Category: ต่างประเทศ
-
คดีโหด หญิงอินเดีย ฆ่าเด็ก 4 ศพ อิจฉาหน้าตาดีกว่า ลูกตัวเองมาเห็น โดนฆ่าปิดปากด้วย
ตำรวจอินเดียรวบ ‘ฆาตกรต่อเนื่องหญิง’ สังหารเด็ก 4 ศพรวมลูกแท้ๆ อ้างปมหมกมุ่นความงาม ทนไม่ได้เห็นใครหน้าตาดี4 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐหรยาณา ประเทศอินเดีย จับกุมหญิงวัยประมาณ 30 ปี ในเมืองปานิปัต หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเด็กจำนวน 4 ราย ตั้งแต่ปี 2023 โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากความหมกมุ่นเรื่องรูปลักษณ์หน้าตา รู้สึกอิจฉาเมื่อเห็นเด็กคนอื่นมีหน้าตาสะสวยรายงานระบุว่า ผู้ต้องหาชื่อ ปูนัม (เป็นชาวหมู่บ้านในเขตโซนิปัต รับสารภาพกับพนักงานสอบสวนว่าได้ลงมือสังหารเด็กไปแล้ว 4 คนในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เจาะจงเลือกเหยื่อที่เธอรู้สึกว่ามี “รูปลักษณ์ที่งดงามเกินไป” เนื่องจากมีความคิดหมกมุ่นว่าไม่อยากให้เด็กคนไหนมีความน่ารักหรือหน้าตาดีไปกว่าลูกของเธอเองย้อนรอยพฤติการณ์อำพรางคดี เจ้าหน้าที่สืบสวนเปิดเผยว่า ปูนัมซึ่งคาดว่าจะมีอาการทางจิตร่วมด้วย ได้ก่อเหตุครั้งแรกในปี 2023 ที่หมู่บ้านภาราด เหยื่อรายแรกคือหลานสาว (ลูกสาวของน้องเขย) แต่ในระหว่างลงมือสังหาร ลูกชายของเธอเองได้เข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้า จึงตัดสินใจฆ่าลูกชายของตนเองเพื่อปิดปากด้วยครั้งนั้น ศพของเด็กทั้ง 2 คนถูกพบจมอยู่ในแท็งก์น้ำ โดยปูนัมสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าเด็กๆ เล่นกันและพลัดตกลงไปจมน้ำเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้ไม่มีใครติดใจสงสัย ต่อมาในเดือนสิงหาคม ด้ใช้วิธีการเดียวกันสังหารเด็กอีกคนในหมู่บ้านศิวะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอคดีนี้ถูกเปิดโปงหลังจากเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่…
-
นักธุรกิจมาเลฯ เหยื่อสแกมเมอร์เขมรเผย ถูกทรมาน-ข่มขืน-บังคับกินหมู ชี้ยังมีคนถูกขังอีก 700 คน
นักธุรกิจชาวมาเลเซีย หนึ่งในเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เผยว่าถูกทรมาน-ข่มขืน และบังคับให้กินหมู ก่อนสุดท้ายหนีตายออกมาได้มูฮัมหมัด ซยาฟิก ปูบาลัน อับดุลลาห์ (Muhammad Syafiq Pubalan Abdullah) นักธุรกิจชาวมาเลเซีย วัย 40 ปี หนีรอดจากเงื้อมมือของแก๊งหลอกลวงงานในประเทศกัมพูชามาได้ หลังจากภรรยาของเขายื่นรายงานต่อตำรวจและต้องจ่ายค่าไถ่ 6,000 ริงกิต (ประมาณ 46,600 บาท) แต่เขาระบุว่ายังมีชาวมาเลเซียอีกราว 700 คนที่ยังคงถูกกักขังและเผชิญกับการทรมานมูฮัมหมัด ซยาฟิก เล่าในการแถลงข่าวที่จัดโดยสมาคมผู้บริโภคชาวมุสลิมมาเลเซีย (PPIM) ที่กัวลาลัมเปอร์ ถึงความโหดร้ายที่เหยื่อวัย 17 ถึง 35 ปี ต้องเผชิญ โดยเขาถูกทุบตีทุกวันในช่วงสัปดาห์แรกที่ไปถึง “พวกเขาจะใช้เข็มขัดตีผู้หญิง ผมได้ยินมาว่ามีเหยื่อหญิงคนหนึ่งถูกข่มขืนโดยคน 11 คน หลังจากแม่ของเธอยื่นรายงานต่อตำรวจ” และเขายังถูกบังคับให้กินเนื้อหมูหลายครั้ง หากปฏิเสธก็จะถูกทำร้ายเขายังเผยต่อว่า เพื่อนที่รู้จักกันมา 12 ปี ชักชวนให้เขาไปเปิดร้านอาหารมาเลเซียในกัมพูชา โดยอ้างว่าที่นั่นยังไม่มีร้านอาหารมาเลเซียเลย ด้วยความเชื่อใจเขาจึงเดินทางจากเมืองอลอร์ สตาร์ ไปยังกรุงเทพฯ ก่อนจะมีคนขับรถมารับและพาเขาเข้าไปยังกัมพูชา“พวกเขาหลีกเลี่ยงเส้นทางปกติ เพื่อที่ผมจะไม่รู้ทางกลับ ในกรุงเทพฯ…
-
สุดเหี้ยม กราดยิงในปาร์ตี้ คร่า 4 ชีวิต แม่ใจสลาย ลูก 8 ขวบดับสลด ก่อนวันเกิด 2 สัปดาห์
โศกนาฏกรรม มือปืนกราดยิงสยองงานปาร์ตี้คร่า 4 ชีวิต เด็กน้อย 8 ขวบดับก่อนวันเกิด 2 สัปดาห์ เผยชนวนเหตุจากแก๊งในพื้นที่ ชายวัย 21 ถูกยกย่องฮีโร่ ใช้ตัวบังสละชีวิตช่วยเด็กงานวันเกิดเด็กวัย 2 ขวบในห้องจัดเลี้ยงที่นครสต็อกตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ กลายเป็นคืนสยอง หลังคนร้ายบุกกราดยิงใส่กลุ่มแขกที่มาร่วมงานทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 3 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 11 คน ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของครอบครัวที่ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียที่ไม่ทันตั้งตัวเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องจัดเลี้ยง มีแขกมาร่วมงานมากกว่า 100 คน ขณะเจ้าของวันเกิดตัวจริง คือ เด็กหญิงวัย 2 ขวบ กำลังจะตัดเค้ก โดยแขกคนหนึ่งชื่อแพทริซ วิลเลียมส์ เล่าว่า ตอนแรกเธอคิดว่าเสียงดังที่ได้ยินเป็นเสียงลูกโป่งแตก แต่พอรู้ว่าเป็นเสียงปืน ทุกคนก็ล้มตัวลงกับพื้นเพื่อเอาชีวิตรอดแม่ของเด็กเจ้าของงานเลี้ยงบอกว่า ตัวเองก็คิดว่าเป็นเสียงลูกโป่งเช่นกัน ก่อนจะรู้ว่าเป็นเสียงปืนจริง ๆ และทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนยังอยู่ในอาการช็อกและทำใจไม่ได้หนึ่งในเหยื่อคือ มายา ลูเปียน (Maya Lupian) เด็กหญิงวัย 8 ขวบ…
-
พ่อแม่ต้องใจแข็ง! 2 สิ่งที่ลูกขอแล้ว “ห้ามให้” เด็ดขาด ถ้าไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าตอนแก่
รักลูกต้องกล้าปฏิเสธ! เปิด 2 สิ่งที่ไม่ควรตามใจลูก ยิ่งให้ยิ่งทำร้ายทางอ้อม แถมพ่อแม่ลำบากตอนจบ2 สิ่งที่ลูกขอแล้วพ่อแม่ต้อง "กล้าปฏิเสธ" ให้เป็น ไม่อย่างนั้นอาจทำร้ายลูกทางอ้อมความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกนั้นไร้เงื่อนไข และบ่อยครั้งที่ความรักทำให้เราอยากมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกต้องการ แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคำขอของลูกจะสมเหตุสมผล และหน้าที่ของพ่อแม่ไม่ใช่การตอบสนองทุกความต้องการ การช่วยเหลือที่แท้จริงไม่ใช่การโอบอุ้มไปตลอดชีวิต แต่คือการสร้างรากฐานให้ลูกมี "ภูมิคุ้มกัน" ในการเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองเมื่อลูกเอ่ยปากขอ 2 สิ่งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าพ่อแม่ต้องใจแข็งและกล้าที่จะปฏิเสธ เพราะถ้าเผลอให้ไปแล้ว อาจกลายเป็นการทำร้ายทั้งตัวลูกและตัวพ่อแม่เองในระยะยาว1. เงินก้อนสุดท้ายสำหรับ "วัยเกษียณ"พ่อแม่ทำงานหนักมาครึ่งค่อนชีวิต ควรเก็บเงินก้อนนี้ไว้เพื่อดูแลตัวเองในยามแก่เฒ่า แม้จะมีคำกล่าวว่า "มีลูกเพื่อจะได้พึ่งพาตอนแก่" แต่ในความเป็นจริง เมื่อลูกเติบโต เขาก็ต้องมีครอบครัวและภาระของตัวเอง การคาดหวังให้ลูกมาดูแลทั้งหมดอาจเป็นเรื่องยากในยุคปัจจุบันมีบทเรียนจากภาพยนตร์และชีวิตจริงมากมาย ที่พ่อแม่ยอมยกทรัพย์สินหรือเงินเก็บทั้งชีวิตให้ลูกด้วยความรัก โดยหวังว่าลูกจะกตัญญู แต่สุดท้ายกลับถูกทอดทิ้ง หรือลูกนำเงินไปใช้จนหมดแล้วไม่สนใจดูแลพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่กลายเป็นคน "มีบ้านแต่กลับไม่ได้" ต้องลำบากในบั้นปลายชีวิตความรักลูกเป็นสัญชาตญาณ แต่พ่อแม่ต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน เงินเกษียณคือหลักประกันสุดท้าย หากมอบให้ลูกไปหมด เท่ากับเราตัดความมั่นคงของตัวเองทิ้งไป2. ความรักและการปกป้องที่ "มากเกินพอดี"โบราณว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" แต่ในยุคนี้อาจหมายถึงการรู้จักปล่อยให้ลูกลำบากบ้าง การตามใจหรือปกป้องลูกมากเกินไป (Over-parenting) จะสร้างลูกให้กลายเป็น "ยักษ์ที่อ่อนแอ" มีร่างกายเป็นผู้ใหญ่แต่ข้างในยังเป็นเด็กเคยมีกรณีอุทาหรณ์ของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่รักลูกมาก ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ลูกไม่ต้องหยิบจับทำงานบ้านหรือรับผิดชอบอะไรเลย…
-
ย้อนวิวาห์หยุดโลก! เจ้าสาวสวยสะกดจน “ถนนเป็นอัมพาต” ภาพขลังถึงขั้นโชว์พิพิธภัณฑ์
รักแท้ 40 ปี! เปิดภาพงานแต่งนางเอกดังปี 1980 สวยจนคนแห่ดูทั้งเมือง ทำถนนฮานอยเป็นอัมพาต เบื้องหลังซึ้งกินใจสวยตะลึง! ย้อนภาพวิวาห์นางเอกดังยุค 80 คนแห่ดูจนถนนฮานอยเป็นอัมพาต ภาพสวยขลังจนได้โชว์ในพิพิธภัณฑ์ กลายเป็นสมบัติชาติรักแท้ 40 ปี! เปิดภาพงานแต่งนางเอกดังปี 1980 สวยจนคนแห่ดูทั้งเมือง ทำถนนฮานอยเป็นอัมพาต เบื้องหลังซึ้งกินใจหากพูดถึงงานแต่งงานที่เป็นตำนานของกรุงฮานอย คงหนีไม่พ้นงานวิวาห์ในปี 1980 ของ "ญือ กวิ่ญ" (Nhu Quynh) นางเอกระดับตำนานและสาวงามแห่งย่านเมืองเก่า กับช่างภาพหนุ่ม "เหงียน ฮู บาว" งานนี้สร้างปรากฏการณ์จนถนนหางดาว (Hang Dao) แทบเป็นอัมพาต เมื่อฝูงชนนับพันแห่มาชมความงามของเจ้าสาว จนกลายเป็นความทรงจำที่เล่าขานกันไม่รู้จบงานแต่งงานที่ "เรียบง่ายแต่หรูหรา" จนต้องจารึกในยุคนั้น ญือ กวิ่ญ สวมชุดอ่าวญ๋ายกำมะหยี่สีแดงเลือดหมูที่ได้รับเป็นของขวัญจากคุณป้าในฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นของล้ำค่ามากในสมัยนั้น เธอนั่งรถยนต์ "ไห่อู" (Hai Au) สุดหรูฝ่าฝูงชนที่มารอรับเสด็จราวกับดาราฮอลลีวูด ความพิเศษอีกอย่างคือ เพื่อนของเจ้าบ่าวได้หาฟิล์มสีมาบันทึกภาพ ทำให้งานนี้กลายเป็นหนึ่งในงานแต่งงานแรกๆ ของฮานอยที่มีภาพถ่ายสีเก็บไว้บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความรื่นรมย์และศิลปะ การ์ดเชิญถูกวาดด้วยมือโดยศิลปินดัง สถานที่ตกแต่งด้วยกระดาษสีอย่างประณีต…
-
ดารารุ่นใหญ่ ต้องบอกลางานในวงการ หลังตามองไม่เห็น ยอมรับจำใครไม่ได้แล้ว (ข่าวต่างประเทศ)
ดารารุ่นใหญ่ ต้องบอกลางานในวงการ หลังตามองไม่เห็น ยอมรับจำใครไม่ได้แล้ว (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นักแสดงชื่อดัง จูดี้ เดนช์ ในวัย 90 ปี ป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นส่วนกลางอย่างถาวรและรวดเร็ว และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของปัญหาสายตาในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และตอนนี้เธอเปิดเผยว่าอาการป่วยของเธอรุนแรงขึ้นมากจนเธอไม่สามารถจำเพื่อนและคนรักได้ในการให้สัมภาษณ์กับเซอร์ เอียน แมคเคลเลน เพื่อนของเธอทาง ITV จูดี้ ถูกถามว่าทำไมเธอถึงไม่ค่อยปรากฏตัวบนจออีกต่อไป และเธอตอบว่า "ฉันมองไม่เห็นแล้ว ฉันเป็นโรคนี้นะ รู้ไหม""ฉันเห็นโครงร่างของคุณ และฉันรู้จักคุณดีในผ้าพันคอแม็คเบ็ธของคุณ แต่ตอนนี้ฉันจำใครไม่ได้เลย… ฉันดูโทรทัศน์ไม่ได้ อ่านหนังสือก็ไม่ได้"จูดี้ เปิดเผยครั้งแรกในปี 2012 ว่าเธอกำลังป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม และในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้นี้ได้อัปเดตอาการของเธออย่างน่าเศร้า โดยเปิดเผยว่าเธอไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เพราะกังวลว่าเธออาจหกล้ม"จะต้องมีใครสักคนอยู่กับฉันเสมอ เพราะฉันมองไม่เห็น และฉันมักจะเดินชนหรือล้ม ปกติฉันมักจะรู้สึกประหม่าก่อนจะทำอะไรสักอย่าง ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม… ฉันไม่เก่งเรื่องการทำอะไรเองเลย และตอนนี้ฉันก็ไม่เก่งเหมือนเดิม แต่โชคดีที่ฉันไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะฉันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น"
-
พ่อบ้านใจกล้า! ชายญี่ปุ่นถูกแจ็กพอต 120 ล้านบาท ตัดสินใจไม่บอกภรรยา
คิดว่าเรื่องนี้จะจบยังไง? ชายญี่ปุ่นถูกลอตเตอรี่มูลค่ากว่า 120 ล้านบาทตัดสินใจปกปิดภรรยา เพื่อแอบนำเงินไปเสวยสุขคนเดียวสำนักข่าว The Gold Online ของญี่ปุ่นรายงานว่า ชายชาวญี่ปุ่นวัย 66 ปีรายหนึ่ง ถูกรางวัลลอตเตอรี่ 600 ล้านเยน (ราว 123 ล้านบาท) แต่ตัดสินใจไม่บอกภรรยาผู้ขี้งก เพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายชายรายนี้เกษียณอายุจากบริษัทผลิตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เขาและภรรยาอาศัยอยู่ในโตเกียวด้วยเงินบำนาญรวมกันเดือนละ 300,000 เยน (ราว 62,000 บาท) พวกเขามีเงินออมประมาณ 27 ล้านเยน (ราว 5.5 ล้านบาท)แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูงในเมืองหลวงและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูก 2 คน ทำให้ภรรยาจำกัดการใช้เงินของเขา โดยที่ผ่านมา ภรรยาของเขาห้ามไม่ให้เขาดื่มเบียร์ และอนุญาตให้ซื้อได้เฉพาะรถเก่าราคาถูกเท่านั้นปกติสามีรายนี้จะใช้เวลาทั้งวันอ่านหนังสือพิมพ์ที่ร้านกาแฟท้องถิ่น และหลังอาหารเช้า เขาจะซื้อลอตเตอรี่ 2-3 ใบ ราคาใบละ 300 เยน (ราว 62 บาท)วันหนึ่ง เขาได้รับแจ้งว่าถูกลอตเตอรี่เงินรางวัลจำนวนมากและต้องไปธนาคาร จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าตัวเองถูกรางวัลใหญ่ 600 ล้านเยนปฏิกิริยาแรกของเขาคือความตกใจ “รู้สึกเหมือนไม่ใช่ของจริงเลย ตัวเลขมันมหาศาลมาก ผมยังกลัวอยู่เลย…
-
จับได้แล้ว ฆาตกรวิปริต ตัดคอหนุ่มขณะช่วยตัวเอง อึ้ง เป็นข้าราชการ ฆ่าในกรมสรรพากร
รวบตัว ‘อดีตข้าราชการระดับสูง’ เวียดนาม ก่อเหตุ ฆ่าตัดหัวหนุ่มวัย 36 ปี ขณะถึงจุดสุดยอด ในสถานที่ราชการ คลิปสะเทือนขวัญว่อนเน็ตสำนักข่าวเวียดนาม รายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดหลั่งเซิน ประเทศเวียดนาม ดำเนินการจับกุม แจ้งข้อหา นายดวน วัน ซาง (Đoàn Văn Sáng) อายุ 57 ปี อดีตรองหัวหน้าทีมจัดการตลาดที่ 4 สังกัดกรมสรรพากร จังหวัดหลั่งเซิน ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนพบหลักฐานเชื่อมโยงเหตุฆาตกรรม นายเหงียน ซวน ดาท (Nguyễn Xuân Đạt) อายุ 36 ปี ภายในสำนักงานของรัฐกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามแถลงเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ว่าสืบเนื่องจากการตรวจสอบเฝ้าระวังบนโลกออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่พบภาพและคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรงและน่าสงสัยว่าจะเป็นเหตุฆาตกรรมแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย สร้างความตื่นตระหนกให้กับสาธารณชนเป็นวงกว้างในคลิปเป็นการบันทึกช่วงวินาทีสุดท้ายของเหยื่อขณะกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง โดยมีฆาตกรสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ใช้มีดตัดหัวเยื่อเวลาเดียวกับตอนถึงจุดสุดยอด จนตายคาที่ แล้วชำแหละศพมาปรุงอาหารเตือนห้ามดู คลิปชายเวียดนาม ช่วยตัวเองถึงจุดสุดยอด เจอฆาตกรตัดหัวฉับ เชื่อได้ขึ้นสวรรค์จากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ระบุว่า…
-
หญิงสุดช็อก! ฝากเงินหลักสิบล้าน ผ่านไป 4 ปี จะมาถอนเงินคืน กลับหายเกลี้ยง ซ้ำธนาคารยังปัดรับผิดชอบ (ข่าว ตปท.)
วันที่ 4 ธ.ค. 2568 เว็บไซต์ต่างประเทศ SOHA ได้มีการรายงานเหตุการณ์น่าสนใจที่เกิดขึ้นในมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน เมื่อ นางหลี่ ต้องเผชิญความจริงสุดช็อกวันที่ 4 ธ.ค. 2568 เว็บไซต์ต่างประเทศ SOHA ได้มีการรายงานเหตุการณ์น่าสนใจที่เกิดขึ้นในมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน เมื่อ นางหลี่ ต้องเผชิญความจริงสุดช็อก หลังพบว่าเงินฝาก 13.1 ล้านหยวน หรือ ประมาณกว่า 59 ล้านบาท ที่ฝากไว้กับ ธนาคารท้องถิ่น เมื่อปี 2561 ได้ หายไปจากบัญชีทั้งหมด ในปี 2565 โดยการสืบสวนพบว่าเงินดังกล่าวถูก ผู้จัดการธนาคารสาขา ยักยอกไปใช้จนหมดสิ้น นำมาสู่การฟ้องร้องเรียกความรับผิดชอบจากธนาคารโดยเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 นางหลี่ ได้นำเงิน 13.1 ล้านหยวน ไปฝากไว้กับธนาคารในมณฑลเหลียวหนิง เพราะเชื่อมั่นว่า เป็นวิธีเก็บเงินที่ปลอดภัยมากที่สุด และได้รับดอกเบี้ยที่น่าพอใจ เธอคาดหวังว่า จะได้กำไรก้อนใหญ่ หลังฝากไว้เพียง 4 ปี…
-
ฮือฮา! หนุ่มซื้อทุกงวด “หวยเลขอาถรรพ์” ที่คนกลัว กวาด 2 แจ็กพอต รวยใช้ทั้งชีวิตไม่หมด!!
หนุ่มซื้อ ฮือฮา! หนุ่มซื้อหวย "เลขอาถรรพ์" ที่คนเมิน กลายเป็นดวงเฮงพลิกชีวิต รวยเละ กวาด 2 แจ็กพอต!!!กลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่เพียงชั่วข้ามคืน สำหรับชายหนุ่มผู้โชคดีจากมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วเมืองด้วยการคว้ารางวัลใหญ่จากการเสี่ยงโชคด้วย "ตัวเลข" ที่หลายคนมองข้ามและมักหลีกเลี่ยง ด้วยเงินลงทุนเพียงน้อยนิด เขากลับคว้าเงินรางวัลมหาศาลเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลเดิมพันด้วยสัญชาตญาณ กับเลข "13" ที่คนกลัวเมื่อเร็วๆ นี้ นายหวัง (นามสมมติ) ชายชาวชิงไห่ ได้ตัดสินใจซื้อลอตเตอรี่แบบระบุตัวเลขเองด้วยเงินเพียง 20 หยวน (ประมาณ 96 บาท) ผลปรากฏว่าเขากวาดรางวัลแจ็กพอตใหญ่ไปถึง 2 รางวัล รับเงินรางวัลรวมมูลค่ามหาศาลกว่า 19 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึง ประมาณ 94 ล้านบาทสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าทึ่งที่สุดคือ "ตัวเลข" ที่เขาเลือก นายหวังตัดสินใจเลือกเลข "13" ทั้งชุด ซึ่งตามความเชื่อสากลหรือแม้แต่ในจีนเอง เลข 13 มักถูกมองว่าเป็นเลขแห่งความโชคร้ายหรือเลขอาถรรพ์ที่หลายคนไม่กล้าซื้อ แต่ครั้งนี้สัญชาตญาณของเขากลับทำงานอย่างแม่นยำ โดยเขากล่าวว่า "จู่ๆ ผมก็รู้สึกสังหรณ์ใจกับเลข 13 ขึ้นมาอย่างกะทันหัน…