Category: ต่างประเทศ
-
สิงคโปร์แขวนคอ 3 นักโทษคดียาเสพติด ยอดประหารปีนี้พุ่ง 17 ราย-สูงสุดใน 22 ปี
สิงคโปร์แขวนคอ – บีบีซี รายงานวันที่ 2 ธ.ค. ว่า สิงคโปร์ดำเนินการประหารชีวิต ผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 รายด้วยการแขวนคอ ส่งผลให้จำนวนผู้ถูกประหารชีวิตในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2546โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น 1 สัปดาห์ก่อนจะมีการพิจารณาคัดค้านกฎหมายในรัฐธรรมนูญที่ระบุให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาในคดียาเสพติดสัปดาห์ที่แล้ว สิงคโปร์แขวนคอผู้ต้องหาคดียาเสพติด 3 ราย ทำให้จำนวนผู้ถูกประหารชีวิตในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 17 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2546 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดีคัดค้านโทษประหารชีวิตในคดียาเสพติดตามรัฐธรรมนูญ สิงคโปร์มีกฎหมายปราบปรามยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลก ซึ่งสิงคโปร์ระบุว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นในการยับยั้งอาชญากรรมยาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาพประกอบ – Singapore hanged three people for drug offences last week, bringing the total number of executions to 17 this year – the highest since 2003.…
-
วัยรุ่นเกาหลี จบชีวิตตัวเอง ถูกร้านเอาภาพมาประจาน ขโมยของมูลค่าร้อยบาท
วัยรุ่นเกาหลี จบชีวิตตัวเอง ถูกร้านเอาภาพมาประจาน โดยไม่มีการเซนเซอร์ หลังกล้องจับได้ว่าเธอขโมยของมูลค่าร้อยบาทเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม สำนักข่าว มาเธอร์ชิป รายงานว่า ทางครอบครัวได้แจ้งความเจ้าของร้านไอศกรีม ในชุงชองใต้ ภายหลังจากที่ทางร้านได้เผยแพร่ภาพของวัยรุ่นหญิงนามสกุล อี วัย 18 ปี ประจานว่าขโมยของในร้านโดยไม่เซนเซอร์เป็นเหตุให้วัยรุ่นคนดังกล่าวจบชีวิตของตัวเองโดยเจ้าของร้านคนดังกล่าวได้นำรูปของ น.ส.อี ส่งให้โรงเรียนพิเศษ ก่อนที่ภาพดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้ น.ส.อี รู้สึกวิตกกังวลอย่างรุนแรง รู้สึกหวาดกลัวและอับอาย ซึ่งแม่ของเด็กได้บอกกับลูกว่าเดี๋ยวจะคุยกับทางร้านไอศกรีมให้ แต่เช้าวันต่อมาลูกสาวเลือกจะจบชีวิตของตัวเองอ้างอิงจากเพื่อนผู้ตายนั้นระบุว่า เธอยอมรับว่าเธอเคยขโมยของจากร้านดังกล่าวจริง เป็นมูลค่าราวๆ 108 บาท (5,000 วอน) โดยตอนก่อเหตุนั้นเธอไม่มีเงินคดีดังกล่าวนั้นกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์เกาหลีใต้ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่ร้านค้าจะโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อประจานผู้กระทำผิด แต่สังคมก็ตั้งคำถามว่าการเผยแพร่รูปของเยาวชนโดยไม่มีการเซ็นเซอร์สมควรหรือไม่ ซึ่งคดีนี้อาจจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องหญิงข้ามเพศอินเดีย 24 คน ซดน้ำยาล้างพื้น หวังฆ่าตัวตายหมู่ เรียกร้องความเป็นธรรมเศร้า คอสเพลย์เยอร์สาววัย 20 ปี จบชีวิตตัวเอง ถูกเหยียดผิว-ไซเบอร์บูลลี่เกาหลีใต้เอาจริง! เปิดระบบลงประวัติ นักเรียนบูลลี่ 9 ระดับ ตัดสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัย
-
คลิป 25 ล้านวิว “เจ้าสาวปรี๊ดแตก” ตบสวนสามีพิเรนทร์ เตะแก้วกระจาย สุดท้ายโอละพ่อ!
งานแต่งหรือสนามมวย? เจ้าสาว ดราม่า 25 ล้านวิว! เจ้าบ่าวผลักหน้าเจ้าสาวจุ่มเค้ก ตบกันนัวกลางงานแต่ง ก่อนคดีพลิกกลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีการแชร์คลิปวิดีโอบรรยากาศงานแต่งงานหนึ่ง ที่จู่ๆ เจ้าบ่าวเล่นพิเรนทร์แกล้งเจ้าสาวแรงจนเกิดเหตุชุลมุนกลางเวที ทำเอาชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์สนั่นจนยอดวิวพุ่งทะลุ 25 ล้านวิวงานวิวาห์เดือด เมื่อเจ้าบ่าวเล่นไม่รู้กาลเทศะเหตุการณ์ในคลิปเผยให้เห็นช่วงพิธีการตัดเค้กและรินแชมเปญ จังหวะที่เจ้าสาวก้มลงไปใกล้ตัวเค้ก เจ้าบ่าวกลับผลักศีรษะของเธอทิ่มลงไปในเค้กก้อนโตอย่างแรง ส่งผลให้ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางมาอย่างสวยงามและทรงผมที่จัดทรงมาดี เลอะเทอะไปด้วยครีมเค้กจนดูไม่ได้ด้วยความโกรธและอับอาย เจ้าสาวจึงหันกลับมาตบหน้าเจ้าบ่าวฉาดใหญ่ พร้อมคว้าเศษเค้กป้ายหน้าคืน เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากจนญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต้องรีบวิ่งขึ้นมาห้ามทัพ เปลี่ยนบรรยากาศชื่นมื่นให้กลายเป็นความตึงเครียดในพริบตาชาวเน็ตจวกยับ สงสารเจ้าสาวจับใจหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด ส่วนใหญ่ยืนข้างเจ้าสาวและมองว่าการกระทำของเจ้าบ่าว "เกินกว่าเหตุ" และ "EQ ต่ำ" เพราะค่าแต่งหน้าทำผมในวันสำคัญนั้นราคาสูงมาก การทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติภรรยาและครอบครัว หลายคนถึงกับบอกว่าถ้าเจอแบบนี้ขอ "ยกเลิกงานแต่ง" ทันทีเฉลยความจริง ทำเอาคนดู "คดีพลิก"อย่างไรก็ตาม เมื่อสืบหาต้นตอจริงๆ พบว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียง "ละครสั้น" แนวสะท้อนสังคมจากช่อง Nhây TV ของประเทศเวียดนามเท่านั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในคลิปถูกเซตฉากและเขียนบทขึ้นมาเพื่อความบันเทิง แต่ด้วยการแสดงที่สมจริงและโปรดักชันที่ลงทุน ทำให้ผู้ชมจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหตุการณ์จริงบทเรียนจากละคร: แกล้งแรงเสี่ยงอันตรายถึงตาบอดแม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงการแสดง แต่ก็ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคู่รักในชีวิตจริงว่า การแกล้งกดหน้าลงเค้ก (Cake…
-
เหตุสลด เครื่องบินเล็ก 2 ลำชนกันกลางอากาศในซิดนีย์ ทำนักบินเสียชีวิต 1 ราย
เกิดเหตุเครื่องบินเล็ก 2 ลำชนกันกลางอากาศระหว่างทำการฝึกบิน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์ ออสเตรเลีย ส่งผลให้นักบินเสียชีวิต 1 รายเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเมื่อนักบินรายหนึ่งเสียชีวิต หลังจากเครื่องบินเล็กสองลำชนกันกลางอากาศ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์หน่วยบริการฉุกเฉินได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 11:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามบินแนปเปอร์ ฟิลด์ ในเวดเดอร์เบิร์น (Wedderburn) เครื่องบินที่ประสบเหตุเป็นเครื่องบินเล็กชนิด Van’s RV-7 สองลำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบินแบบหมู่ (Formation Flight) ร่วมกับเครื่องบินอีกสองลำสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย (ATSB) เปิดเผยในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินลำหนึ่งสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย แต่นักบินของเครื่องบินอีกลำที่ชนกันกลางอากาศตกกระแทกพื้นและเสียชีวิตคาที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าเครื่องบินทั้งสองลำชนกันกลางอากาศ โดยเครื่องบินลำหนึ่งตกลงไปในพุ่มไม้ใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของนักบินผู้เสียชีวิตในบริเวณนั้น ส่วนนักบินของเครื่องบินอีกลำนั้นปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บจอห์น ทารู ผู้ที่รู้จักกับผู้เสียชีวิตและเป็นสมาชิกของชมรมอากาศยานกีฬา NSW ประจำเวดเดอร์เบิร์น กล่าวว่า พวกเขามักจะฝึกบินหมู่กัน “เกือบทุกสุดสัปดาห์”“แต่วันนี้ค่อนข้างมีลมแรง ทำให้มีคนหนึ่งดึงเครื่องออกไปก่อน แล้วอีกคนก็ตามไป” นายทารูกล่าว “ผมได้ยินเสียงดังสนั่น ในตอนแรกผมนึกว่ามีคนเอาเครื่องบินมาลงจอดบนโรงเก็บเครื่องบินของผม พอผมออกไปดู ก็ไม่พบใคร แล้วอีกสิบนาทีต่อมารถพยาบาลก็มาถึง ซึ่งห่างจากโรงเก็บเครื่องบินของผมไปไม่กี่เมตรเท่านั้น” เขากล่าวพร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียสมาชิกของชมรมขณะนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนความปลอดภัย 4 คนของ…
-
ตะลึงตาค้าง “สัตว์ประหลาดน้ำจืด” ตัวใหญ่กว่าเรือ ผู้เชี่ยวชาญชี้ 10 ปีมีหนเดียว!!!
คลิปไวรัล! นักตกปลาช็อก เจอเงาปริศนาโผล่ข้างเรือ ที่แท้คือ เจอตัวเป็นๆ เผยโฉม "ปลาสเตอร์เจียนขาว" ไซส์ยักษ์ 700 กิโลฯ อายุร้อยปี ที่แม่น้ำแคนาดา ใหญ่กว่าเรือ!คลิปวิดีโอหนึ่งกำลังกลายเป็นไวรัลทั่วโลก เมื่อกลุ่มนักตกปลาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กลางแม่น้ำที่แคนาดา ขนาดของมันมหึมาจนถูกขนานนามว่า "สัตว์ประหลาดน้ำจืด" ด้วยความยาวกว่า 6 เมตร และน้ำหนักเฉียด 700 กิโลกรัม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าไซส์ระดับนี้ หาดูยากมากชนิดที่ว่าหนึ่งทศวรรษจะโผล่มาให้เห็นสักครั้งเผชิญหน้ายักษ์ใหญ่แห่งแม่น้ำเฟรเซอร์เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสน้ำเย็นเยือกของแม่น้ำเฟรเซอร์ (Fraser River) ในประเทศแคนาดา เมื่อจู่ๆ เงาทะมึนขนาดมหึมาก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ทำเอาทั้งนักตกปลาและไกด์นำเที่ยวถึงกับกลั้นหายใจด้วยความตะลึง สิ่งที่ปรากฏคือสิ่งมีชีวิตลำตัวสีขาวเทา ผิวหนังขรุขระเหมือนสวมชุดเกราะ และมีความยาวมากกว่าเรือที่พวกเขานั่งอยู่เสียอีกคลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์บน Reddit และได้รับความสนใจไปทั่วโลก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ความยิ่งใหญ่ของมันก็ยังเป็นที่พูดถึง เพราะเจ้า "ปลาสเตอร์เจียนขาว" ตัวนี้ มีขนาดใหญ่แบบผิดปกติ โดยมีความยาวกว่า 6 เมตร และหนักเกือบ 700 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นระดับ "แรร์ไอเทม" ในวงการชีววิทยาเลยทีเดียวสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่มานับศตวรรษปลาสเตอร์เจียนขาว (White Sturgeon) ถือเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ รูปร่างของมันแทบไม่เปลี่ยนไปจากยุคดึกดำบรรพ์…
-
ครูช็อกเจอ “สิ่งนี้” ในกล่องดินสอเด็กประถม รูปเดียวทำ ผปค.ตื่นตระหนกไปทั้งวัน!
ภาพเดียวที่ทำเอาพ่อแม่ตื่นตระหนกไปทั้งวัน!พ่อแม่ผวา! "ปากกาซ่อนมีด" ระบาดในโรงเรียน ของเล่นใหม่สุดอันตราย เนียนจนครูดูไม่ออกกำลังระบาดเงียบ! ของเล่นใหม่หน้าตาดูไม่มีพิษภัย แต่เปิดดูไส้ในถึงกับหน้าถอดสี ครูเวียดนามเตือนภัย "อาวุธ" เนียนจนแทบดูไม่ออก แฝงตัวในกล่องดินสอเด็ก ประเด็นร้อนที่พ่อแม่ต้องรู้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาผู้ปกครองใจหายใจคว่ำ เมื่อครูประถมท่านหนึ่งในประเทศเวียดนาม ออกมาแชร์ภาพวัตถุอันตรายที่แฝงมาในรูปแบบเครื่องเขียน ภายนอกดูเหมือนปากกาหมึกซึมธรรมดาๆ ที่เด็กใช้กันทั่วไป แต่เมื่อเปิดปลอกออกมากลับซ่อน "ใบมีดคมกริบ" ไว้ภายใน เรื่องนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก เพราะหากเด็กนำไปเล่นผิดวิธีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ภัยเงียบในกล่องดินสอ ที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึงคุณครูเจ้าของโพสต์เล่าว่า แม้เหตุการณ์การพกพาอาวุธเนียนๆ แบบนี้จะยังไม่ได้ก่อเหตุร้ายแรงในห้องเรียนของเธอ แต่เมื่อเห็นความอันตรายของเจ้า "ปากกาซ่อนมีด" นี้แล้ว เธอจึงตัดสินใจนำมาเปิดโชว์ให้นักเรียนดูหน้าชั้นเรียนเพื่อตักเตือนทันที โดยเน้นย้ำห้ามซื้อหรือนำมาเล่นเด็ดขาด เพราะความแนบเนียนของมันทำให้แยกไม่ออกเลยว่าเป็นอุปกรณ์การเรียนหรืออาวุธพกพาทันทีที่ภาพและเรื่องราวถูกแชร์ออกไป กลุ่มผู้ปกครองต่างแสดงความกังวลอย่างหนัก หลายคนมองว่านี่คือภัยเงียบที่น่ากลัวมาก คอมเมนต์หนึ่งระบุว่า "เด็กๆ พกไปโรงเรียนโดยที่ครูไม่รู้ ถ้าเกิดทะเลาะวิวาทแล้วหยิบสิ่งนี้ออกมาใช้ ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าจะอันตรายขนาดไหน"ถอดบทเรียน: ผู้ใหญ่ต้องทำอย่างไร เมื่อ "อาวุธ" หาง่ายแค่ปลายนิ้วเหตุการณ์นี้เป็นเสียงระฆังเตือนสติครั้งใหญ่ให้ทั้งบ้าน โรงเรียน และสังคม ต้องหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดในสถานศึกษา โดยมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจดังนี้:1. ผู้ปกครองคือด่านแรกพ่อแม่ต้องหมั่นตรวจกระเป๋านักเรียนและโต๊ะทำการบ้านของลูกสม่ำเสมอ เด็กวัยนี้มักถูกดึงดูดด้วยของแปลกใหม่จากโฆษณาออนไลน์ที่มีสีสันสวยงาม การสอดส่องดูแลและพูดคุยอย่างใกล้ชิดจะช่วยสกัดกั้นวัตถุอันตรายก่อนที่ลูกจะนำติดตัวไปโรงเรียน2. โรงเรียนต้องเข้มงวดและให้ความรู้สถานศึกษาควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบและให้ความรู้เรื่องความปลอดภัย สอดแทรกในกิจกรรมหน้าเสาธงหรือชั่วโมงโฮมรูม ให้เด็กตระหนักว่าสิ่งใดคือ "ของต้องห้าม" และมันอันตรายอย่างไร การปลูกฝังจิตสำนึกซ้ำๆ…
-
ปิดตำนาน นักแสดงอาวุโส เปิดสาเหตุเสียชีวิต ในวัย 76 ปี (ข่าวต่างประเทศ)
ปิดตำนาน นักแสดงอาวุโส เปิดสาเหตุเสียชีวิต ในวัย 76 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า อี มุนซู นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปอด สมาคมนักแสดงละครเกาหลีและแหล่งข้อมูลอื่นๆ รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม อี มุนซู เสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลในเขตยังพยอง จังหวัดคยองกี มีรายงานว่าเขากำลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปอดตั้งแต่เริ่มมีอาการในปี 2022พิธีศพจัดขึ้นที่ห้อง 2 ของห้องจัดงานศพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฮันยาง ในกรุงโซล พิธีฝังศพจะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 8:20 น. ณ สถานที่ฝังศพ ณ สวนอนุสรณ์อีเดน
-
ยอดเสียชีวิตฝนถล่ม “อินโดฯ-ไทย-มาเลเซีย” ทะลุ 600 กระทบกว่า 4 ล้านคน!
จากสถานการณ์ฝนตกหนักทำให้เกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่ม ใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 600 ราย ส่งผลกระทบกว่า 4 ล้านคนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ หลังพายุโซนร้อน ซึ่งพบไม่บ่อยนักในช่องแคบมะละกา ทำให้เกิดฝนหนักและลมกระโชกแรงต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและบรรเทาทุกข์ในสามประเทศยังคงพยายามเข้าถึงหลายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในวันอาทิตย์ แม้ว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงและมีการอพยพประชาชนจำนวนมากทั่วภูมิภาคนี้ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบรวมกันมากกว่า 4 ล้านคน แบ่งเป็นเกือบ 3 ล้านคนในภาคใต้ของไทย และ 1 ล้าน 1 แสนคน ในอินโดนีเซียทั้งนี้สถานการณ์ที่อินโดนีเซีย ตัวเลขผู้เสียชีวิตได้พุ่งขึ้นเป็น 435 ราย เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) จาก 303 ราย เมื่อวันเสาร์ (29 พ.ย.) ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมรายงานผู้เสียชีวิตและความเสียหายจากเกาะสุมาตราตะวันตก ซึ่งมี 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากดินถล่มและน้ำท่วมหลังจากฝนตกหนัก นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีก 406 คน และประชาชน 213,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ หลายพื้นที่ถูกตัดขาดเนื่องจากถนนที่ถูกกีดขวาง ขณะที่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมก็ทำให้การสื่อสารหยุดชะงักด้าน อีลอน มัสก์…
-
สุดเศร้า! เปิดข้อความสุดท้าย เหมือนเป็นลาง อินฟลูฯ สาวคนดัง วัย 25 ปี ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (ตปท.)
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ CTWANT รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในวงการอินฟลูเอนเซอร์ โซเฟีย กีโรซ (Sofia Quiroz) อินฟลูเอนเซอร์ชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี ซึ่งมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 29,000 คน ประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเสียชีวิตอยวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ CTWANT รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในวงการอินฟลูเอนเซอร์ โซเฟีย กีโรซ (Sofia Quiroz) อินฟลูเอนเซอร์ชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี ซึ่งมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 29,000 คน ประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ติดตามทั่วโลกก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง โซเฟียได้โพสต์ข้อความลงในไอจีสตอรี่ ซึ่งภายหลังกลายเป็นโพสต์สุดท้ายของเธอ โดยเธอกล่าวว่าแว่นที่มักใส่ประจำขณะขี่มอเตอร์ไซค์พัง จึงต้องขับขี่โดยไม่มีแว่น พร้อมทั้งพูดเชิงล้อเล่นว่า หวังว่าฉันจะไม่รถล้มนะ เพราะฉันไม่ได้ใส่แว่น ไม่นานหลังจากเกิดอุบัติเหตุ แฟน ๆ ต่างย้อนกลับไปพูดถึงโพสต์ดังกล่าวว่าเป็นเสมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อรายงานระบุว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 26 พฤศจิกายน บนทางหลวงในจังหวัดซันตันเดร์…
-
คิดว่ากินแล้วดี… หนุ่มเลิกกินเนื้อ หันมา “กินผัก” สุดท้ายไตวายตาย เพราะ 3 เมนูนี้!
หมอเตือน! 3 ผัก อุทาหรณ์ชายวัย 41 ดับสลดเพราะ "กินผัก" 3 ชนิดมากเกินไป แพทย์ชี้ทำไตวายเฉียบพลันหลายคนมีความเชื่อฝังใจว่า "การกินผัก" คือกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดี แต่ความเชื่อนี้อาจใช้ไม่ได้กับทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง กรณีศึกษาที่น่าเศร้าเกิดขึ้นกับชายชาวจีนวัย 41 ปี ที่ต้องเสียชีวิตจากภาวะไตวายเฉียบพลัน เพียงเพราะเข้าใจผิดว่าการโหมกินผักจะช่วยรักษาโรคได้ แต่กลับกลายเป็นการ "ป้อนยาพิษ" ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัวจุดเริ่มต้นจากความเชื่อผิดๆ เปลี่ยน "อาหาร" เป็น "ยาพิษ"เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ นายเฉิน (นามสมมติ) ชายวัย 41 ปี จากเมืองกวางโจว ประเทศจีน ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เขาไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อและอ่อนเพลีย ซึ่งผลตรวจระบุว่าเขามีค่า "กรดยูริกสูง" แพทย์จึงแนะนำให้ปรับพฤติกรรมพร้อมทานยาแต่นายเฉินกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำแนะนำเรื่องการจำกัดอาหารบางประเภท เขาตัดสินใจงดเนื้อสัตว์และของมันอย่างเด็ดขาด แล้วหันมาทาน "ผัก" ในปริมาณมหาศาลแทน โดยคิดเองว่า "ผักทุกชนิดดีต่อร่างกาย" ยิ่งกินเยอะยิ่งดี โดยหารู้ไม่ว่าผักบางชนิดคือของต้องห้ามสำหรับคนที่มีภาวะกรดยูริกสูงสัญญาณเตือนมรณะที่ถูกมองข้ามพฤติกรรมการกินที่ผิดเพี้ยนดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมๆ กับการทำลายไตทีละน้อย 2 เดือนก่อนเสียชีวิต ร่างกายของนายเฉินเริ่มส่งสัญญาณวิกฤต น้ำหนักตัวลดฮวบ มีอาการคลื่นไส้…