Category: การเมือง
-
เรื่องเล่าจากห้องเรียนธรรมศาสตร์ ความทรงจำ ‘พระองค์ภาฯ’ ที่ยังไม่เคยเลือน
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งถ่ายทอดความทรงจำสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ “พระองค์ภาฯ” ย้อนเล่าเหตุการณ์ในห้องเรียนที่เริ่มจากความไม่รู้ว่าพระองค์ประทับนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนกลายเป็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวยกให้เป็นหนึ่งในความทรงจำสำคัญที่สุดของชีวิต พร้อมสะท้อนพระจริยวัตรอันเรียบง่ายและความเป็นกันเองที่ยังคงประทับอยู่ในใจไม่รู้ลืม13 มิถุนายน 2569 – ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Somyos EddyHeng Matures โพสต์ข้อความรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำเมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับพระองค์ และเคยมีโอกาสเรียนวิชาพื้นฐานในห้องเดียวกันเจ้าของโพสต์เล่าว่าพระองค์ภาในความทรงจำรูปนี้เป็นรูปเดียว ที่ผมได้มีโอกาสถ่ายภาพกับองค์ภา ไม่เคยให้ใครดู ไม่เคยโพสต์ลงที่ไหนมาก่อน ก่อนอื่นต้องขออนุญาตใช้คำพูดแบบปกติธรรมดาในข้อความนี้นะครับ เพื่อจะได้เล่าเรื่องราวได้เป็นธรรมชาติที่สุด และต้องขออภัยล่วงหน้าหากมีถ้อยคำไหนที่ไม่เหมาะสมหรือมิบังควรมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ผมเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับท่านในรั้วธรรมศาสตร์ ปี 2540 แต่อยู่คนละคณะ ท่านอยู่คณะนิติศาสตร์ ส่วนผมอยู่คณะวารสารและสื่อสารมวลชน ได้มีโอกาสเจอท่านบ่อยๆ ทั้งที่รังสิตและท่าพระจันทร์ ได้มีโอกาสเรียนคลาสเดียวกับท่าน เพราะจะมีห้องบรรยายรวม และเรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกัน ตอนเรียนรังสิต ก็จะเห็นท่านต่อแถวซื้อข้าวในโรงอาหารเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป จะมีก็แต่องครักษ์ที่ตามดูอยู่ห่างๆ ตอนเรียนท่าพระจันทร์ก็จะเห็นท่านเดินผ่านหน้าคณะวารสารบ่อยๆ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆนักศึกษา ก็เห็นนักศึกษาทุกคนนั่งปกติ เดินสวนปกติ ไม่มีการหยุดหรือต้องทำความเคารพใดๆ จะมีก็แต่องครักษ์ที่คอยตามอยู่ห่างๆ อาจจะมีคอยกันระยะห่าง ก็เหมือนถวายอารักขาเป็นเรื่องปกติ และในภาพนั้นก็คือเป็นวันเดียวกับที่ผมเรียนในห้องเดียวกับองค์ภา ซึ่งผมไม่รู้เลยว่าต้องเรียนคลาสเดียวกับท่าน(ถ้าในห้องเรียนจะไม่มีองครักษ์มาอยู่ จะมีแค่ท่านและพระสหายมาเรียนเหมือนนักศึกษาทั่วไป ท่านอาจต้องการความเป็นส่วนตัว)…
-
นายกฯ นำ ครม. เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’
นายกรัฐมนตรี นำ ครม. เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นำคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายหลังจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศ เรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ 12 มิ.ย. 69 และเรื่องการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลงวันที่ 12 มิ.ย. 69ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา…
-
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ชี้คดี ‘ศุภชัย’ บทเรียนการเมืองจากที่ดินรัฐ 220 ไร่
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาคดี “ศุภชัย โพธิ์สุ” ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของคดีจริยธรรมนักการเมือง หลังถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตจากกรณีครอบครองที่ดินรัฐ 220 ไร่ พร้อมระบุว่าเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์สาธารณะ และอาจส่งผลต่อแนวทางตรวจสอบนักการเมืองในอนาคต13 มิถุนายน 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่าจากที่ดินรัฐ 220 ไร่ สู่การตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต : บทเรียนสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกาคดี “ศุภชัย โพธิ์สุ” เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ในคดีหมายเลขแดงที่ คมจ.3/2569 ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการการเมืองไทย และเป็นที่จับตามองของประชาชนทั่วประเทศ โดยศาลมีคำพิพากษาว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ (ครูแก้ว) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ชนวนเหตุสำคัญมาจากการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทาย ตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน 40 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 220 ไร่ คำพิพากษาของศาลฎีกาในครั้งนี้เด็ดขาดและเฉียบขาด โดยสั่งให้: เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายศุภชัยตลอดไป…
-
ยกเลิก โรงเรียนสีขาว ลดภาระงานเอกสาร คืนครูสู่ห้องเรียน ปรับระบบดิจิทัลเริ่มปี 2570
ยกเลิก “โรงเรียนสีขาว” มุ่งลดภาระงานเอกสาร รับลูก “คืนครูสู่ห้องเรียน” ใช้ดิจิทัลติดตามแทน ยันคุมเข้มยาเสพติดต่อเนื่องรัฐบาลยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว มีผลปี 2570 มุ่งลดภาระงานเอกสาร ตามนโยบาย ”คืนครูสู่ห้องเรียน“ ปรับระบบใหม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรายงานและติดตามผลแทน ยืนยันไม่ได้ลดความเข้มข้นในการป้องกันยาเสพติดภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกรร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยให้มีผลผูกพันตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้า "ลดภาระครู คืนครูสู่ห้องเรียน" อย่างเป็นรูปธรรมและเด็ดขาดนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 มุ่งเน้นไปที่การ“คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งที่ผ่านมา "โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข" แม้จะมีวัตถุประสงค์ที่ดีในการดูแลเยาวชน แต่ในทางปฏิบัติกลับมีขั้นตอนและภารกิจด้านงานเอกสารจำนวนมาก ทำให้ครูต้องเสียเวลาไปกับการทำประเมินจัดทำรูปเล่มโครงการ แทนที่จะได้ใช้เวลาดังกล่าวไปพัฒนาการเรียนการสอนและดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างเต็มศักยภาพครู ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี…
-
‘ดี้ นิติพงษ์’ ร้อยถ้อยคำอาลัย ส่งเสด็จพระองค์ภาฯ
12 มิถุนายน 2569 – ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้แม้เตรียมใจไว้นานว่าวันหนึ่งต้องมาถึงวันนี้ที่ใจหายแม้เข้าใจถึงความเกิดแก่เจ็บตายแต่เหตุใดเป็นพระองค์ผู้ทรงเยาว์จากวันนั้นจากวันที่เกิดเรื่องคนทั้งบ้านทั้งเมืองมีเรื่องเศร้าสวดอ้อนวอนขอเรื่องหนักให้กลับเบาขอให้เราได้คืนพระองค์ภาแล้วสิบเอ็ดมิถุนาก็มาถึงใจก็จึงจำยอมให้กับฟ้ายอมให้เสด็จจำพรากต้องจากลาด้วยน้ำตาอาวรณ์และอาลัยได้แต่ก้มลงกราบส่งเสด็จพระทัยเพชรที่ต่อสู้จนเกินไหวให้พวกเกล้ากระหม่อมได้เตรียมใจมีแรงได้กราบส่งพระองค์เทอญ
-
ไปต่อ…หรือพอแค่นี้
เกาะประเด็นการเมือง จากนี้ไปต้องวัดใจผู้บริหารกระทรวงดีอี จะเดินหน้าต่อหรือจะหยุด “โครงการ TH-AI Passport” ไม่ให้ไปต่อ เพราะถ้าเดินหน้าต่อ แม้จะปรับเงื่อนไข ทางแกนนำพรรคฝ่ายค้าน “รักชนก ศรีนอก” สส. พรรค ปชน. ประกาศชัดเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่น ป.ป.ช. แน่นอนผ่านไปเรียบร้อยแล้ว หลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดเวทีไทย-เอไอ พาสปอร์ต ฟอรัม เพื่อระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น “โครงการ TH-AI Passport” มีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน รวมทั้งนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด นักวิชาการจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมงานกว่า 400 คน โดยประเด็นสำคัญที่ถูกขยายผลคือ ผู้ประมูลงานที่ได้ มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองที่อยู่ในอำนาจรัฐ และจะนำไปขยายผลตรวจสอบ ไปถึงการยื่นเรื่องให้องค์กรตรวจสอบ โดยช่วงหนึ่งของการถามตอบ ในการจัดเวทีไทย-เอไอ พาสปอร์ต “นายธีระชาติ ก่อตระกูล”…
-
ยาย 89 ปี พิชิตเส้นทาง 350 ถึงปราสาทตาควาย อยากเห็นสักครั้ง ก้มกราบสุดตื้นตันใจด้วยสำนึกคุณแผ่นดิน
ยาย 89 ปี พิชิตเส้นทาง 350 ถึงปราสาทตาควาย อยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต ก้มกราบตื้นตันใจด้วยสำนึกคุณแผ่นดินบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความประทับใจได้เกิดขึ้นอย่างงดงาม ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับทุกภาคส่วนได้ผนึกกำลังพัฒนาพื้นที่บริเวณปราสาทตาควายและเส้นทางเดิน 350 จนมีความพร้อมเปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมแหล่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า พร้อมรำลึกและสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าวีรชนทหารผู้เสียสละเพื่อผืนแผ่นดิน โดยการทดลองเปิดพื้นที่เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายน 2569 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนที่หลั่งไหลเดินทางมาร่วมสัมผัสประวัติศาสตร์ด้วยหัวใจแห่งความภาคภูมิท่ามกลางผู้มาเยือนจำนวนมาก มีเรื่องราวอันน่าประทับใจของคุณยายวัย 89 ปี ผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาและความมุ่งมั่น ที่ตั้งใจเดินทางมาพิชิตเส้นทาง 350 อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังใจและความรักในแผ่นดิน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าตามวัย แต่หัวใจกลับเข้มแข็งเกินวัย ด้วยความปรารถนาอันแน่วแน่ที่จะได้ขึ้นไปเห็นปราสาทตาควายด้วยสายตาของตนเองสักครั้งในชีวิตตลอดเส้นทางอันคดเคี้ยวและลาดชัน เจ้าหน้าที่ทหารได้คอยอำนวยความสะดวกและให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด โดยบางช่วงได้แบกคุณยายขึ้นหลังเพื่อพาผ่านเนินสูงและเส้นทางที่ยากลำบาก สะท้อนให้เห็นถึงสายใยแห่งความห่วงใย ความเสียสละ และความสามัคคีระหว่างประชาชนกับทหาร ที่ร่วมกันถักทอเป็นภาพแห่งความงดงามและความอบอุ่นใจตลอดการเดินทางกระทั่งเมื่อคุณยายได้ก้าวมาถึงบริเวณปราสาทตาควาย และได้เห็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าเบื้องหน้าสมดังความตั้งใจ คุณยายถึงกับก้มลงกราบด้วยความเคารพและสำนึกในคุณค่าของผืนแผ่นดินไทย ท่ามกลางน้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่เอ่อคลอด้วยความตื้นตันใจ ภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการพิชิตเส้นทาง 350 เท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังศรัทธา ความรักชาติ และความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อต่อข้อจำกัดของวัย นับเป็นอีกหนึ่งภาพความทรงจำอันงดงามที่สร้างความซาบซึ้งและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พบเห็นทั่วทั้งประเทศอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยาย 89 ปี พิชิตเส้นทาง 350 ถึงปราสาทตาควาย อยากเห็นสักครั้ง ก้มกราบสุดตื้นตันใจด้วยสำนึกคุณแผ่นดินติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website :…
-
เปิดคำพิพากษา ศาลสั่ง จุฑามาศ ซารัมย์ พ้นนายกอบต. ยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต
เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกา สั่ง จุฑามาศ ซารัมย์ พ้นนายกอบต. ปมเจ้าตัวยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ นายกอบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในกรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2 ล้านบาท อันเป็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินพิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบสำนวนการไต่สวนของผู้ร้อง และคำแถลงปิดคดีของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ต่อมาวันที่ 2 มกราคม…
-
ศาลฎีกา สั่ง จุฑามาศ ซารัมย์ พ้นนายกอบต. ยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต
ศาลฎีกา สั่ง จุฑามาศ ซารัมย์ พ้นนายกอบต. ยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตวันที่ 12 มิถุนายน ศาลฎีกาเผยแพร่คำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในกรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2 ล้านบาท อันเป็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินทั้งนี้ผู้ถูกร้องต่อสู้ว่า บัญชีดังกล่าวเป็นของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชาย ที่เป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการ และเป็นบุคคลไร้ความสามารถอยู่ในความดูแลของผู้ถูกร้องโดยศาลพิเคราะห์รายการเดินบัญชีและพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้นและมีพิรุธหลายประการ เนื่องจากรายการฝากถอนเงินบำนาญของพี่ชายในบัญชีเดิม ไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินที่นำมาซื้อสลากออมสินและเงินฝากใน 2 บัญชี พบมีพฤติกรรมจงใจแต่งเส้นทางการเงินให้สอดคล้องกับคำให้การ เช่น การถือเงินสด 1 ล้านบาทไว้นานหลายเดือน แล้วนำเข้าบัญชีตนเองเพียง 5 วันก่อนถอนออกไปซื้อสลาก ซึ่งผิดปกติวิสัยของวิญญูชนเมื่อพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักพอที่จะเชื่อได้ว่าเงินมาจากพี่ชาย และบัญชีธนาคารทั้งสองมีชื่อผู้ถูกกล่าวหา จึงต้องฟังว่าเงินนั้นเป็นของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องยื่นแสดงทรัพย์สินให้ครบถ้วนการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบจึงมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก นับแต่วันที่…
-
นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง คืนเงินผู้เสียหาย 25 ล้าน ลั่น พร้อมใช้มติครม. อุดช่องโหว่
“นายกฯ” นำแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายหลอกลวง พร้อมคืนเงินผู้เสียหายกว่า 25 ล้านบาท ชี้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่จับคนผิด บอกพวกนี้ในคุกก็เปลืองข้าวสุก แต่ต้องคืนเงินประชาชน ลั่น พร้อมใช้มติ ครม. – พ.ร.ก.อุดช่องโหว่ คนทำผิดต้องสลดหลาบจำเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว การยึดและอายัดทรัพย์สินรายคดีสำคัญ และการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล โดยมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาฯปปง. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวก่อนเริ่มการแถลงข่าว นายกฯได้นำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดานายกฯกล่าวว่า หลังจากก่อนหน้านี้มีการแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย “หนูเฉิน” และเครือข่ายคนจีนผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นการปราบปรามยาเสพติดล็อตใหญ่ วันนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ การยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชนนำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะเมื่อถูกหลอกลวงความทุกข์ที่สุดคือการที่คิดว่าจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งเป้าหมายของเราไม่ได้เพียงแค่จับดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว พวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุก…