Category: ต่างประเทศ
-
สุดเศร้า! เผยข้อความสุดท้าย นักแสดงดัง ตำนานจั่นเจา ที่หล่อที่สุด ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน
สุดเศร้า! เผยข้อความสุดท้าย นักแสดงดัง ตำนานจั่นเจาที่ หล่อที่สุด ก่อนเสียชีวิตกะทันหันวันที่ 31 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา สำนักนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวเศร้าสะเทือนวงการบันเทิงฮ่องกง เมื่อ ฟาง ซินหยวน ภรรยาของ เจิน จื้อเฉียง (Zhen Zhiqiang) อดีตพระเอกชื่อดังแห่งค่าย เอเชียทีวี (ATV) ได้ออกมาโพสต์ข้อความแจ้งข่าวการเสียชีวิตของสามี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ปิดฉากตำนานนักแสดงมากฝีมือในวัยเพียง 59 ปีเจิน จื้อเฉียง เป็นนักแสดงที่แฟนละครจีนยุค 90 จดจำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากบทบาท จั่นเจา ในละครดังเรื่อง ตำนานตระกูลหยาง (The Yang Saga) ซึ่งภาพลักษณ์ที่สูงใหญ่ หล่อเหลา และเปี่ยมไปด้วยคาแรกเตอร์นักรบผู้ซื่อสัตย์ ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น จั่นเจาที่หล่อที่สุด และกลายเป็นขวัญใจของผู้ชมทั่วเอเชียอย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แฟนๆ เริ่มกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของเขา หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยรูปร่างที่ซูบผอม พร้อมข้อความสะเทือนใจว่าอันตรายมักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนจนกระทั่งภรรยาออกมาโพสต์ยืนยันข่าวการจากไป สร้างความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่แฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการที่เคยร่วมงานกับเขาแฟนละครจำนวนมากต่างร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ…
-
คลิปสุดท้าย “นางฟ้าพยาบาล” อินฟลูสาวไต้หวัน ก่อนเสียชีวิต เปิดปมเศรษฐีตามจีบ โยงเหตุปริศนา
เพื่อนสนิทเผยสาเหตุ “ป่วยกะทันหัน” ระหว่างทำงานต่างประเทศ หลังขาดการติดต่อไปหลายวัน แฟนคลับย้อนดูโพสต์สุดท้าย 19 ต.ค.ถือเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความตกใจอย่างมากในวงการ เมื่อ นางฟ้าพยาบาล (Hsieh Yu-hsin (เซี่ย อวี่ซิน)) เน็ตไอดอลและอดีตพยาบาลสาวหุ่นสะดุดตา ได้จากไปอย่างกะทันหันแล้ว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียง 31 ปีล่าสุด สาเหตุการเสียชีวิตของเธอได้ถูกเปิดเผยแล้ว เพื่อนสนิทของเธอได้ออกมายืนยันข่าวเศร้านี้ว่า การจากไปของ เซี่ย อวี่ซิน เกิดจาก “เหตุเจ็บป่วยกะทันหัน” เหตุการณ์น่าสลดใจนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เธอเดินทางไปถ่ายทำงานในต่างประเทศ และมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เธอได้ขาดการติดต่อไปหลายวันการจากไปอย่างรวดเร็วของเธอ สร้างความเสียใจต่อเพื่อน ๆ และแฟนคลับอย่างมาก นักแสดงเอวี Wu Mengmeng (อู๋ เมิ่งเมิ่ง) และเน็ตไอดอล Sprite (สไปรท์) รวมถึงคนในวงการอีกหลายคน ต่างได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการสูญเสียครั้งนี้IG/irisirisss900เพื่อนสนิทของอวี่ซิน ยังได้ฝากข้อความมายังแฟน ๆ ที่รักเธอว่า “ขอความกรุณาเพื่อน ๆ และแฟน ๆ ที่รักอวี่ซิน มอบพื้นที่และความเคารพให้ครอบครัวที่กำลังโศกเศร้า ชั่วคราวงดติดต่อและงดคาดเดาโดยไม่จำเป็น…
-
900 ปีเฉลยแล้ว! ตำนาน “จิ๋นซีฮ่องเต้” หาจนเจอยาอายุวัฒนะ แต่เหตุใด “ไม่กล้าเสวย”
ไขความลับ ‘จิ๋นซีฮ่องเต้’ ตามหายาอายุวัฒนะ แต่ไม่กล้าเสวย จนอีก 900 ปีต่อมาความจริงถูกเปิดเผยฉินสื่อหวงกับตำนานยาอายุวัฒนะ ความลับที่ถูกเปิดเผยอีก 900 ปีต่อมาจักรพรรดิฉินสื่อหวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีนที่รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว พระองค์ทรงมีความหมกมุ่นในการแสวงหา “ยาอายุวัฒนะ” ที่เชื่อว่าสามารถทำให้คนเป็นอมตะได้ แต่สุดท้ายกลับไม่เคยเสวยมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความลับเบื้องหลังเรื่องนี้เพิ่งได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนในอีกกว่า 900 ปีต่อมาจิ๋นซีฮ่องเต้และความหมกมุ่นเรื่องชีวิตนิรันดร์หลังจากรวบรวมแผ่นดินจีนได้สำเร็จ จิ๋นซีฮ่องเต้เริ่มหวาดกลัวความตาย พระองค์ทรงเชื่อว่าหากสามารถหายาอายุวัฒนะมาได้ จะสามารถปกครองอาณาจักรได้ชั่วนิรันดร์ จึงสั่งให้นักพรตและนักเล่นแร่แปรธาตุออกเดินทางตามหาสูตรลับแห่งความเป็นอมตะไปทั่วสารทิศ ทั้งในแผ่นดินใหญ่และดินแดนโพ้นทะเลในบันทึกโบราณระบุว่า พระองค์ได้เสวยยาเม็ดโลหะบางชนิดที่นักพรตถวาย ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนผสมของปรอทและทองคำ อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้กลับเป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้พระองค์มีอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมาคำตอบจากอีกเกือบพันปีต่อมาเกือบ 900 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของจิ๋นซีฮ่องเต้ ในสมัยจักรพรรดินีบูเช็กเทียน (หรืออู่เจ๋อเทียน) มีการค้นพบตำราเล่นแร่แปรธาตุโบราณและสูตรยาหลายชนิดจากยุคก่อนหน้า บันทึกเหล่านั้นเผยให้เห็นว่ายาอายุวัฒนะในอดีตล้วนประกอบด้วยสารโลหะหนัก เช่น ปรอท สารหนู และตะกั่ว ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อมนุษย์เมื่อเข้าใจเช่นนั้น นักประวัติศาสตร์จึงสรุปว่า การที่จิ๋นซีฮ่องเต้ไม่เสวยยาอายุวัฒนะในบางสูตรที่ได้มา อาจเป็นเพราะพระองค์เริ่มระแคะระคายว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยยืดอายุได้จริง แต่อาจเป็นยาพิษที่คร่าชีวิตได้มากกว่าตารางสรุประยะเวลาและเหตุการณ์สำคัญของจิ๋นซีฮ่องเต้เพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของพระองค์ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางต่อไปนี้ได้รวบรวมเหตุการณ์สำคัญตลอดพระชนม์ชีพของจิ๋นซีฮ่องเต้จากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อถือได้ช่วงเวลา เหตุการณ์ คำอธิบายสั้น ๆ ค.ศ. 259 ปีก่อนคริสต์ศักราช (ประมาณ) พระองค์ทรงประสูติ พระนามเดิมของพระองค์คือ…
-
‘ญี่ปุ่น’ปิดฉาก 50 ปี ‘ซูเปอร์เซ็นไต’ ซีรีส์ขบวนการ 5 สี
เว็บไซต์บีบีซีรายงานอ้างหนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นว่า ซีรีส์ “ซูเปอร์เซ็นไต” จะยุติการออกอากาศเนื่องจากยอดขายสินค้าและการจัดงานอีเวนต์ไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิต สถานีโทรทัศน์อาซาฮีผู้ออกอากาศไม่ได้ให้ความเห็นถึง “รายการที่จะนำมาเผยแพร่ในอนาคต”ซีรีส์ชุดนี้ออกฉายครั้งแรกในปี 1975 ตามสูตร วัยรุ่นห้าคนแปลงร่างเป็นนักสู้ห้าสีสวมหน้ากากต่อกรกับเหล่าร้าย กลายเป็นต้นแบบของพาวเวอร์เรนเจอร์สในสหรัฐและซีรีส์ซูเปอร์ฮีโรอื่นๆ ที่เผยแพร่ในเอเชีย ทั้งยังเป็นเวทีเปิดตัวในวงการบันเทิงให้กับนักแสดงญี่ปุ่นหลายรายซูเปอร์เซ็นไตเป็นยิ่งกว่าทีวีซีรีส์ รายการที่ออกอากาศทุกสัปดาห์นี้ยังเป็นช่องทางโฆษณาของเล่น เสื้อผ้า ของสะสมสำหรับแฟนแอนิเมชันและของเล่นนอกประเทศญี่ปุ่น ซูเปอร์เซ็นไตเปรียบเป็นประตูเข้าสู่วัฒนธรรมหนังสือการ์ตูนและซูเปอร์ฮีโรหลากสีสันของประเทศนี้ซีรีส์แนวเดียวกันอย่าง Choudenshi Bioman และHikari Sentai Maskman ซึ่งพากย์เป็นภาษาอังกฤษ ได้รับความนิยมอย่างมากในฟิลิปปินส์ซีรีส์ซูเปอร์เซ็นไต ประกอบด้วยซูเปอร์ฮีโรชายสามหญิงสอง นำโดยสีแดงเหมือนกับในพาวเวอร์เรนเจอร์ ส่วนสีเขียวหรือสีดำ เป็นรองหัวหน้า ตามด้วยสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีชมพูทุกตอนดำเนินเรื่องแบบเดียวกัน เริ่มต้นด้วยการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแล้วประลองดาบ จากนั้นเป็นการประจัญบานระหว่างหุ่นยนต์กับเอเลียนยักษ์ เสน่ห์ดึงดูดอยู่ที่ฉากแอคชั่นซึ่งในทศวรรษ 1980 และ 1990 ยังทำได้ไม่สมจริงส่วนซีรีส์พาวเวอร์เรนเจอร์ต้นตำรับออกอากาศในทีวีสหรัฐตั้งแต่ปี 1993-1996 และแตกแขนงออกไปอีกหลายเรื่อง ตอนนี้หาดูได้บนยูทูบโปรดิวเซอร์ ฮาอิม ซาบัน ผู้ปรับพาวเวอร์เรนเจอร์สมาจากต้นฉบับญี่ปุ่น เคยให้สัมภาษณ์กับแอลเอไทม์สเมื่อปี 2017 ว่า ไอเดียนี้ไม่มีใครยอมรับในตอนแรก“ทุกฤดูขายงานผมต้องออกไปเสนองานตามสถานีโทรทัศน์ แล้วโดนไล่ออกมาจากห้อง พวกเขาบอกว่าผมบ้าไปแล้ว” โปรดิวเซอร์เล่าขณะที่ในญี่ปุ่นข่าวคราวการปิดฉากของซูเปอร์เซ็นไตทำให้แฟนๆ และคนดังเศร้าใจเคอิโกะ คิตากาวาระ นักแสดงหญิงชื่อดังรีโพสต์ข่าวบนทวิตเตอร์พร้อมระบุ “เสียดาย” โพสต์นี้เรียกยอดวิว…
-
เผยภาพ “ลูกสาวที่ถูกลืม” ของราชาคาสิโน ผู้ถูกพ่อเมินเฉย และยืนอยู่นอกสงครามมรดก!
โศกนาฏกรรมตระกูล! ลูกสาวเจ้าพ่อคาสิโนมาเก๊า ที่รอดชีวิตจากเมียหลวง เลือกสร้างอาณาจักรเอง และใช้ชีวิตคู่กับคนรักเพศเดียวกันชีวิตเงียบเหงาของ "เหอ เชาหง" ลูกสาวเจ้าพ่อคาสิโนมาเก๊า ภรรยาคนแรก 'ถูกพ่อเมิน' ยืนมองสงครามมรดกจากภายนอกเหอ หงเซิน (Stanley Ho) คือชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งในมาเก๊าและเอเชีย เขาคือ "ราชาคาสิโน" ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาล และมีครอบครัวใหญ่ที่ประกอบด้วยภรรยา 4 คน และลูก 17 คน ในสงครามการแย่งชิงมรดกที่ดุเดือด สื่อมักกล่าวถึงลูกๆ ที่โดดเด่น มีความสามารถ เช่น เหอ เชาฉยง หรือ เหอ โหย่วหลงทว่า มีลูกสาวคนหนึ่งที่น้อยคนจะรู้จักเรื่องราวของเธอ นั่นคือ เหอ เชาหง ลูกสาวผู้สืบสายเลือดจากภรรยาคนแรก แต่กลับมีชีวิตที่เงียบเหงา ถูกลืม และยืนอยู่นอกการต่อสู้แย่งชิงทรัพย์สินทั้งหมดลูกสาวที่ถูกพ่อเมินเฉยเหอ เชาหง เป็นลูกสาวของ เหอ หงเซิน กับภรรยาคนแรก หลี หว่านหัว ซึ่งมีภูมิหลังมาจากตระกูลทนายความผู้มีชื่อเสียงในมาเก๊า เธอเคยได้รับฉายาว่า "สาวงามอันดับหนึ่งแห่งมาเก๊า" ด้วยความงามแบบลูกครึ่งที่น่าหลงใหล ภรรยาคนนี้คือผู้ช่วย เหอ…
-
สรุปไทม์ไลน์สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ เจ้าชายแอนดรูว์ถูกถอดพระอิสริยยศ!
ย้อนสรุปไทม์ไลน์สุดอื้อฉาว ที่สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ.. เรียกได้ว่าสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางการจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "เจ้าชายแอนดรูว์" พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเผชิญกับจุดตกต่ำครั้งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากที่ทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศ และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด!กรณีอื้อฉาวนี้ มีต้นตอจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับ "เจฟฟรีย์ เอปสเตน" มหาเศรษฐีคดีค้าประเวณีผู้เยาว์ และได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" อดีตเหยื่อ ได้ยื่นฟ้องพระองค์ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีการปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่แรงกดดันมหาศาลจากสาธารณชนและการยุติคดีด้วยการจ่ายเงินยอมความ ได้นำไปสู่ "พระบรมราชโองการให้ลดสถานะของเจ้าชายแอนดรูว์กลับสู่สามัญชน" โดยจากนี้ไปจะถูกเรียกในชื่อ "นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์" เท่านั้นจุดเริ่มต้น.. ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกับเจฟฟรีย์ เอปสเตนกรณีอื้อฉาวทั้งหมด เริ่มต้นจากมิตรภาพใกล้ชิดระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสเตน ผู้ซึ่งเป็นนักการเงินชื่อดังและมีเครือข่ายกว้างขวางในสังคมชั้นสูงของสหรัฐอเมริกา"เอปสเตน มหาเศรษฐีเบื้องหลังมืด"เอปสเตนเป็นมหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์กับคนดังมากมาย แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและค้าประเวณีผู้เยาว์ โดยมี "กิสเลน แม็กซ์เวลล์" เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการจัดหาเหยื่อที่เป็นเด็กสาวด้อยโอกาสมาล่วงละเมิดทางเพศ"ความเชื่อมโยงกับราชวงศ์"เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเป็นหนึ่งในพระสหายสนิทของเอปสเตน มีการไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง และมีภาพถ่ายปรากฏว่าพระองค์เสด็จไปเยือนที่พักของเอปสเตนที่นิวยอร์ก แม้ภายหลังเอปสเตนจะเสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำเมื่อปี 2019 ระหว่างรอขึ้นศาล แต่ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อเจ้าชายแอนดรูว์ ก็ได้ปะทุขึ้นแล้วข้อกล่าวหาของเวอร์จิเนีย จุฟเฟรหลังการเสียชีวิตของเอปสเตน ทาง "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" ซึ่งอ้างว่าเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกล่อลวง ได้เดินหน้ายื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งต่อเจ้าชายแอนดรูว์โดยตรงในศาลแขวงสหรัฐ ในแมนฮัตตัน โดยเธอระบุว่า"เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ถึง 3 ครั้ง…
-
รัฐวิสาหกิจจีนขยาย “เหมืองทอง-แร่แรร์เอิร์ธ” ในรัฐฉาน ห่างเชียงใหม่ 30 กม.
กลุ่มสิทธิมนุษยชนในรัฐฉานแฉ รัฐวิสาหกิจจีนขยายเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองตลอดสองฝั่งแม่นํ้ากก ห่างจากเชียงใหม่เพียง 30 กม. เท่านั้นมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า บริษัท ไชนา อินเวสเมนต์ ไมนิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน กำลังเดินหน้าขยายเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ และเหมืองทองคำ ตลอดสองฝั่งริมแม่นํ้ากก ในเมืองยอน ทางตะวันออกของรัฐฉาน ประเทศเมียนมาจากภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2025 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่บริเวณเหมืองทองคำ ริมแม่นํ้ากก ที่มีการสร้างถนนและสิ่งปลูกสร้างใหม่ ทั้งยังมีการปล่อยกากของเสียที่เกิดจากการสกัดแร่ทองคำลงแม่นํ้ากกโดยตรงโดยแม่นํ้ากกบริเวณดังกล่าวนั้นคือ บริเวณต้นนํ้ากกที่ห่างจากพรมแดนไทยราว 30 กิโลเมตร ซึ่งแม่นํ้ากกนี้จะไหลเข้าสู่พรมแดนไทยที่ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ส่วนเหมืองแร่แรร์เอิร์ธนั้น ทาง SHRF ได้เคยรายงานไปแล้วว่า มีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 2 แห่งทางตะวันตกของแม่นํ้ากก ซึ่งมีการ "ชะละลาย" แร่ด้วยเคมี ด้วยการฉีดสารเคมีจำนวนมากเข้าไปในเชิงเขาจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2025 พบว่า เหมืองแร่แรร์เอิร์ธนี้ได้สร้างบ่อแต่งแร่เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถมองเห็นหลังคาสีดำที่เพิ่งสร้างเสร็จได้พื้นที่เมืองยอน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองสาด ในรัฐฉาน อยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันระหว่าง กองทัพเมียนมา…
-
คิงชาร์ลส์ถอดยศ ‘เจ้าชาย’ แอนดรูว์ พร้อมให้ออกจากคฤหาสน์วินด์เซอร์
REUTERSคิงชาร์ลส์ถอดยศ ‘เจ้าชาย’ แอนดรูว์ และให้ออกจากที่ประทับในวินด์เซอร์พระราชวังบักกิงแฮม แถลงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรทรงถอดถอนพระอิสริยยศของเจ้าชายแอนดรูว์ พระเชษฐา และทรงบังคับให้พระองค์ออกจากที่ประทับในพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างราชวงศ์กับแอนดรูว์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวของเจฟฟรีย์ เอปสไตน์แอนดรูว์ พระชนมายุ 65 พรรษา พระอนุชาของพระเจ้าชาร์ลส์ และพระราชโอรสองค์ที่สองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสัมพันธ์กับเอปสไตน์ ผู้ล่วงลับ เมื่อต้นเดือนตุลาคม พระองค์ถูกบังคับให้หยุดใช้บรรดาศักดิ์ดยุกแห่งยอร์กไปแล้วขณะนี้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงดำเนินการขั้นเด็ดขาดยิ่งขึ้นต่อแอนดรูว์ ด้วยการปลดพระอิสริยยศทั้งหมด ทำให้พระองค์ต้องใช้พระนามว่าแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน วินด์เซอร์ เท่านั้นแถลงการณ์ของพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า แอนดรูว์ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการให้ยกเลิกสัญญาเช่าคฤหาสน์รอยัลลอดจ์ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน โดยแอนดรูว์จะย้ายไปประทับยังที่ประทับใหม่ในคฤหาสน์แซนดริงแฮม ทางตะวันออกของอังกฤษการตัดสินใจของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งยังคงทรงรับการรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งอยู่เป็นประจำ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่รุนแรงและเด็ดขาดที่สุดต่อสมาชิกราชวงศ์ในประวัติศาสตร์อังกฤษยุคใหม่สำนักพระราชวังระบุว่า มาตรการลงโทษเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าแอนดรูว์จะยังปฏิเสธข้อกล่าวหาก็ตาม กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงประสงค์ที่จะทรงแสดงให้ชัดเจนว่า พระองค์ทรงห่วงใยและเห็นใจต่อเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากล่วงละเมิดทุกรูปแบบมาโดยตลอดแอนดรูว์เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนายทหารเรือผู้กล้าหาญและเคยรับราชการทหารในช่วงสงครามฟอล์กแลนด์กับอาร์เจนตินาในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ในปี 2011 เขาถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งทูตการค้าประจำสหราชอาณาจักร ต่อมาในปี 2019 ก็ต้องยุติการปฏิบัติภารกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์…
-
ลูกทรพีวัย 9 ขวบแทงแม่ดับ หลังถูกด่าซนเกินไป แม่ร่ำไห้ขอกอดสุดท้ายก่อนสิ้นใจ
คดีสุดสะเทือนใจในบราซิล เมื่อเด็กชายวัย 9 ขวบใช้มีดแทงท้องแม่ตัวเองจนเสียชีวิต หลังถูกดุว่าซนเกินเหตุ คำพูดสุดท้ายของแม่คือการขอ “กอดครั้งสุดท้าย” ก่อนสิ้นใจเกิดเหตุการณ์ที่แสนเศร้าและน่าตกตะลึง เมื่อการโต้เถียงกันระหว่างแม่กับลูกชายจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เมื่อเด็กชายวัย 9 ขวบ ได้ใช้มีดแทงมารดาของตัวเองจนเสียชีวิต โดยสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ถูกแม่ต่อว่าเรื่องพฤติกรรมซุกซนคาไลน์ อาร์รูดา ดอส ซานโตส วัย 37 ปี ถูกแทงเข้าที่บริเวณท้อง โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เธอได้ร่ำไห้ขอกอดสุดท้ายจากลูกชายหลังจากที่ถูกแทงเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะเสียชีวิตลงในที่สุดก่อนเกิดเหตุร้าย คาไลน์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า ได้ตักเตือนลูกชายเรื่องการเล่นบนถนน และต่อมาที่บ้านพักของสามีใหม่ (พ่อเลี้ยงของเด็ก) เธอได้ขู่ว่าจะนำเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขาไปบอกกับญาติคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เด็กชายไม่พอใจรายงานของตำรวจระบุว่า เด็กชายวิ่งเข้าไปในห้องครัวคว้ามีดแล้วซ่อนไว้ใต้เสื้อแขนยาว ก่อนจะเดินไปหาแม่ที่กำลังยืนอยู่บริเวณประตูทางออก และแทงมีดเข้าที่ท้องของเธอ ทันทีพยานคนหนึ่งเล่าถึงคำพูดสุดท้ายที่สะเทือนใจของเหยื่อว่า “มานี่สิ มากอดแม่เป็นครั้งสุดท้ายนะ เพราะแม่คงไม่รอดแล้ว”คาไลน์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ก็เสียชีวิตเมื่อไปถึง เนื่องจากเด็กชายอายุต่ำกว่า 12 ปี เขาจึงไม่ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีผ่านศาลเยาวชน และถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของญาติฝ่ายแม่ โดยญาติเปิดเผยว่า เด็กชายยังไม่ได้ตระหนักอย่างถ่องแท้ถึงความร้ายแรงของการกระทำของตัวเองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีคดีที่น่าตกตะลึงอีกคดีในสหรัฐฯ เมื่อ ซาราห์ แพทริค วัย 17 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมแม่และพ่อเลี้ยงของตัวเองอย่างโหดเหี้ยม โดยเธอถูกพบว่ายิ้มและโอบกอดทนายความ ขณะรอการไต่สวนในศาลซาราห์ถูกจับกุมหลังจากน้องสาววัย…
-
‘Puma’ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก เซ่นพิษเศรษฐกิจยอดขายลดลง
30 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'พูมา' (Puma) บริษัทผลิตเสื้อผ้าและเสื้อผ้ากีฬาสัญชาติเยอรมนี ประกาศเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะปลดพนักงานเพิ่มอีก13% ที่มีอยู่ทั่วโลก หรือเทียบเท่ากับ 900 คนภายในปี 2026 ซึ่งเป็นผลจากการที่ยอดขายสินค้ายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ก่อนหน้านี้ 'พูมา' (Puma)ได้ทำการเลิกจ้างพนักงานไปแล้วจำนวน 500 คนทั่วโลกในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดต้นทุนที่ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม'พูมา' ประกาศว่าจะขยายแผนการนี้ เพื่อพยายามพลิกฟื้นผลการดำเนินงานของบริษัทภายใต้การนำของ อาร์เธอร์ โฮลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของทาง 'พูมา' ทั้งนี้ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าในตลาดที่ลดลงและผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดย 'พูมา' รายงานว่า ในไตรมาสที่ 3 ยอดขายสินค้าลดลง 10.4% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 1,960 ล้านยูโร ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 1,980 ล้านยูโร อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ตั้งแต่ปี 2027