Category: ต่างประเทศ
-
คลิปสลด เทศกาลข่มขืนหมู่ ชายหลายสิบรุมสาวกลางวันแสกๆ เหยื่อกรีดร้องเวทนา
โลกประณาม เทศกาลข่มขืน ไนจีเรีย ชายฉกรรจ์รุมผู้หญิงกลางวันแสกๆ ตำรวจเร่งจับกุมผู้ต้องหาขณะผู้นำท้องถิ่นอ้างคนนอกสร้างเรื่องเสื่อมเสียแฉคลิปวิดีโอความรุนแรงจากเทศกาลในภาคใต้ของประเทศไนจีเรีย หลังแพร่ไปสร้างความโกรธแค้นไปทั่วโลก เผยให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งไล่กวดผู้หญิงตามท้องถนน ก่อนจะรุมล้อม กระชากเสื้อผ้า ล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อกลางวันแสกๆเหตุเกิดขึ้นในงานเทศกาลความเชื่อ อาลูเอ-โด (Alue-Do) ที่จัดขึ้นในเมืองโอโซโร รัฐเดลตา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาหลายรายแล้ว ในคลิปที่แพร่กระจายบนโลกโซเชียลมีกลุ่มคนจำนวนมากยืนดูผู้หญิงที่พยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เมื่อกลุ่มชายล้อมเหยื่อได้ก็รุมลวนลามพร้อมส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนานกลุ่มชายฉกรรจ์รวมถึงเด็กชายรวมกลุ่มข่มขืนผู้หญิงหลายจุดทั่วบริเวณงาน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้เสียหายหลายรายเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวและฟื้นฟูสภาพจิตใจโฆษกตำรวจรัฐเดลตา ไบร์ท เอดาเฟ ให้ข้อมูลว่าตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคน หนึ่งในนั้นเป็นผู้นำชุมชนและชายหนุ่มอีก 4 คนที่ปรากฏในวิดีโอ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเดลตามีคำสั่งย้ายผู้ต้องหาทั้งหมดไปยังแผนกสืบสวนอาชญากรรมทันทีเพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเอเซอูโก อิโจมา โรสแมรี นักศึกษาซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อเล่านาทีโหดร้ายว่า หลังจากลงจากรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มชายก็ตะโกนบอกให้จับตัวเธอไว้ก่อนจะรุมเข้ามาเหมือนฝูงแร้งทึ้ง พวกเขาฉีกทิ้้งเสื้อผ้าจนเธอเปลือยกาย ลวนลามหน้าอกและร่างกายทุกส่วนท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แม้จะมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยในภายหลังแต่เธอยังคงขวัญผวา ไม่กล้ากลับไปเรียนด้านผู้นำชุมชนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาข่มขืน อ้างว่าผู้คนเข้าใจผิด พวกเขาอธิบายว่าเทศกาลนี้เป็นพิธีกรรมโบราณเพื่อขอพรเรื่องบุตร การลากหรือสาดทรายใส่กันเป็นเพียงสัญลักษณ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาทำลายภาพลักษณ์ประเพณีอันดีงามนักสิทธิมนุษยชนให้ความเห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกลุ่มอาชญากร แต่คือความล้มเหลวของสังคมที่ปล่อยให้ความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นเรื่องปกติ การที่มีคนจำนวนมากยืนดูและถ่ายคลิปโดยไม่เข้าช่วยเหลือ แสดงถึงค่านิยมที่ผิดเพี้ยนและการมองข้ามความปลอดภัยของผู้หญิงในพื้นที่สาธารณะอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคดีโหดรัสเซีย คนงานซ้อมสาว 17 จนสลบก่อนข่มขืน ทิ้งร่างให้หมูกินทั้งเป็น อำพรางคดีสลดใจ! เด็กหญิงวิ่งลงถนน หวังจบชีวิต หนีพ่อแม่เลี้ยง ซื้อตัวมา 2 พันเพื่อทารุณ-ข่มขืนช็อกวงการ! นักแสดงตลก…
-
อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่เรือพิฆาตสหรัฐฯ ฝ่าฝืนคำเตือนเข้า “ฮอร์มุซ”
อิหร่าน ยิงขีปนาวุธใส่เรือพิฆาตของสหรัฐฯ หลังพบว่าพยายามเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่สนคำเตือนของ IRGC ซึ่งการโจมตีเกิดขึ้นหลังทรัมป์เพิ่งประกาศว่าจะช่วยเหลือเรือที่ติดค้างออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าสำนักข่าว Fars News ของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังของ IRGC ได้ยิงขีปนาวุธ 2 ลูกโจมตีเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ บริเวณใกล้เกาะ Jask Island หลังจากเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามที่แจ้งให้เรือลำนี้หยุดความพยายามที่จะเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านยังคงควบคุมอยู่สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของกองทัพอิหร่านที่ระบุว่า “จากการเตือนอย่างหนักแน่นและรวดเร็วจากกองทัพเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลาม อิหร่านได้ป้องกันไม่ให้เรือพิฆาตของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในฐานะศัตรูเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ”โดยการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “Project Freedom” ในวันนี้ (4 พฤษภาคม) เพื่อ “นำทาง” และช่วยเหลือเรือที่ติดค้างให้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งศูนย์บัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ US Central Command ระบุว่าจะสนับสนุนภารกิจดังกล่าวด้วยกำลังทหาร 15,000 นาย เครื่องบินมากกว่า 100 ลำทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงเรือรบและโดรนแต่ความพยายามดังกล่าวของสหรัฐฯ ในเวลาต่อมาอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าหากเกิดการแทรกแซงที่ช่องแคบฮอร์มุซตามคำประกาศของทรัมป์ อิหร่านจะตอบโต้กลับทางทหารและจะถือว่าข้อตกลงหยุดยิงได้สิ้นสุดลงข่าวที่เกี่ยวข้องอิหร่านเตือนหากแทรงแซงฮอร์มุซจะตอบโต้ทางทหาร หลังสหรัฐฯ จะช่วยเรือที่ติดค้างสหรัฐฯ เตรียมช่วยเหลือ เรือที่ติดค้างในฮอร์มุซ อิหร่านย้ำไม่ใช่น่านน้ำสากลสหรัฐฯ ตอบอิหร่านแล้ว เรื่องข้อเสนอยุติสงคราม"นาร์เกส โมฮัมมาดี"…
-
คลิปสยอง เครื่องบินโบอิ้ง 767 ชนรถบรรทุก ขณะลงจอด ความเร็ว 258 กม/ชม.
นาทีระทึก เครื่องบินโบอิ้ง 767 United Airlines เฉี่ยวรถบรรทุก-เสาไฟ ขณะลงจอดสนามบินนวร์ก ความเร็ว 258 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาตินวร์ก ลิเบอร์ตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ รุ่นโบอิ้ง 767 ซึ่งเดินทางมาจากเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้ากับรถบรรทุกพ่วงบนทางด่วนนิวเจอร์ซีย์ เทิร์นไพก์ ขณะกำลังร่อนลงจอดข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 เผยว่าเครื่องบินลำดังกล่าวใช้ความเร็วมากกว่า 258 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในช่วงที่บินข้ามทางด่วนซึ่งตั้งอยู่ติดกับพื้นที่สนามบิน ยางล้อรวมถึงส่วนใต้ท้องเครื่องบินกระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้ากับรถบรรทุกพ่วง แรงกระแทกส่งผลให้เสาไฟฟ้าล้มไปโดนรถจี๊ปอีกคันที่ขับอยู่ในบริเวณนั้นพอดีวอร์เรน บอร์ดลีย์ คนขับรถบรรทุกจากเมืองบัลติมอร์ เล่านาทีชีวิตขณะกำลังนำขนมปังไปส่งที่คลังสินค้าในสนามบินนวร์ก เขาได้ยินเสียงเครื่องบินดังสนั่นก่อนที่ล้อเครื่องบินจะกระแทกเข้ากับรถอย่างแรงจนกระจกแตกกระจาย บอร์ดลีย์ได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกบาดที่แขนแต่ยังมีสติพอที่จะประคองรถเข้าข้างทางได้อย่างปลอดภัย ล่าสุดเขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลท้องถิ่นกับอาการไม่รุนแรงนักแพทริก โอยูลู ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งกำลังขับรถอยู่บนทางด่วนเปิดเผยความรู้สึกว่า ตกใจมากที่เห็นเครื่องบินบินต่ำผิดปกติพร้อมกับลมพัดแรงมหาศาล เขาเห็นควันกับเศษซากกระจายไปทั่วขณะเครื่องบินพุ่งผ่านหน้ารถบรรทุกไปทางด้านสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ แจ้งว่าเที่ยวบิน 169 ลำนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 200 คนพร้อมพนักงานอีก 10 คน ทุกคนปลอดภัยดี เครื่องบินสามารถลงจอดรวมถึงเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูอาคารผู้โดยสารได้ตามปกติ ทีมช่างกำลังเข้าตรวจสอบความเสียหายของตัวเครื่อง อีกทั้งได้สั่งพักงานลูกเรือในเที่ยวบินนี้ชั่วคราวเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามมาตรฐานความปลอดภัยขณะนี้คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพร้อมเตรียมวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินกับเครื่องบันทึกข้อมูลการบินอย่างละเอียด โดยรันเวย์หมายเลข 29 ที่เครื่องบินลงจอดนั้นมีจุดเริ่มต้นห่างจากขอบทางด่วนไม่ถึง 400…
-
น่ากลัวมาก! สาวเข้าเครื่อง MRI กลับมี อุปกรณ์โลหะ ในร่าง ถูกแรงดูดมหาศาล หวิดเสียชีวิต อาการสาหัส (ข่าว ตปท.)
เรื่องราวชวนช็อกนี้มีที่มาจาก สำนักข่าวต่างประเทศ Mirror ได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงในวงการแพทย์ เมื่อหญิงสาววัย 22 ปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง หลังเข้าเครื่องตรวจ MRIเรื่องราวชวนช็อกนี้มีที่มาจาก สำนักข่าวต่างประเทศ Mirror ได้มีการรายงานเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงในวงการแพทย์ เมื่อหญิงสาววัย 22 ปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง หลังเข้าเครื่องตรวจ MRI โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามี อุปกรณ์โลหะ ฝังอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากแรงแม่เหล็กมหาศาลของเครื่องตามการรายงาน ระบุว่า ก่อนเข้ารับการตรวจ หญิงสาวรายนี้ได้สอดอุปกรณ์ทางเพศชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่า butt plug ไว้ในร่างกาย โดยเข้าใจผิดว่า อุปกรณ์ดังกล่าวทำจากซิลิโคนล้วน และไม่มีส่วนประกอบของโลหะ ทว่าในความเป็นจริง เซ็กซ์ทอยชิ้นนี้มีแกนโลหะอยู่ภายในที่เธอไม่รู้เมื่อเข้าสู่การตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งใช้สนามแม่เหล็กกำลังสูง อุปกรณ์ดังกล่าวจึงเกิดปฏิกิริยาทันที แรงดูดมหาศาลได้ดึงเซ็กซ์ทอยจากบริเวณทวารหนักเคลื่อนผ่านภายในร่างกาย สร้างความเสียหายรุนแรงจนหญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยอุปกรณ์ดังกล่าวถูกแรงดูดดึงทะลุร่างกายเข้าไปในช่องอก ทำให้บาดเจ็บหลายจุดทางด้าน กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ได้มีการรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า ผู้ป่วยผ่านการคัดกรองก่อนเข้า MRI แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า มีอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในร่างกาย หลังการตรวจเสร็จสิ้นและเจ้าหน้าที่กำลังเลื่อนเตียงออกมา ก็ได้ยินผู้ป่วยกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงหญิงสาว แจ้งว่า มีอาการคลื่นไส้…
-
ด่วน!! เรือบรรทุกน้ำมันไม่ทราบสัญชาติ โดนวัตถุปริศนาโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
4 พฤษภา๕ม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations Centre) รายงานว่าบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดบริเวณในช่องแคบฮอร์มุซโดย UKMTO ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว ถูกโจมตีด้วยวัตถุที่ไม่ทราบชนิด ลูกเรือทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำให้เรือต่างๆ แล่นผ่านด้วยความระมัดระวังการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ UKMTO รายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ถูกโจมตีโดยเรือเล็กหลายลำนอกชายฝั่งอิหร่าน ห่างจากเมืองซีริกไปทางตะวันตกประมาณ 11 ไมล์ทะเล (18 กิโลเมตร)
-
เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ไวรัสฮันทาบุกเรือสำราญหรู สั่งเฝ้าระวังด่วน
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานเหตุสะเทือนขวัญบนเรือสำราญ MV Hondius หลังพบผู้เสียชีวิต 3 ร่างจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา ระหว่างการเดินทาง โดยเจ้าหน้าที่ในประเทศ แอฟริกาใต้ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานเหตุสะเทือนขวัญบนเรือสำราญ MV Hondius หลังพบผู้เสียชีวิต 3 ร่างจากการติดเชื้อไวรัสฮันทา ระหว่างการเดินทาง โดยเจ้าหน้าที่ในประเทศ แอฟริกาใต้ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเบื้องต้นยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายชาวอังกฤษวัย 69 ปี ขณะนี้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ โจฮันเนสเบิร์ก พร้อมกันนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 5 ราย อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดสำหรับผู้เสียชีวิต 2 ร่างแรก เป็นคู่สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ อายุ 70 และ 69 ปี โดยฝ่ายสามีเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และท้องเสีย ก่อนที่ภรรยาจะติดเชื้อตามและเสียชีวิตในเวลาต่อมา…
-
สนมราชวงศ์ชิง “หวาดกลัว” ที่สุด เมื่อขันทีสัมผัสเช็กที่ “จุดนี้” หลังผ่านการถวายตัว!
กรงทองที่เปื้อนน้ำตา… เปิดเบื้องหลังการ ทำไมสนมราชวงศ์ชิงถึง "หวาดกลัว" การสัมผัสจากขันทีที่จุดนี้ หลังผ่านการถวายตัว?เผยความลับวังหลังราชวงศ์ชิง! ทำไมขันทีต้อง 'กดสะโพก' พระสนมหลังถวายตัว?เปิดเบื้องหลังความโหดร้ายของวังหลังราชวงศ์ชิง เหตุใดพระสนมถึงหวาดกลัวการ "กดจุดที่สะโพก" จากขันทีหลังการถวายตัว และความลับของการคุมกำเนิดในประวัติศาสตร์จีนในประวัติศาสตร์จีนมักมีคำกล่าวว่า "วังหลังมีสาวงามสามพันนาง" เพื่อบรรยายถึงความสำราญของฮ่องเต้ที่มีต่อเหล่าหญิงงามมากมาย แต่ในความเป็นจริง คำกล่าวนี้กลับเป็นความจริงที่ขมขื่น เพราะมันสะท้อนถึงโชคชะตาอันโหดร้ายของหญิงสามัญชนที่หวังจะเปลี่ยนชีวิตตนเองด้วยการเข้าวังเพื่อก้าวสู่ชนชั้นสูงการคัดเลือกที่โหดเหี้ยม: จุดเริ่มต้นของกรงทองหญิงสาววัยเพียง 14-15 ปีจากทั่วสารทิศต้องจากครอบครัวมาเข้าร่วมการคัดเลือกสนม มาตรฐานการคัดเลือกนั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่รวมไปถึงรูปร่าง กิริยาท่าทาง น้ำเสียง หรือแม้แต่ผิวพรรณที่ต้องไร้ที่ติ หากมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยก็จะถูกคัดออกทันที ผู้ที่โชคดีผ่านการคัดเลือกจะพบว่าชีวิตในวังไม่ใช่ความหรูหราอย่างที่ฝัน แต่คือความท้าทายที่ไร้ความปราณีชีวิตในวัง: กฎระเบียบและชนชั้นที่เข้มงวดเมื่อเข้าสู่วังหลวง หญิงสาวที่เคยไร้เดียงสาก็กลายเป็นเหมือนนกในกรง ทุกการกระทำและคำพูดต้องอยู่ภายใต้กฎมณเฑียรบาลที่เคร่งครัด ความผิดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่บทลงโทษสถานหนักหรือแม้แต่ความตาย ภายในวังมีการแบ่งชนชั้นที่ชัดเจน ตั้งแต่ฮองเฮา, พระมเหสี (กุ้ยเฟย), พระสนม (เฟย) ไปจนถึงระดับล่างอย่างฉางไจ้และตาอิ้ง แต่ละระดับมีความแตกต่างกันทั้งในด้านอำนาจและการดูแลเอาใจใส่เหตุใดพระสนมจึงหวาดกลัวการเข้าแทรกแซงของขันที?หนึ่งในสิ่งที่เหล่าพระสนมหวาดกลัวที่สุดคือการควบคุมชีวิตส่วนตัวโดยเหล่าขันที เพื่อป้องกันไม่ให้ฮ่องเต้หมกมุ่นอยู่กับการหาความสำราญจนเกินไป ขันทีจะมีหน้าที่กำกับดูแลการถวายตัวอย่างใกล้ชิดในบางกรณี หากฮ่องเต้ไม่ทรงต้องการให้พระสนมนางนั้นตั้งครรภ์ ขันทีจะได้รับคำสั่งให้ทำการ "กดจุดที่สะโพก" (หรือตำแหน่งเอว) หลังจากที่นางผ่านการร่วมหลับนอนกับฮ่องเต้ นี่คือวิธีการคุมกำเนิดในสมัยโบราณที่สร้างความเจ็บปวดและหวาดกลัวให้กับพระสนมเป็นอย่างมากความน่ากลัวนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความเจ็บปวดทางกายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำลายความหวังในอนาคตด้วย:การมีทายาทคือความมั่นคง: สำหรับสนมในวังหลัง การให้กำเนิดบุตร โดยเฉพาะองค์ชาย คือการยืนยันสถานะและอนาคตที่มั่นคงโอกาสในการเลื่อนขั้น:…
-
จากพยาบาลสู่นางเอก AV ดัง หลายคนไม่รู้เบื้องหลังยิ่งกว่าละคร เพิ่งรู้เหตุผลที่แท้จริง
เปิดใจ เปิดใจ "ชิรากิ เซนะ" อดีตนางเอก AV ชื่อดัง เผยเบื้องหลังเข้าวงการหนังผู้ใหญ่ ไม่ได้เต็มใจแต่ไม่มีทางเลือกกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อ "ชิรากิ เซนะ" (Shiraki Sena) หรือที่แฟน ๆ รู้จักกันในชื่อเดิม "ซาซาโมโตะ ยู" อดีตนางเอก AV ระดับท็อปที่มีจุดขายในลุคนางพยาบาลสาวหน้าอกคัพ I ได้ออกมาเปิดเผยความจริงสุดช็อกถึงเหตุผลที่เธอต้องก้าวเข้าสู่วงการหนังผู้ใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มาจากความเต็มใจ แต่เป็นเพราะความจำเป็นที่ไม่มีทางเลือกยอมขายตัวตนเพื่อความอยู่รอดจากหนี้ก้อนโตชิรากิ เซนะ ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชี X (Twitter) ส่วนตัว โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า "หากเลือกได้ ฉันก็ไม่อยากเข้าสู่วงการนี้ตั้งแต่แรก แต่ในตอนนั้นนอกจากการขายร่างกายของตัวเองแล้ว ฉันไม่มีทางเลือกอื่นเลยจริงๆ" เธอยังเผยอีกว่าสาเหตุที่ทำให้ต้องแบกรับหนี้สินมหาศาลถึง 20 ล้านเยน (ประมาณ 4.6 ล้านบาท) เกิดจากการถูกหลอกลวงเรื่องการแต่งงาน จนทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในสภาวะมืดแปดด้านหลังจากที่เธอตัดสินใจเข้าสู่วงการ AV ภายใต้สังกัด SOD ในปี 2024 ด้วยภาพลักษณ์ "พยาบาลสาวที่แอบคู่หมั้นมาถ่ายหนัง" เธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและสามารถทำรายได้มหาศาล จนสามารถชดใช้หนี้สินทั้งหมดได้สำเร็จ และยังมีรายงานว่าเธอสามารถเก็บสะสมทรัพย์สินได้มากกว่า 100…
-
นาทีสลด! หนุ่มจูงมอเตอร์ไซค์ลุยฝน “มือแตะสายไฟ” ช็อกดับต่อหน้าเมีย (มีคลิป)
จากชุ่มฉ่ำกลายเป็นนาทีสลด หนุ่มอินเดียจูงมอเตอร์ไซค์ลุยฝน จากชุ่มฉ่ำกลายเป็นนาทีสลด หนุ่มอินเดียจูงมอเตอร์ไซค์ลุยฝน "มือแตะสายไฟ" ช็อกดับต่อหน้าเมียเหตุการณ์สุดสลดใจนี้เกิดขึ้นที่เมืองบังคาลอร์ ประเทศอินเดีย เมื่อชายรายหนึ่งต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะจูงรถจักรยานยนต์ฝ่าสายฝนท่ามกลางน้ำท่วมขัง โดยสาเหตุเกิดจากความประมาทของระบบสาธารณูปโภคที่ปล่อยให้สายไฟรั่วไหลลงมาด้านล่าง จนเกิดกระแสไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรงท่ามกลางสายตาผู้คนที่สัญจรไปมานาทีชีวิตที่ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิดเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่พายุฝนกำลังพัดถล่มอย่างหนักจนเกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหนึ่งในย่านธุรกิจ ผู้เสียชีวิตกำลังเข็นรถจักรยานยนต์ที่เครื่องยนต์ดับลุยน้ำมาพร้อมกับภรรยาที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆ แต่ในจังหวะที่เขากำลังเลี้ยวรถตรงทางแยก มือกลับไปสัมผัสเข้ากับสายเคเบิลที่ร่วงหล่นลงมาจากเสาไฟฟ้าโดยไม่ทันตั้งตัวทันทีที่มือแตะโดนสายไฟ ร่างของชายคนดังกล่าวก็ถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนล้มลงขาดใจตายบนพื้นถนนที่มีน้ำท่วมขังทันที แม้จะมีพลเมืองดีจำนวนมากเห็นเหตุการณ์และพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปเพราะพื้นถนนที่เปียกชื้นเสี่ยงต่อการถูกไฟช็อตซ้ำซ้อน ทำให้ต้องรอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยในเมืองคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพนาทีชีวิตนี้ได้ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล สร้างความสะเทือนใจและโกรธแค้นให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก หลายคนออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานและสายไฟฟ้าที่เก่าชำรุดทั่วเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกับครอบครัวอื่นอีกอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนให้ระมัดระวังเมื่อต้องเดินทางลุยน้ำท่ามกลางสายฝน โดยเฉพาะการสัมผัสสิ่งของที่เป็นโลหะหรืออยู่ใกล้เสาไฟฟ้า เพราะกระแสไฟฟ้ารั่วอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและส่งผลถึงแก่ชีวิตได้เพียงแค่เสี้ยววินาทีสรุปบทเรียนจากเหตุไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตความตายของชายรายนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การเสียชีวิตท่ามกลางสายฝนต่อหน้าภรรยาเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมารับผิดชอบต่อสายไฟที่ปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นกับดักมรณะในครั้งนี้แหล่งอ้างอิงETtoday
-
เคสหายาก 1 ในล้านของโลก! ฝาแฝดตรวจ DNA พบความลับสุดช็อก มี “พ่อคนละคน”
สุดอึ้ง! พี่น้องฝาแฝดตรวจ DNA พบมีพ่อคนละคน เผยเป็นเคสหายาก 1 ในล้านของโลกสุดอึ้ง! พี่น้องฝาแฝดตรวจ DNA พบมีพ่อคนละคน เผยเป็นเคสหายาก 1 ในล้านของโลกกลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เมื่อคู่พี่น้องฝาแฝดชาวอังกฤษ มิเชล และ ลาวีเนีย ออสบอร์น วัย 49 ปี ได้ตัดสินใจตรวจ DNA เพื่อหาความเชื่อมโยงทางสายเลือด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้พวกเธอต้องช็อก เมื่อพบว่าพวกเธอมีพ่อคนละคนกัน ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่หาได้ยากยิ่งและไม่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรมาก่อนความลับที่ซ่อนอยู่ใน DNA ของคู่แฝดมิเชลเปิดเผยว่าเธอแอบสงสัยมาตลอดว่าเธอกับน้องสาวมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเธอมีนิสัยชอบเก็บตัวและรักการอยู่บ้าน ในขณะที่ลาวีเนียเป็นคนร่าเริงและชอบเข้าสังคม แม้กระทั่งตอนเลือกไปใช้ชีวิตในต่างแดน มิเชลเลือกไปประเทศไอซ์แลนด์ที่มีอากาศหนาวเย็น ส่วนลาวีเนียเลือกไปประเทศสเปนที่มีอากาศร้อน ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้เธอตัดสินใจชวนน้องสาวไปตรวจ DNA กับสถาบันตรวจสอบลำดับญาติเมื่อ 4 ปีก่อนผลการตรวจสอบยืนยันว่าพวกเธอเป็นฝาแฝดที่เกิดจาก "พ่อคนละคน" ซึ่งในทางการแพทย์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Heteropaternal Superfecundation โดยเกิดจากการที่ไข่สองใบถูกตกออกมาในรอบเดือนเดียวกัน และถูกผสมโดยอสุจิจากผู้ชายคนละคนกันผ่านการมีเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นแยกกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมีรายงานเคสลักษณะนี้เพียงแค่ 20 ครั้งจากทั่วโลกเท่านั้นLavinia Osbourneความผูกพันที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางสายเลือดแม้ผลตรวจจะออกมาน่าตกใจเพียงใด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สั่นคลอน พวกเธอเล่าว่ามีความผูกพันที่พิเศษกว่าคนทั่วไป หรือที่เรียกว่า "พลังวิเศษของฝาแฝด" โดยสามารถรับรู้ความรู้สึกของกันและกันได้เสมอ แม้กระทั่งความเจ็บปวดทางกาย…