Category: การเมือง
-
‘ซาบีดา’ รมว.วัฒนธรรม ลาออก สส.เลื่อน ‘นิกร จำนง’ ขึ้นมาเป็นแทน
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2569โดยประกาศให้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของ พรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 5 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้นบัดนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ สิ้นสุดลง ตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้ชื่อในลำดับถับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นายนิกร จำนง ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 20…
-
‘ลวรณ’ ไม่เซ็นใบลาออก ‘กุลยา’ อธิบดีสรรพากร ให้กลับไปทบทวนใหม่
"ลวรณ" ปลัดคลัง ไม่เซ็นใบลาออก "กุลยา ตันติเตมิท" อธิบดีสรรพากร ให้กลับไปทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกครั้งรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยคาดว่าจะมีผลวันที่ 1 พ.ค. 2569อย่างไรก็ดี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยังไม่ได้เซ็นอนุมัติการลวออกดังกล่าว และมอบหมายให้นางสาวกุลยากลับไปทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกครั้งผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดสินใจลาออกของอธิบดีกรมสรรพากรครั้งนี้ เนื่องจากการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 2568 ครม.ได้มีมติโยกย้ายจากอธิบดีกรมสรรพสามิต ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร มีผลวันที่ 1 ต.ค. 2568กุลยา ตันติเตมิทหลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีมติโยกย้ายข้าราชการระดับสูงอีกระลอก ส่งผลให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 ให้นางสาวกุลยาพ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร และมาดูแลกรมสรรพากรก่อนหน้านี้ วงในกระทรวงคาดการณ์ว่า การโยกย้ายให้มาคุมกรมสรรพากร ซึ่งเป็นกรมสำคัญ ถือเป็นการวางตัวเพื่อให้เรียนรู้งานภาพรวมเพื่อเตรียมพร้อมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังต่อไปสำหรับ ดร. กุลยา นับเป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลัง โดยเติบโตในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สายงานเศรษฐกิจมหภาค…
-
“นิกร จำนง” ปลื้ม! นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย หลัง “ซาบีดา” ลาออก
“นิกร จำนง” ปลื้ม! นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย หลัง “ซาบีดา” ลาออกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 นายนิกร จำนง ว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้รับทราบข่าวดีใหญ่ยิ่ง นั่นคือการที่ท่านรัฐมนตรีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 5ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้นได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน เนื่องจากท่านต้องการเตรียมพร้อมเข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมโดยพลันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส. ของท่านรัฐมนตรีซาบีดา ไทยเศรษฐ์ สิ้นสุดลง ตามมาตรา 100(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งท่านเองยังกรุณาโทรแจ้งตนเองให้ทราบด้วยซึ่งต้องขอบคุณนางสาวซาบีดาไว้ในโอกาสนี้เป็นอย่างยิ่งดังนั้นตามบทบัญญัติในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นายโสภณ ซารัมย์ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทำการเร่งรัดประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 20 คือตนเอง นายนิกร จำนง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน โดยท่านประธานโสภณ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาหน้า…
-
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ลาออก สส. นิกร จำนง ขึ้นเป็น สส. ป้ายแดง
วานนี้ 3 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2569 โดยได้ประกาศให้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 5 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้นบัดนี้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ สิ้นสุดลง ตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้ชื่อในลำดับถับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย คือ นายนิกร จำนง ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 20 เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนประกาศ…
-
หมอวรงค์ มาตอบ ปิยบุตร แล้ว!! หลังเจอยิงคำถามตรง!
นพ.วรงค์ ตอบปิยบุตร หลังเรียกร้องให้ สส.ไทยภักดี ตรวจสอบงบสถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหน.พรรคไทยภักดี โพสต์ ระบุว่า…ถึงนายปิยบุตรตามที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ ส.ส.ไทยภักดี ตรวจสอบงบสถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพบ้าง เอาให้ได้สักเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ และผู้ช่วย ส.ส. โดยอ้างว่ามาจากภาษีประชาชนเหมือนกันผมอยากจะบอกนายปิยบุตรว่า คุณรู้ไหมว่าการตรวจสอบที่มีคุณค่าที่สุด คือการตรวจสอบตัวเองให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่นการที่ผมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของ ส.ส. และ ส.ว. ผมเชื่อว่าจะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. สะอาด โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากประชาชนพรรคการเมืองก็จะเข้มแข็ง และเมื่อไปตรวจสอบองค์กรอื่น ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เอาแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พวกเราเองยังโกงประชาชนอยู่เลย#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
น้ำมันมีขา?? ต้องมีคนรับผิดชอบ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร คือการปล้นประชาชน!!
ทัศนีย์ จี้ ถ้าหาคนผิดไม่ได้ รัฐบาลควรรับผิดชอบไหม?ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน จากกรณี รัฐบาลแถลงข่าว โดยระบุมีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร มีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่คลังน้ำมัน 6 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยวล่าสุด น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า…"น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร คือการปล้นประเทศ ปล้นประชาชน ถ้าหาคนผิดไม่ได้ รัฐบาลควรรับผิดชอบไหม? น้ำมันเดินเองไม่ได้"#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
เดือด! ลากไส้ขบวนการลักลอบน้ำมันข้ามแดน รัฐบาลจะเอาอยู่หรือแค่ไฟไหม้ฟาง?
นอกจากการประณามแล้ว เชื่อว่าสังคมคงต้องการคำตอบ ขบวนการนำน้ำมันลักลอบไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่ความต้องการของประเทศ บางครั้งยังไม่เพียงพอ ดังนั้นคงต้องรอกระบวนการตรวจสอบของรัฐบาล จะใช้ศักยภาพสาวลึกถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้มากแค่ไหนเรื่องราคาน้ำมันถือเป็นปมร้อน ที่กระทบเสถียรภาพของรัฐบาลมากที่สุดในเวลานี้ มีการปรับขึ้นราคาแบบต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 ลง 3.51 บาทต่อลิตร จากเดิม 17.78 บาทต่อลิตร เป็น 14.27 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B20 ลดการชดเชยอัตรา 3.48 บาทต่อลิตร จากเดิม 20.12 บาทต่อลิตร เป็น 16.64 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท โดยน้ำมันดีเซล B7 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 47.74 บาทต่อลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล B20 เป็น 42.74 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับขึ้นราคาดีเซลที่…
-
“ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่” ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานท่ามกลางวิกฤตโลก
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและผันผวนอย่างรุนแรง นานาประเทศทั่วโลกไม่ได้เพียงแค่บริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังยกระดับ “มาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น” ให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและช่วยให้ประเทศอยู่รอดกลยุทธ์"ปรับเล็กเพื่อเปลี่ยนใหญ่"หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งประเทศจะส่งผลต่อภาพรวมมหาศาล ช่วยลดความต้องการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศ (Total Energy Demand) และลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาสูงทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศในภาคการผลิตไฟฟ้า การลดใช้พลังงานในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง (พีก) จะช่วยให้ระบบไม่ต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงราคาแพงที่สุด ส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร(เอฟที) ในภาพรวมลดลง และเป็นประโยชน์ต่อกระเป๋าสตางค์ของประชาชนทุกคนถอดบทเรียน3 ประเทศ มาตรการเข้มเพื่อความอยู่รอดเมื่อมองไปที่เพื่อนบ้านและประเทศชั้นนำ เราจะเห็นการปรับตัวที่น่าสนใจเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ อาทิเกาหลีใต้ ปรับวิถีชีวิตเพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงของวัน (Peak Load) ซึ่งครอบคลุมทั้งหน่วยงานราชการและภาคครัวเรือน เช่น การรณรงค์ให้ลดเวลาอาบน้ำอุ่น เพื่อประหยัดก๊าซฯ งดชาร์จโทรศัพท์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงกลางคืน กำหนดให้รถยนต์ราชการหยุดวิ่ง 1 วันต่อสัปดาห์ตามเลขทะเบียน รวมถึงขอความร่วมมือจาก 50 บริษัทใหญ่ที่ใช้พลังงานสูงสุดให้ลดการใช้พลังงานลงอย่างจริงจังปากีสถาน มาตรการเข้มงวดในหน่วยงานรัฐ เน้นการลดการใช้พลังงานในภาคขนส่งและสำนักงานอย่างชัดเจน โดยสั่ง ลดการใช้รถยนต์ราชการถึง60% และปรับลดโควตาเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่ง พร้อมบังคับใช้การทำงานจากที่พัก (WFH) 50% และเปิดที่ทำการรัฐเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันในภาพรวมและ ฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน มีการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติเป็นเวลา 1…
-
ไม่มีข้อยกเว้น!! ‘อนุทิน’ สั่งกอ.รมน. เร่งสอบข้อเท็จจริง คดีรถราชการถูกใช้ไปยิงส.ส.
‘อนุทิน’ สั่ง เลขา กอ.รมน. เร่งคลี่คลายคดี ยิงส.ส.ประชาชาติ หลังถูกโยงรถ กอ.รมน.ก่อเหตุ ยันอยู่ระหว่างการตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. กล่าวถึงกรณีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.พรรคประชาชาติ (ปช.) จ.นราธิวาส ถูกระบุว่า รถก่อเหตุสังกัด กอ.รมน.ว่า ภายหลังเกิดเหตุกล่าว ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง กอ.รมน. หน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เร่งติดตามสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการทำงานเชิงรุก และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในส่วนของประเด็นที่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดย กอ.รมน.ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้องเป็นสำคัญ หากพบว่ามีการใช้ทรัพยากรของทางราชการโดยไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีข้อยกเว้น“ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการผ่านพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ กอ.รมน. ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องบูรณาการการปฏิบัติอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว กอ.รมน. ขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน…
-
“รุทธพล” แฉพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว
“พล.ต.ท.รุทธพล” แฉพิรุธขนส่งสุราษฎร์ฯ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ยันโรงกลั่นไม่เกี่ยว สั่ง “DSI” รับเป็นคดีพิเศษแล้วที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แถลงว่า จากนโยบายนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ทำการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ1. ดำเนินการจากปลายทาง คือ สถานีน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง เข้าไปทำการตรวจสอบต่อเนื่องมาถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน2. มอบกรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการตรวจสอบจากต้นทาง คือ ตั้งแต่โรงกลั่นมาคลังน้ำมัน เมื่อเอาข้อมูลมาชนกัน ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินการในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบการกระทำผิดและมีการจับกุมจำนวนหลายราย เช่น ในส่วนของพื้นที่ จ.อ่างทอง,อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และตรวจพบการกระทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบทางต้นทาง ตนขอยกเคสการดำเนินการที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง มีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่คลังน้ำมัน 6 แห่ง…