Category: การเมือง
-
‘ทวี สอดส่อง’ แนะใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น
วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ , สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ใช้เทคนิคการตรวจพิสูจน์ดิจิทัลและมาตรการกันพยาน "เปิดยุทธการล้างบางผู้บงการโกงสอบท้องถิ่น"จากกรณีมหากาพย์การทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568–2569 ที่กำลังสั่นสะเทือนระบบราชการไทยอยู่ในขณะนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในกรอบเวลา 7 วัน ว่าพบข้าราชการระดับปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทำความผิดวินัยร้ายแรงเบื้องต้นจำนวน 5 รายนั้น ในความเป็นจริง ข้าราชการระดับปฏิบัติการทั้ง 5 รายที่ถูกฟันวินัยเป็นเพียง “เหยื่อ” ที่ถูกผลักออกมารับบาปแทนขบวนการที่อุกอาจเท่านั้นเพราะเมื่อเรานำคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว มาวางยันกับความจริง จะพบคีย์เวิร์ดสำคัญที่ชี้ทิศทางของอาชญากรรมในทันที โดย มศว ได้แถลงลำดับขั้นตอนไว้ชัดเจน ว่าหลังจากประมวลผลคะแนนดิบและส่งมอบแฟลชไดรฟ์ให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือ สถ. แล้ว ทาง สถ. จะนำรายชื่อไปพิจารณา และส่งผลการพิจารณากลับมาให้ มศว ประทับตรา ก่อนที่ สถ. จะนำผลนั้นไปประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปความหมายตามคำแถลงนี้ ก็คือ ในระหว่างห้วงเวลาที่แฟลชไดรฟ์ข้อมูลคะแนนดิบตกอยู่ในความครอบครองของบุคคลใน สถ.…
-
ใครโง่…ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้ มีพฤติกรรมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพรรคการเมือง แบบที่เราเรียกกันว่า “ด้อม” หมายความว่ายืนอยู่ข้างพรรคการเมืองที่ตัวเองชอบแบบสุดลิ่มทิ่มประตู อะไรที่พรรคตัวเองชอบทำหรือพูด ถูกต้องหมด อะไรที่พรรคตัวเองชังทำหรือพูดผิดหมด ถ้าชอบก็อวยสุดฤทธิ์สุดเดช อะไรที่ตัวเองชังก็ด่าฉ่ำในลักษณะที่เราเรียกว่า “เอาทัวร์ไปลง” ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ต่ำตม เป็นการถกเถียงด้วยอารมณ์ ไม่ใช่ด้วยเหตุผล ถ้าหากจะชอบก็ชอบโดยไม่ต้องหาเหตุผลหรือหลักฐานอะไรทั้งสิ้น ถ้าหากจะชังก็ชังด้วยอารมณ์ ไม่ได้ใช้เหตุผล ความชอบความชังทั้งมวลที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอารมณ์เป็นส่วนใหญ่ นักการเมืองที่ใช้วาทกรรมชวนให้เชื่อ ชวนให้ชัง จะใช้ความจริงก็ได้ จะใช้ข่าวลวงก็ได้ เพราะคนที่จะเชื่อไม่ได้ขอหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ ดังนั้น นักการเมืองจะด้อยค่า ด่าทอต่อว่าใครก็ได้ “ด้อม” ของเขาก็พร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ขอหลักฐานใดๆ มายืนยันข้อกล่าวหา จึงทำให้ “ด้อม” ที่อยู่กันคนละทีม ด่ากันอย่างเอาเป็นเอาตายแบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ เพราะอยู่กันคนละทีม ลืมไปว่าสังคมประชาธิปไตยที่ดีนั้น “แตกต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก” แต่เวลานี้สังคมไทยเราไปไกลกว่าคำว่า “แตกต่าง” เรามาถึงจุดของความ “แตกแยก” เพราะอยู่กันคนละทีมบางคนก็อยู่ทีมสีแดงบางคนก็อยู่ทีมสีส้มบางคนกอยทีมวสีเขยว บงอยู่ทีมสีน้ำเงินบางคนก็อยู่ทีมสีฟ้าบางคนก็อยู่ทีมสีเขียวพาสเทล เพราะผสมแป้งบางคนก็อยู่ทีมสีเขียวขี้ม้าบางคนอยู่ทีมสีชมพูบางคนก็อยู่ทีมสีสลิ่มคนที่อยู่กันคนละทีม แทบจะคุยกันเรื่องการเมืองไม่ได้ เพราะมีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน เพราะแต่ละทีมต่างก็เชื่อวาทกรรมของแกนนำหรือตัวตึงของทีม การที่พวกเขาเชื่อด้วยอารมณ์ โดยไม่ใช้เหตุผล…
-
“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ประสาน ปคบ. เช็กด่วน ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า เร่งช่วยผู้เสียหาย เตือนซื้อออนไลน์ผ่านช่องทางการเท่านั้น
“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ประสาน ปคบ. เช็กด่วน ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า เร่งช่วยผู้เสียหาย เตือนซื้อออนไลน์ผ่านช่องทางการเท่านั้นนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงกรณีมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หลังว่าจ้างร้านค้าออนไลน์รับกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินไทยและต่างประเทศ โดยถูกเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน แต่เมื่อไม่สามารถกดบัตรได้กลับไม่คืนเงินให้ผู้ว่าจ้าง จนสร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคจำนวนมาก ตนจึงได้มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดนางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้สั่งการ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจลักษณะดังกล่าว ว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายของ สคบ. หรือไม่ พร้อมประสานการทำงานกับ บก.ปคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งติดตามผู้กระทำผิดและช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเด็ดขาดทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกัน ทั้งการรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ และการแจ้งเตือนภัยประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่ม พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มิจฉาชีพอาศัยกระแสความนิยมของศิลปินหรือกิจกรรมบันเทิงมาหลอกลวงประชาชน“ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นแม่คนหนึ่ง…
-
‘วรงค์’ ชูยกเลิกด่านตรวจรถทุกคัน ตัดวงจรส่วย-ยุติรีดไถประชาชน
สส.วรงค์ เสนอเลิกด่านตรวจแบบเรียกรถทุกคัน ย้ำไม่ใช่การยกเลิกบังคับใช้กฎหมาย แต่ต้องการให้ตำรวจใช้เทคโนโลยีและเหตุอันควรสงสัยในการตรวจค้น เพื่อลดปัญหาส่วยและการละเมิดสิทธิประชาชน4 กรกฎาคม 2569 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า #ยกเลิกการตั้งด่านเพื่อตัดวงจรส่วยข้อเสนอยกเลิกการที่ตำรวจตั้งด่าน ผมมีประเด็นที่ขอทำความเข้าใจ ผมไม่ได้ยกเลิกการบังคับใช้กฏหมาย แต่ต้องการให้ตำรวจมีมาตรฐานสากล ยกเลิกการละเมิดสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งการรีดไถประชาชนคำว่าตำรวจตั้งด่าน ที่ผมพูดหมายถึง ด่านที่ตำรวจ ที่ตั้งแล้วมาถามรถทุกคัน ดูหน้าดูตา ถ้าดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยมีความรู้ ก็เรียกออกข้างทางไปตรวจปัสสาวะ ทั้งๆที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ในร่างกาย การเดินทางสัญจรยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี ตำรวจควรใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการสังเกต มาอธิบายให้ได้ว่ามีเหตุอันควรต้องสงสัย มีพฤติการอันควรเชื่อว่าเมา มีเหตุอันควรเชื่อว่าเสพสารเสพติด รวมทั้งงานสายสืบ กรณีมีเหตุขนยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฏหมาย และควรเรียกตรวจเป็นรายๆ ที่เป็นสากล เพราะมีเหตุการตั้งด่านของตำรวจ จึงกลายเป็นว่า เป็นการตั้งสันนิษฐานว่าประชาชนนั้น กระทำความผิดทุกคน ใช้วิธีการหยุดรถทุกคัน กรองเรียกถามทีละคัน รวมทั้งใช้ดุลพินิจดูหน้าดูตา ทั้งๆที่ไม่มีเหตุที่จะอธิบายได้เลย สุดท้ายจบด้วยการรีดไถประชาชนถึงเวลาแล้วครับที่ ตำรวจจะต้องพัฒนา การปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นมาตรฐานสากล และไม่มองประชาชนเป็นเหยื่อ ที่จะรีดไถได้ง่ายๆ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย ส่วนของประชาชนเองก็ต้องเคารพกฎหมาย
-
สถ. ลุยล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นฟันวินัย อาญาไม่เลี้ยง ขีดเส้น 3 วัน รื้อคะแนน 1.5 หมื่นคน
‘สถ.’ เปิดยิบ! ผลสืบสวนข้อเท็จจริงโกงสอบข้าราชการ-พนักงานท้องถิ่นล๊อตปี68 ขีดเส้น 3 วันรายงานผลรื้อตรวจสอบคะแนนภาคก.-ข.ใหม่ 15,520 คน ที่ได้รับบรรจุ-แต่งตั้งไปแล้ว ยันหากพบใครเอี่ยวทุจริตฟันไม่เลี้ยงทั้งวินัย-อาญา3 ก.ค.2 569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ออกเอกสารข่าวรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าว สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรี สืบเนื่องจากการร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคลและตัวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่ามีเส้นสายภายในสามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี2568สอบท้องถิ่นภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AIโดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000- 800,000 บาท และผลการตรวจค้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งพบสำเนากระดาษคำตอบ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีคำสั่ง ที่ 674/2569 ลงวันที่ 23มิถุนายน2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนกระบวนการขั้นตอนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นช้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 ให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยได้ดำเนินการ สอบพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น สรุปผลสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดังนี้ 1.กระบวนการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีขั้นตอนการดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่คำสั่งหังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่…
-
“แก้วตา” เดือดฟาดพรรคส้ม ลั่นออกมาได้ถือว่ามีบุญ เย้ยเลือกตั้งแพ้ยับ ท้าโชว์ผลงานก่อนเทียบการเมืองใหญ่
เกลียดความสงสาร! “แก้วตา”ของขึ้นฟาดพรรคส้มออกมาได้ถือว่ามีบุญ หลังคอลัมนิสต์ดังเห็นใจคนไม่ได้ไปต่อ เผยมีคนขอให้ลง สส.ตอนปี 66 เหตุผู้สมัครไม่ครบ ฉะแพ้ “มัลลิกา”ย่อยยับทำนายเลือกตั้งใหญ่แพ้อีกแน่นอน ท้าได้ให้เท่าอดีตพรรคชาติพัฒนาก่อน เย้ยเทียบกับครอบครัวดิฉันยังได้แค่ฝันลมๆ แล้งๆวันที่ 4 ก.ค. 69 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน แชร์โพสต์นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ “ใบตองแห้ง” คอลัมนิสต์และนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ที่ระบุข้อความว่า คนที่ไม่ได้ไปต่อกับพรรคส้มน่ะ เห็นใจอยู่นะ บางคนก็มีจุดยืนอุดมการณ์ ไม่เห็นด้วยกับโหวตเปลี่ยนชื่อพระคลังข้างที่ ไม่เห็นด้วยกับโหวตอนุทิน (แม้สุดท้ายต้องโหวตตามมติพรรค)พอไม่ได้ไปต่อก็คิดว่าเพราะตัวเองหัวแข็ง ไม่เชื่อฟัง แถมการแจ้งว่าไม่ได้ไปต่อก็บอกกันสั้นๆ ไม่รู้จักถนอมน้ำใจ แต่อีกมุมหนึ่งก็ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกัน ว่าการเป็น สส.มันไม่ได้มองเฉพาะจุดยืน มันมีเรื่องของผลงาน ความสามารถ ความเหมาะสม การทำงานเป็นทีม ทำงานกับคนอื่นได้ ฯลฯซึ่งถ้าพรรคประเมินแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ หรือได้อันดับไกลออกไป มันก็เป็นธรรมดาที่ไม่มีใครยอมรับหรอก ทุกคนต้องประเมินตัวเองว่าควรจะได้ไปต่อ ทุกคนต้องบอกว่าไม่ยุติธรรม เป็นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้หรือเปล่า คนโน้นคนนี้มีเส้นหรือเปล่า ฯลฯสมมติเขาเป็นเพื่อนคุณ มาปรับทุกข์กับคุณ แล้วคุณจะบอกไหมว่า เออนะ เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว…
-
ประชาชนจำนวนหนึ่ง เดือดร้อนถูกอายัดบัญชีธนาคาร
อังสณา สส.พรรคเศรษฐกิจ หารือสภาฯ ประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการถูกอายัดบัญชีธนาคาร ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในคดี Forexผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ หารือผ่านประธานสภาฯ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSIเนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการถูกอายัดบัญชีธนาคาร ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในคดี Forex แต่เป็นเพียงผู้ที่นำเงินไปฝากกับบริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และไม่ทราบมาก่อนว่าเงินดังกล่าวจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่ DSI กำลังตรวจสอบดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการปราบปรามขบวนการหลอกลวงประชาชนและการฟอกเงิน เพราะผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกัน รัฐก็ต้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้สุจริตที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วยปัจจุบันมีผู้เสียหายจำนวนมากไม่สามารถใช้บัญชีในการดำรงชีวิตได้ ไม่สามารถรับเงินเดือน ชำระหนี้ หรือประกอบอาชีพตามปกติ ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำผิด ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและการดำรงชีพอย่างรุนแรงจึงขอฝากคำถามไปยัง DSI ว่า1. มีแนวทางเร่งรัดการตรวจสอบและจำแนกผู้เสียหายที่เป็นผู้บริสุทธิ์ออกจากผู้ร่วมกระทำความผิดอย่างไร เพื่อให้สามารถคืนสิทธิในการใช้บัญชีได้โดยเร็ว2. จะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์หรือระยะเวลาที่ชัดเจนในการพิจารณาคำร้องขอปลดอายัดบัญชี เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรออย่างไม่มีกำหนดได้หรือไม่3. จะมีช่องทางอำนวยความสะดวก เช่น ศูนย์ประสานงานหรือระบบติดตามผล ให้ประชาชนสามารถยื่นหลักฐาน แสดงความบริสุทธิ์ และติดตามความคืบหน้าได้อย่างโปร่งใสและรวดเร็วหรือไม่ดิฉันขอย้ำว่า การปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องจำเป็น แต่ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ ขณะที่ผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ควรต้องรับผลกระทบจากมาตรการของรัฐเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะ “หากการอายัดบัญชีไม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรมอาจมีผู้ที่อาศัยช่องว่าง แอบอ้างเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเรียกรับผลประโยชน์กับประชาชนผู้สุจริตที่ถูกอายัดบัญชีในการปลดอายัดบัญชีจึงขอฝากท่านประธานส่งต่อข้อหารือนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางเยียวยาและคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนผู้สุจริตโดยเร็ว#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO…
-
ซวยเพราะปาก! ชาวพัทยาลุกฮือจี้ ‘ศิโรตม์’ ขอโทษ
ประชาชนและผู้ประกอบการเมืองพัทยานับพันคนรวมตัวแสดงจุดยืน “SAVE พัทยา” เรียกร้อง “ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์” ออกมาขอโทษ หลังวิจารณ์พัทยาในรายการโทรทัศน์จนถูกมองว่ากระทบภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ย้ำพัทยาเป็นเมืองแห่งโอกาสของคนไทยและชาวต่างชาติ3 กรกฎาคม 2569 – ที่ลานอเนกประสงค์ลานสีฟ้า ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (แหลมบาลีฮาย) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ประชาชนจำนวนมากทั้งชาวพัทยาและผู้ที่เข้ามาประกอบอาชีพในพื้นที่ ได้นัดรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนภายใต้กิจกรรม “SAVE พัทยา” พร้อมเรียกร้องให้นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ออกมาขอโทษประชาชนชาวพัทยาการรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังนายศิโรตม์แสดงความคิดเห็นในรายการ “ถกไม่เถียง” เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นในเมืองพัทยา โดยมีบางช่วงที่ถูกมองว่าเป็นการพาดพิงและสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อเมืองพัทยา จนก่อให้เกิดกระแสไม่พอใจในหมู่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่บรรยากาศภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายอาชีพ ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการธุรกิจ กลุ่มประมงท้องถิ่น สหกรณ์รถสองแถว แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ประกอบการสถานบันเทิง นักธุรกิจชาวต่างชาติ และตัวแทนชุมชนต่าง ๆ ในเมืองพัทยา รวมจำนวนหลายพันคนผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ประชาชนจำนวนมาก การนำเสนอข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นที่อาจทำให้สังคมเข้าใจเมืองพัทยาในทางลบ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนนางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา กล่าวว่า สิ่งที่นายศิโรตม์พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองแห่งโอกาสที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนจากทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพและสร้างอนาคตนางลิซ่ากล่าวว่า การทำให้สังคมมองพัทยาเป็นเมืองป่าเถื่อนหรือเต็มไปด้วยความรุนแรง…
-
สะเทือนสอบท้องถิ่น! สถ.เผยผลสอบสวนทุจริต พบพิรุธคะแนนไม่ตรงต้นฉบับอื้อ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าสืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่ามีเส้นสายภายใน สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 – 800,000 บาท ผลการตรวจค้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่แก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อผู้ที่ยอมจ่ายเงิน และพบสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 รายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงได้ออกคำสั่งที่ 674/2569 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้สอบพยานบุคคลและตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น ก่อนสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ดังนี้1. กระบวนการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น…
-
“อนุทิน” เขย่าทุจริตสอบท้องถิ่นพันล้าน-“พรรคประชาชน” พลิกเกมยึดสภา กทม.
จากนี้ไปต้องรอดูกระบวนการตรวจสอบทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น จะสาวลึกไปถึงบุคคลอื่นได้อีกหรือไม่ เพราะจากพฤติกรรมและผลประโยชน์ที่รับ รวมมูลค่านับพ้นล้านบาท จะเป็นไปได้หรือ ที่จะมีเพียงข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือถ้ารอจะบทสรุปจาก ป.ป.ช. ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งอาจไม่ทันต่อความต้องการของประชาชนถือเป็นเรื่องร้อนจริงๆ หลังมีการแถลงผลการทุจริตสอบข้าราชการการท้องถิ่น นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วมกันแถลงผลการหารือ เรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นโดย “นายสันติธร” กล่าวว่า พบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน โดยในส่วนการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบมีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ขณะเดียวกันเราได้ขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหา จากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญาด้าน "นายอนุทิน" กล่าวตอบคำถามสื่อ จะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ว่า…