Category: ต่างประเทศ
-
ผัก 4 ชนิด “มีพิษ” ที่ทำลาย “ตับ” แบบเงียบๆ แต่กลับพบบนโต๊ะอาหารหลายครอบครัว
ตับพังเพราะอาหาร! เปิดรายชื่อ 4 ผัก 4 ผักยอดนิยมที่มีสาร "ทำลายตับ" หากกินผิดวิธี แพทย์ชี้มะเขือเทศดิบและฟักทองเก่าก็อันตรายระวังทำลายตับไม่รู้ตัว! 4 ชนิดผัก "มีพิษ" ที่หลายบ้านมีติดครัว เตือนห้ามกิน "ถั่วงอกไร้รา" และ "ขิงเน่า"ลองสำรวจดูว่าในครัวของคุณมีผักเหล่านี้อยู่หรือไม่ ตามหลักการแพทย์แผนจีน เชื่อว่าตับคือรากฐานของโรคนับร้อย ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดในการขับสารพิษออกจากร่างกาย หากการทำงานของตับอ่อนแอลง อวัยวะอื่น ๆ ย่อมได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ดังนั้น การดูแลตับจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันตับมีบทบาทสำคัญหลายอย่างในร่างกายมนุษย์ เช่น สังเคราะห์โปรตีน, สำรองไกลโคเจน, และหลั่งน้ำดีเพื่อช่วยในการย่อยไขมัน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เปลี่ยนสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายให้เป็นสารที่ไม่เป็นพิษหรือมีความเป็นพิษน้อยลง เพื่อขับถ่ายออกไป รวมถึงมีเซลล์ฟาโกไซต์จำนวนมากที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในเลือดด้วย ในสภาวะที่เป็นโรค ตับยังทำหน้าที่บางส่วนในการสร้างเม็ดเลือดต่อไปนี้คือผักที่พบได้ทั่วไป แต่กลับส่งผลเสียต่อตับอย่างเงียบ ๆ ที่หลายครอบครัวมักมีติดครัวไว้ผัก 4 ชนิดที่ทำลายตับแบบไม่รู้ตัว1. ถั่วงอกไร้รากตามตลาดมักพบถั่วงอก โดยเฉพาะถั่วงอกถั่วเหลือง ที่ไม่มีราก เพื่อให้ถั่วงอกมีสีขาว สวย อวบ และดูน่ารับประทาน ผู้ประกอบการหลายแห่งอาจใช้ ยาฆ่าแมลง ในกระบวนการเพาะปลูก สารเคมีเหล่านี้มี สารประกอบที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งถั่วงอกจะดูดซึมสารเหล่านั้นไว้ เมื่อมนุษย์บริโภคเข้าไป จะเพิ่มภาระในการกำจัดสารพิษของตับ…
-
คฤหาสน์ 5 พันล้าน อดีตนางเอกดังในตำนาน กลายเป็น “รังแมลงสาบ” เผยภาพสุดขนลุก
คฤหาสน์ 5 พันล้าน อดีตนางเอกดังในตำนาน กลายเป็น หากพูดถึงนางเอกระดับตำนานของเกาะฮ่องกง ชื่อของ "หลินชิงเสีย" (Brigitte Lin) ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะราชินีจอเงินผู้โด่งดังจากบท ตงฟางปุ๊ป้าย จากเดชคัมภีร์เทวดา (1992) และ นางพญาผมขาว (1993) ล่าสุดเธอได้เขียนคอลัมน์เล่าเรื่องราวชีวิตในคฤหาสน์หรูมูลค่ามหาศาล แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ชวนขนลุก เมื่อบ้านแสนสวยถูกรุกรานโดยกองทัพแมลงสาบจำนวนมหาศาลตงฟางปุ๊ป้าย จากเดชคัมภีร์เทวดา (1992)นาทีสยอง แมลงสาบบุกคฤหาสน์หรูหลินชิงเสีย ได้เปิดเผยผ่านคอลัมน์ในสื่อจีนว่า วันหนึ่งเธอพบแมลงสาบในบ้าน ด้วยความรีบร้อนเธอจึงใช้ทิชชูจับมันแล้วสะบัดออกไปทางระเบียง แต่มันกลับหลุดลอยหายไป ซึ่งนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะไม่กี่วันต่อมา เธอเริ่มเห็นแมลงสาบโผล่มาให้เห็นอีกในห้องหนังสือ ทำเอาเธอนั่งไม่ติดด้วยความกังวลเมื่อปรึกษาเพื่อน เธอจึงตัดสินใจเรียกบริษัทกำจัดแมลงมาจัดการ ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาช็อกตาค้าง! หลังจากฉีดพ่นยาไปทั่วคฤหาสน์ ในคืนนั้นเอง พื้นห้องครัวก็เต็มไปด้วยซากแมลงสาบนอนตายเกลื่อน เธอบรรยายสภาพว่า "ซากศพเกลื่อนกลาด ดูแล้วน่าสังเวชและสยดสยองมาก" จนต้องให้บริษัทกำจัดแมลงเข้ามาจัดการซ้ำถึง 2-3 รอบ กว่าจะกำจัดพวกมันได้หมดสิ้นรู้จักคฤหาสน์ 5 พันล้าน ของขวัญแห่งความรักสำหรับคฤหาสน์หลังงามที่เกิดเหตุนี้ ตั้งอยู่ที่ย่าน Fei Ngo Shan (Kowloon Peak) ซึ่งสามีมหาเศรษฐี "ไมเคิล อิง"…
-
ภรรยาหลวงบุกกลางไลฟ์ สาดหมึกใส่เซลล์สาว หลังจับได้แอบกิ๊กผัว
เซลล์สาวชาวจีน แอบกิ๊กกับลูกค้า เจอภรรยาหลวงปรี่จัดการ-สาดหมึกใส่กลางไลฟ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ พนักงานขายรถยนต์ไฟฟ้ารายหนึ่ง ในเมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน กลายเป็นประเด็นร้อน หลังถูกเผยว่าแอบมีความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีภรรยาแล้ว จนภรรยาหลวงตามมาเอาคืนกลางไลฟ์ตามรายงาน พนักงานสาวมักไลฟ์แนะนำรถในโชว์รูม เพราะทั้งสวย หน้าตาดี และพูดเก่ง ทำให้มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก แถมยังมักได้รับของขวัญจากผู้ชมอยู่เสมอ ไม่มีใครคาดคิดว่า ระหว่างทำงาน เธอจะเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้ารายหนึ่ง จนกลายเป็น “มือที่สาม”เมื่อภรรยาหลวงรู้ความจริงและมีหลักฐานแน่น เธอจึงเลือกบุกเข้าไปในโชว์รูมในวันที่ฝ่ายหญิงมีไลฟ์ ภรรยาหลวงได้กระชากผมพนักงานสาวก่อนสาดหมึกใส่ พร้อมตะโกนลั่นว่า“ขายรถก็ขายไปสิ แต่จะมาขายตัวไม่ได้! ผัวฉันซื้อรถในร้านเธอตั้งหลายแสนหยวน นี่คือวิธีตอบแทนเหรอ?!”เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนผู้ชมและพนักงานในร้านตกตะลึง แม้เพื่อนร่วมงานและผู้จัดการจะพยายามเข้าห้าม แต่ก็ถูกผลักออกไป สุดท้ายพนักงานสาวต้องปิดไลฟ์ในสภาพที่ใบหน้าและเสื้อผ้าเปื้อนหมึกยังไม่แน่ชัดว่าหลังจากนั้นเรื่องจบอย่างไร แต่ชาวเน็ตที่เห็นคลิปต่างคอมเมนต์กันสนั่น บ้างก็บอกว่า “ดราม่าแรงยิ่งกว่าละคร”, “ภรรยาหลวงทำรุนแรงเกินไป”, หรือ “วงการขายรถแบบนี้แหละ เจอบ่อยนะ”ขอบคุณที่มา seehuaอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภรรยาหลวงบุกกลางไลฟ์ สาดหมึกใส่เซลล์สาว หลังจับได้แอบกิ๊กผัวติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
-
ครอบครัว 3 ชีวิตป่วย “มะเร็งตับอ่อน” พร้อมกัน! เหตุจากเมนูโปรดมื้อเช้าที่แม่ทำเอง
ช็อก! ครอบครัวติดมะเร็งตับอ่อนทั้งบ้าน แพทย์ชี้ มะเร็งตับอ่อนยกบ้าน! เปิดความเสี่ยง "เนื้อใกล้หมดอายุ" ที่แม่ซื้อมาทำอาหารเช้าเพราะความกังวลเรื่องราคาอาหารนอกบ้านที่สูงและไม่ถูกสุขอนามัย ทำให้คุณแม่คนหนึ่งลงมือทำอาหารเช้าให้ครอบครัวรับประทานเองอย่างสม่ำเสมอ แต่ใครจะคาดคิดว่าอาหารที่ทำด้วยความตั้งใจนี้เองที่เป็นสาเหตุให้ทุกคนในครอบครัวต้องป่วยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนพร้อมกันหลายคนเชื่อว่าการทำอาหารรับประทานเองที่บ้านนั้นปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากกว่าการซื้ออาหารนอกบ้าน แต่ความจริงแล้วไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น เพราะปัญหาอาจอยู่ที่คุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้ต่างหาก ตามรายงานจากสื่อจีนระบุว่า ครอบครัวสามคนถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนพร้อมกัน และสาเหตุของโรคกลับมาจากเมนูอาหารเช้าที่ทำเองที่บ้านจุดเริ่มต้นอาการป่วยและการตรวจพบมะเร็งตับอ่อนครอบครัวนี้มักมีอาการปวดท้องเล็กน้อยบริเวณท้องส่วนล่างก่อนหรือหลังมื้ออาหาร แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งลูกชาย ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำหนัก 72 กิโลกรัม มีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 54 กิโลกรัมในเวลาอันสั้น ครอบครัวจึงตัดสินใจพาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาลผลการทำ CT Scan แสดงให้เห็นว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในบริเวณตับอ่อนของลูกชายอย่างชัดเจน พร้อมทั้งค่าดัชนีในเลือดที่สูงผิดปกติ เมื่อสอบถามอย่างละเอียด แพทย์ทราบว่าเด็กชายมีอาการปวดท้องต่อเนื่องและน้ำหนักลดอย่างรวดเร็วในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเมื่อพบว่าลูกชายป่วย สองสามีภรรยาผู้เป็นพ่อแม่ก็สงสัยว่าตนเองอาจจะเป็นโรคเดียวกัน เนื่องจากมีอาการปวดท้องเล็กน้อยต่อเนื่องคล้ายกัน ทั้งสามคนจึงเข้ารับการตรวจ และผลลัพธ์ที่ได้ทำให้พวกเขาตกใจอย่างมาก คือทั้งครอบครัวเป็นมะเร็งตับอ่อนพร้อมกัน"ซาลาเปาทอด/เกี๊ยวน้ำ" ทำเอง คือสาเหตุหลักเนื่องจากมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อ แพทย์จึงเริ่มสืบหาสาเหตุ โดยตัดปัจจัยทางพันธุกรรม (ยีนกลายพันธุ์) และการสัมผัสสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายออกไป ผลสรุปสุดท้ายพบว่าตัวการสำคัญคือเมนู "ซาลาเปาทอด/เกี๊ยวน้ำ" ที่ทำเองที่บ้านคุณแม่เล่าว่า เธอทำเมนูนี้ให้ทั้งครอบครัวรับประทานเป็นอาหารเช้าอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าอาหารข้างนอกแพงและไม่สะอาด อีกทั้งต้องการให้ลูกชายได้รับสารอาหารครบถ้วนในช่วงวัยกำลังเติบโต อย่างไรก็ตาม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เธอจึงมักซื้อเนื้อหมูราคาถูกจากการไลฟ์สดหรือทางออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อที่ใกล้หมดอายุ เธอคิดว่า “ยังไม่หมดอายุ แถมราคาถูกกว่าตลาดหลายเท่า มันคุ้มค่ามาก”แพทย์เตือนว่าเนื้อราคาถูกส่วนใหญ่นี้มีแหล่งที่มาที่ซับซ้อน มักจะเป็นเนื้อที่รวบรวมมาจากผู้ประกอบการรายย่อย…
-
เปิดวาร์ป “คริสตีน เกรซ โค” นางฟ้าจากแดนปินอย คนนี้ชายไทยหลายคน “ยกให้เป็นตำนาน”
เปิดวาร์ป เปิดวาร์ป "คริสตีน เกรซ โค" นางฟ้าเกมเมอร์หุ่นแซ่บ จากแดนตากาล็อกพาหนุ่มๆ ไปทำความรู้จักกับ "คริสตีน เกรซ โค" (Christine Grace Co) สาวสวยจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่เวลานี้กำลังกลายเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ ทั่วเอเชีย เธอไม่ได้มีดีแค่หน้าตาที่สวยหวานปานนางฟ้า แต่ยังพกความสามารถในฐานะ "สตรีมเมอร์" และเกมเมอร์ระดับแถวหน้า ที่มาพร้อมความเซ็กซี่แบบเกินพิกัดสวย หมวย แซ่บ! สเปกในฝันของหนุ่มเกมเมอร์คริสตีน เกรซ โค เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1992 ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสตรีมเมอร์ที่ร้อนแรงที่สุดบนโลกออนไลน์ ด้วยยอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊กหลักล้านคน จุดเด่นที่ทำให้เธอโดดเด่นกว่าใครคือลุคสาวหมวยหน้าหวาน ผิวขาวออร่าสะดุดตา และรูปร่างสุดเซ็กซี่ขยี้ใจแม้เธอจะเป็นชาวฟิลิปปินส์ แต่ด้วยโครงหน้าที่มีความเก๋ไก๋สไตล์เกาหลี-จีน ทำให้เธอดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ นอกจากฝีมือการเล่นเกมที่ไม่ธรรมดาแล้ว เวลาที่เธอไลฟ์สด เธอยังพูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศความสนุกสนานจนแฟนๆ ต่างพากันสมัครเป็นเอฟซีตัวยงอย่างเหนียวแน่นจากอุบัติเหตุเฉียดตาย สู่การศัลยกรรมพลิกชีวิตกว่าจะสวยเป๊ะระดับนางฟ้าอย่างทุกวันนี้ เธอต้องผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาอย่างหนักหน่วง ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2015 คริสตีนเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งใหญ่ โดยรถส่วนตัวของเธอพุ่งชนท้ายรถบัสจนสภาพยับเยินเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและใบหน้าเสียโฉม แต่หลังจากเข้ารับการรักษาและผ่านการทำ ศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อฟื้นฟูสภาพใบหน้า เธอก็กลับมาสวยเช้งและดูดีเหมือนเดิม…
-
เผย 4 อาหาร พนง.ซุปเปอร์ฯ “ส่ายหน้า” ไม่ยอมซื้อกินเอง แฉความจริงที่ลูกค้าอาจไม่รู้!
4 อาหารในห้าง พนักงาน พนักงานซุปเปอร์ฯ เฉลยเอง 4 อาหารในห้างที่ "ไม่ขอซื้อกิน" รู้ความจริงแล้วจะอึ้งสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายอย่างได้รับความนิยมเพราะความสะดวกสบายและราคาย่อมเยา แต่รู้หรือไม่ว่าพนักงานที่ทำงานอยู่ข้างในกลับพยายามหลีกเลี่ยงสินค้าบางประเภทอย่างเงียบๆ บทความนี้จะพาไปเปิดข้อมูลลับที่เป็นเหมือน "กับดักผู้บริโภค" ที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนแม้สินค้าเหล่านี้จะดูน่าทานและจัดวางอย่างสวยงาม แต่ในมุมมองของคนวงในกลับมองเห็นความเสี่ยงและคุณภาพที่ไม่คุ้มราคา มาดูกันว่า 4 อาหารที่พนักงานซุปเปอร์ฯ มักเลี่ยงซื้อ มีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณเลือกช้อปได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น1. ผลไม้ตัดแต่งใส่กล่องผลไม้ตัดแต่งพร้อมทานเป็นสวรรค์ของคนรักความสะดวก สีสันสดใส จัดเรียงสวยงาม เปิดปุ๊บทานได้ปั๊บ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกสุขภาพที่ดี แต่พนักงานที่มีประสบการณ์หลายคนบอกว่าพวกเขา "ไม่ซื้อเด็ดขาด"สาเหตุเพราะผลไม้ในกล่องสวยๆ เหล่านี้ มักเป็นวิธีกำจัดผลไม้ที่ "มีปัญหา" เช่น ผลไม้ที่ช้ำจากการขนส่ง สุกงอมเกินไป หรือเริ่มเน่าเสียบางส่วน พนักงานจะตัดส่วนที่เสียทิ้ง แล้วคัดเฉพาะส่วนที่ยังดูดีมาจัดใส่กล่องขายใหม่สิ่งที่คุณซื้อจึงอาจไม่ใช่ผลไม้สดคุณภาพดี แต่เป็นเหมือน "ซากผลไม้" ที่ถูกแปลงโฉมเพื่อเพิ่มมูลค่าแทนที่จะทิ้งเป็นขยะ หากต้องการความมั่นใจ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือซื้อผลไม้สดเป็นลูกแล้วนำกลับไปปอกเองที่บ้าน2. เนื้อสัตว์หมักปรุงรสเนื้อสัตว์หมักซอสสำเร็จรูปช่วยประหยัดเวลาแม่บ้านได้มาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่พนักงานมักเลี่ยง เพราะน้ำหมักที่เข้มข้นเปรียบเสมือน "ยันต์กันภัย" ที่ช่วยกลบเกลื่อนคุณภาพที่แท้จริงของเนื้อสัตว์บ่อยครั้งที่เนื้อสัตว์ใกล้หมดอายุ สีเริ่มคล้ำ หรือเริ่มมีกลิ่น จะถูกนำมาหมักด้วยเครื่องปรุงรสจัดจ้านและแต่งกลิ่น เพื่อให้ผู้บริโภคจับไม่ได้ นอกจากนี้เพื่อทำให้เนื้อดูนุ่มเด้งน่าทาน อาจมีการใส่สารปรุงแต่งและโซเดียมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพการหมักเนื้อแบบนี้ช่วยยืดอายุสินค้าและอัปราคาของที่คุณภาพลดลงให้ขายได้กำไรสูงขึ้น หากรักสุขภาพ ควรเลือกซื้อเนื้อสดมาหมักเองจะปลอดภัยที่สุด3.…
-
อดีตนักดำน้ำเผยประสบการณ์ป่วยโรคแปลก ร่างกายท่อนบนบวมเป่งเหมือนอัดลมกว่าสิบปี ยังไร้หนทางรักษา
เป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษแล้วที่นักดำน้ำชาวเปรูคนหนึ่งพยายามหาทางรักษาโรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายของเขาบวมพองเพราะถุงไนโตรเจนใต้ผิวหนังของเขาอาเลฮานโดร “วิลลี” รามอส มาร์ติเนซ ป่วยเป็นโรคที่แปลกประหลาดทั้งชื่อและอาการ โรคนี้เรียกว่า “โรคน้ำหนีบ” หรือ Decompression Sickness (DCS) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะแวดล้อมที่มีแรงดันอากาศลดลงอย่างกะทันหันโรคนี้เป็นโรคที่มักพบในหมู่นักดำน้ำลึกและไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการลดแรงดันอากาศที่เหมาะสมในปี 2556 วิลลีลงดำน้ำลึกกว่า 30 เมตรนอกชายฝั่งเมืองปิสโก ประเทศเปรู เพื่อจับสัตว์ทะเล แต่เรือที่แล่นผ่านบริเวณนั้นบังเอิญตัดท่อออกซิเจนของเขาจนขาด ทำให้เขาต้องรีบขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็วก่อนที่อากาศจะหมดการขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างกะทันหันนี้เองที่ทำให้ฟองไนโตรเจนก่อตัวใต้ผิวหนังตรงช่วงอกและแขนของเขา ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ ทำให้ลำตัวท่อนบนและแขนของเขาบวมพองจนผิดรูปอาการป่วยสุดแปลกทำให้เรื่องราวของเขากลายเป็นไวรัลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ในตอนปี 2560 แพทย์ช่วยรักษาเขาโดยการให้ออกซิเจนในห้องปรับความดันเพื่อกำจัดฟองไนโตรเจนในตัว พวกเขาสามารถกำจัดฟองไนโตรเจนขนาดใหญ่ในร่างกายของ วิลลี ได้ประมาณ 30% และคาดหวังว่าเขาจะหายดีในที่สุดแต่แปดปีต่อมา ร่างกายของอดีตนักดำน้ำชาวเปรูคนนี้ก็ยังคงบวมพองขณะที่เขาก็แสวงหาวิธีรักษาโรคประหลาดนี้กรณีของมาร์ติเนซถือเป็นกรณีหายากที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว อาการของโรค DCS จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการปวด สร้างความเสียหายต่อกระดูกและข้อต่อ และยังส่งผลกระทบต่อระบบประสาทได้ ในกรณีที่หายาก อาจทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ แต่ยังไม่เคยมีใครประสบกับภาวะร่างกายผิดรูปเหมือนวิลลี กล้ามเนื้อไบเซ็ปของแขนท่อนบนของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเส้นรอบวงประมาณ 62 ซม. และ 72 ซม. ตามลำดับเนื่องจากฟองไนโตรเจนได้เกาะติดกับกล้ามเนื้อและอวัยวะของเขา จึงไม่อาจใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อรักษาได้ วิลลี จำใจต้องใช้ชีวิตด้วยร่างกายที่เหมือนลูกโป่งพองลม และหวังว่าจะมีใครสักคนสามารถคิดค้นหาทางรักษาที่ปลอดภัยกว่าที่มีอยู่“ผมรอดมาได้ด้วยปาฏิหาริย์ ผมขอบคุณพระเจ้าที่ถึงแม้ว่ารูปร่างผมจะผิดรูปไป แต่ผมก็ยังมีชีวิตอยู่” วิลลีกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีระหว่างการให้สัมภาษณ์…
-
โตเป็นสาวแล้ว! เปิดภาพ “เจ้าหญิงซัมซุง” เก่งสมมง-สวยระดับดารา แต่ใช้ชีวิตธรรมดาสุดๆ
ส่องชีวิต ตะลึงความสวย "อีวอนจู" ลูกสาวประธาน Samsung ลุคเรียบง่ายแต่แพงระยับ สมฉายาเจ้าหญิงกลายเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีการเปิดเผยภาพล่าสุดของ อีวอนจู (Lee Won Ju) ทายาทสาวแห่งอาณาจักรซัมซุง (Samsung) ที่แม้จะเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่กลับมีไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายและวางตัวดี โดยเฉพาะความงามที่เป็นธรรมชาติด้วยผมสีดำขลับที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เธอได้รับฉายาว่า "เจ้าหญิงซัมซุง" อย่างแท้จริงทายาทรุ่นที่ 4 ดีกรีนักเรียนนอกอีวอนจู เกิดเมื่อปี 2004 เป็นลูกสาวคนเดียวของ อีแจยง ประธานบริษัท Samsung Electronics กับอดีตภรรยา อิมเซรยอง ทายาทกลุ่มธุรกิจ Daesang เธอเกิดที่แมนแฮตตัน นิวยอร์ก จึงถือสองสัญชาติทั้งเกาหลีและอเมริกันในวัยเด็กเธอฉายแววความสามารถด้านบัลเลต์ โดยเคยศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติ Yongsan ในกรุงโซล และเข้าร่วมคณะบัลเลต์แห่งชาติเกาหลี ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อที่ Choate Rosemary Hall โรงเรียนประจำชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รวมตัวของลูกหลานชนชั้นสูงจากทั่วโลกชีวิตนักศึกษาและการฝึกงานที่น่าจับตามองแม้จะมีข่าวว่าสอบติดมหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง Harvard และ Brown แต่ปัจจุบันมีรายงานว่าเธอกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 เอกวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก…
-
นึกว่าของฝาก! ตร.เอะใจ สั่งรื้อขวดซอส อึ้งทั้งโรงพัก เจอ “ทองแท่ง” อากงฟังเฉลยเข่าทรุด
อึ้งทั้งโรงพัก! แกะขวด เจอทองแท่งซุกใน "ขวดน้ำพริก" มูลค่ากว่าแสน ตร.สืบจนรู้ความจริงถึงกับอึ้งมุขใหม่มิจฉาชีพ? หลอกคนแก่ซ่อน "ทองคำ" ในขวดซอสส่งพัสดุ เกือบสูญเงินแสนตำรวจเมืองเทียนจิน ประเทศจีน สกัดจับแก๊งต้มตุ๋นได้ทันควัน หลังพบพฤติกรรมสุดแปลกของคุณตาท่านหนึ่งที่ซ่อน "ทองคำแท่ง" ไว้ในขวดซอสปรุงรสเพื่อส่งไปรษณีย์ เรื่องราวนี้นอกจากจะช่วยเหลือเหยื่อได้ทันเวลาแล้ว ยังกลายเป็นไวรัลในจีนเพราะวิธีการซ่อนของมีค่าที่ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์จุดเริ่มต้นจากโฆษณา "หุ้นทำกำไร"เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคุณตาแซ่จ้าว อาศัยอยู่ในเขตจินหนาน เมืองเทียนจิน ได้ไปเห็นโฆษณา "เคล็ดลับการเล่นหุ้นให้ได้กำไร" บนแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ ด้วยความสนใจจึงสแกน QR Code และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามคำแนะนำ โดยมีกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็น "คนวงใน" คอยสอนเทคนิค และยุยงให้คุณตาซื้อทองคำเพื่อส่งไปให้พวกเขาทำการเก็งกำไรแทนตำรวจบุกเตือน ยืนกรานแค่ "ส่งของกินให้เพื่อน"เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง หลี่ รุ่ยฟาง ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบป้องกันการฉ้อโกง จึงรีบเดินทางไปพบคุณตาจ้าวทันที ในตอนแรกคุณตามีท่าทีต่อต้านและยืนกรานเสียงแข็งว่า "ไม่ได้ถูกหลอก" โดยอ้างว่าพัสดุที่กำลังจะส่งนั้นเป็นเพียงขวดซอสและของกินฝากไปให้เพื่อนเท่านั้นหลังจากใช้เวลาเกลี้ยกล่อมและอธิบายกลโกงของมิจฉาชีพนานกว่า 2 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตาจ้าวจึงยอมเปิดปากสารภาพความจริงว่า ได้ซ่อนทองคำแท่งหนัก 30 กรัม จำนวน 2 แท่งเอาไว้ใน "ขวดซอสพริก" (ลักษณะคล้ายซอสซาฉาหรือสะเต๊ะ) ตามคำสั่งของแก๊งมิจฉาชีพเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขนส่งลองถอนเงินไม่ได้ ถึงรู้ว่าโดนหลอกเพื่อยืนยันความจริง ตำรวจได้ขอให้คุณตาลองกดถอนเงินออกจากแอปพลิเคชันดังกล่าว ซึ่งคุณตาพยายามทำรายการหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง…
-
แม่อวด 7 ชุด เตรียมไปงาน รร. ชาวเน็ตแห่ติงแรง “เหมือนพนักงาน…” ระวังลูกอายเพื่อน!
เห็นแล้วกุมขมับ! ชุดแม่ไปงานโรงเรียนลูก ชาวเน็ตถามแรง สวยแต่ผิดที่! แม่จัดเต็ม 7 ชุด เตรียมชุดไปงานโรงเรียนลูก ชาวเน็ตเตือนสติแรง ระวังลูกไม่มีที่ยืนสมัยนี้เด็กๆ มักจะให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และหน้าตาทางสังคมไม่น้อย ตั้งแต่เรื่องการไปรับ-ส่ง จนถึงงานประชุมผู้ปกครอง เด็กๆ ล้วนอยากให้พ่อแม่แต่งตัวดูดี สวยหล่อ เพื่อให้พวกเขารู้สึกภูมิใจและยืดอกได้ต่อหน้าเพื่อนฝูง ซึ่งหากย้อนกลับไปสมัยเราเป็นนักเรียน ก็คงเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ไม่ยากชุดสวยแต่ผิดกาลเทศะ? ดราม่าคุณแม่จัดเต็ม 7 ลุคการแต่งตัวสวยไม่ใช่เรื่องผิด แต่ความสวยงามนั้นต้องดูความเหมาะสมของช่วงวัยและกาลเทศะด้วย ล่าสุดเกิดประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งเตรียมชุดเพื่อไปร่วมงานจบการศึกษาระดับประถมของลูกชาย โดยเธอจัดเต็มมาให้เลือกถึง 7 ชุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกระโปรงสั้นสายเดี่ยว หรือชุดเซ็ตกระโปรงสั้นกุดหากชุดเหล่านี้อยู่บนเรือนร่างของนักศึกษาสาววัยใสคงดูน่ารักสมวัย แต่เมื่อผู้สวมใส่คือคุณแม่ที่มีลูกชายโตระดับชั้น ป.6 การใส่กระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋จึงดูขัดตา ชาวเน็ตหลายคนชี้เป้าไปที่ "รองเท้าส้นสูงแบบใส" (รองเท้าแก้ว) ที่คุณแม่เลือกมาแมตช์กับทุกชุด ซึ่งยิ่งทำให้ลุคโดยรวมดูไม่สง่างาม และขาดความภูมิฐานในฐานะผู้ปกครองชาวเน็ตวิจารณ์ยับ "เหมือนพนักงาน…มาประชุม"คอมเมนต์ในโซเชียลต่างแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา บางคนถึงกับเตือนแรงว่า "อย่าทำให้ลูกชายต้องขายหน้าเลย งานโรงเรียนไม่ใช่ที่รวมตัวพนักงานบริการ ไม่จำเป็นต้องแต่งตัววาบหวิวขนาดนั้น" แม้คำพูดอาจจะดูรุนแรง แต่หากมองในมุมของลูกชาย การที่แม่แต่งตัวล่อแหลมเกินไปในงานโรงเรียน อาจทำให้ลูกวางตัวลำบากต่อหน้าครูและเพื่อนๆการแต่งกายของพ่อแม่ คือหน้าตาทางสังคมของลูกต้องยอมรับว่าในสังคมโรงเรียน การแต่งกายของพ่อแม่ส่งผลต่อความมั่นใจของลูก การแต่งตัวให้ "ดูดี" ไม่ได้หมายความว่าต้องใส่แบรนด์เนมหรือจัดเต็มจนเกินงาม แต่หมายถึงความ "ถูกกาลเทศะ"…