Category: การเมือง

  • “ยิ่งชีพ”ไม่เชื่อข่าวปลอมม็อบใหญ่ไล่อนุทิน ขยี้ซ้ำหมดหวังล้มรัฐบาลด้วยระบบปกติ

    ">วันที่ 16 ส.ค.69 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว สยบกระแสข่าวลือร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแห่แชร์ภาพและข้อความอ้างว่า มีประชาชนหลั่งไหลไปรวมตัวชุมนุมขับไล่รัฐบาลอนุทิน บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลอย่างเนืองแน่น โดยระบุว่า"วันนี้เห็นโพสต์บน Facebook หลายอันทำนองว่า มีการชุมนุมไล่รัฐบาลอนุทินอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ทำนองว่ามีคนหลั่งไหลไปเป็นจำนวนมาก ผมเชื่อว่าเป็นข่าวไม่จริงนะครับ ไม่มีอ้างอิงและไม่น่าเชื่อถือ กลุ่มผู้ชุมนุมต้าน SEC และพีมูฟ ที่ปักหลักนอนหน้าทำเนียบมาเป็นสัปดาห์ ก็กลับบ้านไปแล้วอย่างไรก็ดีสาเหตุที่มีคนแชร์กันไปเป็นจำนวนมากน่าจะสะท้อนถึงความรู้สึกต่อรัฐบาลปัจจุบันได้เป็นอย่างดีครับ ความอึดอัดขัดข้องมันมากมายล้นเหลือยังคงขอตั้งข้อสังเกตจากความรู้สึกตัวเองว่า ความรู้สึกไม่พอใจต่อรัฐบาลอนุทิน เทียบกับช่วงปลายของรัฐบาลประยุทธ์ สมัยนี้ความเจ็บปวดคับแค้นยังเบาบางกว่า แต่คนก็ไม่ค่อยกลัว ไม่เหมือนยุคคสช. ที่มีความกลัวอยู่ด้วย สื่อก็ใส่เต็มกันได้ทุกสำนัก ทุกวันนี้จึงมีเรื่องให้ด่ามีเรื่องให้ปวดหัวกับรัฐบาลแบบรายวันเยอะกว่า ผมจึงไม่คิดว่า จะมีการชุมนุมขนาดใหญ่เพื่อไล่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยในเร็ววันนี้ ไม่รู้สังเกตถูกไหม อันนี้ก็เห็นต่างกันได้ แลกเปลี่ยนกันได้นะครับอีกความแตกต่างหนึ่งก็คือ รัฐบาลประยุทธ์เองมีแฟนคลับเยอะกว่า คนที่ปกป้องไม่ลืมหูลืมตา รู้สึกว่าประยุทธ์เป็นตัวแทนความเชื่อของตัวเองได้ แต่รัฐบาลอนุทินมีแฟนคลับน้อยและไม่เข้มข้น คนที่จะเลือกอยู่ฝั่งรัฐบาลส่วนหนึ่งก็คือเกลียดส้มเกลียดแดง แต่พฤติกรรมของรัฐบาลสีน้ำเงินเองก็พูดได้ยากว่าดีกว่าส้มกว่าแดงตรงไหน ส่วนความเหมือนกันก็คือ รัฐบาลยึดครองสว. จึงยึดองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้หมดแล้ว ไม่มีช่องทางที่มีความหวังว่า จะเอาพวกเขาลงได้จากการตรวจสอบการใช้อำนาจในระบบปกติครับ"หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง#iLaw #ยิ่งชีพ #รัฐบาลอนุทิน #ข่าวปลอม #การเมืองไทย #ทำเนียบรัฐบาล…

  • โค้งสุดท้าย ‘โผนายพล’

    โผแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 หากเป็นม้าแข่งก็ต้องเรียกว่า "เข้าโค้งวัดเบญ" สำนวนในอดีตสมัยยังมีการแข่งขันม้าที่สนามแข่งม้านางเลิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณวัดเบญจมบพิตรฯ หลายคนก็เลยมักพูดกันติดปากเวลาเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทางตรงเข้าเส้นชัย เพราะตามไทม์ไลน์ "กรมปทุมวัน" ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่ สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งเอาไว้ บัญชีผู้เหมาะสมแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง "นายพล" ระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) ทั่วประเทศ จะถูกจัดส่งมาให้สำนักงานกำลังพลตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ตามธรรมเนียมยุทธจักรโล่เงิน ก็ต้องมีบวก 1 บวก 2 กันเป็นปกติ ช่วงต้นสัปดาห์นี้ถึงน่าจะครบ น่าจะเรียบร้อย ก่อนที่ช่วง 22-24 ส.ค. "ผบ.ต่าย" น่าจะหาฤกษ์ดีนัดประชุมบอร์ดกลั่นกรองแต่งตั้งตำรวจ ระดับ ตร.พิจารณาบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสม ก่อนที่ปลายเดือน ส.ค. วงประชุม ก.ตร. ที่มี นายกฯ อนุทิน มานั่งหัวโต๊ะประธานเคาะรายชื่อแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี 2569 เพื่อให้ทันตามกฎ…

  • “ไอติม พริษฐ์” กางหลักฐานภาคต่อคดีโกง สว. จี้ถามบุคคลในคลิปเสียงคือใคร?

    ไอติม พริษฐ์ กางหลักฐานภาคต่อคดีโกง สว. จี้ถามบุคคลในคลิปเสียงในโรงแรมคือใคร ใช่เสียงของ วิทยา คำพวง หรือไม่นาย พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “[ ภาคต่อ คลิปหลักฐานคดีโกง สว.: บุคคลในคลิปเสียงที่ห้องพักในโรงแรม คือใคร? ]เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมได้นำเสนอคลิปหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ซึ่งปรากฏเสียงของบุคคลหนึ่ง ที่ได้พูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ต่อกลุ่มบุคคลหนึ่ง (ที่คาดว่าเป็นผู้สมัคร สว.) ในห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง (https://www.facebook.com/reel/1923279705297475)หลังจากนั้น มีคนจำนวนมากสอบถามว่าคลิปดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่ไหน และบุคคลในคลิปเป็นใครวันนี้ ผมขอนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติม ที่น่าจะบ่งชี้ได้ว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของเสียงในคลิปนั้น มีแน้วโนมสูงที่จะเป็นบุคคลที่มีชื่อว่า “วิทยา คำพวง” [อย่างไรก็ตาม เราต้องย้ำว่าขบวนการโกง สว. เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่ (หากมีจริง) จะต้องมีผู้กระทำผิดจำนวนมากในหลายระดับ และจะต้องไม่ถูกตัดตอนให้เหลือผู้กระทำความผิดแค่ไม่กี่คน][ คำถาม: เสียงในคลิป คือเสียงของ วิทยา คำพวง ใช่หรือไม่? ]ข้อมูลดังต่อไปนี้…

  • ‘จตุพร’ ฉายภาพวิกฤตการเมืองปลาย ‘ส.ค.’ ชี้คดีบัตรเลือกตั้งเป็นจุดพลิกบ้านเมือง

    การเมืองครึ่งหลังสิงหา ชี้ กกต.ต้องพิสูจน์ รัก ปท.หรือเอาตัวเองรอด เชื่อคดีบัตร ลต.เป็นจุดพลิกบ้านเมือง ถ้าผลออกไม่ลับ ล้มทั้งกระดาน ลต.ใหม่ หากตัดสิน “ลับ” รัฐบาลไปต่ออยู่ยาว ส่วนฮั้ว สว. ฝ่ายค้านเอา กกต.ไม่ลง หวั่นอารมณ์ ปชช.เดือดปะทุ ขณะที่ฝ่านค้านซักฟอก โค่น รบ.ไม่ลง16 สิงหาคม 2569 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ช่วงครึ่งหลังเดือนสิงหาคมว่า ปัจจัยคำตัดสินคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดจะเป็นจุดพลิกเปลี่ยนสถานะการเมืองของรัฐบาลได้มากกว่ากรณีฮั้ว สว.อีกทั้งคาดว่า ช่วงครึ่งหลังเดือนสิงหาคม สถานการณ์อยู่ที่สองปัจจัยชี้นำ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตัดสินใจการฮั้ว สว.อย่างไร และจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่ โดย กกต.ระบุจะตัดสินใจก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ นอกจากนี้ สถานการณ์ปั่นป่วนเริ่มก่อหวอดขึ้นช่วงศาล รธน.นัด 26 ส.ค.นี้ เพื่อไต่สวนพยาน 5 ปากของ กกต.ในกรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดฝ่าฝืน รธน.ทำให้การใช้สิทธิ์เป็นความลับหรือไม่"หลังการไต่สวนวันที่ 26 ส.ค.แล้ว ศาล…

  • เปิด 329 รายชื่อ วปอ.รุ่น 69 บิ๊กทหาร-ตำรวจ-ข้าราชการ-นักธุรกิจพรึ่บ

    วันที่ 15 สิงหาคม 2569 กระทรวงกลาโหม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อนุมัติโผผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วปอ. 69 รวม 329 รายชื่อ เตรียมเปิดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเสริมทักษะยุทธศาสตร์ความมั่นคงระดับชาติ โดยไร้เงา ทหารกัมพูชา แต่ปรับโควตาดึงมิตรประเทศ จีน-เมียนมา ร่วมชั้นเรียน พร้อมจับตา โผทหาร ดาวรุ่ง 3 เหล่าทัพเข้าร่วมแน่นมีรายงานว่า กระทรวงกลาโหม อนุมัติรายชื่อผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.) รุ่นที่ 69 ประจำปีการศึกษา 2569-2570 จำนวน 329 คน โดยมี พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม รับคำสั่ง รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 266/69 ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล…

  • อดีตผู้พิพากษาฯ สรุปมหากาพย์ 30 ปี ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

    อดีตผู้พิพากษาฯ "วัส ติงสมิตร" ไล่ปมข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ตั้งแต่การอุทิศที่ดินเมื่อปี 2533 การต่อสู้คดีจนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไปจนถึงปมขอใบแทนโฉนด ก่อนเจ้าอาวาสเปิดย่ามสีแดงนำโฉนดฉบับจริงยื่นคัดค้าน พร้อมชำแหละข้อกฎหมายเรื่องที่ดินสงฆ์-สินสมรส ชี้เป็นกรณีศึกษาสำคัญของวัดทั่วประเทศ15 สิงหาคม 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา สรุปมหากาพย์ 30 ปี คดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จากศรัทธา ข้อพิพาท สู่บทเรียนกฎหมายที่ดินสงฆ์ระดับประเทศกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ย่านกังสดาล ติดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื้อที่ตามโฉนด 21 ไร่เศษ พื้นที่ครอบครองจริงประมาณ 25–26 ไร่ ปัจจุบันมูลค่าประเมินสูงถึง 1,200–1,500 ล้านบาท ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สังคมจับตามอง ทั้งเรื่องการปิดทางเข้า-ออกวัด การอ้างโฉนดหาย และการต่อสู้ทางกฎหมายที่ซับซ้อนเพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายและเห็นภาพรวมทั้งหมด นายวัสได้สรุปข้อเท็จจริงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ดังนี้1. จุดเริ่มต้น: ศรัทธาและการอุทิศที่ดิน (พ.ศ. 2533–2541)วันที่ 17 สิงหาคม 2533 นายเฮียง พิมพ์ศรี คหบดีผู้มีจิตศรัทธา ได้ทำหนังสือสัญญาตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 61945 ให้แก่คณะสงฆ์เพื่อใช้สร้างวัด…

  • เปิดชื่อ “นักธุรกิจ” วปอ.69 แบงก์-ค้าปลีก-อสังหาฯ-พลังงาน ตบเท้าเรียนเพียบ

    กระทรวงกลาโหมออกคำสั่ง (เฉพาะ) ที่ 266/69 ลงนามโดย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 69 ปีการศึกษา 2569-2570 รวม 329 คน มีผลตั้งแต่เดือน ต.ค. 2569ในจำนวนนี้เป็นภาคเอกชน 15 คน (เสนอชื่อผ่าน 4 องค์กรหลัก) และบุคคลทั่วไปอีก 64 คน ซึ่งอัดแน่นด้วยผู้บริหารบริษัทมหาชนและเครือธุรกิจใหญ่ ไล่เรียงได้ดังนี้กลุ่มธนาคาร–หลักทรัพย์–บริหารสินทรัพย์มานพ เสี่ยมบุญ – ซีอีโอ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCBX)สุริพงษ์ ตันติยานนท์ – ประธานผู้บริหารสายงานธุรกิจรายย่อย ธนาคารกรุงไทยหทัยพร เจียมประเสริฐ – รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยอุลิศ ตันศิริ – ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพธนัทเทพ จันทรกานต์ – กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสายงานวิจัย บล.บัวหลวงพิกุลอรุณ พิชิตชัยศิริ – ที่ปรึกษา…

  • ชาวภูเก็ตปลื้ม “บี้ถ่ายบั๊ก” เมนูขนมพื้นบ้าน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์อาหารถิ่นประเทศไทย ประจำปี 2569

    ภาพไฮไลต์รองโฆษกรัฐบาล เผย “บี้ถ่ายบั๊ก” เมนูขนมพื้นบ้าน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์อาหารถิ่นประเทศไทย ประจำปี 2569วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปี 2569 ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” เพื่อรวบรวมเมนูอาหารถิ่นที่กำลังจะเลือนหาย ยกระดับ พัฒนา รวมถึงการสร้างสรรค์ให้เป็นเมนูอาหารถิ่นที่มีชื่อเสียงในระดับจังหวัด และอนุรักษ์ เผยแพร่องค์ความรู้และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอาหารของประเทศนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นที่ประชาชนร่วมโหวตสูงสุด ระดับประเทศ ได้แก่ “บี้ถ่ายบั๊ก” จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านคล้ายลอดช่อง ที่นำแป้งข้าวเจ้านวดน้ำอุ่นแบ่งย้อมสีขาวและสีแดง กดผ่านพิมพ์ลงหม้อน้ำเดือดจัดจนสุกลอย แล้วตักแช่น้ำเย็นให้ได้เส้นเหนียวนุ่มขนาดเท่ากัน…

  • อนุทิน แจงเจอ ทักษิณ ชี้จะมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ขอมุ่งทำประโยชน์ให้ปชช.

    อนุทิน แจงเจอ ทักษิณ ชี้จะมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ขอมุ่งทำประโยชน์ให้ปชช. ปัดดึงพรรคใหม่ร่วมรัฐบาล หัวเราะหลังถูกถามอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกต้องอยู่ให้ได้อนุทิน แจงเจอ ทักษิณ ชี้จะมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ขอมุ่งทำประโยชน์ให้ปชช. ปัดดึงพรรคใหม่ร่วมรัฐบาล หัวเราะหลังถูกถามอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกต้องอยู่ให้ได้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค.2569 ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย แล้วพบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างว่า"เราไปเจอกันในงานศพของคนที่เราเคารพนับถือ ไม่ใช่ไปเจอกันในบรรยากาศที่ชื่นมื่นสนุกสนาน พูดคุยพบปะกันแสดงความเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ"เมื่อถามว่าจะมีโอกาสนัดพบกับนายทักษิณ ในโอกาสอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่รู้จักนายทักษิณ นายสมชาย รวมถึง น.ส.แพทองธาร ก็เจอกันมาตลอด…

  • ดร.สุวินัย วิเคราะห์ ‘กลยุทธ์ขงเบ้งของอนุทิน’ รับแรงปะทะ เปิดทางทีมรัฐมนตรีทำงาน

    ดร.สุวินัย ภรณวลัย มองเกมการเมือง “อนุทิน” อาจกำลังใช้กลยุทธ์แบบขงเบ้ง ดึงสปอร์ตไลต์และแรงวิจารณ์ทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง ขณะที่ “เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์” เดินหน้าทำงานหลังฉาก ชี้สิ่งที่ดูเป็นจุดอ่อนด้านภาพลักษณ์ อาจกลายเป็น “เกราะกำบัง” ให้ทีมรัฐบาลขับเคลื่อนงานได้เต็มที่15 สิงหาคม 2569 – ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย อ้างอิงกลยุทธ์ขงเบ้งกับการบริหารงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า“กลยุทธ์ขงเบ้งของอนุทิน”ช่วงนี้ผมเริ่มสงสัยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังบริหารประเทศพร้อมกับเดินหมากแบบขงเบ้งด้วยหรือเปล่า เพราะถ้าดูจากสถานการณ์ช่วงนี้ มีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง คือ ใครอยากด่ารัฐบาล เชิญครับ ด่านายกฯ ก่อนเลยฝ่ายค้านจ้องรุมหาเรื่องด่าอนุทินได้ทุกวัน แม้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง นักวิจารณ์ด่าอนุทิน โซเชียลด่าอนุทิน สื่อบางค่ายก่นด่าอนุทิน นักเคลื่อนไหวก็ด่าอนุทิน จนบางวันผมเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมา รู้สึกเหมือนประเทศไทยเหลือนักการเมืองอยู่คนเดียว ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูลแต่ถ้ามองแบบนักยุทธศาสตร์ เรื่องนี้กลับน่าสนใจ เพราะในขณะที่ไฟสปอร์ตไลต์ทุกดวงกำลังส่องไปยังนายกรัฐมนตรี คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับทำงานอยู่หลังเวทีอย่างค่อนข้างสบาย เอกนิติทำเศรษฐกิจ ศุภจีทำพาณิชย์ สีหศักดิ์ทำต่างประเทศ ข้าราชการเดินงานของตัวเอง นโยบายหลายเรื่องค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ ยิ่งโดยเฉพาะเรื่องการเตรียมวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยุคดาต้านิยมที่จะชี้ชะตาอนาคตของประเทศไทยส่วนหน้าฉาก…