Category: การเมือง

  • กกต. เปิดตัวเลขเงินบริจาค 17 พรรคการเมือง อึ้ง! เพื่อไทยได้หมื่นเดียว

    วันที่ 21 ม.ค. 69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สรุปยอดเงินบริจาคให้พรรคการเมือง ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 จำนวน 17 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมืองที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป จำนวน 222 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 82,020,680.81 บาท ดังนี้พบว่าพรรคที่ได้รับเงินบริจาคสูงสุด ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย จำนวน 58,000,000 บาท จากผู้บริจาค 109 ราย รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 6,140,000 บาท พรรคไทยก้าวใหม่ 5,400,000 บาท และพรรคพลังประชารัฐ 4,645,000 บาทขณะที่พรรคประชาชน ได้รับ 1,486,500 บาท พร้อมทรัพย์สินมูลค่า 22,800 บาท ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้รับเพียง 10,000 บาท จากผู้บริจาค 1 ราย และพรรคอื่น ๆ…

  • เกินคาดมาก! โพลพระปกเกล้า เผยผลสำรวจล่าสุด คนที่อยากให้เป็นนายกฯมากที่สุด

    วันที่ 21 มกราคม 2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน ผ่านการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 05 Special เพื่อสะท้อนมุมมอง ความรู้สึก และความคาดหวังของประชาชนต่อผู้นำทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งปี 2569วันที่ 21 มกราคม 2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน ผ่านการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 05 Special เพื่อสะท้อนมุมมอง ความรู้สึก และความคาดหวังของประชาชนต่อผู้นำทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งปี 2569การสำรวจดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 มกราคม…

  • งามไส้! เพจดังแฉคลิป ชาวบ้านสุโขทัย โวย “จ้างฟังปราศรัย” 100 เดียวมันน้อยไป

    เฟซบุ๊ก เพจ ท่านเปา แฉคลิปเสียง บทสนทนาลับ เผยพฤติการณ์โกงเลือกตั้ง หัวคะแนนเกณฑ์คนฟังปราศรัยแลกเงิน ต้องเซ็นชื่อ-โชว์บัตรประชาชน แต่ชาวบ้านข้องใจทำไมจ่ายน้อยแฉคลิปเสียงสุโขทัย แจกตังค์ฟังปราศรัยหัวละร้อย ร้อง กกต. ช่วยเคลียร์เงินมันน้อยไป เฟซบุ๊ก เพจ “ท่านเปา” ได้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมส่อทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยโพสต์ข้อความระบุว่า“ฝากถึง กกต.สุโขทัย ชาวบ้านโวย ถูกชักชวนมาฟังปราศรัยเมื่อวาน แต่ได้แค่หนึ่งร้อยบาท…มันน้อยเกินไป ขอความเป็นธรรม !”ประเด็นที่น่าตกใจไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่คือการที่ชาวบ้านออกมาร้องเรียนเพราะรู้สึกว่า “เงินที่ได้น้อยเกินไป” ไม่คุ้มค่าเวลาที่เสียไปภาพจาก : ท่านเปาภายในคลิปวิดีโอความยาวกว่า 1 นาที ปรากฏเสียงบทสนทนาระหว่างชาวบ้านสองคน ที่ยืนยันถึงพฤติการณ์การขนคนไปฟังปราศรัยและมีการแจกเงินกันอย่างโจ๋งครึ่ม โดยมีใจความสำคัญดังนี้ชาวบ้านในคลิปยืนยันว่า “เขามาแจกตังค์” โดยแจกกันสดๆ ในพื้นที่จัดปราศรัย (บ้านหลังหนึ่ง) ทันทีที่ฟังจบ ผู้ที่ไปฟังจะต้อง “ยื่นบัตรประชาชน” และ “เซ็นชื่อ” กับคนที่มีหน้าที่จดบันทึก ถึงจะได้รับเงิน ชาวบ้านเล่าว่าเห็นรถกระบะ 2 คันขับเข้ามา และตนเองก็ยืนดูอยู่ว่าใครลงมาจากรถบ้างทางด้านแอดมินเพจท่านเปา ได้คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดว่า “อย่ายอม จ้างไปนั่งฟังปราศรัย ต้องได้ชั่วโมงละ 500 บาท…

  • ด่วน! ภูมิธรรม-ทวี รอด ศาล รธน.ชี้ ไม่ได้แทรกแซง คดีฮั้ว สว.

    รอดแล้ว ภูมิธรรม-ทวี ศาล รธน.ชี้ ไม่ได้แทรกแซง คดีฮั้ว สว.เวลา 15.00 น. วันที่ 21 ม.ค.2569 ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยกรณีประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ไม่มีความผิด ฐานไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

  • ด่วน !! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ภูมิธรรม-ทวี ไม่แทรกแซงคดีฮั้วสว. ไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

    ด่วน !! ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ภูมิธรรม-ทวี ไม่แทรกแซงคดีฮั้วสว.วันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา กรณีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่จากกรณีสมาชิกวุฒิสภาเข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) โดยกล่าวอ้างว่า การที่ผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรมทั้งนี้แม้…

  • กต.ไทย ยอมรับไม่ได้ สื่อเขมรเผยแพร่เนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์

    กระทรวงต่างประเทศไทย รับไม่ได้ สื่อเขมรเผยแพร่เนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดึงสถาบันมาเกี่ยวโยงกับเรื่องรัฐบาลทั้งสองชาติเพจเฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงระบุว่า “ต่อจดหมายเปิดผนึกในสื่อกัมพูชาที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กระทรวงต่างประเทศเห็นว่าเป็นสิ่งไม่สมควรและไม่สามารถยอมรับได้”โดยนาย นิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แถลงพัฒนาการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาใช้ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังพบการละเมิด Joint Statement จากฝ่ายกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม เช่น ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้หยิบยกกรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในบริบทการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement ข้อ 6 ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นล่าสุดปรากฏรายงานข่าวในสื่อกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จากสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติราชการอยู่ที่การประชุม World Economic Forum…

  • “วิรังรอง” ร้อง “ศาลปกครอง” สั่งให้วันออกเสียประชามติ 8 ก.พ. เป็นโมฆะ ชี้กระบวนการกำหนดวัน ขัดรธน.

    ">วันที่ 21 ม.ค.69 นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองได้โปรดมีคำสั่งเพิกถอน "ประกาศของคณะรัฐมนตรี และ กกต." ที่กำหนดให้มีการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ให้เป็นโมฆะโดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากขณะนี้ใกล้วันทำประชามติ หากปล่อยให้มีการดำเนินการต่อไปตามประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่มิอาจแก้ไขได้ภายหลัง เพื่อคุ้มครองหลักนิติธรรมของรัฐ และสิทธิของข้าพเจ้าที่ถูกลิดรอน ตลอดจนลดภาระด้านงบประมาณของแผ่นดินซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ ข้าพเจ้าขอให้ศาลได้โปรดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดทั้งนี้ได้แนบหนังสือร้องเรียนเนื้อความอ้างในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ ขอร้องเรียนศาลว่า การกระทำของหน่วยงานรัฐ คือรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และ กกต. ในกระบวนการจัดทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 2569 เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของข้าพเจ้าและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีกระบวนการ การปฏิบัติและขั้นตอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2564 โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้1.กระบวนการเสนอญัตติและลงมติมิชอบด้วยขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และข้อบังคับการประชุมสภา ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การกำหนดวันที่ให้มีการออกเสียงประชามติไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ผลกระทบความเสียหายต่อรัฐและละเมิดสิทธิเสรีภาพอ้างว่าการจัดทำประชามติโดยมิชอบด้วยกฎหมายและกระบวนการ โดยเฉพาะการไม่ปฏิบัติตามกรอบระยะเวลา ขั้นต่ำ 60วัน ตามที่ พ.ร.บ. ประชามติฯ…

  • ‘คปท.’ ข้องใจ ‘ราชทัณฑ์’ หลับตาข้างหนึ่ง จัดชั้นนักโทษให้ ‘ทักษิณ’ เลื่อนชั้น ได้รับสิทธิ์พักโทษ

    21 ม.ค. 2569- นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่ายุติธรรมหลับตาข้างหนึ่งมีกระแสข่าวเรื่องการพักโทษ ทักษิณ ชินวัตร ที่จะเข้าเงื่อนไขจำคุก 2 ใน 3วันนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวัตน์ รมว.ยุติธรรม ก็บอกว่า "เป็นไปตามกฎหมาย"นั้นเห็นจะเป็นการหลับตาข้างหนึ่งในการอธิบายหลักเกณห์หนึ่งที่จะได้รับการพักโทษคือ ต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไปชั้นของนักโทษมี 6 ชั้น1.ชั้นเยี่ยม2.ชั้นดีมาก3.ชั้นดี4.ชั้นกลาง5.ชั้นต้องปรับปรุง (เดิมคือชั้น เลว)6.ชั้นต้องปรับปรุงมาก (ชั้นเลวมาก)นักโทษแรกรับจะอยู่ ชั้นกลางนักโทษจะได้รับการพักโทษต้อง ชั้นดี ขึ้นไปวันนี้กรมราชทัณฑ์และ กระทรวงยุติธรรม หลับตาอธิบายว่าเป็นไปตามกฎหมาย 2ใน 3 โดยไม่ดูประเด็นอื่น1.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ควรอยูในชั้นนักโทษชั้นกลาง ตั้งแต่ถูกศาลฎีกาฯสั่งให้กลับมาติดคุก2.ทักษิณ ชินวัตร กระทำผิดการกักขังในเรือนจำในครั้งแรกด้วยการร่วมกันแกล้งป่วยทิพย์ดังนั้นเมื่อถูกศาลสั่งให้กลับมารับโทษใหม่ นั่นแสดงว่าการรับโทษครั้งแรกนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายชั้นของนักโทษอย่างทักษิณ ชินวัตร ในการกลับมารับโทษจึงต้องอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง (เลว)ความผิดของกรมราชทัณฑ์คือ ไปจัดชั้นนักโทษให้ ทักษิณ ชินวัตร เป็นชั้นกลางเมื่อแรกรับครั้งที่ 2 และคงได้เลื่อนชั้นจนถึงชั้นดี จึงจะได้รับสิทธิ์พักโทษ 2 ใน 3แต่ถ้ากรมราชทัณฑ์แรกรับจัดชั้นนักโทษ ทักษิณ ชินวัตร…

  • กระจ่างเเล้ว! ใครกันเเน่เป็นเจ้าของ ปราสาทตาเมือนธม ที่เเท้จริง

    เมื่อวัที่ 20 มกราคม 2569 มีรายงานว่า นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยเมื่อวัที่ 20 มกราคม 2569 มีรายงานว่า นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนทั้งนี้ ในวันที่ 17 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 157,644 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,206 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,206 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 43 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 เรื่อง…

  • ปั่นสส.โยงเทา‘เขย่าสมการ’ จังหวะ‘2รมต.’ขยี้แผล-‘น้ำเงิน’สร้างแต้มต่อ

    โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง 2569 บรรยากาศการเมืองยิ่งทวีความดุเดือด สารพัดวิชาที่ถูกปล่อยออกมาในเวลานี้ ท่ามกลางดีลลับ-ดีลลวง ที่อาจส่งผล ถึงเกมชิงอำนาจ บนกระดานการเมืองหลังวันที่ 8 ก.พ.โดยเฉพาะแคมเปญหาเสียง ประกาศสงครามทุนเทาทุกรูปแบบ มีความเคลื่อนไหวบรรดาพรรคการเมือง ต่างฝ่ายต่างหยิบมาเป็นประเด็น “ชิงแต้ม-ชิงกระแส”ไม่ว่าจะเป็น “พรรคฟ้า” ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรรคตัวแปรสมการ ประกาศวาระการเมืองสุจริต จับมือทุกพรรค ยกเว้นพรรคที่มีรัฐมนตรี หรือสส.เชื่อมโยงธุรกิจสีเทาหรือแม้แต่ “พรรคส้ม” ที่ชูแคมเปญหาเสียง“มีส้ม ไม่มีเทา” แต่ช่วงที่ผ่านมา กลับเผชิญวิบากในเรื่องสีเทา ที่ย้อนศรกลับมาเขย่าส้มทั้งกรณีตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เข้าจับกุม “รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ” ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิด ฐานฟอกเงินจนกระทั่งต่อมา “คนใน” พรรคส้ม อย่าง พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 สามี “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 จะออกมาเปิดข้อมูลด้วยตัวเองว่า…