Category: ต่างประเทศ
-
สังคมเถียงอีกรอบ! เปิดตัวตนสามี สาวยอมคลอดลูก 9 คนใน 13 ปี แค่เพราะเสียดาย “ยีนดีๆ”
สาวคลอดลูก 9 คนใน 13 ปี เพื่อไม่ให้ เปิดตัวตนสามี ทำไมภรรยามหาเศรษฐีถึงยอม "คลอดลูก 9 คน" ใน 13 ปี แค่เพราะเสียดาย "ยีนดี"เรื่องราวของหญิงสาวชาวจีนที่ชื่อว่า เถียน ตงเหอ ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอให้กำเนิดบุตรถึง 9 คน ภายในระยะเวลา 13 ปี โดยเธอกล่าวถึงเหตุผลที่น่าประหลาดใจว่า เป็นเพราะ "ไม่อยากเสียดายยีนที่ดีของสามี" ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ มีความลับใดซ่อนอยู่คำถามที่สังคมออนไลน์ถกเถียงกันอย่างดุเดือดคือ เธอทำเช่นนั้นเพื่ออะไรกันแน่ บ้างก็คาดเดาไปถึงจุดประสงค์พิเศษ และมีการแซวกันว่า "นี่บ้านมีบัลลังก์ที่ต้องหาผู้สืบทอดหรือไม่" จนกระทั่งเมื่อมีการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของสามีของเธอ ทุกคนจึงได้คำตอบและต่างพากันตกตะลึงเส้นทางรัก และการคลอดลูกที่มาพร้อมความมั่งคั่งเถียน ตงเหอ เกิดในปี 1991 เธอไม่ได้เป็นลูกสาวเศรษฐีตั้งแต่ต้น เรื่องราวความรักของเธอกับสามี จ้าว ว่านหลง เริ่มต้นตั้งแต่วัยเรียนมัธยมปลาย ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อยมาก ทั้งคู่เริ่มสร้างธุรกิจร่วมกัน แต่ไม่นานเธอก็ตั้งครรภ์ ทำให้รู้สึกกังวลเพราะอยู่ในช่วงสำคัญของการสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างไรก็ตาม การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสามีทำให้เธอคลายกังวล จ้าว ว่านหลง ให้ภรรยาตั้งใจดูแลครรภ์ และเขารับผิดชอบทุกอย่างเองทั้งหมด ในปี…
-
แม่โพสต์รูปลูกสาว พร้อมคำถาม “ไร้เดียงสา” แต่คนเห็นแล้วรุมเมนต์เดือด อวดรวยเกินไป!
แม่โพสต์ภาพลูกสาวถามคำถาม แม่โพสต์ภาพลูกสาวถามคำถาม "ไร้เดียงสา" ทำให้ผู้คนในโลกออนไลน์ไม่พอใจแม่คนหนึ่งโพสต์ภาพลูกสาวของเธอนั่งอยู่ในเก้าอี้ชั้นธุรกิจของรถไฟความเร็วสูง พร้อมคำถามในโพสต์ว่า"ลูกสาวของฉันตั้งแต่เด็กก็ได้ขึ้นชั้นธุรกิจแล้ว เมื่อโตขึ้นจะรู้สึกด้อยค่าหรือเปล่า?" คำถามนี้ทำให้ผู้คนในโลกออนไลน์หลายคนรู้สึกหงุดหงิด และบางคนก็ขำไปกับวิธีที่แม่คนนี้โชว์ความร่ำรวยของตัวเองอย่างไร้ความคิดดราม่า แม่ไม่ได้ตั้งใจถาม แค่อยากอวดรวยคำกล่าวที่ว่า "ลูกสาวต้องได้รับการเลี้ยงดูให้รวย" เป็นความเชื่อที่หลายคนมองว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการเลี้ยงลูก แต่ในหลายๆ ครอบครัวกลับเข้าใจผิดและเน้นการให้สิ่งของฟุ่มเฟือยโดยไม่คำนึงถึงการสอนคุณธรรมและการใช้ชีวิตที่ดี ทำให้เด็กๆ ไม่รู้จักการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต เช่น เมื่อโตขึ้นไม่สามารถรับมือกับความยากลำบากในชีวิตได้ และสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเองในกรณีของโพสต์นี้ คำถามของแม่ที่ถามว่า "ลูกสาวของฉันจะรู้สึกด้อยค่าหรือไม่" นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นคำถามที่จริงจัง แต่เป็นการอวดความร่ำรวยของตัวเองในรูปแบบที่เกินไป โดยการโพสต์ภาพลูกสาวที่นั่งในชั้นธุรกิจของรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นการแสดงถึงชีวิตที่สะดวกสบายเกินไป โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่สำคัญกว่าคือการอบรมเรื่องคุณธรรมและทักษะชีวิตความร่ำรวยทางจิตใจสำคัญกว่าความร่ำรวยทางวัตถุการเลี้ยงลูกให้ร่ำรวยทางวัตถุไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่หากขาดการอบรมเรื่องจิตใจและทักษะการใช้ชีวิต เด็กๆ อาจเติบโตมาเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ หรือไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลี้ยงดูให้เด็กมี "ความร่ำรวยทางจิตใจ" ผ่านการเรียนรู้ การมีจิตใจที่ดี และสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ในชีวิตได้อย่างมั่นคงการเลี้ยงลูกให้ร่ำรวยไม่ควรจำกัดแค่การให้สิ่งของหรือทรัพย์สิน แต่ต้องเป็นการเลี้ยงดูในด้านจิตใจและการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีความมั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในทุกสถานการณ์ ความร่ำรวยที่แท้จริงคือการมีคุณธรรม ความรู้ และความมั่นใจในการดำเนินชีวิต
-
อดีตพระเอกดัง เจอมรสุมชีวิตหนักจนเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง หมดตัวต้องรักษาสุขภาพจิต ส่วนอดีตภรรยาเด็กกับใช้ชีวิตหรู(ข่าวต่างประเทศ)
อดีตพระเอกดัง เจอมรสุมชีวิตหนักจนเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง หมดตัวต้องรักษาสุขภาพจิต ส่วนอดีตภรรยาเด็กกับใช้ชีวิตหรู(ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า เหง่ยเจิ้นคัง อดีตพระเอกเบอร์ท็อปของ TVB ฮ่องกง ที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตกจากซีรีส์ Detective Investigation Files และ Armed Reaction (ภาค 1-2) จนกลายเป็นตํานานในยุคทองของเหง่ยเจิ้นคัง เขาคือพระเอก A-List ที่หล่อและดังมาก แถมยังมีคู่รัก ในตํานานอย่างนักแสดงสาว เถิงลี่หมิง (ที่เล่น Armed Reaction ด้วยกัน) ทั้งคู่ คบกันนานถึง 9 ปีเต็ม แฟนๆ ทั้งวงการลุ้นให้แต่งงานกันสุดๆแต่แล้วในปี 2007เรื่องก็ช็อกวงการ ทั้งคู่ประกาศเลิกกัน และไม่นานหลังจากนั้นเหงียเจิ้นคัง ก็มีภาพหลุดจูงมือกับ จางลี่หัว (Cheung Lei Wah) นักศึกษาสาวที่ อายุเด็กกว่า 20 ปี ทัวร์ลงยับ ความจริงถูกแฉว่า เขา ทิ้งแฟนที่คบมา 9 ปี เพื่อไปคบเด็ก จากสุภาพบุรุษในฝัน…
-
“ครูใช้พลั่วตีหนู!” พ่อแม่บุกเอาเรื่อง รร.อนุบาล แต่วงจรปิดเผย “ความจริง” อึ้งปนเศร้าทั้งห้อง
“ครูใช้พลั่วตีหนู!” พ่อแม่บุกโรงเรียนอนุบาลเอาเรื่อง แต่ความจริงกลับเป็นเรื่องเศร้าเพราะ “จินตนาการเด็ก”"ครูใช้พลั่วตีหนู!" พ่อแม่บุกโรงเรียนอนุบาลเอาเรื่อง แต่ความจริงกลับเป็นเรื่องเศร้าเพราะ "จินตนาการเด็ก"เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อเด็กชายวัยอนุบาลคนหนึ่งกลับมาบ้านพร้อมร้องไห้ฟ้องว่า "คุณครูใช้พลั่วตีหัวหนู" ด้วยความโกรธแค้น ครอบครัวจึงรวมตัวกันบุกไปที่โรงเรียนอนุบาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมทันที แต่เมื่อความจริงปรากฏ ทุกคนกลับตกใจเมื่อพบว่า ต้นเหตุทั้งหมดมาจากจินตนาการที่ใสซื่อของเด็กเท่านั้นเรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู เด็กชายชื่อเสี่ยวคัง วัย 4 ขวบ กลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยและตาแดงก่ำ ทันทีที่เห็นแม่ เขาก็ร้องไห้โฮและบอกว่า "ครูใช้พลั่วตีหนู จนหนูเกือบสลบเลย" ผู้เป็นแม่ตกตะลึงและโกรธจัดที่ครูทำร้ายลูกได้ถึงขนาดนี้ความตึงเครียดที่ลุกลาม จนตำรวจต้องเข้าไกล่เกลี่ยค่ำวันนั้น ทั้งครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่ ปู่ย่าและตายาย จึงเดินทางไปที่โรงเรียนอนุบาลทันทีเพื่อ "ทวงความยุติธรรม" และเรียกร้องให้ทางโรงเรียนชี้แจง การโต้เถียงดำเนินไปอย่างตึงเครียดจนครูต้องเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนและตำรวจในพื้นที่เข้ามาระงับเหตุและช่วยไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม เมื่อทางโรงเรียนเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ทุกคนก็ตกใจอย่างยิ่ง เพราะไม่พบการทำร้ายใดๆ เกิดขึ้นเลยความจริงแล้ว วันนั้นห้องเรียนของเสี่ยวคังมีกิจกรรมปลูกดอกไม้นอกอาคารเรียน ขณะที่คุณครูกำลังใช้พลั่วตักดิน เด็กชายวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ จนทำให้ดินกระเด็นเข้าใส่หน้าเล็กน้อย จนสำลักและน้ำตาไหล เด็กกลับบ้านไปทั้งที่อยากเล่าถึง "อุบัติเหตุ" แต่ก็กลัวถูกตำหนิว่าซุกซน จึงเล่าเรื่องราวที่"บิดเบือน" กลายเป็น "ครูใช้พลั่วตีหนู" ไปโดยไม่รู้ตัวจินตนาการของเด็ก กับความจริงที่ผู้ใหญ่ต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กวัยอนุบาลช่วงอายุ 3-6 ขวบ ที่ยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างจินตนาการกับความเป็นจริงได้อย่างชัดเจน เด็กเหล่านี้มีความจำระยะสั้น มีคำศัพท์จำกัด…
-
เจ้าบ่าวหัวใสขายโฆษณาบนชุดแต่งงาน ทำรายได้กว่า 350,000 บาท
หนุ่มฝรั่งเศสขายพื้นที่โฆษณาบนชุดแต่งงานของตัวเอง โดยคิดเรตราคาตามตำแหน่งที่ปรากฏบนเสื้อสูทของเขาที่จะสวมในวันเข้าพิธีเจ้าบ่าวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งกลายเป็นข่าวฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อเขาเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอที่ตัวเองสวมเสื้อสูทพร้อมโลโก้บริษัทในตำแหน่งต่างๆ รวม 26 บริษัทในวันแต่งงานของเขาเอง ซึ่งเขาอ้างว่าทำกำไรจากการ “ขายพื้นที่โฆษณา” บนเสื้อสูทวันแต่งงานนี้ได้ 2,300 ยูโร (ราว 85,718 บาท)เจ้าบ่าวหัวใสคนนี้ชื่อว่า ดาโกแบร์ เรอนูฟ เป็นเจ้าของบริษัทด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลีล ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เขาประกาศบนโซเชียลมีเดียว่าจะขายพื้นที่โฆษณาบนชุดแต่งงานของเขา เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในวันสำคัญของเขาเรอนูฟตั้งราคาค่าโฆษณาของตำแหน่งต่างๆ บนชุดที่แตกต่างกัน โดยตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดบนหลังของเขามีราคาสูงถึง 1,600 ยูโร (ราว 59,630 บาท) ตามข้อมูลจากโพสต์ของเรอนูฟบนโซเชียลมีเดีย พื้นที่โฆษณาในตำแหน่งที่โดดเด่นที่อื่นๆ มีราคาระหว่าง 800-1,000 ยูโร (ราว 29,815-37,269 บาท)ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เรอนูฟก็ระดมทุนได้ถึง 10,000 ยูโร (ราว 372,690 บาท) จากบริษัทสตาร์ทอัป 26 แห่งที่ซื้อพื้นที่โฆษณาบนเสื้อสูทของเขาพิธีแต่งงานของเรอนูฟจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เขาสวมเสื้อสูทที่เต็มไปด้วยโลโก้สปอนเซอร์เข้าพิธีแต่งงานจนดูเหมือนป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ ขณะที่ภรรยาของเขาสวมชุดแต่งงานแบบเดรสสั้น ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินสีขาว“ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ 26 บริษัทสตาร์ทอัป ที่ช่วยพวกเราจ่ายค่าจัดงานแต่งงาน มันเป็นวันที่สวยงามมาก” เรอนูฟกล่าวในโพสต์ขอบคุณลูกค้าของเขาเขาบอกว่าหลังจากจ่ายภาษีไป 2,500…
-
3 ส่วนของปลาที่มีปริมาณ “โลหะหนัก” สูงที่สุด แต่หลายคนไม่รู้ ชอบกินกันมาก!
3 ส่วนของเนื้อปลา ที่มักสะสมโลหะหนักมากที่สุด ผู้เชี่ยวชาญเตือน หลายคนชอบกินโดยไม่รู้ตัว3 ส่วนของเนื้อปลา ที่มักสะสมโลหะหนักมากที่สุด ผู้เชี่ยวชาญเตือน หลายคนชอบกินโดยไม่รู้ตัวแม้ปลาจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อุดมด้วยโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง แต่หากเลือกกินผิดส่วนก็อาจได้รับ “โลหะหนัก” เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว จางอวี่ซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากไต้หวัน เตือนว่ามี 3 ส่วนของปลาที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะเป็นจุดสะสมสารพิษและโลหะหนักในร่างปลามากที่สุด3 ส่วนของปลา ที่มักมีโลหะหนักสูงหนังปลา – แม้จะอุดมด้วยคอลลาเจนและไขมันดี แต่ก็เป็นส่วนที่สะสมโลหะหนักมากที่สุด เพราะอยู่ชั้นนอกที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรงหัวปลา – โดยเฉพาะบริเวณใกล้เหงือก มักมีสารพิษและปรสิตสะสมอยู่จำนวนมากเครื่องในปลา – ถือเป็นแหล่งรวมของเสียและสารพิษจากร่างปลาทั้งหมด มีคุณค่าทางอาหารต่ำ และไม่แนะนำให้รับประทานปลาขนาดใหญ่และปลานักล่า เช่น ปลาทูน่า ปลาฉลาม และปลาอินทรี มีความเสี่ยงสูงต่อการสะสมสารปรอทและโลหะหนักอื่น ๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงปลากลุ่มนี้โดยเด็ดขาดDominiquemel16 Ramosวิธีปรุงก็มีผลต่อความปลอดภัยปลาทอดน้ำมันท่วม – เพิ่มความเสี่ยงต่อไขมันทรานส์และโรคหัวใจปลาทอดหรือปลาต้มรสจัด – เช่น ปลาทอดเค็ม ปลาราดซอสเข้มข้น มักมีโซเดียมสูง เสี่ยงต่อภาวะบวมน้ำและความดันโลหิตสูง4 เคล็ดลับกินปลาให้ปลอดภัยจากโลหะหนักเลือกปลาตัวเล็ก เช่น ปลาทู ปลาซิว ปลานิลตัวเล็ก หรือปลาซาร์ดีน…
-
สุขภาพย่ำแย่! นักแสดงรุ่นใหญ่ อาการกำเริบ หลังต่อสู่กับโรคลูคีเมีย (ข่าวต่างประเทศ)
สุขภาพย่ำแย่! นักแสดงรุ่นใหญ่ อาการกำเริบ หลังต่อสู่กับโรคลูคีเมีย (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า สำหรับ อันซองกี นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้เป็นที่รัก ซึ่งมีรายงานว่าสุขภาพย่ำแย่ระหว่างต่อสู้กับอาการกำเริบของโรคลูคีเมียรายงานข่าวจาก News1 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ระบุว่า พัคจุงฮุน นักแสดงหนุ่มเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานของอัน ได้แชร์ความรู้สึกสะเทือนใจระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือรวมเล่มใหม่ของเขา “Don't Regret” ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ศิลปะ 1928 ในจองดง กรุงโซลเมื่อถูกถามว่าอันซองกีได้เห็นหนังสือของเขาหรือไม่ พัคตอบด้วยความเศร้าอย่างเห็นได้ชัดว่า “ผมคิดว่ามันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว สุขภาพของรุ่นพี่อันซองกีอยู่ในขั้นย่ำแย่มาก” เขาเริ่มเล่า “ผมไม่ได้เจอเขามามากกว่าปีแล้ว เขาอยู่ในสภาพที่เราไม่สามารถพูดคุยหรือส่งข้อความได้ ผมจึงได้ติดต่อครอบครัวของเขา”ปาร์คเสริมว่า "ผมอาจจะฟังดูใจเย็น แต่มันเจ็บปวดมาก เขาเป็นคนที่ผมร่วมงานด้วยในภาพยนตร์สี่เรื่องมาตลอด 40 ปี เป็นทั้งครู เพื่อนร่วมงาน เพื่อน และแม้กระทั่งเป็นเหมือนพ่อด้วยซ้ำ มันน่าเศร้าที่เขาไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์ในหนังสือของผมได้อย่างแท้จริง"ปาร์คจุงฮุนยังได้แสดงความรักต่ออันในระหว่างการปรากฏตัวในรายการ 'Table for 4' ทางช่อง Channel A เมื่อเร็วๆ นี้"สำหรับผม เขาเป็นคนที่ไม่มีใครแทนที่ได้จริงๆ ถ้าผมเป็นลูกโป่ง รุ่นพี่อันซองกีคงเป็นเหมือนก้อนหินที่ผูกติดกับเชือกของผม คอยประคองผมให้อยู่กับที่ ถ้าไม่มีเขา ผมคงระเบิดไปนานแล้ว"…
-
เด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่ทิ้งอยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่น สั่งให้ทำงานร้านนวดกาม
ตำรวจเข้าจับกุมเจ้าของร้านนวดในกรุงโตเกียว หลังเด็กหญิงไทย 12 ปี ขอความช่วยเหลือ ถูกแม่ทิ้งอยู่คนเดียวที่ญี่ปุ่น สั่งให้ทำงานร้านนวดกามเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน สำนักข่าว อาซาฮิ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้บุกจับผู้ต้องสงสัย นายมาซายุกิ โฮโซโนะ วัย 51 ปี เจ้าของร้านนวดในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ฐานความผิดกฎหมายแรงงาน พร้อมสอบสวนคดีค้ามนุษย์โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากที่เด็กหญิงไทยวัย 12 ปี ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเด็กหญิงคนดังกล่าวเล่าว่าเธอกับแม่เดินทางมาที่ญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน และถูกพามาร้านนวดดังกล่าว ซึ่งเด็กหญิงคนนี้ถูกสอนวิธีการนวดและให้บริการทางเพศ ซึ่งแม้ว่าเธอจะไม่อยากทำแต่เธอก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของแม่ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม แม่เด็กจะบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมารับ ก่อนที่จะปล่อยให้เด็กอยู่เพียงลำพัง จากปากคำของเด็กหญิงเล่าว่าเธอต้องให้บริการลูกค้าผู้ชายกว่า 60 คน ในช่วงระยะเวลา 33 วัน โดยเธอไม่ได้เงิน ซึ่งเด็กหญิงเล่าว่า ตอนแรกเธอคิดว่าถ้าเธอไม่ทำงาน ครอบครัวจะไม่มีกินต่อมากลางเดือนสิงหาคมเด็กหญิงเริ่มรู้สึกว่าทางครอบครัวจะไม่มารับ เธอจึงเข้าแจ้งกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเธอบอกว่าเธออยากกลับไทย อยากกลับไปหาปู่ย่า อยากกลับไปหาครอบครัว อยากกลับไปเรียนหนังสือ ต่อให้โดนจับก็ยอมเบื้องต้นเด็กหญิงได้รับการคุ้มครองแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังให้ความช่วยเหลือเพื่อเตรียมการส่งตัวกลับประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพจิตใจเป็นอันดับแรกทั้งนี้ไม่ได้มีการรายงานว่านายโฮโซโนะยอมรับผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบยังพบว่านอกจากเด็กหญิงแล้ว ยังพบแรงงานไทยอายุ 30 ปี ทำงานที่ร้านนวดนั้นด้วยหน้าผู้ต้องสงสัยอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องแม่ญี่ปุ่นแทงลูกสาววัย 3…
-
ชีวิตแต่งงาน 8 ปี ไร้ “เซ็กซ์”! เมียขอ “คืนดีๆ” ในวันเกิด แต่ถูกปฏิเสธด้วยคำพูดสุดเจ็บ
ภรรยาชาวไต้หวันเผยชีวิตแต่ง 8 ปี ไร้ความสัมพันธ์ทางกาย ขอ “คืนดีๆ” ในวันเกิดแต่ถูกปฏิเสธด้วยคำพูดสุดเจ็บภรรยาชาวไต้หวันเผยชีวิตแต่ง 8 ปี ไร้ความสัมพันธ์ทางกาย ขอ “คืนดีๆ” ในวันเกิดแต่ถูกปฏิเสธด้วยคำพูดสุดเจ็บเรื่องราวสะเทือนใจจากไต้หวันกำลังกลายเป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อหญิงวัย 34 ปี รายหนึ่ง เปิดใจว่าแต่งงานมากว่า 2 ปี แต่ไม่มีความสัมพันธ์ทางกายกับสามีมานานถึง 8 ปีเต็ม เธอเผยว่าแม้พยายามขอคืนดี ๆ ในวันเกิดของตัวเอง แต่กลับถูกสามีพูดใส่หน้าว่า “เธอทำให้ฉันไม่มีอารมณ์ ฉันไม่ใช่คนที่จะทำกับใครก็ได้” คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกหมดศรัทธาและเสียใจอย่างที่สุดเริ่มต้นหวาน…แต่ไม่มีความสัมพันธ์ตั้งแต่ปีแรกหญิงรายนี้ เล่าว่า พบรักกับชายที่มีอายุมากกว่า 9 ปี ทั้งคู่คบกันนาน 7 ปี ก่อนตัดสินใจแต่งงาน และใช้เทคโนโลยีปฏิสนธินอกร่างกายจนมีลูกด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่า “หลังจากปีแรกที่คบกัน เราก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันอีกเลย ไม่ใช่เพราะฉันไม่ต้องการ แต่เพราะเขาปฏิเสธเสมอ” โดยฝ่ายชายมักอ้างว่าเหนื่อย ไม่สะดวก หรือที่บ้านมีคนอยู่แม้ฝ่ายหญิงเคยขอเลิกราหลายครั้ง แต่สามีกลับบอกว่า “แต่งงานก่อนเถอะ เดี๋ยวพอมีบ้านเป็นของตัวเองจะดีขึ้น” ทว่าหลังแต่งงาน ทุกอย่างกลับเหมือนเดิมขอมีเซ็กซ์ในวันเกิด แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยคำพูดสุดแทงใจในวันเกิดปีล่าสุด เธอตั้งใจจัดทริปสั้น…
-
นอนโรงแรมหรู คู่รักตื่นกลางดึก สะพรึง “ชายร่างใหญ่” เปลือยท่อนบนยืนจ้อง เข้ามาได้ไง?!
ข้อผิดพลาดของพนักงาน ทำลูกค้าเข้าห้องผิด ตำรวจเผยความจริงสุดอึ้งคู่รักตื่นกลางดึก พบชายแปลกหน้า 'เปลือยท่อนบน' ยืนข้างเตียงในโรงแรมหรูเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นในประเทศจีนได้เผยแพร่เรื่องราวที่น่าตกใจของนายซุน (นามสมมติ) ซึ่งร้องเรียนว่าขณะที่เขาและภรรยาเข้าพักที่โรงแรมหรูในเมืองซูโจว (ซูโจว) ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกลางดึกนายซุนเล่าว่าประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 28 ตุลาคม เขาถูกภรรยาปลุกให้ตื่น เพราะเธอสังเกตเห็นว่ามีคนแปลกหน้าอยู่ในห้องพัก ทั้งคู่รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเหตุการณ์ช็อกกลางดึก ชายร่างใหญ่เดินในห้องพัก"ตอนนั้นผมมองเห็นแวบแรก เป็นผู้ชายร่างใหญ่ น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม" นายซุนระบุ"จากนั้นเขาก็ยืนขึ้น ยืนบังอยู่ตรงหัวเตียง เขาไม่ได้สวมรองเท้าและไม่ใส่เสื้อ (ผม) ตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง"จากคลิปวิดีโอที่นายซุนมอบให้สื่อ แสดงให้เห็นชายแปลกหน้าคนดังกล่าวเปลือยท่อนบน เท้าเปล่า สวมเพียงกางเกงสีดำตัวเดียว ยืนอยู่บริเวณโถงทางเข้าใกล้ประตูห้องพัก นายซุนใช้เวลากว่า 10 วินาทีเพื่อตั้งสติ ก่อนรีบโทรศัพท์แจ้งพนักงานต้อนรับและติดต่อตำรวจทันทีการสอบสวนพบข้อผิดพลาดของโรงแรมหลังเกิดเหตุ นายซุนได้มอบบันทึกอธิบายสถานการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจได้ทำการสอบสวนและแจ้งผลว่า"หลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่าเกิดจากความผิดพลาดในการทำบัตรห้องพักของพนักงานต้อนรับ ทำให้บุคคลนี้เข้าห้องผิด" ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในโรงแรมระดับนี้ด้านพนักงานของโรงแรมยังให้เหตุผลเสริมกับนายซุนว่า ภรรยาของชายคนดังกล่าวเพิ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันก่อนหน้า"เขาอาจกำลังมีภาวะเครียดเฉียบพลัน (PTSD)" อย่างไรก็ตาม นายซุนกล่าวว่าทางโรงแรมอธิบายเพียงว่าผู้บุกรุกเป็นลูกค้าห้องข้างๆ และตำรวจไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกว่านั้น ทำให้เขาไม่สามารถติดตามเรื่องกับชายคนดังกล่าวได้ข้อกังวลด้านความปลอดภัยและมาตรการเยียวยานอกจากนี้ นายซุนยังเปิดเผยว่า ระบบล็อกประตู ห้องพักของเขามีปัญหาในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ คือไม่สามารถล็อกได้และไม่มีเสียงเตือนใดๆ ซึ่งทางโรงแรมก็ยอมรับว่าประตูห้องมีข้อบกพร่องจริง ลูกค้ารายนี้เปิดเผยว่า คืนนั้นทางโรงแรมได้เสนอจะคืนเงินค่าห้องพักและเปลี่ยนห้องใหม่ให้แก่เขาอย่างไรก็ตาม นายซุนเน้นย้ำว่า"โรงแรมระดับนี้…