบาลที่ผ่านมาเรื่องการต่างประเทศ และยังเคยช่วยร่างสุนทรพจน์สำคัญให้นายกรัฐมนตรีในอดีตมาแล้วอีกด้วย ดังนั้น จึงสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เมื่อกัมพูชากล่าวหาไทยในเวที UNGA อย่างรุนแรง3.2) บทบาทหรือการแทรกแซงของสหรัฐฯ และของปธน.ทรัมป์ ซึ่งในวันที่ 26 ที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุม UNGA นั้น Deputy Secretary of State ของสหรัฐฯ ได้เชิญรมต.ต่างประเทศของไทย รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา และผู้แทนของมาเลเซีย ให้พบพูดคุยหารือกันสี่ฝ่ายเรื่องแนวทางยุติความขัดแย้งและข้อเสนอสำคัญของปธน.ทรัมป์ที่จะมีในเรื่องนี้…
-
โรม โต้ บรู๊ค ดนุพร ปมตั๋วช้างสีส้ม ชุบชีวิตสีน้ำเงิน ไล่ไปถาม ทักษิณ รู้ดีเรื่องตั๋ว โทษตัวเองบ้าง
โรม โต้เดือด บรู๊ค ดนุพร ปมตั๋วช้างสีส้ม ชุบชีวิตสีน้ำเงิน ไล่ไปถาม ทักษิณ รู้ดีเรื่องตั๋ว โทษตัวเองบ้างเมื่อวันที่ 28 ก.ย.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งอ้างเรื่องสีน้ำเงินได้รับการชุบชีวิตจากตั๋วช้างสีส้ม ว่า ถ้าอยากรู้ว่าตั๋วช้างเป็นยังไง นายดนุพร ไปถามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ คนนั้นรู้ดี โทษตัวเองบ้าง อย่ามัวโทษคนอื่น เป็นรัฐบาลมาสองปี ผลงานไม่มี สร้างแต่ปัญหา เวลาที่เหลืออยู่หยุดแกว่งปากหาเสี้ยนได้แล้ว ทำงานบ้างอะไรบ้าง.พท. ชูแคมเปญ ‘4 เดือนยุบคดี 4 หายนะ’ ชำแหละเวทีแถลงนโยบายรัฐบาลด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทยกรณีระบุศัตรูคู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตยมักแฝงตัวอยู่ในเงามืด แต่วันนี้เริ่มปรากฏตัวให้เห็นเด่นชัดผ่านสถาบันการเมืองต่างๆ แต่มีสัญลักษณ์ร่วมกันคือสีน้ำเงิน พวกเขาได้รับการชุบชีวิตจากตั๋วช้างสีส้ม ว่า ศัตรูของประชาธิปไตยที่แท้จริงคือ ผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมาทำงาน…
-
‘อิ๊งค์’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงมอบให้ ‘เพื่อไทย’ แม้ไม่เป็นตามที่หวังแต่คือกำลังใจสำคัญ
‘อิ๊งค์’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงมอบให้ ‘เพื่อไทย’ บอก แม้ผลเลือกตั้งไม่ได้เป็นตามที่หวัง แต่คือกำลังใจสำคัญให้เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป ชี้ จะสรุปบทเรียนครั้งนี้เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไปเมื่อเวลา 20.39 น. วันที่ 28 ก.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น X ภายหลังผลการเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า น.ส.จินตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ชนะ น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ทุกเสียงคือกำลังใจสำคัญให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป“ขอขอบคุณคุณกุ้งและทีมงานทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไปค่ะ” น.ส.แพทองธาร ระบุ