Category: การเมือง
-
ด่วนที่สุด! ทบ.ประกาศ พร้อมปฏิบัติการทางทหาร ขั้นสูงสุด หากหยุดกัมพูชาไม่ได้
ด่วนที่สุด! ทบ.ประกาศ พร้อมปฏิบัติการทางทหาร ขั้นสูงสุด หากหยุดกัมพูชาไม่ได้เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เพจ Army Military Force – สำรอง ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณพื้นที่ชายแดน ระหว่าไทย-กัมพูชา โดยระบุว่ากองทัพบกประกาศความพร้อมยกระดับปฏิบัติการทางทหารขั้นสูงสุด ปกป้องอธิปไตยของประเทศ หากหยุดกัมพูชาไม่ได้ภาพจากเพจ Army Military Force – สำรองวันที่ 24 ก.ค. 2568 ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ขยายความรุนแรงมีการเปิดฉากการยิงโดยกำลังทหารฝั่งกัมพูชา มีการใช้อาวุธประจำกาย และอาวุธประจำหน่วยหลายชนิดเข้ามายังฝั่งไทย ในหลายพื้นที่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งทหาร และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตามที่ปรากฏในภาพข่าวโดยการปฏิบัติทางทหาร ตามพระราชบัญญัติ การจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหมพุทธศักราช 2551 มาตรา 39 มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็น ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหารได้สั่งการให้ กองทัพบกใช้แผนจักรพงษ์ภูวนารถ…
-
ด่วนที่สุด กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนประชาชน รีบอพยพออกจากพื้นที่อันตรายทันที
ด่วนที่สุด กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนประชาชน รีบอพยพออกจากพื้นที่อันตรายทันทีจากกรณี กัมพูชา ได้ใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตแดนไทย โดยฝ่ายไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยและประชาชนจากการกระทำอันผิดหลักมนุษยธรรมดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 25 ก.ค. 2568 กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนประชาชน ให้ความร่วมมือออกจากพื้นที่อันตราย มีทั้งหมดดังนี้กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนประชาชน ให้ความร่วมมือออกจากพื้นที่อันตราย2 อำเภอ ใน จ.อุบลราชธานี คือ อ.น้ำขุ่น และ อ.น้ำยืน3 อำเภอ ใน จ.ศรีสะเกษ คือ อ.ภูสิงห์ อ.ขุนหาญ อ.กันทรลักษ์โดยระยะยิงอยู่ที่ 20-40 กิโลเมตร โดยเครื่องยิง BM-21 ยิงได้ 20 กม. และ PHL-81,Type-90B ยิงได้ถึง 40 กม.อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนปลอดภัย หากมีความคืบหน้าอย่างไร จะรายงานให่ทราบต่อไป
-
เขมร.. อย่ามา “กอม บาวก์“”កុំបោក” หยุดโกหกชาวโลก! โฆษกรัฐบาลสวนโทรโข่งกลาโหมเขมร ให้ข่าวมั่ว
(25 ก.ค. 68)นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยว่าใช้อาวุธและเครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีเป้าหมาย 8 แห่งในกัมพูชา รวมถึงพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และชุมชนพลเรือนว่า กองทัพกัมพูชา กำลังบิดเบือนความจริงด้วยการโกหก "កុំបោក" อย่างไร้ยางอายเพราะเขมรจำนนด้วยพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งผู้สื่อข่าวนานาชาติรายงานตรงกันว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายที่ละเมิดอธิปไตยไทย เปิดฉากใช้อาวุธโจมตีทหารไทย และใช้อาวุธร้ายแรงอย่างปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องถล่มประเทศไทยลึกเข้ามามากกว่า 30 กิโลเมตร ถูกโรงพยาบาลและบ้านเรือนของประชาชนในเขตชายแดน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เป็นพฤติกรรมของอาชญากรรมสงครามที่ไร้มนุษยชน เกินกว่าโลกจะรับได้นายจิรายุระบุว่า คำกล่าวอ้างของกัมพูชาเต็มไปด้วย การโกหก "កុំបោក" อ้างไม่มีการโจมตีพลเรือนไทย ขณะที่มีหลักฐานชัดเจนจากสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ รายงานตรงกันว่ากัมพูชา คือ ฝ่ายที่ยิงเข้าใส่ชุมชนและโรงพยาบาลในเขตไทย มีภาพและคลิปวิดีโอจำนวนมากที่ยืนยันเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเป็นที่ประจักษ์การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในช่วงบ่ายวานนี้ (24 กรกฎาคม 2568) รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดน ซึ่งมีพลเรือนรวมอยู่ด้วย สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า มีพลเรือนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน ซึ่งคำกล่าวอ้างของโฆษกกลาโหมกัมพูชาที่ปฏิเสธไม่เคยโจมตีพลเรือนไทยนั้น ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและมีพฤติกรรมกระหายสงคราม และยังพยายามบิดเบือนข้อมูล เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบจากการก่อเหตุที่รุนแรงต่อพลเรือนไทยอย่างไร้มนุษยธรรมในครั้งนี้“ขอย้ำว่า การโจมตีประชาชน พลเรือนในเขตแดนไทยถือเป็นการละเมิดอธิปไตย และหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง คำพูดที่บิดเบือนความเป็นจริง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของตัวเอง ปัจจุบันหมดความน่าเชื่อถือแล้ว…
-
ทบ. โต้ข่าวไทยยึดปราสาทพระวิหาร ชี้เป็นข่าวปลอม ย้ำทหารตอบโต้การรุกล้ำของกัมพูชา
ภาพไฮไลต์กองทัพบก โต้ข่าวทหารไทยยึดปราสาทพระวิหาร ชี้ เป็นข่าวปลอม ด้าน “วาสนา นาน่วม” ยัน ไทยยึดกติกาสากล ไม่มีเป้าหมายเอาคืน แม้จะพลาดเล่ห์เหลี่ยมเขมรก็ตามเมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทหารไทยสามารถเข้ายึดพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารได้สำเร็จ ว่า เป็นข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าการปฏิบัติการทางทหารของกองทัพบก กระทำเพื่อตอบโต้ต่อเป้าหมายทางทหาร สนับสนุนการรบ และพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาเท่านั้นขณะที่ น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ถึงกรณีดังกล่าวว่า ทหารไทยไม่มีเป้าหมายยึดปราสาทเขาพระวิหารคืน แต่ปกป้องแผ่นดินไทยในแนวรบเขาพระวิหาร จากการรุกรานของทหารเขมร และยึดกติกาสากล แม้คนไทยส่วนใหญ่อาจจะอยากให้เป็นจริง จากที่มีกระแสข่าวว่ากำลังทหารไทยได้ยึดคืนปราสาทเขาพระวิหารแล้วเมื่อคืนนี้ก็ตาม แต่มีรายงานจากกองทัพบกว่าฝ่ายทหารไทยไม่มีเป้าหมายที่จะยึดปราสาทเขาพระวิหารคืนแต่อย่างใด แม้จะเคยเป็นของไทย หากจะเอาคืนจะต้องใช้มาตรการต่อสู้เรื่องเอกสารหลักฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ศาลโลกที่ตัดสินให้เป็นของกัมพูชาเมื่อปี 2505 จะไม่เป็นธรรม และการเสียเปรียบในเวทีโลกและเล่ห์เหลี่ยมเขมรก็ตาม“การสู้รบครั้งนี้ ทหารไทยจึงไม่ได้มีเป้าหมายที่ปราสาทเขาพระวิหาร เพราะเรายึดกติกาสากล และทำให้ฝ่ายกัมพูชาเอาไปโจมตีได้ว่าทหารไทยจะยึดปราสาทนี้คืน การสู้รบในแนวรบเขาพระวิหารที่เกิดขึ้นนั้นเพื่อรักษาดินแดนไทยจากการรุกรานของเขมร ป้องกันอธิปไตยไทยเท่านั้น ทั้งที่ภูมะเขือ โดนตวล…
-
ทบ. ยันข่าวยึดปราสาทเขาพระวิหารไม่จริง! ปฏิบัติการเฉพาะเป้าหมายรบ-พื้นที่รุกล้ำของเขมรเท่านั้น
ทบ. ยันข่าวยึดปราสาทเขาพระวิหารไม่จริง! ปฏิบัติการเฉพาะเป้าหมายรบ-พื้นที่รุกล้ำของเขมรเท่านั้นวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ชี้แจงกรณีกระแสข่าวว่า ทหารไทยสามารถยึดปราสาทเขาพระวิหารคืนได้นั้นว่า “ไม่เป็นความจริง” และถือเป็น ข่าวปลอมโดยยืนยันว่า การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพบกไทยเป็นไปเพื่อการ ตอบโต้เป้าหมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา รวมถึงพื้นที่สนับสนุนการรบและ เขตที่ถูกฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำ เท่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเข้ายึดหรือครอบครองปราสาทเขาพระวิหารทั้งนี้ มีรายงานจากภายในกองทัพบกว่า ประเทศไทยไม่มีแผนจะยึดปราสาทเขาพระวิหารคืนโดยใช้กำลังทหาร ถึงแม้จะเคยเป็นของไทยในอดีต แต่ต้องใช้ช่องทางด้านเอกสาร กฎหมายระหว่างประเทศ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หากต้องการเรียกร้องคืนอย่างถูกต้องตามหลักสากลแม้ว่าคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 จะส่งผลให้ไทยเสียเปรียบ และแม้จะมีข้อครหาถึงความไม่เป็นธรรมหรือเล่ห์เหลี่ยมของกัมพูชา แต่ทหารไทยยังคงยึดมั่นใน หลักกติกาสากล เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนว่าไทยต้องการเปิดศึกเพื่อยึดปราสาทการสู้รบในพื้นที่แนวชายแดนโดยเฉพาะเขาพระวิหาร ภูมะเขือ ดอนตวล สัตตะโสม และผามออีแดง เป็นการ ป้องกันอธิปไตยและดินแดนไทยจากการรุกราน เท่านั้นสำหรับ “วัดแก้วสิขาคีรีสวารา” ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาพระวิหาร เป็นอีกจุดหนึ่งที่เกิดการปะทะ โดยเคยถูกกัมพูชายึดเมื่อปี 2554 หลังจับกุมทหารพรานไทย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอีกแนวรบสำคัญในสถานการณ์ล่าสุด#CambodiaOpenedFire #กองทัพอากาศ #กองทัพบก #สุรินทร์ #ชายแดนไทยกัมพูชา #เขาพระวิหาร #ไทยกัมพูชา #วัดแก้วสิขาคีรีสวารา…
-
‘สส.พรรคส้ม’ ฉะ ‘สทร.’ ใช้คำว่า ‘สั่งสอน’ คือการยั่วยุ ความแค้นส่วนตัว ของ 2 ผู้นำประเทศ
25 ก.ค. 2568 – ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม โพสต์ข้อความในแพลตฟอร์ม X ชื่อ @ThaksinLive ระบุ "มีหลายประเทศเป็นห่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เสนอตัวมาช่วยไกล่เกลี่ย ผมเลยขอขอบคุณทุกคนไป แต่บอกว่าอยากจะขอเวลาหน่อย"นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าไม่มีใครไปบอกคุณทักษิณ ชินวัตร ให้ “นั่งทับมือ” ไว้เลยหรือครับ?.เช่นเดียวกับที่ผมบอกตรงๆว่า ผมเองก็ทนนั่งทับมือมาตลอดทั้งวันไม่โพสต์ ไม่พิมพ์อะไร แม้แต่หลัง “ประชุมสภาลับ” ก็ไม่โพสต์แสดงความคิดเห็นอะไรเลย ถึงแม้ว่าจะมีส่วนร่วมอภิปรายพร้อมข้อเสนอให้รัฐบาลไปในสถานการณ์นี้.มาจนถึงตอนนี้ ได้เห็นสิ่งที่คุณทักษิณโพสต์ ซึ่งผมก็ชั่งใจมานานพอสมควรว่า จะร่วมแสดงความเห็นต่อกรณีนี้ดีหรือไม่ ?.จริงครับ, กัมพูชาละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติในการโจมตีพื้นที่ไม่เกี่ยวกับการศึกสงคราม อย่าง พื้นที่ทางเศรษฐกิจ โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น.แต่คำว่า “สั่งสอน” ของคุณทักษิณในที่นี้แย่มากๆ ครับ ในช่วงเวลาสถานการณ์ที่การใช้กำลังทหารต้องเป็นไปโดยได้สัดส่วน ไม่ทำเหมือนที่กัมพูชาทำกับเรา และเราอยากให้มีการเจรจาโดยใช้กลไกของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยุติการสู้รบในครั้งนี้.ครับ,…
-
สัมภาษณ์เดือดจนโดนลบ!! ‘น็อต วรฤทธิ์’ฟาด’จักรภพ’คารายการ ถามแทนใจคนไทย (มีคลิป)
สัมภาษณ์เดือดจนโดนลบ!! 'น็อต วรฤทธิ์'ถามแทนใจคนไทย หวิดปะทะคารม หลัง'จักรภพ'บอก'ไม่รู้ ไม่ใช่พ่อฮุนเซน'เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2568 สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงระอุต่อเนื่อง โดยฝ่ายไทย และกัมพูชา ยังคงปะทะกันในหลายพื้นที่ ซึ่งในโซเชียลเองต่างมีการโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีหนึ่งคลิปที่กำลังได้รับความสนใจ มีการแชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก คือคลิปที่ นายจักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.ค.) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการแฉ ทางช่อง GMM25 ซึ่งล่าสุดได้มีการลบเทปรายการดังกล่าวออกแล้ว แต่ยังคงมีคลิปบางส่วนที่ยังคงถูกแชร์ต่อบนโลกออนไลน์โดยในคลิปเป็นช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ระหว่างนายจักภพ และ "น็อต วรฤทธิ์" นักแสดง และพิธีกรรายการ โดยในคลิปเป็นช่วงที่น็อต วรฤทธิ์ จี้ถามถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาลต่อสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่กำลังคุกรุ่นตอนนี้ โดยในการสัมภาษณ์เป็นไปอย่างดุเดือดจักรภพ : อยู่ดีๆ เราไปทำลายตลาดเราเอง สุดท้ายคนอื่นก็มาค้าขายแทน นี่คือระยะหลังที่โกรธกันแล้ว ต้องมองข้ามความโกรธให้ผ่านไปได้ อย่าเอาความโกรธมาบังหน้าน็อต วรฤทธิ์ : แต่มันเป็นเรื่องอธิปไตย และดินแดนของเรา เขากำลังจะยึดปราสาทเราจักรภพ : มันยังไม่ใช่เรื่องอธิปไตย เขายังไม่ได้ยึดถาวรน็อต วรฤทธิ์…
-
ด่วน! แนวชายแดนปะทะกันอย่างหนัก กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือน เลี่ยงเข้าใกล้
ด่วน! แนวชายแดนปะทะกันอย่างหนัก กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือน เลี่ยงเข้าใกล้วันที่ 25 ก.ค.2568 เวลา 08.00 น.ช่วงเช้า ทางเพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 ออกมาโพสต์แจ้งเตือนประชาชนบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า แจ้งเตือน ขณะนี้เกิดการปะทะในพื้นที่ตามแนวชายแดนหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 04.30 น. เกิดเสียง-ืนดังขึ้น โดยเพจ ชื่อ กองทัพบก ทันกระแส รายงานสถานการณ์ว่า ตึงเครียด 04.30 น. เสียง-ืนดังแล้ว พบกัมพูชาเข้าประชิด กัมพูชา-ิงก่อนในขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ชื่อ Army Military Force – สำรอง ได้โพสต์คลิปทหารกัมพูชากำลังใช้อาวุธ-ืนสงครามกระหน่ำ-ิง โดยระบุข้อความว่า ด่วน! เวลา 07.54น. ทหารกัมพูชายังคงสู้รบกับทหารไทยที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษและล่าสุด ทางเพจก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนประชาชน ว่า ด่วน! ขณะนี้เกิดการปะทะกันอย่างหนักในพื้นที่ตามแนวชายแดน ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดนภาพจาก เฟซบุ๊ก เพจ…
-
อุ๊ย! เพจดังจับพิรุธภาพ ฮุนเซน บอกไม่ได้บินไปจีน สั่งการอยู่ที่เขมร ซูมนาฬิกาดูชัดเลย
อุ๊ย! เพจดังจับพิรุธภาพ ฮุนเซน บอกไม่ได้บินไปจีน สั่งการอยู่ที่เขมร ซูมนาฬิกาดูชัดเลยจากกรณีที่ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ข่าว Khmer Times รายงานว่าท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ชายแดน โฆษกส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือจากสื่อไทย โดยยืนยันว่า สมเด็จฯ ฮุน เซนไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่กำลังทำหน้าที่บัญการรบเคียงข้างนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ลูกชายนายเจีย ธิฤทธิ์ โฆษกของสมเด็จฮุน เซน กล่าวว่าสมเด็จฯ ฮุนเซนกำลังบัญชาการกองทัพผ่านระบบวิดีโอในประเทศ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และกองกำลังทุกระดับชั้น เพื่อตอบโต้ไทย ท่านไม่ได้หลบหนีไปไหนล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก บันเทิงหน้าตุ๊ด ได้โพสต์ภาพของฮุนมาเซนพร้อมระบุข้อความว่า ตอแxลป่ะ อิฮุนเซนโพสภาพตอน 4 โมง 30 นาที บอกไม่ได้บินไปจีน สั่งการอยู่ที่เขรม แต่นาฬิกาด้านหลังมรึง 11 โมง 15 นาที และรูปในมือถือ 4 โมง 49 นาที สรุปคือ รูปเก่าหลังจากที่ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป…
-
มท.สั่งด่วน ผู้ว่าฯ 4 จังหวัด อพยพประชาชนชายแดน หลังเหตุปะทะลาม
มท.สั่งด่วน ผู้ว่าฯ 4 จังหวัด อพยพประชาชนชายแดน หลังเหตุปะทะลามวันที่ 24 ก.ค. 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้รายงานสถานการณ์เกิดการปะทะในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ปราสาทตาเมือนทม จ.สุรินทร์ ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ด่านสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีการยิงอาวุธใส่พื้นที่ชุมชน บริเวณศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการอพยพประชาชนที่พักอาศัยตามแนวชายแดนไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ พื้นที่จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี ตราด และ ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เตรียมความพร้อมอพยพประชาชนตามแผนปฏิบัติการพื้นที่ส่วนหลัง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของประชาชนตามแผนปฏิบัติการที่ได้ซักซ้อมไว้โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมทั้งดำเนินการด้านการแพทย์และสาธารณสุข การจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร การดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่พักพิงชั่วคราว การดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนของประชาชน และด้านอื่น…