Category: ต่างประเทศ
-
แกล้งจนตาย! เด็ก 15 ดับอนาถ เพื่อนเล่นพิเรนทร์ อัดลมเข้าทวารหนัก อวัยวะภายในฉีกขาด
เด็ก 15 เสียชีวิตสลด หลังถูกเพื่อนแกล้งล็อกตัว ก่อนใช้ สายลมแรงดันสูงสอดทวารหนัก จนอวัยวะภายในฉีกขาด อ้างแค่หยอกเล่นเกิดโศกนาฏกรรมจากการกลั่นแกล้งในที่ทำงานที่นำไปสู่ความสูญเสีย เมื่อเด็กหนุ่มฝึกงานวัยเพียง 15 ปี ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา จากน้ำมือของเพื่อนร่วมงานที่อ้างว่าเป็นการ “เล่นตลก” ด้วยการใช้สายลมแรงดันสูงอัดเข้าทางทวารหนัก จนอวัยวะภายในได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ศูนย์งานไม้แห่งหนึ่งในเมืองซานลิอูร์ฟา ประเทศตุรกี สื่อท้องถิ่นรายงานว่านายฮาบิป อัคซอย (Habip Aksoy) และเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ได้ก่อเหตุรุมจับตัว มูฮัมเหม็ด เคนดิร์จี (Muhammed Kendirci) เด็กฝึกงานวัย 15 ปี มัดมือไพล่หลัง ก่อนจะใช้กำลังถอดกางเกงของเหยื่อออก และนำท่อของเครื่องอัดลมแรงดันสูงสอดเข้าไปยังทวารหนักแล้วเปิดลมใส่แกล้งจนตาย! เด็ก 15 ดับอนาถ เพื่อนเล่นพิเรนทร์ อัดลมเข้าทวารหนัก อวัยวะภายในฉีกขาดแรงดันลมมหาศาลส่งผลให้มูฮัมเหม็ดได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนร่วมงานรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่น่าเศร้าที่เด็กหนุ่มทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในอีก 5 วันต่อมาด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม นายฮาบิป อัคซอย แม้ในช่วงแรกจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่ล่าสุดถูกควบคุมตัวอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายย้อนรอย “เครื่องมือมรณะ” เคยคร่าชีวิตมาแล้วเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “สายลมแรงดันสูง” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแกล้งกันจนถึงแก่ชีวิตปี 2023 (อินเดีย)โมทิลาล สาหู…
-
“สโตรก” ชายดับ 2 ศพ หมอเตือนตรงๆ ระวัง 2 ช่วงเวลานี้ของวัน ไม่ใช่แค่ตอนตื่นเช้าตรู่!
ฤดูหนาวเสี่ยงหลอดเลือดสมอง แพทย์เตือนให้ระวัง 2 ช่วงเวลานี้2 ชายเสียชีวิตจากการเกิดอาการหลอดเลือดสมอง แพทย์เตือน "ให้ระวัง 2 ช่วงเวลานี้ในแต่ละวัน"ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญในฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็น การเกิดโรคหลอดเลือดสมองมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะใน 2 ช่วงเวลาที่สำคัญในแต่ละวัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงเวลาเหล่านี้จากรายงานของ Sohu (ประเทศจีน) ในช่วงฤดูหนาว มีจำนวนผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงทำให้ร่างกายตอบสนองโดยการหดตัวของหลอดเลือด และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของความดันเลือดในช่วงเวลาหลังๆ นี้ ในโลกออนไลน์ของจีนมีข่าวที่สร้างความตกใจ โดยเฉพาะกรณีของชายสองคนที่เสียชีวิตจากการเกิดอาการหลอดเลือดสมอง คนแรกคือ "ม่า เฮ่า" อายุ 48 ปี ซึ่งมีนิสัยสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานเนื้อสัตว์แดงมาก และมีภาวะอ้วน น้ำหนักถึง 100 กก. ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไขมันในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามการรักษาและไม่ทานยาลดความดันและยาลดไขมันตามที่แพทย์แนะนำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากตื่นนอนในตอนเช้าและไปเข้าห้องน้ำ เขาเกิดอาการมึนงง อาเจียน ขาอ่อนแรง และไม่สามารถขยับตัวได้ ครอบครัวรีบนำตัวเขาไปโรงพยาบาลแพทย์ตรวจพบว่าเขามีอาการหลอดเลือดสมองตีบ (stroke) แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์อย่างรวดเร็ว เขาก็เสียชีวิตในที่สุดกรณีที่สองคือ "หลิว ฮ่า" อายุ 52 ปี ซึ่งมีนิสัยดื่มเหล้าและทานอาหารที่มีไขมันสูง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากดื่มเหล้า…
-
แชมป์นักเล่นเครื่องร่อนดับสลดหลังดิ่งพสุธาจากตึกสูง 11 ชั้น เหตุจากชนกับผู้เล่นอีกคนกลางอากาศ
นักร่อนเครื่องร่อนมืออาชีพเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่น่าสลดใจ หลังจากชนกับนักเล่นร่มร่อนอีกคนหนึ่งกลางอากาศ ทำให้ร่างของเขาพุ่งชนอาคารหลังหนึ่งก่อนจะร่วงลงมาจากความสูง 11 ชั้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวสะเทือนขวัญชุมชนนักเล่นเครื่องร่อน (Hang-glider) เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่น่าเศร้ากับนักเล่นเครื่องร่อนระดับแชมป์ที่เหนือท้องฟ้าเมืองริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมารายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า ฟิลิป เอริก แฮกเลอร์ วัย 59 ปี แชมป์เครื่องร่อนของบราซิลสองสมัย ถูกผู้เล่นร่มร่อน (Paraglider) ชนจนเสียการควบคุม ทำให้ร่างของเขาพุ่งชนอาคารหลังหนึ่ง แฮกเลอร์ซึ่งหมดสติไปแล้ว ร่วงลงมาจากความสูง 11 ชั้น และเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตแม้ว่าทีมกู้ชีพฉุกเฉินจะรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตแชมป์นักเล่นเครื่องร่อนผู้นี้ไว้ได้แต่ฝ่ายตำรวจให้ข้อมูลแก่สื่อท้องถิ่นว่า พวกเขาเชื่อว่าสภาพอากาศที่มีลมแรงพัดจัดเป็นสาเหตุที่ทำให้แฮกเลอร์ประสบอุบัติเหตุ ไม่ใช่การชนกับนักเล่นร่มร่อนอีกคนหนึ่งอย่างไรก็ตาม บรูโน เมเนสคัล ประธานชมรมการบินอิสระเซา คอนราโดยืนยันว่า การชนกันกลางอากาศเป็นตัวการที่ทำให้แฮกเลอร์ร่วงจากท้องฟ้าสู่พื้นเบื้องล่างจนถึงแก่ชีวิต"เรามีการชนกัน… ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุนี้" เมเนสคัลกล่าวเป็นภาษาโปรตุเกสกับสำนักข่าว G1 Globoแฮกเลอร์ไม่เพียงเป็นแชมป์เครื่องร่อนสองสมัย แต่เขายังเป็นเพื่อนสนิทของ เปโดร เปาโล กีเซ คาร์เนโร โลเปซ นักเล่นเครื่องร่อนชื่อดังชาวบราซิลอีกคนหนึ่ง ซึ่งเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในระหว่างการแข่งขันชิงแชมป์โลกฟรีไฟลต์ที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2534ที่มา : nypost.comเครดิตภาพ : Instagram / Clube São Conrado de…
-
เจ้าของน้ำตาคลอ แมวสุดรักหายไป นาน 10 ปี ได้กลับบ้านอีกครั้ง
เจ้าของน้ำตาคลอ แมวสุดรักหายไป นาน 10 ปี ได้กลับบ้านอีกครั้ง ชี้ไม่เคยหยุดตามหา เผยได้คืนเพราะไมโครชิปศูนย์พักพิงสัตว์เมืองมอนต์แคลร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เผยเรื่องราวสุดอบอุ่นหลังได้รับแมวจรจัดตัวหนึ่ง และเมื่อทำการสแกนไมโครชิปก็พบว่ามีข้อมูลของเจ้าของอยู่ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงนิวยอร์ก เจ้าของยอมรับว่าแทบไม่เชื่อสายตา เพราะแมวตัวนี้ชื่อ “อาซะ” (Asa) หายไปนานถึง 10 ปีเต็ม และพวกเขาก็ไม่เคยหยุดตามหาตามรายงานของนิวยอร์คโพสต์ ศูนย์พักพิงเล่าว่า มีพลเมืองดีนำแมวตัวหนึ่งมาส่งให้ หลังสแกนไมโครชิป เจ้าหน้าที่ก็ติดต่อไปยังเจ้าของคือ ฌอน ฮาเบอร์ลี (Sean Haberle) และพบว่าเขาย้ายไปนิวยอร์กแล้ว แต่ยังคงใช้เบอร์โทรศัพท์เดิมและอัปเดตข้อมูลในระบบไมโครชิปเสมอ ทำให้สามารถติดต่อได้ทันทีฮาเบอร์ลีเล่าเหตุในวันเกิดเรื่องว่า อาซะหนีออกไปจากช่องหน้าต่างมุ้งลวดที่เปิดอยู่ และปีนลงไปในท่อระบายน้ำ เขาพยายามใช้บันไดลงไปช่วย แต่เกิดอุบัติเหตุ บันไดล้ม เขาตกลงมา และแมวตกใจวิ่งหนีไป ตั้งแต่นั้นครอบครัวของเขาก็เริ่มออกตามหา ทั้งติดประกาศ ติดต่อคลินิกสัตว์และศูนย์พักพิงหลายแห่ง รวมถึงเดินหาในทุกย่านใกล้บ้าน แม้ย้ายไปนิวยอร์กแล้วก็ยังคงอัปเดตข้อมูลไมโครชิปเสมอเขาเผยว่า “เรายังพูดถึงอาซะอยู่เลยเมื่อเดือนก่อน อยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง มันเป็นแมวที่น่ารักมาก” เมื่อศูนย์พักพิงโทรมาแจ้งว่าพบอาซะแล้ว ครอบครัวแทบไม่เชื่อ โดยบอกว่า “ตอนแรกเราคิดว่าเป็นมิจฉาชีพ ภรรยายังตรวจสอบข้อมูลซ้ำ แต่ปรากฏว่าเป็นเรื่องจริง”เจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงกล่าวด้วยความยินดีว่า “นี่คือโทรศัพท์ที่ศูนย์พักพิงทุกแห่งใฝ่ฝันอยากโทรที่สุด โทรแจ้งเจ้าของว่าเราพบสัตว์เลี้ยงที่หายไปหลายปีแล้ว”…
-
กัมพูชารั้นขุดคลองฟูนันฯ สุดท้ายถูกจีน-เวียดนามดัดหลัง!
นักวิชาการฯลุ่มน้ำโขง ชี้กัมพูชารั้นขุดคลองฟูนัน-เตโช ทั้งที่เวียดนามเคยเตือนหลายครั้ง สุดท้ายถูกจีน-เวียดนาม ดัดหลัง!กัมพูชารั้นขุดคลองฟูนันฯ สุดท้ายถูกจีน-เวียดนามดัดหลัง!จากกรณีเวียดนามถมทะเลสร้างถนนเชื่อมเกาะ "เตียนไห่-ฟูก๊วก" ยาวกว่า 47 กิโลเมตร ดักทางเมกะโปรเจกต์กัมพูชา “คลองฟูนัน-เตโช” นั้นล่าสุด อ.ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ระบุว่า เวียดนามเคยพูดคุยเรื่องผลกระทบจากการขุดคลองฟูนันโชกับกัมพูชามาแล้วหลายครั้งแต่ถูกเมิน ซึ่งนอกจากประเด็นนี้ อ.ทรงฤทธิ์ ยังเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ใช่แค่เวียดนามที่ดัดหลังฮุนเซนแต่มีชาติมหาอำนาจอย่างจีนรวมอยู่ด้วยอ.ทรงฤทธิ์ อธิบายถึงที่มาที่ไปของเมกกะโปรเจ็กขุดคลองฟูนันเตโชของกัมพูชา ว่า โครงการนี้เป็นความต้องการของ ฮุนเซนล้วนๆที่ต้องการแสดงความยิ่งใหญ่ของตัวเอง โดยคาดหวังคลองนี้จะทำให้กัมพูชาไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจทางทะเล หรือพึ่งพาเวียดนามอีกต่อไป และด้วยความที่ช่วงนั้นจีนต้องการเอาใจกัมพูชาเพราะมีเรื่องผลประโยชน์ ท่าเรือเรียม รวมถึงสนามบินเตโช ร่วมอยู่ด้วย ทำให้จีนร่วมลงทุนโครงการขุดคลองฟูนันเตโช ด้วยการเข้ามาถือหุ้นสูงถึง 90% ส่วนฮุนเซน ถือแค่ 10%ต่อมาทางเวียดนามได้เรียกร้องไปยังกัมพูชาหลายต่อหลายครั้งว่าการขุดคลองจะกระทบต่อเวียดนามอย่างมาก เพราะคลองฟูนันฯที่ยาวกว่า 180 กิโลเมตรต้องผันแม่น้ำโขง พื้นที่ตอนล่างอย่างเวียดนามจะประสบปัญหาภัยแล้งมากขึ้น แต่ กัมพูชา ไม่ฟังสิ่งหนึ่งซึ่งฮุนเซนไม่สนใจใยดีเวียดนามเลยก็คือการขุดคลองฟูนันเตโช เพราะคลองนี้ไม่ใช่คลองน้ำที่มีร่องธรรมชาติกว่าเดิม มันต้องขุดใหม่ทั้งหมด ความยาว 180 กม.ความกว้างประมาณ 100 ม. มันต้องผันน้ำโขงลงมา เอาปริมาณน้ำโขงไม่ใช่น้อยนะ…
-
แฟนๆส่งกำลังใจ! นักร้องสาว ตรวจพบว่าเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ต้องหยุดพักกิจกรรมทั้งหมด (ข่าวต่างประเทศ)
แฟนๆส่งกำลังใจ! นักร้องสาว ตรวจพบว่าเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ต้องหยุดพักกิจกรรมทั้งหมด (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า แชยอง TWICE จะพักกิจกรรมจนถึงสิ้นปี เพื่อมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายหลังจากตรวจพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ (vasovagal syncope)เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา JYP Entertainment ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับสุขภาพของแชยองและตารางงานในอนาคตสวัสดีครับ JYP Entertainment เราขอแจ้งข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแชยอง สมาชิกวง TWICE และสถานะสุขภาพปัจจุบันของเธอเมื่อเร็วๆ นี้แชยองได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการ vasovagal syncope และได้รับคำแนะนำให้พักรักษาตัวตามคำแนะนำของแพทย์ จากการประเมินเพิ่มเติม คำแนะนำทางการแพทย์ และการหารือเชิงลึก สรุปได้ว่าแชยองต้องการเวลาพักฟื้นเพิ่มเติมด้วยเหตุนี้ เธอจึงจะระงับกิจกรรมชั่วคราวจนถึงสิ้นปีเพื่อให้ความสำคัญกับสุขภาพและการพักผ่อนเป็นอันดับแรก ตามคำแนะนำของแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเธอเป็นอันดับแรก แชยองจะเข้าร่วมตารางงานที่กำลังจะมาถึงในขอบเขตที่จำกัด และอาจจะขาดงานบางรายการเราเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าเธอจะไม่เข้าร่วม World Tour ที่เกาสง ฮ่องกง และกรุงเทพฯ และแชยองเองก็รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับเรื่องนี้ เธอยังแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งและ 'This Is For' World Tour ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเราเข้าใจดีว่าการประกาศนี้อาจก่อให้เกิดความกังวล แต่เราขอขอบคุณอย่างจริงใจสำหรับความเข้าใจและการสนับสนุนจากแฟนๆ ทุกคนในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้JYP Entertainment จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้แชยองได้พักผ่อนและฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ขอบคุณขณะเดียวกัน JYP Entertainment…
-
ผ่านไปไม่ถึงเดือน สลดรายที่ 5 นทท.เสียชีวิต ดิสนีย์เวิลด์ สหรัฐฯ สาเหตุยังคงเป็นปริศนา
ผ่านไปไม่ถึงเดือน สลดรายที่ 5 พบนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายที่รีสอร์ต ดิสนีย์เวิลด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ สาเหตุยังคงเป็นปริศนาเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า พบนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย ภายในพื้นที่รีสอร์ตของดิสนีย์เวิลด์ รัฐฟลอริดา จากก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิต 4 รายภายในเวลาไม่ถึงเดือน สร้างความตกใจและเกิดการตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีผู้เสียชีวิตภายในสถานที่ถูกขนานนามว่า “ดินแดนมหัศจรรย์ที่สุดในโลก” มากถึง 5 คนแล้วตามการยืนยันของสำนักงานแพทย์นิติเวชประจำเขตออเรนจ์ เคาน์ตี เมื่อวันพุธ (19 พ.ย.) ที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อ ถูกประกาศว่าเสียชีวิตที่ ดิสนีย์ ซาราโทกา สปริงส์ รีสอร์ต แอนด์ สปา ในเมืองเลกบัวนา วิสตา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ก่อนร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งมอบให้แพทย์ส่วนตัวของบุคคลนั้นเป็นผู้ดูแลต่อโพสต์จากบัญชัเอกซ์รายงานพบผู้เสียชีวิตในดิสนีย์ภาพประกอบข่าวเศร้าดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดยบัญชี X ที่ติดตามการแจ้งเหตุในดิสนีย์เวิลด์ชื่อ “Walt Disney World: Active Calls” ซึ่งรายงานว่ามีบุคคลหมดสติภายในรีสอร์ตเมื่อเวลา 15.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น…
-
ช็อก! หนุ่มไต้หวันพบแก้วเซรามิกติดค้างในทวารหนัก อ้าง ‘เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ’
ช็อกวงการแพทย์! หนุ่มไต้หวันต้องผ่าตัดช่องท้องด่วน หลังพบแก้วเซรามิกขนาด 8×6 ซม.ติดค้างในทวารหนักนาน 3 วัน อ้างหลุดเข้าไป ‘โดยอุบัติเหตุ’สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สุดช็อก เมื่อชายคนหนึ่งในไต้หวัน ถูกพบว่ามีแก้วเซรามิกขนาด สูง 8 เซนติเมตร และกว้าง 6 เซนติเมตร ติดค้างอยู่ภายในทวารหนัก โดยถูกตรวจพบระหว่างการเอกซเรย์หลังเจ้าตัวเข้ารักษาอาการท้องอืดอย่างรุนแรงชายรายนี้ทนทุกข์จากอาการปวดท้อง และไม่สามารถขับถ่ายได้เป็นเวลานานถึง 3 วัน จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล ก่อนแพทย์จะพบต้นเหตุที่คาดไม่ถึงจากภาพเอกซเรย์ ซึ่งเผยให้เห็นแก้วอยู่ในสภาพคว่ำลงภายในโพรงเชิงกรานแพทย์พยายามนำแก้วออกจากภายนอกด้วยวิธีทั่วไป แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากผิวแก้วลื่นเกินกว่าจะจับได้อย่างมั่นคง ทำให้สถานการณ์ซับซ้อน และเสี่ยงอันตรายยิ่งขึ้นเรื่อย ๆในที่สุด ทีมแพทย์ต้องตัดสินใจทำการผ่าตัดเปิดช่องท้องเป็นเวลาราว 2 ชั่วโมงเพื่อนำแก้วออกจากลำไส้ พร้อมสร้างทวารเทียมให้ผู้ป่วยเพื่อให้สามารถขับถ่ายได้ในระยะพักฟื้นหลังการผ่าตัด โดยแพทย์เผยว่าหากผ่าช้ากว่านี้อาจอันตรายถึงชีวิตหลังการตรวจละเอียดแพทย์พบว่าบางส่วนของลำไส้เริ่มมีภาวะเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และเกิดภาวะเนื้อตาย ซึ่งเป็นผลจากการที่แก้วติดค้างเป็นเวลานาน และสร้างแรงกดในลำไส้รายงานระบุด้วยว่า ชายคนดังกล่าวไม่ได้บอกแพทย์ตั้งแต่แรกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย เนื่องจาก รู้สึกอับอาย จึงทำให้การวินิจฉัยล่าช้า และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแพทย์เผยว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ วัตถุที่เคยพบในกรณีคล้ายกันมีตั้งแต่ลูกเบสบอล เครื่องสั่น ไปจนถึงมะพร้าว โดยผู้ป่วยบางรายสอดวัตถุเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากลอง หรือเพื่อความรู้สึกกระตุ้น แต่ย้ำว่าสามารถทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ชายผู้บาดเจ็บยังบอกด้วยว่าเขาพยายามเบ่งให้แก้วออกจากร่างกายเองก่อนมาพบแพทย์ แต่ไม่สำเร็จ และสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามัน“หลุดเข้าไปโดยอุบัติเหตุ”ขอบคุณที่มา: Sin Chew Dailyอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่…
-
เปิดภาพช็อตต่อช็อต เครื่องยนต์เครื่องบิน UPS หลุด คร่า 14 ศพ
เปิดภาพช็อตต่อช็อต เครื่องยนต์เครื่องบิน UPS หลุด ก่อนตกใส่ร้านค้ารอบสนามบิน คร่า 14 ศพ เจ้าหน้าที่พบรอยร้าวจากการใช้งานมากจากกรณีเหตุโศกนาฎกรรม เครื่องบินขนส่งพัสดุตกหลังเทคออฟขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตักกี ประเทศสหรัฐอเมริกา และชนเข้ากับอาคารร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ โดยแบ่งเป็นพนักงานบนเครื่อง 3 ศพ และประชาชน 11 ศพ บาดเจ็บ 23 ราย ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้นล่าสุดสำนักข่าว BBC รายงานว่า คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ NTSB ได้ออกมาเปิดภาพแบบเฟรมต่อเฟรม แสดงให้เหตุถึงเครื่องยนต์หลุดออกมา และชนกับลำตัวเครื่องบินโดยเครื่องบินสูงไม่เกิน 9.1 เมตรเหนือพื้นดิน บนพ้นรั้วรันเวย์ แต่ไม่พ้นกับโกดังเก็บพัสดุของ UPS และเกิดเป็นเหตุเศร้าในที่สุดนอกจากนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีรอยร้าวจากการใช้งานสะสม และร่องรอยความเสียหายจากแรงกระแทก/แรงเกินกำลัง ที่บริเวณจุดยึดเครื่องยนต์บนปีกซ้ายของเครื่องบิน โดยเครื่องบินที่ประสบเหตุนั้นใช้งานมาแล้ว 92,992 ชั่วโมง และบินมาแล้ว 21,043 เที่ยวอย่างไรก็ตามการสอบสวนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่ยังต้องสอบสวนข้อมูลในกล่องดำ ก่อนจะสรุปผลการสอบสวนต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องด่วน! เครื่องบินขนส่งพัสดุ ตกใส่ร้านค้าในสหรัฐฯ หลังเทคออฟ ตายแล้ว…
-
ช็อก! ผู้บริหารระดับสูงของเอเจนซี่บันเทิงชื่อดัง ถูก ตร.ตั้งข้อหา หลังทำข่าวฉาวสนั่นวงการ (ข่าวต่างประเทศ)
ช็อก! ผู้บริหารระดับสูงของเอเจนซี่บันเทิงชื่อดัง ถูก ตร.ตั้งข้อหา หลังทำข่าวฉาวสนั่นวงการ (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า เป็นคดีที่น่าตกใจในกรุงโซลได้เปิดเผยขึ้นแล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงของเอเจนซี่บันเทิงชื่อดัง ชายคนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเข้าหาหญิงสาวที่มึนเมาอย่างหนักโดยอ้างว่าจะพาเธอกลับบ้าน ล่วงละเมิดทางเพศ แล้วทิ้งเธอไว้ข้างถนน ส่งผลให้ตาบอดข้างหนึ่งอย่างถาวรตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนหกเลนที่พลุกพล่านในย่านกังนัม กรุงโซล รถ SUV สีขาวคันหนึ่งวิ่งเข้ามาหาหญิงสาวซึ่งเดินไม่ได้เนื่องจากมึนเมา พยานกล่าวว่าชายคนดังกล่าวเรียกเธอให้เข้าไปและพาเธอขึ้นรถ ซึ่งขับต่อไปประมาณ 20 นาทีก่อนจะจอดในตรอกซอกซอยแม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะปฏิเสธการทำร้ายร่างกายระหว่างการสอบสวนของตำรวจ แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพจากรถยนต์ที่จอดนิ่ง ซึ่งปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ได้เผยให้เห็นรายละเอียดการทำร้ายร่างกายอย่างละเอียด ภาพจากกล้องเผยให้เห็นชายคนดังกล่าวพยายามลากหญิงสาวออกจากที่นั่งผู้โดยสาร ก่อนจะทิ้งเธอให้นอนแผ่หลาอยู่บนถนนใกล้เสาไฟฟ้าไม่นานหลังจากนั้น รถตำรวจก็ปรากฏขึ้น ทำให้ผู้ต้องสงสัยต้องปกป้องหญิงสาวและทำเหมือนเป็นคนรู้จักก่อนจะจากไป ในขณะนั้น เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้าและมีเลือดออกมากครอบครัวของเหยื่ออธิบายถึงอาการของเธอว่า "เธอเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าพิการ เธอไม่อยากออกจากบ้านเลยและหลีกเลี่ยงการมองกระจก"หญิงสาวคนดังกล่าวถูกพบโดยผู้คนที่เดินผ่านไปมาประมาณ 90 นาทีต่อมา และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยตำรวจและหน่วยบริการฉุกเฉิน เธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีเลือดออกในสมอง กระโหลกศีรษะแตก และเส้นประสาทตาเสียหาย เนื่องจากการรักษาที่ล่าช้า เธอจึงสูญเสียการมองเห็นที่ตาข้างซ้ายสถานีตำรวจโซลซอโช ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุชื่อว่าโก ผู้บริหารบริษัทบันเทิงรายใหญ่ ถูกส่งตัวไปยังอัยการในข้อหาต่างๆ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศโดยกึ่งบังคับและการบาดเจ็บโดยประมาทเลินเล่อ