Category: การเมือง
-
มหากาพย์ ‘สว.สีน้ำเงิน’ เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด
'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'10 มิ.ย.2569- นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง มหากาพย์ "สว.สีน้ำเงิน" เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 ของ กกต. เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด? มีเนื้อหาดังนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงและแหลมคมที่สุดในเวลานี้ เมื่อสปอตไลต์ทุกดวงในประเทศพุ่งเป้าไปที่ตึกรัฐสภาและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากการเปิดหน้าชนครั้งประวัติศาสตร์ของคนในระบบตรวจสอบเอง ที่ออกมากระชากหน้ากากกระบวนการ "จัดโกง" เลือกตั้งที่ถูกกล่าวขานว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย!1. วันเปิดแผลใหญ่: ฝ่ายค้านรับหนังสือเปิดโปงพฤติกรรมชนวนเหตุระเบิดขึ้นเมื่อ…
-
สุดสะเทือนใจ! ‘ทนายรณณรงค์’ ทรุดขอความช่วยเหลือ ‘เท้ง’ สู้แก๊งสมาคมฌาปนกิจฯ ล่มทิพย์
สุดสะเทือนใจ! ‘ทนายรณณรงค์’ ทรุดขอความช่วยเหลือ ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ หลังต่อสู้ขบวนการสมาคมฌาปนกิจฯ ล่มทิพย์ สูบเงินก้อนสุดท้ายผู้สูงอายุเกือบหมื่นล้าน ส่งข้อมูลขอฝ่ายค้านกระชากหน้ากากเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กทนายคู่ใจ โดยระบุว่า "ถูกขู่แค่ไหนก็ไม่ถอย… ขอแค่ความยุติธรรมให้คนแก่ที่หมดตัว" ภาพบรรยากาศสุดสะเทือนใจที่รัฐสภาวันนี้ รณณรงค์ตัวแทนมูลนิธิฯ ถึงกับทรุดตัวขอความช่วยเหลือจาก "เท้ง ณัฐพงษ์" หลังต้องต่อสู้กับขบวนการสมาคมฌาปนกิจฯ ล่มทิพย์ ที่สูบเงินเก็บก้อนสุดท้ายของผู้สูงอายุไปเกือบหมื่นล้านบาท!สู้เพื่อเหยื่อ: แม้จะโดนข่มขู่หนัก แต่ทางมูลนิธิไม่ยอมแพ้ นำซองเอกสารหลักฐานสำคัญส่งมอบให้ฝ่ายค้านถึงมือเคียงข้างประชาชน: ภาพผู้นำฝ่ายค้านจับมือและจับไหล่ให้กำลังใจ เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบหาย และขบวนการนี้ต้องถูกกระชากหน้ากาก! เงินก้อนสุดท้ายของคนแก่ ต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนคดโกง!
-
คดีพลิก! กลาโหมไทย เคลื่อนไหวแล้ว หลังลือทูตทหารจีนเข้าพบ แจงกรณีจีนส่งรถถังให้กัมพูชา
จากกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ว่า ผู้ช่วยทูตทหารจีนประจำประเทศไทยได้เดินทางเข้าพบผู้เกี่ยวข้องภายในกระทรวงกลาโหม พร้อมมีการหารือเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังแบบ T-59D ของจีนให้แก่กัมพูชาจากกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ว่า ผู้ช่วยทูตทหารจีนประจำประเทศไทยได้เดินทางเข้าพบผู้เกี่ยวข้องภายในกระทรวงกลาโหม พร้อมมีการหารือเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังแบบ T-59D ของจีนให้แก่กัมพูชา จำนวน 39 คัน ในล็อตแรก จากทั้งหมด 93 คัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนภายใต้โครงการความร่วมมือทางทหารระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและกัมพูชานั้นล่าสุด พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่มีรายงานว่าผู้ช่วยทูตทหารจีนรายใดเดินทางเข้ามายังกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าหน่วยต่างติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จึงทำให้ข่าวที่ปรากฏมีความเป็นไปได้น้อยทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยังได้ตรวจสอบข้อมูลไปยังสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการประสานงานและรับรองคณะผู้แทนจากต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนกระทรวงกลาโหม โดยได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่า ไม่มีผู้ช่วยทูตทหารจีนเดินทางเข้าพบหรือเข้าหารือกับหน่วยงานใดภายในกระทรวงกลาโหมตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม ในประเด็นการส่งมอบรถถัง T-59D ของจีนให้แก่กัมพูชานั้น โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้แทนจากสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารจีนได้มีการประสานและแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ฝ่ายไทยรับทราบแล้ว โดยการจัดหายุทโธปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดหาทางทหารของกัมพูชา ซึ่งได้ดำเนินการไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนอ่านข่าวเพิ่มเติมกองทัพเรือแจงด่วน! ส่งชาวกัมพูชากลับประเทศ ย้ำไม่ใช่การเปิดด่าน กองทัพบก ชี้แจงเหตุการณ์ บริเวณพื้นที่ช่องบก ชายแดนเดือดอีกแล้ว! ทหารเขมรยกพวกประชิด ปะทะคารมห้ามทหารไทย
-
พยาบาทจองเวรทักษิณ กระเหี้ยนกระหือรือจะให้ยึดทรัพย์ จะยึดซ้ำยึดซ้อนกันไปถึงไหน!!
ไพศาล เผยปม จะยึดทรัพย์ทักษิณ 17,000 ล้าน เป็นค่าภาษี ถ้ายึดไม่ได้ก็จะให้ฟ้องล้มละลายผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ระบุว่า…ยึดทรัพย์ทักษิณ จะยึดซ้ำยึดซ้อนกันไปถึงไหนการพยาบาทจองเวรทักษิณ และกระเหี้ยนกระหือรือจะให้ยึดทรัพย์ทักษิณ 17,000 ล้าน เป็นค่าภาษี ถ้ายึดไม่ได้ก็จะให้ฟ้องล้มละลายนั้นท่านทราบหรือไม่ว่ามีการยึดอายัดทรัพย์สินทักษิณอย่างไรบ้างจะขอบอกให้เอาบุญ เมื่อมีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คณะ คมช. มีคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์สินของทักษิณไว้เป็นการชั่วคราว จำนวนรวม 76,000 ล้านบาท แล้วส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ร้องต่อศาลขอให้ทรัพย์ที่ยึดไว้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยอ้างว่า เป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ และปกปิดทรัพย์สินนั้นในที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทรัพย์สินดั้งเดิมที่ทักษิณมีอยู่ก่อนดำรงตำแหน่งหรือที่ได้มาโดยไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จำนวน 30,000 ล้านบาท จะยึดไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่ชอบ จึงพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 46,000 ล้านบาท และถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังได้คืนทรัพย์สินจำนวน 30,000 ล้านบาท ที่ไม่ตกเป็นของแผ่นดินของทักษิณแล้วหรือไม่ ใครเกี่ยวข้องก็ต้องไปดูกันเอาเองทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาท ที่ศาลพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น คือทรัพย์สินจากการขายหุ้น AIS…
-
ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม
ไม่เกี่ยวกับไทย!! นายกฯ ตอบปม จีนส่งรถถังให้กัมพูชา 93 คัน บอกไม่กังวลกองทัพไทยพร้อมเมื่อเวลา 11.18 น.วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทางการจีนเตรียมส่งมอบรถถัง T59D ให้กัมพูชาจำนวนทั้งหมด 93 คัน มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทยเมื่อถามว่ามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้า พร้อมกล่าวว่า ไม่กังวลผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เพราะว่ามีการส่งมอบรถถังให้มากถึง 93 คัน นายกฯ กล่าวว่า กองทัพไทยก็พร้อม
-
“อนุทิน” สวน “ฮุนเซน” คิดดีๆถ้าจะใช้กำลังกับไทย ยันไม่ได้คุยกับ “ฮุนมาเนต”
อนุทิน สวน ฮุนเซน คิดดีๆถ้าจะใช้กำลังกับไทย ยันไม่ได้คุยกับ ฮุนมาเนต ถ้าไม่ให้เชกแฮนด์แล้วจะเชกอะไร ต้องให้เกียรติในฐานะผู้นำประเทศนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้ให้สัมภาษณ์หลังสื่อกัมพูชาเผยแพร่ภาพตนจับมือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามโดยนายอนุทินกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่ให้เชกแฮนด์แล้วจะให้เชกอะไร พร้อมชี้แจงว่า ก่อนการประชุมระดับผู้นำจะมีห้องรับรองก่อนจะเดินขึ้นเวที ไม่ว่าใครจะเดินเข้ามาเราก็ต้องจับมือทักทาย ไม่ว่าจะมีกรณีใด ๆ อยู่กับเขา เราก็ต้องให้เกียรติในฐานะความเป็นผู้นำของแต่ละประเทศ เราไม่ได้มีปัญหาอะไร ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราไม่ได้มีการพูดคุยกันในระดับทวิภาคี และไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นการเมืองใดๆส่วนที่สมเด็จ ฮุน เซน ระบุว่า การทวงคืนดินแดนดังกล่าวมีเพียงสองแนวทางเท่านั้น ได้แก่ การใช้กำลังทางทหาร การเจรจาโดยสันติวิธี พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า กัมพูชาไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสามารถในการใช้กำลังเข้ายึดดินแดนกลับคืนมานั้น นายอนุทินกล่าวว่า ขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยไปรุกรานและไม่เคยไปรุกล้ำอธิปไตยของประเทศอื่นๆ ประเทศไทยยืนอยู่บนจุดยืนที่ว่า อธิปไตยของเราเราไม่ยอมให้ใครเข้ามาก้าวล่วง หรือรุกล้ำ และสิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการเพื่อปกป้องป้องกันนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก เพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา เชื่อว่าต้องคิดดีๆ ถ้าจะมารุกล้ำหรือใช้กำลังกับประเทศไทย ต้องคิดดีๆอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องโฆษกรัฐบาล ยืนยันไม่มีอะไรในกอไผ่ หลังมีภาพ “อนุทิน” จับมือ…
-
นายกฯ ร้องโอ้ย ไม่รู้สส.ปชน. ยื่นสอบแชตไลน์หลุด ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน
ภาพไฮไลต์“อนุทิน” หัวเราะปัดตอบปมแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ร้องโอ้ย ยังไม่รู้เรื่อง สส.พรรคประชาชน ไปยื่น ป.ป.ช.-กกต. ปัดตอบสั่งทบทวนเกณฑ์บัตรคนจน ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ บอก “ทุกอย่างเป็นไปตามการกำชับมันสำเร็จแล้ว”วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่โกดังเก็บสารเคมี (โกดังที่ 20) ซอยสุขสวัสดิ์ 49 ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีที่สั่งการให้กระทรวงการคลัง ทบทวนการใช้มาตรการภาษีลดหย่อนค่าอุปการะพ่อแม่ ที่ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยนายอนุทิน ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ ระบุว่าเพียง “ทุกอย่างเป็นไปตามการกำชับของผม” เมื่อถามว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ตอบว่า “ก็เป็นไปตามนั้นแล้วมันไม่คืบแล้ว มันสำเร็จแล้ว เรียบร้อย” อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีคำชัดเจนจากปากนายกฯ ว่าจะยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เมื่อถามว่าขณะนี้อยู่ในช่วงให้กระทรวงการคลังทบทวน มาตรการใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบก่อนจะเดินออกจากจุดแถลงข่าว โดยมีการ์ดที่ติดตามนายกฯ พยายามกันสื่อมวลชนออก เพื่อไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน และนายภัทรพงศ์…
-
กรมที่ดินแจง ชัย ชิดชอบ เช่าที่เขากระโดง สัญญาถูกต้อง ไม่มีออกเอกสารสิทธิทับซ้อน
โต้กระแสข่าวบิดเบือน กรมที่ดินแจงปม ชัย ชิดชอบ เช่าที่เขากระโดง มีเพียง 6 ไร่เศษ ยันจุดทำสัญญาอยู่แนวเขตรางรถไฟ ไม่มีออกเอกสารสิทธิทับซ้อน ชี้ข้อพิพาทราษฎรกับการรถไฟฯ อยู่ในชั้นศาล ควรรอคำพิพากษากรมที่ดินออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีสื่อมวลชนนำเสนอเอกสารบันทึกการประชุมระบุว่า นายชัย ชิดชอบ ยอมรับว่าที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และได้ทำเรื่องขออาศัยที่ดิน ข้อมูลดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จากการตรวจสอบเอกสารสัญญาอาศัยที่ดินซึ่งนายชัย ชิดชอบ ทำสัญญากับการรถไฟฯ เมื่อปี พ.ศ. 2516 พบบริเวณที่ดินเนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 98 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 5.6 ซึ่งอยู่ในแนวเขตรางรถไฟข้างละ 100 เมตร กรมที่ดินยืนยันว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีการออกหนังสือแสดงสิทธิที่ดินให้แก่บุคคลใด และเนื้อที่ตามสัญญานี้ไม่ได้หมายความรวมถึงที่ดินแปลงอื่นหรือเนื้อที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ตามที่เกิดกระแสข่าวโครงสร้างแนวเขตรางรถไฟตอนแยกไปยังที่ย่อยศิลาฯ ระยะทางยาวประมาณ 6.2 กิโลเมตร มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ไว้ชัดเจน แบ่งเป็นกิโลเมตรที่ 1 ถึง 2 แนวเขตข้างละ 15 เมตร กิโลเมตรที่ 2 ถึง 4.54…
-
เฒ่าฮุน ‘ทวงแผ่นดิน’
“ขิงแก่ ย่อมเผ็ด” ฉันใด“เฒ่าฮุน สองแฉก” ก็ ฉันนั้น!วานซืน (๘ มิ.ย.๖๙) "เฒ่าสารพัดพิษ" ลงพื้นที่ชายแดน ไปปราศรัยที่สวายเรียง บันเตียเมียนเจย ติดๆ กับชายแดนสระแก้วเล่นลิเกการเมือง……“แหกตาชาวบ้านเขมร” แถมพ่นพิษใส่ไทยว่า…..“ขออภัยประชาชนทั่วประเทศ ที่ในช่วงเป็นนายกรัฐมนตรีเคยเชื่อมั่นและไว้วางใจ 'ผู้นำไทย' มากเกินไปจึงไม่ได้จัดเตรียมแผน 'ด้านกำลังทหาร' สำหรับการสู้รบ หรือ 'ทำสงคราม' ไว้ล่วงหน้านำเงินไปใช้ในภาคสังคม สุขภาพ และการศึกษา แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้น อาวุธของเราจึงไม่เพียงพอ"กล่าวโดยสรุป “เราไม่คาดคิดว่าสงครามรุกรานจะลุกลามข้ามพรมแดน”พ่นเมือกพิษแผล็บๆ แล้ว ก็เริ่ม “วางสนุ้กไทย” ด้วยชั้นเชิงเหนือชั้น สมความเป็นขิงแก่ ….โดยเฒ่าฮุนประกาศว่า“ดินแดนที่ทหารไทยเข้ายึดครองอย่างผิดกฎหมายตอนนี้นั้นจะต้องถูกทวงคืน แต่การเรียกร้องนี้ มีเพียงสองวิธี คือวิธีแรก การใช้กำลังทหาร และวิธีที่สอง การเจรจาอย่างสันติ"เมื่อยิงมุกออกไปแล้ว ก็พ่นเมือกคุ้มกันตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า“กัมพูชาไม่ได้หมายความว่า ไม่สามารถทวงคืนดินแดนของตนได้ แต่หากเราโจมตีเพื่อทวงคืนก่อน พวกเขาจะกล่าวหากัมพูชาว่า 'ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง'ดังนั้น กัมพูชาต้องอดทน เพื่อเจรจาอย่างสันติหากเราเลือกใช้ 'เส้นทางทหาร' เพื่อทวงคืนดินแดนกัมพูชาที่ไทยรุกรานและยึดครองมันจะผลักดันให้เกิดการสู้รบต่อไปแม้ว่าจะยึดคืนมาได้ ก็จะไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้มันจะถูกโจมตีและโจมตีอีกครั้ง เหมือนกับกาซา อิสราเอล และประเทศอื่นๆซึ่งก็จะกลายเป็นความขัดแย้งข้ามรุ่นอย่างแน่นอน”ลีลาแบบนี้ ในแบบไทยเรียกว่า…
-
‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่
“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย และได้พูดคุยกับ “ทักษิณ”โดยตรงก่อนตัดสินใจลี้ภัย ระบุตลอด 11 ปีเผชิญความยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมตั้งคำถามตรงไปยังทักษิณและพรรคเพื่อไทยว่า การเป็นผู้ลี้ภัยของตนควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการ “ทวงบุญคุณ” หรือไม่9 มิถุนายน 2569 – นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้“การเป็นผู้ลี้ภัย”ของผม ควรหรือไม่ ? ที่ “ทักษิณ หรือ เพื่อไทย” จะเอาไปทวงบุญคุณ.มีประเด็นที่ผมคิดว่า คงนิ่งอยู่ต่อไปไม่ได้ แม้จะเคยอธิบายผ่านการให้สัมภาษณ์ไปบ้างแล้ว แต่คิดว่าคงไม่กระจ่างและไม่เป็นทางการมากพอจึงขอใช้โอกาสนี้อธิบายความเป็นมา “ในการลี้ภัยทางการเมืองของผม” ว่าควรเป็นอีกหนึ่งคนที่คุณทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อควรจะทวงบุญคุณด้วยหรือไม่..?เมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายนปี 2557 ผมได้ถูกคุณจักรภพ เพ็ญแข เชื้อเชิญให้ไปเที่ยวกัมพูชาเพื่อพบปะกับบรรดานักเคลื่อนไหว นักกิจกรรม นักวิชาการ ที่หลบภัยอยู่ในกัมพูชา หลังการทำรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ซึ่งหลายคนผมเคยพูดคุยสัมภาษณ์เป็นประจำขณะที่เคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนเกิดรัฐประหาร.อีกทั้งเป็นจังหวะที่ผมคิดจะพักชีวิต พักสมองสำหรับการเป็นสื่อด้วยเหมือนกันจึงมีแผนว่า หลังจากเดินทางกลับจากกัมพูชา ก็วางแผนจะไปพบปะเพื่อนฝูงที่อเมริกาด้วยและเมื่อไปถึงกัมพูชา คุณจักรภพก็ได้พาผมไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพนมเปญ ซึ่งเป็นตึกสูงประมาณ 7 ชั้น(ถ้าจำไม่ผิด)…