Category: การเมือง

  • ฉาว! เพจดังโพสต์คนขับรถหาเสียงของผู้สมัคร สก.พรรคดัง ก้มเล่นมือถือจนขับชนรถประชาชน แต่ไร้การเยียวยา ชาวเน็ตแห่เมนต์สนั่น

    วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พระราม3 ต้องรอด ได้โพสต์ข้อความว่า เกิดเหตุรถกระบะที่ใช้หาเสียงของผู้สมัคร สก.พรรคการเมืองดังพรรคการเมืองหนึ่งที่ลงสมัคร สก.ในเขตยานนาวา ได้ขับรถหาเสียงชนรถยนต์ของประชาชน โดยเหตุเกิดบริเวณถนนพระราม 3 เขต ยานนาวา กรุงเทพฯ โดยทางเพจได้โพสต์ข้อความระบุว่า“ได้ข่าวรถหาเสียงผู้สมัครสก.พรรคดังขับไปชนรถเก๋งขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาเนื่องจากรถหาเสียงไม่มีประกัน และรับว่าเล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่ พอทวงถามก็อ้างแจกใบปลิวรอเงินออกวันที่ 5 จากทางผู้สมัคร”จากนั้นในช่วงเย็นวันนี้ ทางเพจได้อัปเดตความคืบหน้าของเหตุการณ์ โดยระบุว่า“ล่าสุด!! จะยอมชดใช้แล้ว ทำไมคุณต้องรอให้เป็นข่าวก่อนถึงรีบดำเนินการ หรือว่าการแจกใบปลิวหาเสียงมันสำคัญกว่าความเดือดร้อนของประชาชนผู้เสียหาย”ขณะเดียวกันในกลุ่มสีแดง ยานนาวา บางคอแหลม สาทร บางรัก ก็มีสมาชิกเข้ามาตั้งโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวโดยระบุทำนองว่า สาเหตุที่รถหาเสียงของ สก.คนดังกล่าวขับชนรถประชาชน เป็นเพราะคนขับก้มเล่นโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะกล่าวต่อในอีกโพสต์ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุวันที่ 2 มิถุนายน จนถึงขณะนี้ยังแทบไร้การติดต่อเยียวยาจาก สก.คนดังกล่าวด้วยหลังจากโพสต์ต่าง ๆ ดังกล่าวถูกโพสต์ลง ชาวเน็ตก็ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต้องการทราบชื่อพรรคและตัวผู้สมัคร สก.ที่ชัดเจน ขณะที่บางส่วนก็ตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่รับผิดชอบ และจะไม่กล้ารับผิดชอบจริงหรือ เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สก. ซึ่งหากไม่รับผิดชอบ อาจจะเท่ากับเป็นการลดคะแนนความนิยมของตัวเองไปโดยปริยายด้านความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของผู้สมัคร สก.คนดังกล่าว…

  • เจ็บจี้ดถึงใจ! สว.นรเศรษฐ์ โพสต์แรง ฟาดเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    จากกรณีที่กระทรวงการคลังได้ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรอง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ หลังมีการเปิดยืนยันสิทธิ์ตั้งแต่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 และจะทำการประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยเพิ่มเงื่อนไข อาทิ ตัดสิทธิ์บุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์จากกรณีที่กระทรวงการคลังได้ปรับปรุงเกณฑ์คัดกรอง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ หลังมีการเปิดยืนยันสิทธิ์ตั้งแต่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 และจะทำการประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยเพิ่มเงื่อนไข อาทิ ตัดสิทธิ์บุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน ซึ่งมองว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริงและเป็นการซ้ำเติมกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือไม่ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. 69 นาย นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 13 และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก…

  • “ต่อศักดิ์” โต้เดือด! “ระบบอากง” ยันไม่มีอำนาจหลังบ้าน

    “ต่อศักดิ์” อดีตประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าฯกทม. โต้เดือด! ยันไม่มี “ระบบอากง” ชี้ถูกพุ่งเป้าเหตุอายุเยอะ ลั่นมีอะไรก็ว่ากันตามกฎหมายวันที่ 5 มิ.ย. 2569 นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของ “ระบบอากง” ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ในระบบผู้ว่าฯ เราไม่มี “ระบบอากง” เมื่อถามว่า หลังจากนี้ จะมีการดำเนินคดีหรือไม่ นายต่อศักดิ์ บอกว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่ นายต่อศักดิ์ บอกว่า ต้องเอาความจริงมาพูดอย่างเดียว เมื่อถามว่าการออกมาพูดในช่วงเวลานี้ ถือเป็นการโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายต่อศักดิ์ บอกว่า “ก็คงเป็นแบบนั้น”เมื่อถามย้ำว่า รู้สึกกังวลใจหรือไม่ นายต่อศักดิ์ บอกว่าก็ไม่มีอะไร หากมีอะไรก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนตัวมองว่า ที่เพ่งเล็งมาที่ตนเองเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะเขาคงดูตามอายุเรามั้งเมื่อถามว่า จากโพสต์ของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่เขียนถึงการไปรวมตัวกันของ ผอ.เขต ในลักษณะคล้ายว่า ทำไม#ลื้อดูร้อน ก่อนทิ้งท้ายว่า แล้วไปอัดเสียงอากงเขาทำไมตอนสั่ง จึงถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเขาจะมีคลิปเสียง นายต่อศักดิ์ ย้ำว่า “ไม่มี” และมองว่าเป็นวิธีของเขา ผู้ว่าฯ บอกว่าให้เรานิ่งๆ…

  • ‘สมศักดิ์’ เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง ‘ส.ศิวรักษ์’ เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ

    “สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้ตามคำขอมานานเกือบ 2 ทศวรรษ ก่อนตัดสินใจเปิดเผยต่อสาธารณะ และตั้งข้อสังเกตว่าการรับฟังความเห็นของสุลักษณ์ในประเด็นมาตรา 112 ควรพิจารณาว่าพูดเพื่ออะไร6 มิถุนายน 2569 -นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมมีเรื่องนึกขึ้นได้ว่าควรจะเล่าเสียในทีนี้เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตอนนั้นกระแสไล่ทักษิณกำลังแรง สุลักษณ์ Sulak Sivaraksa ได้ขึ้นเวทีพันธมิตร และได้กล่าวหาว่าทักษิณ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ลงจากเวทีก็กล่าวหาซ้ำอีกครั้งนั้น ผมฟังด้วยความตกใจ การไม่ชอบทักษิณนั้นเรื่องหนึ่ง แต่การกล่าวหาว่าเขา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เป็นอีกเรื่อง ซึ่งผมรับไม่ได้ และไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงผมเขียนไปหาสุลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยที่ใครจะกล่าวหาใครเช่นนี้สุลักษณ์ตอบเป็นจดหมายมาว่า ตอนนี้ต้องจัดการทักษิณก่อน เสร็จแล้วค่อยว่ากันทั้งยังขอให้ผมเก็บเรื่องจดหมายนี้ไว้ผมเก็บเรื่องไว้เกือบ 20 ปีแล้ว เห็นว่านานพอสมควรแล้ว และไหนๆทั้งผมและสุลักษณ์จะตายวันตายพรุ่งกันอยูแล้ว น่าจะเปิดเผยเรื่องนี้ได้แล้วสรุปแล้ว ผมเห็นว่าเรื่อง 112 นั้น…

  • ส่วย ‘รถสูบส้วม’ ยัน ‘เก้าอี้ผอ.เขต’ คริส เปิดผัง ‘ระบบอากง’ จี้ ชัชชาติ รับผิดชอบ

    ”คริส“ เปิดหลักฐานแฉ “ระบบอากง” ผู้ว่าฯเงา รัน กทม.หลังฉาก โยงแต่งตั้ง ผอ.เขต-เรียกเก็บผลประโยชน์ในสำนักงานเขต พร้อมปล่อยคลิปเสียงต่างด้าวจ่าย 2พันแลกขายของ-จ่าย 5หมื่นแลกใบอนุญาต“ บอก ”ชัชชาติ“ ต้องเด็ดขาดไล่ระบบอากงออกจาก กทม.วันที่ 6 มิ.ย.69 เวลา 10.00น. ณ อาคาร M Group นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดหลักฐาน ปฏิบัติการ ทุบ! ระบอบอากง เปิดแผลทุจริต กทม. โดยระบุว่า ระบบอากง เป็นเครือข่ายอำนาจภายในกรุงเทพมหานครที่เชื่อมโยงกับหลายสายงาน ทั้งโยธา ตลาด สภากทม. งบประมาณ และบริษัทรับงานต่าง ๆ จนเปรียบเสมือนมีบุคคลบางกลุ่มเป็นผู้รันการบริหารงานของ กทม.อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเพียงผู้ลงนามในทางเอกสารเป็นเะียงผู้ว่าฯเงา เท่านั้นคริส โปตระนันทน์นายคริส กล่าวว่า วันนี้ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า แท้จริงแล้วใครเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ระหว่างผู้ว่าฯ กทม. หรือ “อากง” ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา…

  • อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. ‘คดีศักดิ์สยาม’ บททดสอบนิติรัฐไทย

    อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมจับตาบทบาทประธานรัฐสภาในการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป6 มิถุนายน 2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อเรื่อง “ศักดิ์สยาม ป.ป.ช. และประธานรัฐสภา: บททดสอบใหม่ของหลักนิติรัฐไทย” มีเหนือหาดังนี้วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญหน้าใหม่ของการเมืองไทย เมื่อผู้นำฝ่ายค้านแท็กทีมสมาชิกรัฐสภา เข้าชื่อยื่นคำร้องครั้งประวัติศาสตร์ต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) เพื่อส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกา ให้แต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งชุดรวม 13 ราย (ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งและพ้นตำแหน่งไปแล้วไม่เกิน 5 ปีตามกฎหมาย พ.ร.ป. คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 53 และ 59) กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ…

  • เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม ‘กำลังพล’ เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

    5 มิถุนายน 2569 – กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย มาตรการควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร มี 4 ข้อดังต่อไปนี้1.การเผยแพร่ข้อมูลห้าม กำลังพลทุกนายเป็นเหล่งข่าวให้บุคคลภายนอก งดให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น เผยแพร่ ภาพถ่าย เอกสารและรายละเอียดการปฏิบัติงาน ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์และการปฏิบัติงานของหน่วย2.การประสานกับภายนอกหากจำเป็นต้องแจ้งหน่วยงานภายนอกให้แจ้งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น งดแชร์ ข้อความ รูปภาพ เหตุการณ์ และข้อมูลการปฏิบัติงานที่สำคัญ ส่วนการให้ข้อมูลข่าวสารกับสื่อมวลชนและบุคคลภายนอก ให้เป็นความรับผิดชอบของทีมโฆษกหน่วยและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นตั้งแต่ระดับ ผบ.กองกำลัง ขึ้นไปเท่านั้น3.ข้อมูลที่ห้ามเปิดเผยห้ามนำเสนอภาพถ่าย หรือข้อมูลที่ตังฐานปฏิบัติการแนวการวางกำลัง และการปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ ห้ามเผยแพร่ ทั้งก่อน ระหว่างและภายหลัง การปฏิบัติการส่งข้อมูลทางราชการที่มีขั้น "ความลับ" ผ่านสื่อออนไลน์ ต้องเข้ารหัสไฟล์ทุกครั้ง4.การรายงานเหตุการณ์หากยังพิสูจน์ทราบรายละเอียดไม่ชัดเจนให้รายงานขั้นต้น เฉพาะเวลาและลักษณะเหตุการณ์ โดยให้ถูกต้องมากที่สุด เมื่อพิสูจน์ทราบชัดเจนแล้ว ให้รายงานครบองค์ประกอบ ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร/ทำไม การรายงานตำบลกระสุนตกหรือตำบลระเบิดในพื้นที่ฐานฯ ต้องมีหลักฐานชัดเจนเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดข้อเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลอย่างใกล้ชิดและเคร่งครัด ให้ยึดถือระเบียบ กห. ว่าด้วยการให้ข่าวและบริการ ข่าวสารของทางการ พ.ศ.2530…

  • ‘ช่อพรรณิการ์’ แจงปมโกหก-ใส่ร้าย ‘ชัชชาติ’

    “พรรณิการ์ วานิช” ออกโรงชี้แจงหลังถูกวิจารณ์ว่าโกหกและใส่ร้าย “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” กรณีพูดถึงความยากลำบากในการติดป้ายหาเสียงของทีมพรรคประชาชน ยืนยันไม่ได้กล่าวโทษผู้ว่าฯ กทม. พร้อมยกตัวอย่างการขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้รับอนุญาต สะท้อนข้อจำกัดที่พรรคเผชิญมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่6 มิถุนายน 2569 – นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า ดิฉันพูดในรายการเฟรนด์ทอล์ก ว่าได้รับทราบถึงความยากลำบากของทีมกทม. พรรคประชาชน ในการติดป้ายโฆษณาหาเสียงในช่องทางสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเป็นประเด็นบานปลายว่าดิฉันโกหก ใส่ร้าย อ.ชัชชาติฟังในคลิปให้ดีนะคะ"ที่อ.ชัชชาติไปติดป้าย ติดประตูลิฟต์ BTS ต่างๆ นานา เกิน 80% ทีมงานพรรคประชาชนติดต่อไปแล้ว แต่ไม่ได้"ซึ่งในคลิปยังย้ำด้วยว่าไม่ใช่ความผิดอ.ชัชชาติ เพราะเอกชนเขาจะขายหรือไม่ขายใครก็ได้และที่ข้องใจมากคือ ทีมอ.โจ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่สวนเบญจกิติในการเปิดตัว แต่ทีม สก. คนทำงานกลับได้ใช้สถานที่เดียวกัน คือโกดังโรงงานยาสูบ ในสวนเบญฯตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ การหาสถานที่จัดงานเป็นเรื่องยากเสมอ กทม. และพื้นที่ราชการมักไม่ให้พรรคการเมืองใช้สถานที่ เอกชนส่วนใหญ่เกรงใจหน่วยงานราชการ หรือรัฐบาล จึงมักไม่สะดวกใจที่จะเกี่ยวข้องกับพรรคเรา แต่ก็มีบางที่ที่ให้บริการแบบ professional คือใครมีเงินมาเช่าพื้นที่ก็รับหมด จึงสังเกตได้ว่าพรรคเราจัดงานในสถานที่ซ้ำๆ กันไม่กี่ที่เท่านั้น หรือจัดที่พรรค ซึ่งประหยัดงบประมาณ และตัดปัญหาเรื่องการขอใช้พื้นที่จากเอกชน/ราชการ

  • ‘ค.ควาย’ เดินเข้าคอก

    เป็นความรู้ใหม่ของผมเลยนะเนี่ย….ที่ได้จาก "กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์เขมร" ชนิดสดๆ ร้อนๆ ว่าบันไดที่ “พวกโจรเขมร” พาดขึ้นบ้านเรา ที่ปราสาทคนาเรียกว่า “มรดกทางวัฒนธรรม”!?ทำเอาผมเงี้ย..ขรรรรมกลิ้งไปเลยเรื่องนี้ สืบเนื่องจาก “กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์เขมร” แถลงประท้วงไทย เมื่อวานว่าบันไดดังกล่าวที่ “ปราสาทคนา” สร้างขึ้นในปี ๒๕๖๐ จำนวน ๑,๑๘๑ ขั้น ยาว ๓๒๕ เมตร (เพื่อปีนขึ้นปราสาทคนา-เปลว)ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และปรับปรุงการเข้าถึงของผู้เยือนปราสาท นักวิจัย และชุมชนท้องถิ่นการรื้อทำลายดังกล่าว เป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างกว้างขวางที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพในพื้นที่และบ่อนทำลายหลักฐานที่แสดงถึงการบริหารพื้นที่มาอย่างยาวนานของกัมพูชานอกจากนี้…..ยังได้ประท้วงแผนการของไทยที่จะเปิด “ปราสาทตาควาย” ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในวันที่ ๖-๗ มิ.ย.ซึ่งมีการจำหน่ายตั๋วและการจัดงานพิธีต่างๆโดยเคลมว่า “ปราสาทตาควาย” และ “ปราสาทคนา" ตั้งอยู่ในดินแดนอธิปไตยของเขมร!?ช่างสมกับชื่อประเทศ CLAIMBODIA ซะจริงๆ!เรื่องนี้ เป็นมายังไง ให้ผมเล่าก็คงสะเปะ-สะปะเอาที่ “กองทัพภาคที่ ๒” ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง “บันไดโจรเป็นมรดกทางวัฒนธรรม” มาให้อ่านเลยดีกว่า เพราะ ชัด-ครบ-จบที่เดียว…………………………………….“กองทัพภาคที่ ๒”ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฏ “คลิปวิดีโอ” ทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณ “บันไดทางขึ้นด้านล่าง” ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ตามที่ได้ปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่า…

  • กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ทักษิณ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบ

    กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ‘ทักษิณ’ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบตามที่กรมสรรพากรได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากร จากนายทักษิณ ชินวัตร ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 วินิจฉัยว่าการประเมินของเจ้าพนักงานชอบด้วยกฎหมาย คดีจึงเป็นที่ยุติและมีผลทำให้หนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุดนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ชินวัตร ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรอย่างไรก็ตาม จนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เป็นคดีล้มละลายต่อไป โดยได้ดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสรรพากร ไล่บี้ภาษี ทักษิณ ขู่ฟ้องล้มละลายหากตามเงินได้ไม่ครบติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th