Category: ต่างประเทศ
-
หญิงบราซิลวัย 37 ปี แสร้งเป็นเด็กอายุ 12 หลอกครอบครัวรับเลี้ยงนาน 14 เดือน
หญิงบราซิลวัย 37 ปี แสร้งเป็นเด็ก 12 ใช้ชีวิตด้วยตัวตนปลอมนาน 14 เดือน – ภาพจากเว็บไซต์ odditycentralแผนลวงสุดช็อก! หญิงบราซิลวัย 37 ปี ปลอมเป็นเด็ก 12 หลอกครอบครัวรับเลี้ยง จัดงานฉลองวันเกิด ใช้ชีวิตด้วยตัวตนปลอมนานถึง 14 เดือน ก่อนถูกเปิดโปงในที่สุดตำรวจในรัฐซานตากาตารินา ประเทศบราซิล เปิดเผยคดีสุดช็อกที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในการปลอมแปลงตัวตนที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของพื้นที่ หลังหญิงวัย 37 ปีรายหนึ่งแอบอ้างเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี เพื่อหลอกให้ครอบครัวในท้องถิ่นรับเลี้ยงจากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียว แต่เคยใช้วิธีเดียวกันหลอกลวงในหลายรัฐของบราซิล ทั้งเซาเปาโล ริโอเดจาเนโร และมีนัสเชไรส์ โดยอาศัยความสงสารของผู้คนเป็นเครื่องมือกาเบรียลาอแมนดา มาเรีย โซซา เด โอลิเวรา เริ่มแผนลวงอ้างเป็นเด็กหญิง “กาเบรียลา” – ภาพจากเว็บไซต์ stheadlineหญิงรายนี้ถูกระบุชื่อว่า อแมนดา มาเรีย โซซา เด โอลิเวรา โดยเริ่มแผนลวงครั้งล่าสุดด้วยการหลอกศิษยาภิบาลในเมืองจอยน์วิลล์ว่าเธอคือเด็กหญิงชื่อ “กาเบรียลา” ที่หนีออกจากครอบครัวซึ่งมีประวัติการทารุณกรรมหลังจากได้รับความเชื่อใจจากผู้นำศาสนาและชุมชน เธอได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน และถูกแนะนำต่อไปยังครอบครัวหนึ่งที่ตัดสินใจรับเธอเข้ามาอยู่ด้วยในฐานะบุตรบุญธรรมเมื่อเข้าสู่บ้านใหม่…
-
ใจหายวาบ! เชียร์ลีดเดอร์หวิด “เสื้อหลุด” กลางสนาม สปิริตแรงยังเต้นต่อ (มีคลิป)
เชียร์ลีดเดอร์สาวไต้หวัน หวิด เชียร์ลีดเดอร์สาวไต้หวัน หวิด "เสื้อหลุด" กลางสนามบาสขณะเต้น ตั้งสติแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกออนไลน์ทันที สำหรับการแข่งขันบาสเกตบอลอาชีพของไต้หวัน เมื่อ ถิงถิง (เจิ้งยวี่ถิง) หนึ่งในสมาชิกเชียร์ลีดเดอร์สาวสวยของทีม New Taipei Kings ต้องเจอกับสถานการณ์สุดระทึกขวัญเมื่อชุดที่สวมใส่เกิดหลุดออกกลางคันระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เชียร์ในสนามเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่หลังจากที่ถิงถิงได้อัปโหลดคลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพบันทึกเหตุการณ์ขณะถ่ายทอดสดในวันเกิดเหตุ โดยในคลิปเผยให้เห็นว่าเธอกำลังเต้นเชียร์อย่างสนุกสนาน แต่จู่ๆ สายผูกบริเวณเสื้อเกาะอกตัวสั้นสีดำที่เธอสวมใส่เกิดคลายและหลุดออก ส่งผลให้ชุดเริ่มเลื่อนหลุดลงจนเกือบเผยให้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดต่อหน้ากล้องที่กำลังไลฟ์สดอยู่ตั้งสติแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มือผูกสายแต่ร่างกายยังเต้นต่อหลังจากเต้นท่าทางที่รุนแรงจบลงไปท่อนหนึ่ง ถิงถิงเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของชุด และเมื่อเธอใช้มือสัมผัสดูก็พบว่าสายผูกเสื้อด้านบนได้หลุดออกจริงตามที่คาดไว้ ทว่าเธอกลับแสดงความมืออาชีพด้วยการจัดระเบียบแถว เดินเปลี่ยนตำแหน่ง และโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลงต่อไปอย่างแนบเนียน โดยที่มือทั้งสองข้างค่อยๆ อาศัยจังหวะผูกปมเสื้อกลับคืนอย่างเงียบๆหลังจากแก้ไขสถานการณ์และผูกปมสายเสื้อด้านบนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ถิงถิงก็สามารถเต้นตามท่าเต้นในท่อนถัดไปได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อ แสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาที่รวดเร็วและความเยือกเย็นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอันยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมจากแฟนๆ อย่างล้นหลามเปิดใจสุดระทึก "ในสมองคิดเพียงแค่ฉันไม่อยากแก้ผ้า"ถิงถิงได้เขียนข้อความเปิดใจถึงนาทีระทึกขวัญดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเธอยอมรับว่าในตอนนั้นเกือบจะถูกทำให้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก็แอบรู้สึกชื่นชมในความใจเย็นของตัวเองอยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ภายในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความกลัว และในสมองมีเพียงความคิดเดียวแล่นเข้ามาคือ "ฉันไม่อยากเปลือยเปล่าต่อหน้าทุกคน"ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในสติและความเป็นมืออาชีพของเธอ ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ร้ายแรงให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีโดยไม่มีเหตุการณ์บานปลายเกิดขึ้นกลางงานแข่งขันแหล่งอ้างอิงETtoday
-
สยอง! หนุ่มออสซี่ เคราะห์ร้าย โดนฉลามงับดับ ขณะตกปลานอกชายฝั่ง
แฟ้มภาพรอยเตอร์สยอง! หนุ่มออสซี่ เคราะห์ร้าย โดนฉลามงับดับ ขณะตกปลานอกชายฝั่งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อชายอายุ 35 ปีรายหนึ่ง ถูกฉลามตัวหนึ่งว่ายน้ำจู่โจมเข้ามาทำร้าย ขณะที่เขากำลังใช้ฉมวกตกปลาอยู่กับครอบครัว บริเวณชายฝั่งเกาะมิคาเอลมาส ทางตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย ก่อนหนุ่มผู้เคราะห์จะถูกนำตัวขึ้นฝั่งและได้รับการปฐมพยาบาลจากเจ้าหน้าที่ แต่ก็เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ฉลามที่ก่อเหตุซึ่งไม่ทราบสายพันธุ์ มีขนาดตัว 4.5 เมตร ถูกประชาชนรายหนึ่งพบเห็นใกล้กับเกาะมิคาเอลมาส ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีผู้คนมากันน้อยมากเหตุสลดครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์ฉลามโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งที่ 3 ภายในรอบ 3 สัปดาห์นี้ในประเทศออสเตรเลียก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ชายอายุ 39 ปีรายหนึ่ง เสียชีวิตหลังจากถูกฉลามจู่โจมตีขณะตกปลาอยู่บริเวณแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ซึ่งเกิดขึ้น 10 วันหลังจากชายอายุ 38 ปีอีกรายหนึ่งถูกทำร้ายเสียชีวิตนอกเกาะใกล้เมืองเพิร์ธ ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียจากข้อมูลของกลุ่มอนุรักษ์ระบุว่าในออสเตรเลียจะมีเหตุการณ์ฉลามโจมตีเกิดขึ้นตกปีละประมาณ 20 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงแก่ชีวิต ส่วนมากจะเป็นการเสียชีวิตจากการจมน้ำตามชายหาดต่างๆ ของประเทศมากกว่าอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สยอง! หนุ่มออสซี่ เคราะห์ร้าย โดนฉลามงับดับ ขณะตกปลานอกชายฝั่งติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
-
จบเห่ซีรีส์จีนแนวตั้ง รัฐบาลจีนสั่งแบนยกแผงพล็อตเผด็จการ-อวยคนรวย คุมยันเจ้าของแพลตฟอร์ม
6 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนเดินหน้าจัดระเบียบครั้งใหญ่ เพื่อคุมเข้มและจัดระเบียบซีรีส์จีนแนวตั้งที่มีเนื้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะแนวยอดนิยมอย่าง ประธานาธิบดีหนุ่มจอมเผด็จการ แม่ผัวตัวร้าย คุณยายใจยักษ์ ซึ่งอุตสาหกรรมซีรีส์จีนแนวตั้ง หรือ ซีรีส์สั้นของจีน เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่าไม่ถึง 1,000 ล้านหยวนในปี 2020 พุ่งทะยานสู่นับแสนล้านหยวนหน่วยงานบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (NRTA) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศ เดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามซีรีส์จีนแนวตั้ง หรือ Micro-Dramas ที่ไม่เหมาะสมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมือถือ เพื่อเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมพันล้านนี้ให้เน้นความสมจริงและสะท้อนคุณค่าเชิงบวกของสังคมแทน โดยสั่งห้ามฉายพล็อตแนว "ประธานาธิบดีจอมเผด็จการ" หรือ "มหาเศรษฐีกับสาวธรรมดา" ที่เชิดชูความหรูหราเกินจริง และสื่อว่าความสุขต้องเกิดจากการแต่งงานกับคนรวยเท่านั้นอีกทั้งยังห้ามนำเสนอเนื้อหาที่ยั่วยวนทางเพศ ตัวละครที่ดูโป๊เปลือยเกินงาม และประเด็นที่หยาบโลน ห้ามนำเสนอเนื้อหาที่เน้นการแก้แค้นอย่างสุดโต่ง การใช้วิธีการศาลเตี้ย และการยกย่องพฤติกรรมที่ละเลยกฎหมายบ้านเมือง พล็อตเรื่องที่ขยายความขัดแย้งในครอบครัวให้รุนแรงเกินจริง การทะเลาะกันอย่างประสงค์ร้ายระหว่างสามีภรรยา รวมถึงปราบปรามความเชื่อที่งมงาย เนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเยาวชน การตั้งชื่อเรื่องแบบคลิกเบต หยาบคาย รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์การคุมเข้มทางวัฒนธรรมของรัฐบาลจีนในครั้งนี้ ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากรัฐบาลต้องการระงับเนื้อหาที่ส่งเสริมความรู้สึกสิ้นหวัง หรือการสื่อว่าพยายามทำงานหนักไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ต้องการให้ผู้สร้างหันไปสร้างเนื้อหาที่อิงกับความเป็นจริงของสังคมมากขึ้นรัฐบาลจีนมุ่งเน้นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สื่อที่นำเสนอความอู้ฟู้ อวดความร่ำรวยเกินจริง จึงถูกมองว่าเป็นตัวทำลายความมั่นคงทางสังคมและสร้างความเพ้อฝันให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังดิ้นรนในชีวิตจริงรัฐบาลจีนจึงหันมาใช้มาตรการควบคุมเชิงรุกที่เข้มงวด แทนการเซนเซอร์ ซีรีส์แนวตั้งทุกเรื่องจะต้องได้รับใบอนุญาตหรือผ่านการลงทะเบียนเนื้อหาอย่างถูกต้องก่อน จึงจะสามารถอัปโหลดสู่ระบบได้…
-
ส่งกำลังใจ นักร้องสาว ตัดสินใจยุติสัญญาค่าย หลังซุ่มรักษาตัวนานนับปี (ตปท)
ส่งกำลังใจ นักร้องสาว ตัดสินใจยุติสัญญาค่าย หลังซุ่มรักษาตัวนานนับปี (ตปท)สร้างความตกใจให้แฟนเพลงทั่วโลกไม่น้อย เมื่อนักร้องสาวเสียงทรงพลัง พัคบม สมาชิกวง 2NE1 ได้ตัดสินใจยุติสัญญากับค่าย D-Nation Entertainment อย่างเป็นทางการแล้ว หลังร่วมงานกันมานานถึง 8 ปีต้นสังกัดได้ร่อนแถลงการณ์ด่วนระบุว่า เป็นการตกลงร่วมกันด้วยดีหลังจากได้พูดคุยกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้ศิลปินสาวได้ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ พัคบมได้เบรกงานทั้งหมดเนื่องจากปัญหาสุขภาพและหายหน้าจากวงการไปเกือบ 1 ปีเต็ม การฉีกสัญญาในครั้งนี้จึงทำให้แฟนๆ แห่เป็นห่วง พร้อมจับตามองว่าก้าวต่อไปในอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป
-
โลกอาลัย! “มาร์จาน ซาตราปี” ผู้เขียน Persepolis เสียชีวิตในวัย 56 ปี ปิดตำนานศิลปินผู้เล่าเสียงผู้หญิงอิหร่าน
มาร์จาน ซาตราปี (Marjane Satrapi) ศิลปินและผู้กำกับชาวอิหร่าน-ฝรั่งเศส เจ้าของผลงานกึ่งอัตชีวประวัติระดับโลก “Persepolis” จากไปอย่างสงบในวัย 56 ปี ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสร่วมยกย่องในฐานะศิลปินผู้รักเสรีภาพและสิทธิสตรีนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการศิลปะและวรรณกรรมระดับโลก เมื่อมีรายงานยืนยันว่า มาร์จาน ซาตราปี (Marjane Satrapi) นักเขียนนิยายภาพและผู้กำกับชื่อดังชาวอิหร่าน-ฝรั่งเศส เจ้าของผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Persepolis ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 56 ปี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยทางทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ออกมายืนยันข่าวเศร้าดังกล่าว พร้อมยกย่องให้เธอเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมผู้สร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงเสรีภาพ การลี้ภัย และการต่อต้านอำนาจกดทับจากเด็กสาวในเตหะราน สู่ศิลปินผู้เปลี่ยน “นิยายภาพ” เป็นหน้าประวัติศาสตร์การจากไปของ มาร์จาน ซาตราปี ไม่ใช่เพียงแค่การสูญเสียนักเขียนคนสำคัญ แต่คือการสูญเสียกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่งของผู้หญิงอิหร่าน เธอคือผู้ที่บุกเบิกและทำให้ “นิยายภาพ” กลายเป็นพื้นที่ในการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การเมือง และสิทธิสตรีได้อย่างลึกซึ้งมาร์จาน เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2512 ที่เมืองแรชต์ ประเทศอิหร่าน เติบโตมาในกรุงเตหะรานท่ามกลางยุคการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ต้องเผชิญกับสงครามอิหร่าน-อิรัก และกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้ครอบครัวตัดสินใจส่งเธอไปเรียนที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย…
-
สั่งไล่ออกทันที! ผอ.โรงเรียนฮ่องกง ด่าหยาบคายใส่ รปภ. สิงคโปร์ ชี้ทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรง
คณะกรรมการบริหารโรงเรียนฮ่องกง สั่งปลดครูใหญ่พ้นสภาพทันที พร้อมปัดรับใบลาออก หลังก่อวีรกรรมฉาวด่ากราดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างพานักเรียนทัศนศึกษาที่สิงคโปร์ ด้านสหภาพ รปภ. สิงคโปร์ ออกโรงป้องการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามประเทศจนนำไปสู่การพ้นสภาพจากการเป็นบุคลากรทางการศึกษา เมื่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมัธยม San Wui Commercial Society ในเขตตุนเหมิน (Tuen Mun) ของฮ่องกง ได้ประกาศไล่ออก นาย ลี เชิก-ฮิง Lee Cheuk-hing ผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างกะทันหันในวันพุธที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมาการสั่งปลดฟ้าผ่าในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากคลิปวิดีโอไวรัลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งปรากฏภาพของนาย Lee กำลังโต้เถียงและใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวสิงคโปร์ บริเวณ SAFRA Jurongโดยมีสาเหตุมาจากปัญหาการจอดรถบัสที่คณะครูและนักเรียนใช้เดินทางไปทัศนศึกษาในคลิปวิดีโอยังเผยให้เห็นจังหวะที่นาย Lee แสดงอาการหงุดหงิดและไล่ให้เจ้าหน้าที่ “ไปให้พ้น” เมื่อเจ้าหน้าที่เตรียมจะเรียกคนมาช่วยแม้ว่าก่อนหน้านี้ในวันที่ 28 พฤษภาคม นาย Lee จะได้ยื่นหนังสือลาออกโดยระบุขอให้วันทำงานวันสุดท้ายคือวันที่ 31 สิงหาคม พร้อมกล่าวขอโทษที่ไม่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้แต่ทางคณะกรรมการบริหารโรงเรียนปฏิเสธที่จะยอมรับการลาออกดังกล่าวทางคณะกรรมการฯ ได้ตัดสินใจไล่เขาออกและถอดถอนหน้าที่ทั้งหมดในโรงเรียนทันทีโดยให้เหตุผลว่า หากปล่อยให้เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการต่อไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินงานของโรงเรียน และเป็นอุปสรรคต่อการก้าวไปข้างหน้าของคณะครูและนักเรียนภาพจาก : CNAแถลงการณ์ของโรงเรียนยืนยันว่า พฤติกรรมที่หยาบคายของนาย Lee ระหว่างการทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนนั้น…
-
กัมพูชาเดือด! ออกแถลงการณ์ประณามไทย ปม “บันไดวัดตาเมือนธม” ลั่นละเมิดอธิปไตย-ยึดครองดินแดน
กัมพูชาเดือด! ออกแถลงการณ์ประณามไทย ปม “บันไดวัดตาเมือนธม” ลั่นละเมิดอธิปไตย-ยึดครองดินแดนกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 แสดงจุดยืนประณามการกระทำของฝ่ายไทย กรณีบริเวณพื้นที่วัดตาเมือนธม (Ta Krabey Temple) และวัดก์นาร์ (K’nar Temple) โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรมและอธิปไตยของกัมพูชาในแถลงการณ์ ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยทำลายบันไดไม้ทางขึ้นวัดก์นาร์ ซึ่งกัมพูชาระบุว่าเป็นโครงสร้างที่หน่วยงานกัมพูชาก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกในการอนุรักษ์โบราณสถาน การบริหารจัดการพื้นที่ และรองรับนักท่องเที่ยว นักวิจัย รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นกัมพูชายืนยันว่า บันไดดังกล่าวมีความยาวประมาณ 325 เมตร จำนวน 1,181 ขั้น และมองว่าการรื้อถอนหรือทำลายโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นการบ่อนทำลายความพยายามในการอนุรักษ์โบราณสถานที่กัมพูชาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ แถลงการณ์ยังกล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในพื้นที่ และสร้างภาพลักษณ์การควบคุมพื้นที่ทางปกครองเหนือโบราณสถานและภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมโดยรอบกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชายังแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อแผนการจัดกิจกรรมสาธารณะ พิธีกรรมทางศาสนา กิจกรรมท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดให้เข้าชมและจำหน่ายบัตรเข้าชมวัดตาเมือนธมในช่วงวันที่ 6-7 มิถุนายน 2569โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า วัดตาเมือนธมและวัดก์นาร์เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตอธิปไตยของกัมพูชา ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี 1904 และ 1907 รวมถึงหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องแถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรม การต้อนรับนักท่องเที่ยว และการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมโดยหน่วยงานของไทย ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบในดินแดนของกัมพูชา…
-
ทัวร์ลงยับ นทท.อินเดียเต้นในดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่นเดือด จวกไร้อารยธรรม ลามแซะกลิ่นตัว
ดราม่า นักท่องเที่ยวอินเดียเต้นทำคอนเทนต์ในโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ชาวญี่ปุ่นเดือด ไร้อารยธรรม-ลามด่ากลิ่นตัวแรง จี้สวนสนุกออกกฎแบนถ่ายคลิป เพื่อนร่วมชาติอายแทนโซเชียลวิจารณ์หนัก กรณีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียกลุ่มหนึ่งกำลังเต้นทำคอนเทนต์บริเวณศูนย์อาหารและพื้นที่รอเครื่องเล่นที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก บางส่วนถึงขั้นหยุดดูว่าพวกเขาทำอะไรกันผู้โพสต์คลิปเล่าว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มเต้นรบกวนเวลาทานอาหารนานมาก ตนเองเดินไปรับอาหารที่สั่งจองไว้ล่วงหน้าซึ่งมีคิวรอถึง 8 คิว เมื่อเดินกลับมาก็พบว่าทุกคนยังคงเต้นอยู่ ส่วนพนักงานสวนสนุกเข้ามาจัดการปัญหาล่าช้ามาก โดยใช้วิธีนำแอปพลิเคชันแปลภาษาในสมาร์ตโฟนให้พวกเขาดูเพื่อขอให้หยุดเต้น เป็นการตักเตือนสั้น ๆ เท่านั้น ฝั่งเจ้าของโพสต์มองว่าพนักงานควรตักเตือนอย่างจริงจังมากกว่านี้ภาพจาก : @piyo2usapiyoหลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ลงโซเชียล ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่าประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม X สูงที่สุดในโลก การเกิดกระแสไวรัลในลักษณะนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อย่างรุนแรง และชาวต่างชาติถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีอารยธรรม ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยความเห็นของชาวญี่ปุ่นที่รู้สึกโกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความเห็นส่วนหนึ่งเห็นว่า การจ่ายค่าเข้าชมราคาสูงเพื่อมาเจอเหตุการณ์รบกวนถือเป็นความทรมาน หากทางสวนสนุกไม่จัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ตนเองก็อาจจะไม่กลับไปเที่ยวอีก ทั้งยังมีข้อเรียกร้องให้สวนสนุกออกกฎแบนการถ่ายคลิปเต้นทำคอนเทนต์ หากพบเห็นควรเชิญออกจากพื้นที่ทันที พร้อมวิจารณ์ว่าตั้งแต่มีสมาร์ตโฟน ผู้คนก็เริ่มทำตัวไร้มารยาทและละเลยกฎระเบียบมากขึ้นชาวเน็ตบางคนโยงไปถึงปัญหาการท่องเที่ยวล้นเมือง บ่นว่าไม่อยากไปเที่ยวเพราะเบื่อหน่ายชาวต่างชาติที่ชอบถ่ายคลิป และยังพาดพิงเรื่องชาวต่างชาติมีกลิ่นตัวหรือกลิ่นน้ำหอมที่รุนแรงเกินไปขณะที่ชาวอินเดียจำนวนมากก็เข้ามาแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่ารู้สึกอับอายกับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมชาติ หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องไปทำเรื่องแบบนี้ในต่างประเทศ หากอยากเต้นก็ควรทำที่บ้าน การไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ ควรเคารพกฎที่แห่งนั้น การกระทำแบบนี้ยิ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดการเหยียดเชื้อชาติผู้ใช้โซเชียลชาวอินเดียอีกคนระบุทิ้งท้ายว่า ทุกการกระทำย่อมมีผลสะท้อนกลับเสมอ คนอินเดียชอบเต้นและมักแสดงให้เห็นถึงการขาดจิตสำนึกสาธารณะจนถูกมองว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แย่ที่สุดこういうのも嫌い https://t.co/EyE1XzkbR9 pic.twitter.com/07aHSJ13Bz— 🪖KAORIのD垢🪖 (@KAORI_Disney_06) June 2, 2026ข้อมูลจาก : news18อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคนญี่ปุ่นเดือด…
-
สลด 12 ศพ! ไฟไหม้สถานดูแลผู้ป่วยจิตเวช-คนแก่ ช็อกสภาพแออัด
ไฟไหม้สถานดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยจิตเวชในศรีลังกา ดับ 12 ศพ บาดเจ็บ 8 คน ตำรวจรวบตัวผู้อำนวยการดำเนินคดี เผยไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย สภาพแออัดรับคนเกินความจุสำนักข่าวต่า่งประเทศ รายงานเหตุเพลิงไหม้สถานดูแลผู้สูงอายุที่ไม่ได้จดทะเบียนในเมืองอังกูรุวาโตตา (Anguruwatota) ทางตะวันตกของประเทศศรีลังกา ส่งผลให้มีผู้พักอาศัยเสียชีวิต 12 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 8 รายอาคารเสียหายอย่างหนักจากกองเพลิง เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ถูกไฟเผาจนดำเกรียม และมีร่างผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณใกล้เคียง ขณะที่สถานีโทรทัศน์ฮิรุ (Hiru) เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และชาวบ้านกำลังพยายามควบคุมเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ฝั่งตำรวจและทหารช่วยกันพาผู้รอดชีวิตขึ้นรถบัสเพื่ออพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยเฟรดริก วูตเลอร์ โฆษกตำรวจเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสามารถช่วยเหลือผู้พักอาศัยออกมาได้ 51 คน สถานที่แห่งนี้ยังรับดูแลผู้ป่วยจิตเวชรวมอยู่ด้วยตำรวจเข้าจับกุมผู้อำนวยการสถานดูแลข้อหาประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งควบคุมตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ระหว่างรอการสอบสวนอย่างไรก็ตาม ชาทุระ มิฮูดุม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการแห่งชาติเพื่อผู้สูงอายุระบุว่า สถานที่นี้ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเคยได้รับคำเตือนให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบมาแล้ว เพราะสภาพพื้นที่แออัดมาก มีเตียงรองรับผู้พักอาศัยได้เพียง 15 คน แต่มีคนอาศัยอยู่รวมกันถึง 71 คนภาพจาก : apภาพจาก : apภาพจาก : apภาพจาก :…