Category: ต่างประเทศ
-
ภาพสยอง หญิงจีนปลูกถ่าย “หู” ไว้ที่เท้าตัวเองกว่า 5 เดือน ก่อนนำไปต่อที่เดิม
ภาพชวนสยอง สาวโรงงานชาวจีน จำเป็นต้องปลูกถ่ายหูตัวเองไปไว้ที่หลังเท้ากว่า 5 เดือน ก่อนจะผ่าตัดนำหูไปต่อยังตำแหน่งเดิมเรื่องราวสุดทึ่งและน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับหญิงชาวจีนคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานในโรงงาน ทำให้หูข้างซ้ายของเธอหลุดขาดออกไป แพทย์ต้องใช้วิธีปลูกถ่ายหูที่ขาดนั้นไว้ที่หลังเท้าเป็นระยะเวลานานถึง 5 เดือน ก่อนจะสามารถผ่าตัดนำมันกลับไปต่อที่ศีรษะได้สำเร็จเมื่อต้นปีนี้ พนักงานหญิงโรงงานในมณฑลซานตง ประเทศจีน ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อผมของเธอเข้าไปพันกับเครื่องจักรหนัก ทำให้หูข้างซ้าย, หนังศีรษะ, และผิวหนังใบหน้าบางส่วนฉีกขาด แม้ว่าอุบัติเหตุจะไม่ถึงแก่ชีวิต แต่เธอจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อศัลยกรรมตกแต่งและต่อหูกลับคืนหลังจากการตรวจบาดแผล แพทย์ตัดสินใจว่าไม่สามารถต่อหูเข้ากับตำแหน่งเดิมได้ทันที เนื่องจากเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหูได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อหูให้ประสบความสำเร็จ แพทย์จึงต้องฟื้นฟูหูให้กลับมาแข็งแรงก่อน โดยเลือกใช้บริเวณหลังเท้าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในการ ‘บำรุง’ หูเหตุผลที่เลือกหลังเท้าคือ ผิวหนังบริเวณนั้นมีความบางและเส้นเลือดมีขนาดใกล้เคียงกับเส้นเลือดบนใบหู ทำให้การปลูกถ่ายและเชื่อมต่อเส้นเลือดทำได้ง่ายขึ้น แต่การผ่าตัดดังกล่าวก็ถือว่าเป็นงานที่หินสุดๆ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในหูมีขนาดเล็กมากเพียง 0.2 ถึง 0.3 มิลลิเมตร ทำให้การเชื่อมต่อเส้นเลือดเข้ากับหลังเท้าเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง ทีมศัลยแพทย์ต้องทำงานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง โดยเย็บเส้นเลือดทุกเส้นด้วยเข็มและด้ายที่บางกว่าเส้นผมมนุษย์ในช่วงสองสามวันแรกถือเป็นช่วงวิกฤต แต่แพทย์สามารถทำให้การปลูกถ่ายคงที่ได้ และหูข้างนั้นก็กลับมามีสีชมพูที่ดูสุขภาพดีอีกครั้งตลอดระยะเวลา 5 เดือนต่อมา หญิงสาวรายนี้ใช้ชีวิตโดยมีหูข้างซ้ายติดอยู่ที่หลังเท้า โดยสวมรองเท้าหลวม ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดทับ และเดินเร็วเพียงพอเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ในระหว่างนี้ ผิวหนังศีรษะที่ปลูกถ่ายใหม่ก็ค่อย ๆ ยึดเกาะเพื่อรอการผ่าตัดขั้นสุดท้ายในเดือนตุลาคม ทีมศัลยแพทย์ได้พยายามนำหูของเธอกลับไปต่อยังตำแหน่งเดิม แต่ก็เป็นงานที่ยากมาก เนื่องจากเส้นเลือดและเส้นประสาทบนหนังศีรษะของเธอมีลักษณะบิดเบี้ยวผิดรูป…
-
สาวคนดังอาจติดคุก 15 ปี หลังพาผู้ชาย 15 คน มาถ่ายคลิปสยิว เห็นประวัติเก่า ไม่แปลกใจ
งานเข้า! ดาวโป๊เจ้าของตำนาน ขึ้นสวรรค์กับผู้ชาย 1,000 คน ภายใน 12 ชม. ล่าสุดถูกจับที่บาหลีถ่ายคลิปสยิว เสี่ยงคุก 15 ปีงานเข้า! "Bonnie Blue" ดาวโป๊เจ้าของตำนาน 12 ชม. พันคน ถูกจับที่บาหลีถ่ายคลิปสยิว เสี่ยงคุก 15 ปีกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อ "Bonnie Blue" (ชื่อจริง Tia Billinger) นักแสดงหนังผู้ใหญ่ชาวอังกฤษ วัย 26 ปี ผู้เคยสร้างตำนานและตกเป็นข่าวฮือฮาจากการทำภารกิจมี เซ็กซ์ มาราธอนกับผู้ชายกว่า 1,000 คนภายใน 12 ชั่วโมง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย บุกจับกุมขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์วาบหวิว ซึ่งอาจทำให้เธอต้องเผชิญบทลงโทษหนักถึงขั้นจำคุกบุกรวบกลางกองถ่าย พร้อมของกลางเพียบรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้บุกเข้าตรวจค้นและจับกุม Bonnie Blue พร้อมกับชายชาวออสเตรเลียอีก 15 คน โดยในที่เกิดเหตุพบของกลางจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ถ่ายทำระดับมืออาชีพ…
-
หนุ่มทำงานต่างประเทศ 5 ปี กลับบ้านเจอความจริงใน “กระดาษห่อขนมปัง” ลูก 2 คนไม่ใช่สายเลือด
เข่าทรุด! ทำงานเมืองนอก 5 ปี กลับมา 'ลูกหน้าไม่คุ้น' ความแตกเพราะกระดาษห่อขนมปังหัวใจสลาย! ผัวส่งเงินเลี้ยงลูก 5 ปี เอะใจอ่าน 'กระดาษห่อขนมปัง' รู้ความจริงแทบช็อกเมียปิดมา 5 ปี ผัวกลับบ้านเจอ 'ชื่อเพื่อนบ้าน' ในกระดาษห่อของกิน โป๊ะแตกเรื่องลูก 2 คน…เรื่องราวสุดสะเทือนใจของชายหนุ่มวัย 33 ปี จากมณฑลเหอเป่ย ที่ตัดสินใจไปทำงานใช้แรงงานที่สิงคโปร์นานถึง 5 ปี เพื่อหาเงินมาสร้างครอบครัว แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่รอรับเขาไม่ใช่ความอบอุ่น แต่เป็นความจริงที่โหดร้ายที่สุด ซึ่งถูกเปิดเผยโดยบังเอิญจากเศษขยะชิ้นเล็กๆ อย่าง "กระดาษห่อขนมปัง"การเสียสละเพื่อครอบครัว และ 5 ปีแห่งความห่างไกลย้อนกลับไปปี 2019 ชายหนุ่มตัดสินใจลาภรรยาที่กำลังตั้งท้องลูกคนแรก เพื่อไปทำงานเป็นพนักงานขนถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ เขาทำงานหนักวันละ 12 ชั่วโมงเพื่อส่งเงินกลับบ้าน โดยมีความหวังเพียงอย่างเดียวคือการสร้างบ้านและปลดหนี้ให้พ่อแม่ ตลอดเวลา 5 ปี เขาได้กลับมาเยี่ยมบ้านเพียงครั้งเดียวในปีที่ 3 ซึ่งหลังจากนั้นภรรยาก็แจ้งข่าวดีว่าตั้งท้องลูกคนที่สอง ทำให้เขาดีใจจนน้ำตาไหลสัญชาตญาณความผิดปกติเมื่อแรกเห็นเมื่อครบกำหนดสัญญาและเดินทางกลับมาถึงบ้าน เขาได้พบกับลูกสาววัย 5 ขวบ และลูกชายวัย…
-
เตือนแล้วนะ! ผัวเมีย “เส้นเลือดสมองพัง” พร้อมกัน หมอชี้เป้า 3 อาหารแช่ตู้เย็น
ทิ้งได้ทิ้งเลย! 3 เมนูอันตราย อย่าเสียดายของ ยิ่งเก็บนานยิ่งเสี่ยง 'ลิ่มเลือดอุดตันอุทาหรณ์ สามีภรรยาป่วย "สโตรก" พร้อมกัน หมอเตือน 3 อาหารแช่ตู้เย็นไว้นาน เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันโรคหลอดเลือดสมอง หรือ "สโตรก" (Stroke) มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาหรือพันธุกรรม แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมการกินมีส่วนสำคัญอย่างมาก ล่าสุดมีกรณีศึกษาที่น่าตกใจ เมื่อคู่สามีภรรยาอายุไม่ถึง 60 ปี ตรวจพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองพร้อมกัน ทั้งที่ไม่ได้สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ชี้เป้าไปที่ "ตู้เย็น" และพฤติกรรมการกินอาหารเหลือที่หลายคนมองข้ามตู้เย็นไม่ใช่ตู้เซฟ เก็บอาหารผิดวิธีทำร้ายหลอดเลือดนพ.จาง สยง (Zhang Xiong) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา เปิดเผยว่า แม้ตู้เย็นจะช่วยยืดอายุอาหาร แต่ไม่ได้หยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของอาหารได้ หากเก็บไว้นานเกินไป อาหารบางชนิดจะเปลี่ยนสภาพเป็น "ยาพิษ" ที่ค่อยๆ ทำลายหลอดเลือดโดยที่เราไม่รู้ตัว และนี่คือ 3 อาหารอันตรายที่ไม่ควรเสียดาย "ทิ้งได้ให้ทิ้งทันที"1. เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกและอุ่นซ้ำหลายรอบหลายบ้านมักเก็บเมนูเนื้อสัตว์ที่กินไม่หมด เช่น ไส้กรอกทอด พะโล้ หรือหมูตุ๋น ไว้ในตู้เย็นเพื่อนำมาอุ่นกินในมื้อถัดไป แม้รสชาติจะยังดีอยู่ แต่การอุ่นร้อนซ้ำๆ จะทำให้ไขมันสัตว์เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน เปลี่ยนเป็น "ลิพิดเปอร์ออกไซด์"…
-
ครอบครัว 3 ชีวิต “ป่วยมะเร็งพร้อมกัน” หมอเตือน 2 เมนูอันตราย ที่หลายบ้านชอบกิน!!
อุทาหรณ์ ครอบครัว 3 คนป่วยมะเร็งพร้อมกัน หมอเตือน 2 เมนูอันตรายที่หลายบ้านชอบกินอุทาหรณ์ ครอบครัว 3 คนป่วยมะเร็งพร้อมกัน หมอเตือน 2 เมนูอันตรายที่หลายบ้านชอบกินเลิกด่วน! นิสัย 'เสียดายของ' อุ่นกินซ้ำ-ติดเค็ม เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร ถามหาทั้งครอบครัวโรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือหลายคนยังคงใช้ชีวิตด้วยความประมาท โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินที่ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว มีกรณีศึกษาที่น่าตกใจเมื่อสมาชิกในครอบครัวเดียวกันถึง 3 คน ตรวจพบว่าเป็น มะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมกัน แพทย์จึงได้ออกมาเตือนถึง 2 พฤติกรรมการกินที่ควรหลีกเลี่ยงทันทีภัยเงียบจาก "อาหารค้างคืน" ประหยัดแต่เสี่ยงชีวิตกรณีแรกเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อ "นายจาง" รู้สึกไม่สบายท้องจึงไปพบแพทย์และได้รับข่าวร้ายว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร แพทย์จึงแนะนำให้ภรรยาและลูกตรวจด้วย ผลปรากฏว่าทั้งสามคนป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะที่แตกต่างกันสาเหตุสำคัญมาจากการที่ครอบครัวนี้มักเสียดายของกิน จึงเก็บอาหารปรุงสุกที่กินไม่หมดเข้าตู้เย็นและนำมาอุ่นซ้ำกินในมื้อถัดไปเป็นประจำ แพทย์ระบุว่าอาหารที่ทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะผัก จะเกิดปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไนเตรตให้กลายเป็น "ไนไตรต์" ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะกลายเป็น "ไนโตรซามีน" สารก่อมะเร็งชนิดรุนแรงนอกจากนี้ ไนไตรต์ยังส่งผลต่อระบบเลือด ทำให้การลำเลียงออกซิเจนลดลง หากได้รับในปริมาณมากอาจเกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ แพทย์จึงแนะนำว่าไม่ควรเก็บอาหารปรุงสุกไว้นานเกิน 24 ชั่วโมง และไม่ควรอุ่นซ้ำเกิน…
-
ดราม่าลุกเป็นไฟ! ดาราสาว แฉอดีตแฟนเด็ก ชาวเน็ตโยงถึงนักแสดงหนุ่ม จนถูกถอดชื่อออกจากงาน (ข่าวต่างประเทศ)
ดราม่าลุกเป็นไฟ! ดาราสาว แฉอดีตแฟนเด็ก ชาวเน็ตโยงถึงนักแสดงหนุ่ม จนถูกถอดชื่อออกจากงาน (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า Zhang Yuqi นักแสดงสาววัย 37 ปี ที่หลายคนคุ้นหน้าจากหนัง The Mermaid ของโจวซิงฉือ ออกมาเม้าท์แซ่บกลางรายการว่าเคยคบกับแฟนเด็กที่อายุน้อยกว่า 9 ปี แต่ดันจับได้ว่าฝ่ายชายนอกใจ! งานนี้ทำเอาชาวเน็ตหูผึ่ง รีบไปขุดคุ้ยกันยกใหญ่จนหวยไปออกที่ Yu Shi นักแสดงหนุ่มวัย 28 ปีโดยผลกระทบมาไวมาก มีข่าวลือว่า Yu Shi โดนถอดชื่อออกจากงาน Mid-Autumn Festival Gala ของช่อง CCTV ทันทีที่ข่าวหลุดออกมา แต่ทางฝั่ง Yu Shi ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ให้ทีมงานร่อนจดหมายปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องนอกใจแบบทันควัน พร้อมขู่ว่าจะฟ้องดำเนินคดีกับคนที่ปล่อยข่าวปลอมทำลายชื่อเสียงดราม่านี้ลามไปถึงคนอื่นด้วย ทั้งนักแสดงสาว Hu Lianxin ที่โดนโยงเข้ามาเอี่ยว แถมอดีตภรรยาของสามีเก่า Zhang Yuqi ก็กระโดดมาร่วมวง แฉกลับว่า Zhang Yuqi เองก็เคยมีประวัตินอกใจเหมือนกัน…
-
ด่วน! “สมเด็จพระสันตะปาปา” ทรงเรียกร้องให้ “ไทย-กัมพูชา” หยุดยิงทันที
">เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 สำนักข่าววาติกันรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หยุดยิงและยุติการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาโดยทันที หลังสถานการณ์ความรุนแรงล่าสุดทวีความตึงเครียดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงพลเรือน และทำให้ชาวบ้านหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อผู้ศรัทธาที่เข้าร่วมการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงมีพระสุรเสียงสะท้อนถึงความ “โศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง” ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกครั้งในภูมิภาคนี้พระองค์ตรัสว่า “ข้าพเจ้าเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข่าวการปะทะครั้งใหม่ตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงพลเรือน และประชาชนหลายพันคนถูกบังคับให้อพยพ ข้าพเจ้าขอแสดงความห่วงใยและสวดภาวนาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้”ความรุนแรงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการปะทุรอบใหม่ของความขัดแย้งชายแดนที่ลากยาวมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะพื้นที่พิพาทใกล้โบราณสถานสำคัญที่เคยเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันหลายครั้งในอดีต แม้ว่าจะมีความพยายามไกล่เกลี่ยทางการทูตและการเจรจาระดับภูมิภาคมาแล้วหลายครั้ง แต่ข้อตกลงหยุดยิงก็มักมีความเปราะบาง ส่งผลให้ชุมชนในพื้นที่ยังคงเผชิญความหวาดกลัวและความไม่แน่นอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงท้ายของการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ทั้งสองประเทศ “หยุดยิงทันที และกลับสู่โต๊ะเจรจา” เพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในภูมิภาค#ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิงทันที #สมเด็จพระสันตะปาปา #ข่าวด่วน #ข่าวต่างประเทศ #สงครามชายแดน #เจรจาสันติภาพ #ThailandCambodiaConflict #PrayForPeace
-
ส่งกำลังใจ นักแสดง-พิธีกรสาว โกนหัวเป็นครั้งที่สามแล้ว หลังต่อสู้มะเร็งนานนับปี (ข่าวต่างประเทศ)
ส่งกำลังใจ นักแสดง-พิธีกรสาว โกนหัวเป็นครั้งที่สามแล้ว หลังต่อสู้มะเร็งนานนับปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า พัคมีซอน ผู้ประกาศข่าวดัง ได้เปิดเผยถึงการต่อสู้กับมะเร็งเต้านมของเธออย่างกล้าหาญ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ อีกครั้ง เรื่องราวของเธอที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยด้วยความซื่อสัตย์และใจเย็น แทนที่จะหวาดกลัว ได้สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้กับผู้ชมพัคมีซอน ได้ปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์ ‘You Quiz on the Block’ ทางช่อง tvN เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเธอได้เปิดใจถึงการค้นพบโรคนี้ครั้งแรก เธออธิบายว่าการตรวจอัลตราซาวนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ไม่พบความผิดปกติใดๆ ทำให้เธอกังวลน้อยลงหลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ต่อมาเธอตัดสินใจที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพตามกำหนดในเดือนธันวาคม แม้จะเคยพิจารณายกเลิกไปบ้างก็ตาม“การตัดสินใจครั้งนั้นช่วยชีวิตฉันไว้” พัคเล่า “ฉันเกือบจะไม่ได้ไป แต่มีบางอย่างบอกฉันว่าฉันควรไป ถ้าฉันไม่ไป มะเร็งก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น”เธอเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอยังไม่ได้รับการประกาศว่าหายจากมะเร็ง และการรักษาของเธอยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง ถึงกระนั้น ปาร์คก็ยังคงรักษาทัศนคติเชิงบวกอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอเอาไว้ โดยกล่าวว่าการสนับสนุนที่เธอได้รับนั้นทำให้เธอมีกำลังใจที่จะอดทนรูปโปรไฟล์ที่ถ่ายหลังจากโกนหัวของเธอสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก แม้จะโกนผมไปแล้ว แต่ปาร์คก็ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส สีหน้าของเธอสะท้อนถึงความยืดหยุ่นมากกว่าความกลัว ต่อมาปาร์คได้แชร์ขั้นตอนการตัดผมทั้งหมดของเธอก่อนที่จะเข้ารับการเคมีบำบัดรอบที่สองผ่านทางช่อง YouTube ของเธอในวิดีโอชื่อ ‘Wise Treatment Life-2, Sending Off My Hair’ เธออธิบายว่าเธอเลือกที่จะโกนหัวล่วงหน้า เพราะการเห็นผมร่วงจะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น…
-
ประสบการณ์บนเครื่องสุดพีก! หนุ่มนักท่องเที่ยวตาโต หลังเจอนกเหยี่ยวนั่งอยู่ข้าง ๆ
แปลกตาแต่จริง! หนุ่มนักท่องเที่ยวเจอ “นกเหยี่ยว” นั่งเรียงเต็มแถวที่นั่งผู้โดยสารบนเครื่องบิน คลิปไวรัลเปิดโลกวัฒนธรรมตะวันออกกลางที่หลายคนอาจไม่เคยรู้นักท่องเที่ยวชาวดัตช์รายหนึ่งถึงกับตะลึง เมื่อระหว่างเดินทางบนเที่ยวบินพาณิชย์ในตะวันออกกลาง เขาพบแถวที่นั่งซึ่งมี“นกเหยี่ยวสวมที่ปิดตา” นั่งเรียงกันอย่างสงบเหมือนผู้โดยสารทั่วไป ทำให้เขาต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปเพื่อเก็บภาพเหตุการณ์สุดแปลกตาไว้แชร์บนโลกออนไลน์ผู้บันทึกเหตุการณ์ ซึ่งมีชื่อว่า “ทอม”เผยให้เห็นในคลิปสั้น ๆ ว่านกเหยี่ยวหลายตัวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โดยสาร โดยแต่ละตัวสวมที่ปิดตาเพื่อช่วยให้สงบ และลดความเครียดระหว่างการเดินทาง แม้ภาพนี้จะคุ้นตาชาวประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย แต่สำหรับผู้โดยสารจากอีกซีกโลกถือเป็นประสบการณ์ที่ทั้งประหลาด และน่าทึ่งภาพประกอบจาก IG : @traveltomtomทอมระบุในคำบรรยายคลิปว่า ภาพแบบนี้พบได้เฉพาะในประเทศที่มีวัฒนธรรมการเลี้ยง และล่าเหยี่ยวฝังรากลึกอย่าง กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และซาอุดีอาระเบีย พร้อมแซวว่า“ผมสงสัยเหมือนกันว่าเหล่าเหยี่ยวมีตั๋วขึ้นเครื่องหรือหมายเลขที่นั่งไหมนะ?” ก่อนจะเสริมว่า บางประเทศต้องซื้อตั๋วให้เหยี่ยวจริง ๆ ด้วยหลังคลิปถูกโพสต์บนอินสตาแกรม @traveltomtomก็กลายเป็นไวรัลทันที มียอดรับชมทะลุ 5.5 ล้านครั้ง พร้อมเสียงตอบรับหลากหลายตั้งแต่ความขบขัน ความสนใจ ไปจนถึงการถกเถียงเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม และสวัสดิภาพสัตว์ โดยหลายสายการบินในภูมิภาคนี้อนุญาตให้นำเหยี่ยวขึ้นห้องโดยสารได้ แต่ต้องมีเอกสาร และตั๋วโดยสารเฉพาะตัวภาพประกอบจาก IG : @traveltomtomคอมเมนต์ของชาวเน็ตเต็มไปด้วยทั้งมุมสนับสนุน และเสียงวิจารณ์ ผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่า “ไม่แปลกเลย เหยี่ยวมีความสำคัญมากในวัฒนธรรมท้องถิ่น เขาจัดการขนส่งอย่างปลอดภัยเพราะนกแต่ละตัวมีมูลค่าสูง”ขณะที่อีกรายแซวว่า “พวกมันมีพาสปอร์ตไหม? ถ้ามีคงจะเท่กว่าของฉันแน่” รวมถึงบางคนที่บอกว่าพฤติกรรมของนกยัง“เรียบร้อยกว่ามนุษย์บางคนบนเครื่องอีกด้วยซ้ำ”อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ชมอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สบายใจกับภาพนี้…
-
แพทย์ไตเตือน! “3 อาหารสีดำ” ที่ช่วยดูแลไตได้จริง อย่าหากิน “ถั่วดำ-งาดำ” บำรุงไต
แพทย์ไต้หวันเผย “3 อาหารสีดำ” ที่ช่วยดูแลไตได้จริง กินผิดอย่างอันตราย โดยเฉพาะถั่วดำ–งาดำแพทย์ไต้หวันเผย “3 อาหารสีดำ” ที่ช่วยดูแลไตได้จริง กินผิดอย่างอันตราย โดยเฉพาะถั่วดำ–งาดำตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนมีความเชื่อว่า "อาหารสีดำเข้าสู่ไต" ช่วยบำรุงไตและเสริมสร้างสารจำเป็น แต่ในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำเป็นต้องจำกัดปริมาณฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโปรตีนอย่างเคร่งครัด ความขัดแย้งนี้ทำให้หลายคนสับสนว่าควรเลือกกินอะไรกันแน่นพ.หง หย่งเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ได้ออกมาไขข้อข้องใจพร้อมคัดกรอง "3 อาหารสีดำ" ที่เป็นมิตรกับไตอย่างแท้จริง โดยเน้นกลุ่มที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมต่ำ เพื่อให้ผู้ป่วยทานได้อย่างสบายใจระวัง! "ถั่วดำ-งาดำ" อาจเป็นระเบิดเวลาสำหรับคนป่วยหลายคนมักเข้าใจผิดและรีบไปหาซื้อถั่วดำหรืองาดำมากินเพื่อหวังบำรุงร่างกาย แต่แพทย์เตือนว่าสำหรับผู้ป่วยโรคไตแล้ว อาหารเหล่านี้เปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่สูงเกินไป ซึ่งไตของผู้ป่วยอาจขับออกไม่ทันและกลายเป็นภาระหนักแทนที่จะเป็นประโยชน์ (แต่สำหรับคนสุขภาพปกติ ถือเป็นอาหารที่ดีมาก)3 สุดยอดอาหารสีดำที่แพทย์ไตแนะนำจากการคัดกรองตามมาตรฐานทั้งแพทย์แผนจีนและตะวันตก นี่คือ 3 อาหารที่ปลอดภัยและดีต่อไต:1. เห็ดหูหนู (Black Fungus)ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบด้วยคุณสมบัติ "3 ต่ำ 1 สูง" คือ ฟอสฟอรัสต่ำ โพแทสเซียมต่ำ โปรตีนต่ำ แต่มีใยอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่าสารโพลีแซ็กคาไรด์ในเห็ดหูหนูช่วยลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และช่วยปกป้องท่อไตจากการถูกทำลายได้Brigitte…