Category: การเมือง
-
“ไชยชนก ชิดชอบ” เล่าความจริงของ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” พร้อมเปิดใจถึงชีวิตที่เกือบบวชไม่สึก
ภาพไฮไลต์คุยตัวต่อตัวกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” บนมรสุมการเมือง เคลียร์ข้อกังขา TH-AI Passport –คดีฮั้ว สว. – ชีวิตใต้ร่มเงา “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” เบื้องหลังคำสอนของพ่อเนวิน-แม่ต่าย และการเปิดใจ ชีวิตที่เกือบบวชไม่สึก ละได้หมดแล้ว ยกเว้นอยู่อย่างเดียวที่ยังทำไม่ได้รายการ Thairath politics เดือนนี้บุกไปถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชวนพูดคุยหลากหลายประเด็น ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองอันร้อนแรงที่รายล้อม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยเมื่อถูกถามถึงคำจำกัดความของคำว่า “บ้านบุรีรัมย์” หรือ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ที่มักถูกเชื่อมโยงกับผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ เสมอ นายไชยชนกได้อธิบายมุมมองจากภายในว่า คนที่จะสามารถเข้ามาใกล้ชิดกับคุณพ่อ (นายเนวิน ชิดชอบ) หรือฝ่ายบริหารของพรรคได้นั้น ล้วนต้องเริ่มต้นและ “ใกล้ชิดจากการทำงานก่อนเสมอ” ไม่ใช่เรื่องของความเสน่หาเฉพาะตัวแต่อย่างใด โดยทุกคนต้องผ่านการพิสูจน์ผลงาน ความสามารถ ศักยภาพ และประสิทธิภาพในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจให้ทำงานร่วมกันมากขึ้นและขยับเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งการมองจากภายนอกอาจทำให้คนมองอย่างผิวเผินว่าได้ตำแหน่งเพราะความใกล้ชิด แต่ในความเป็นจริง คณะรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติงานทุกคนล้วนเป็นคนเก่งที่มีความสามารถสูงในการเข้าใจประชาชนและการทำงานในระบบราชการ“บ้านใหญ่บุรีรัมย์ มันไม่เคยมีแบบว่าเสน่หาเราชอบคนนี้ดึงมาใกล้ชิด คนที่จะเข้าใกล้ชิดคุณพ่อได้ ต้องเริ่มต้นและใกล้ชิดจากการทำงานก่อนเสมอ กว่าจะมาใกล้ชิดคือการพิสูจน์ตัวเองและพิสูจน์ผลงาน”ในฐานะลูกชายของ “ลุงเนวิน” และ…
-
‘หมอเหรียญทอง’ ยิ้มสู้! ลั่นไม่หวั่นคดี หากถึงศาลฎีกาแพ้ก็น้อมรับ
“หมอเหรียญทอง” ลั่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น แม้อำลาราชการทหารเกือบ 19 ปี แต่ยังเป็นทหารเต็มตัว หากคดีถึงที่สุดและศาลฎีกาเห็นว่าผิด ก็น้อมรับคำพิพากษาอย่างมีเกียรติ ก่อนทิ้งท้าย “คนอย่างผมไม่มีฟอร์มอะไรให้เสีย”29 สิงหาคม 2569 – พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การบาดเจ็บและการสูญเสียจากการปกป้องเอกราช อธิปไตย ปกป้องจอมทัพ และรักษาความมั่นคงของชาติ เป็นเรื่องที่ทหารอย่างตนพร้อมเผชิญมาตลอดชีวิตพล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุว่า “ผมจึงไม่มีความหวาดกลัว ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่รู้สึกเสียใจต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นทุกเมื่ออยู่แล้ว”พร้อมระบุต่อว่า “ผมเป็นหมอที่เป็นทหารแท้ แม้จะแก่แล้ว และอำลาชีวิตราชการทหารมานานเกือบ 19 ปีแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังเป็นทหารแท้อยู่วันยังค่ำ”พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุอีกว่า การปกป้องพระเจ้าแผ่นดินที่ตนกระทำนั้น หากศาลฎีกาซึ่งเป็นที่สุดเห็นว่าตนกระทำผิดอาญาแผ่นดินจริง ก็พร้อมน้อมรับอาญาแผ่นดินอย่างมีเกียรติศักดิ์ของการเป็นทหารแห่งองค์จอมทัพไทย เพราะคำพิพากษาได้กระทำภายใต้พระปรมาภิไธยพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นจอมทัพของทหารอย่างตน“ผมไม่เสียใจหรอกครับ ต่อให้เป็นคำพิพากษาศาลฎีกา ผมก็ไม่เสียฟอร์มอะไรหรอก เพราะคนอย่างผมไม่มีฟอร์มอะไรให้เสีย ผมเป็นแค่ตาแป๊ะขายกล้วยทอดแห่ง รพ.มงกุฎวัฒนะเท่านั้นแหละครับ …จอมทัพภูมิพลมหาราชทรงสอนไว้ให้ ‘ยิ้มสู้’ ครับ” พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุก่อนหน้านี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ยังโพสต์ถึงคดีที่เรียกว่า “คดีบะหมี่” โดยระบุว่า คดีที่…
-
‘ศุภชัย’ ย้อนศร ‘อภิสิทธิ์’ เคยบอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้ง ก่อนวิกฤตจบด้วยรัฐประหาร ‘ล้มล้างการปกครองหรือไม่’
28 ส.ค.2569-นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังตั้งคำถามพรรคการเมืองส่งคน “ยึดครองวุฒิสภา” และอาจใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่ ย้ำข้อกล่าวหาร้ายแรงต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐานทางการเมือง พร้อมย้อนประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์ เคยไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งปี 2549 และ 2557 ชี้หากกล่าวหา “สว.สีน้ำเงิน” หรือ ภท. ส่งคนเข้าไปยึดครองวุฒิสภา ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “ใครส่งใคร ส่งอย่างไร มีคำสั่งหรือข้อตกลงอะไร” ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยมีข้อความที่โพสดังนี้“ก่อนกล่าวหาภูมิใจไทยยึดครองวุฒิสภา ลองย้อนดูประวัติศาสตร์ประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามว่า พรรคการเมืองจะ “โดยเปิดเผยหรือแอบ” ส่งคนมายึดครองวุฒิสภา เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือวุฒิสภาผิด และทำให้ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้กำลังใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อ “ล้มล้างการปกครองหรือเปล่า” คำถามนี้รุนแรง และพาดพิงถึงรากฐานของระบอบประชาธิปไตยโดยตรงพรรคภูมิใจไทยจึงมีสิทธิถามกลับเช่นเดียวกันว่า ก่อนจะกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่า “ยึดครองวุฒิสภา” หรือถึงขั้น “ล้มล้างการปกครอง” เราควรใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หรือใช้เพียงความรู้สึกและข้อสันนิษฐานทางการเมือง?หากมีหลักฐานว่าพรรคภูมิใจไทยหรือบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา…
-
ไทย จับไต๋ ‘ฮุนเซน’ เสนอตั้ง ‘คณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภา’ หวังใช้พิพากษาเขตแดน
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า ประเทศไทยสนับสนุนทุกความพยายามที่นำไปสู่สันติภาพ ซึ่งคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะตั้งคณะใหม่กี่คณะ แต่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้แล้ว ใช้ให้เต็มประสิทธิภาพหรือยังเรามีช่องทางทวิภาคี มีกลไกด้านชายแดน และมีกลไกผู้สังเกตการณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงเดียวกัน ใช้ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน และไม่พยายามให้กลไกสังเกตการณ์กลายเป็นเครื่องมือตัดสินข้อพิพาทเรื่องอธิปไตย ผู้สังเกตการณ์มีหน้าที่สังเกตการณ์ ไม่ใช่ผู้พิพากษาเขตแดนเมื่อถามว่า ฮุน เซน บอกว่า “ข้อตกลงหยุดยิงอาจเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น ที่ไม่สามารถรับประกันสันติภาพยั่งยืน เห็นอย่างไร พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ตนเห็นต่างในหลักการ ข้อตกลงหยุดยิงจะเป็นเพียงกระดาษ ก็ต่อเมื่อฝ่ายที่ลงนามไม่ปฏิบัติตาม แต่ถ้าทุกฝ่ายเคารพสิ่งที่ตกลงร่วมกัน กระดาษแผ่นนั้นคือคำมั่นระหว่างรัฐ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตประชาชนและกำลังพลของทั้งสองประเทศดังนั้น แทนที่จะลดคุณค่าของข้อตกลง เราควรถามว่า เราทำตามสิ่งที่ลงนามไว้ครบถ้วนหรือยังสันติภาพไม่ได้เกิดจากการตั้งกลไกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรักษาคำพูดและสร้างความไว้วางใจผ่านการปฏิบัติส่วนกรณีที่ ฮุน เซน ระบุถึงSalami Slicing หรือ การรุกคืบยึดพื้นที่ทีละเล็กทีละน้อย เหมือนกำลังพาดพิงประเทศไทย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ถ้าจะใช้ศัพท์ทางยุทธศาสตร์ เราก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะคำศัพท์ไม่ได้เป็นหลักฐาน…
-
นายกฯ ลงพื้นที่ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ชื่นชมทุกฝ่ายควบคุมสถานการณ์รวดเร็ว
ภาพไฮไลต์“อนุทิน” ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว เร่งฉีดน้ำดับความร้อน ห่วงควันกระทบสุขภาพ กำชับเฝ้าระวังสินค้าที่เหลือหวั่นคนฉวยโอกาส ชื่นชมควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ดูแลโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ร่วมตรวจสอบในพื้นที่ด้วยทั้งนี้ เมื่อมาถึงนายกรัฐมนตรีติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นหย่อมๆ ในบางจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงด้านในได้ จึงจำเป็นต้องใช้รถแบ็กโฮเข้าดำเนินการเคลียร์และเปิดทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำเข้าไปควบคุมความร้อนได้อย่างทั่วถึงนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการปะทุของเพลิงซ้ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือสถานการณ์ด้านควันและคุณภาพอากาศ จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อลดปริมาณควันให้ได้มากที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่หากมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมควันและสารปนเปื้อน เนื่องจากวัสดุหรือเคมีภัณฑ์บางส่วนภายในอาคารอาจเกิดการเผาไหม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจสำหรับการบรรเทาและป้องกันเหตุ นายกรัฐมนตรีเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนและอาคารของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้ว ส่วนผู้ที่มีอาการสาหัส ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว สำหรับทรัพย์สินและสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มมาตรการสอดส่องและเฝ้าระวังการลักขโมยทรัพย์สิน หากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้มีการฉวยโอกาสนำทรัพย์สินของผู้ประกอบการออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการและเจ้าของตลาดต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…
-
‘อนุทิน’ ลงพื้นที่ไฟไหม้คลองถม เผยควบคุมเพลิงได้แล้ว กำชับดูแลทรัพย์สินประชาชน
นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามไฟไหม้คลองถม เซ็นเตอร์ เผยควบคุมเพลิงได้แล้ว ใช้แบ๊กโฮเคลียร์ทางควบคุมความร้อน กำชับ จนท. ดูแลทรัพย์สิน ปชช. ห่วงควันกระทบสุขภาพเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่คลองถม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เป็นหย่อมๆ ในบางจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงด้านในได้ จึงจำเป็นต้องใช้รถแบ๊กโฮเข้าดำเนินการเคลียร์และเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำเข้าไปควบคุมความร้อนได้อย่างทั่วถึงนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการปะทุของเพลิงซ้ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือสถานการณ์ด้านควัน และคุณภาพอากาศ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อลดปริมาณควันให้ได้มากที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุ หากมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมควัน และสารปนเปื้อน เนื่องจากวัสดุหรือเคมีภัณฑ์บางส่วนภายในอาคารอาจเกิดการเผาไหม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจเมื่อถามถึงการบรรเทาและป้องกันเหตุ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนและอาคารของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาพยาบาลแล้ว ส่วนผู้ที่มีอาการสาหัส ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้วนายกฯ กล่าวถึงกรณีทรัพย์สินและสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เพิ่มมาตรการสอดส่องและเฝ้าระวังการลักขโมยทรัพย์สิน หากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้มีการฉวยโอกาสนำทรัพย์สินของผู้ประกอบการออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการ…
-
นายกฯ ลุยคลองถมเซ็นเตอร์ เพลิงสงบแต่ยังร้อน ห่วงควัน-เคมีภัณฑ์กระทบประชาชน
“อนุทิน” ลงพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์ หลังควบคุมเพลิงได้แล้ว เร่งเปิดทางฉีดน้ำลดความร้อนและควัน กำชับตำรวจเฝ้าทรัพย์สินผู้ประกอบการ ด้าน “ชัชชาติ” เผย กทม.มีแนวทางช่วยเหลือ-ชดเชยบางส่วน ส่วนสาเหตุไฟไหม้รอพิสูจน์หลักฐานตรวจละเอียด29 สิงหาคม 2569 – เมื่อเวลา 10.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ดูแลโครงการคลองถมเซ็นเตอร์ ร่วมตรวจสอบในพื้นที่เมื่อเดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีได้ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมพูดคุยและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนั้น นายอนุทินเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่ในบางจุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงด้านในได้ จึงจำเป็นต้องใช้รถแบ็กโฮเข้าดำเนินการเคลียร์และเปิดทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีดน้ำเข้าไปควบคุมความร้อนได้อย่างทั่วถึงประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการปะทุของเพลิงซ้ำ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือสถานการณ์ด้านควันและคุณภาพอากาศ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อลดปริมาณควันให้ได้มากที่สุดพร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ามาบริเวณจุดเกิดเหตุ หากมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมควันและสารปนเปื้อน เนื่องจากวัสดุหรือเคมีภัณฑ์บางส่วนภายในอาคารอาจเกิดการเผาไหม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจนายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการบรรเทาและป้องกันเหตุ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนและอาคารของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาพยาบาลแล้ว ส่วนผู้ที่มีอาการสาหัส ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้วส่วนทรัพย์สินและสินค้าของผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มมาตรการสอดส่องและเฝ้าระวังการลักขโมยทรัพย์สิน หากพบผู้กระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้มีการฉวยโอกาสนำทรัพย์สินของผู้ประกอบการออกจากพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการและเจ้าของตลาดต่างได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกตินายอนุทินกล่าวอีกว่า เจ้าของตลาดได้สะท้อนถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่า…
-
เปิดนาทีบุกเผา อบต.สาคอบน คนร้ายกว่า 10 คน จับมัดเจ้าหน้าที่ 5 คน แบ่ง 4 ชุดลงมือ
คืบหน้าเหตุเผา อบต.สาคอบน ปัตตานี พบคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน ปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนสงคราม ลอบเข้าด้านหลัง ก่อนแบ่งกำลัง 4 ชุด คุมเชิง-จับมัด รปภ.และเจ้าหน้าที่รถขยะรวม 5 คน แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผา ล่าสุดเจ้าหน้าที่พอทราบตัวผู้ก่อเหตุบางรายแล้ว29 สิงหาคม 2569 – ความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางเพลิงภายในองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน หมู่ 2 อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.30 น. พร้อมก่อเหตุเผายางรถยนต์บนถนนสายยะลา-ปัตตานีอีก 2 จุด ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทางล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ อบต.สาคอบน พบว่า ช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวด พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจลอบวางวัตถุระเบิดไว้เพิ่มเติมจากการตรวจสอบภายในอาคาร พบว่าบริเวณชั้น 2 ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งฝ้าเพดาน ผนัง และพื้นที่ภายในอาคารเต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน กระจกแตก โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ เอกสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินของทางราชการถูกไฟไหม้เสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย…
-
ฟ้องทันที !! กกต. แจ้งเอาผิดไอลอว์ เผยแพร่ความเห็นรองเลขา กรณีฮั้วสว.
ฟ้องทันที !! กกต. แจ้งเอาผิดไอลอว์ เผยแพร่ความเห็นรองเลขา กรณีฮั้วสว.วันที่ 28 สิงหาคม สำนักงาน กกต. แจ้งความดำเนินคดี กรณีเอกสารความเห็นรองเลขาธิการ กกต. เกี่ยวกับคดีเลือก สว. ถูกเผยแพร่โดยเนื้อหาระบุว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทนนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฟ้องทันที !! กกต. แจ้งเอาผิดไอลอว์ เผยแพร่ความเห็นรองเลขา กรณีฮั้วสว.ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
-
ต้อนรับอบอุ่น ‘เนเน่ รอยัล’ กลับไทย หลังคว้า Golden Buzzer ทะลุชิง AGT
ภูเก็ตต้อนรับอบอุ่น “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว รัตติกานต์” สาวน้อยวัย 16 ปี กลับถึงบ้านเกิด หลังสร้างชื่อบนเวที America’s Got Talent Season 21 คว้า Golden Buzzer จาก Mel B ทะลุรอบชิงชนะเลิศ เจ้าตัวบอกคิดถึงโรงเรียน เตรียมกลับเข้าเรียนวันจันทร์ ก่อนลุยรอบ Final เดือน ก.ย.29 สิงหาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว-รัตติกานต์ อำลอย” เยาวชนสาววัย 16 ปี ผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวที America’s Got Talent Season 21…