Category: ต่างประเทศ

  • ‘Puma’ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก เซ่นพิษเศรษฐกิจยอดขายลดลง

    30 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'พูมา' (Puma) บริษัทผลิตเสื้อผ้าและเสื้อผ้ากีฬาสัญชาติเยอรมนี ประกาศเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะปลดพนักงานเพิ่มอีก13% ที่มีอยู่ทั่วโลก หรือเทียบเท่ากับ 900 คนภายในปี 2026 ซึ่งเป็นผลจากการที่ยอดขายสินค้ายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ก่อนหน้านี้ 'พูมา' (Puma)ได้ทำการเลิกจ้างพนักงานไปแล้วจำนวน 500 คนทั่วโลกในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดต้นทุนที่ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม'พูมา' ประกาศว่าจะขยายแผนการนี้ เพื่อพยายามพลิกฟื้นผลการดำเนินงานของบริษัทภายใต้การนำของ อาร์เธอร์ โฮลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของทาง 'พูมา' ทั้งนี้ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าในตลาดที่ลดลงและผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดย 'พูมา' รายงานว่า ในไตรมาสที่ 3 ยอดขายสินค้าลดลง 10.4% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 1,960 ล้านยูโร ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 1,980 ล้านยูโร อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ตั้งแต่ปี 2027

  • ทัวร์นับผู้โดยสารไม่ครบ เรือสำราญทิ้ง หญิงออสซี่วัย 80 ตายโดดเดี่ยวบนเกาะ

    ทัวร์นับผู้โดยสารไม่ครบ เรือสำราญทิ้ง หญิงออสซี่วัย 80 ตายโดดเดี่ยวบนเกาะเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม บีบีซีรายงานว่า เกิดเหตุน่าเศร้าสลดใจที่ประเทศออสเตรเลีย หลัง หญิงวัย 80 ปี ซึ่งไปท่องเที่ยวเกาะทางเหนือของประเทศต้องเสียชีวิตเพราะถูกทอดทิ้งไว้บนเกาะตามลำพัง เนื่องจากทัวร์ผู้รับผิดชอบละเลยที่จะนับลูกทัวร์ก่อนเดินทางออกจากเกาะผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังว่า นางซูซาน รีส อายุ 80 ปี เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเรือสำราญของบริษัททัวร์ คอรัล แอดเวนเจอร์ ซึ่งออกเดินทางไปยังมหาแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ และไปทอดสมออยู่ที่เกาะลิซาร์ด ไอส์แลนด์ เพื่อให้ลูกทัวร์ได้ทำกิจกรรมประดาน้ำหรือเดินขึ้นเขานางแคทเธอรีน รีส บุตรสาวของผู้ตาย ระบุว่า รู้สึกช็อกและเศร้าเสียใจมากที่บริษัททัวร์เดินทางออกจากเกาะโดยที่ไม่ได้พาแม่ของตนกลับมาด้วย โดยนางรีสยืนยันว่า แม่มีสุขภาพแข็งแรง เป็นคนที่ชอบเดิน ออกกำลังกาย และทำสวนรายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในลูกทัวร์ของโปรแกรมเดินทางล่องทะเล 60 วัน รอบประเทศออสเตรเลีย ค่าตั๋วราคาหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ (หลายแสนบาท) ล่าสุด สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลออสเตรเลีย (Amsa) กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงช่วงเกิดเหตุเป็นตอนที่ลูกทัวร์ลงไปทำกิจกรรมที่เกาะลิซาร์ด ไอส์แลนด์ โดยผู้เสียชีวิตเลือกที่จะเดินขึ้นไปยอดเขาพร้อมกับลูกทัวร์คนอื่นๆ แต่ระหว่างทางเกิดรู้สึกไม่สบาย ทางคณะทัวร์จึงแนะนำให้ผู้เสียชีวิตเดินกลับลงไปที่ตีนเขาเองตามลำพังเพื่อพักผ่อนอย่างไรก็ตาม เมื่อคณะทัวร์ทั้งหมดทำกิจกรรมและเดินทางกลับออกจากเกาะดังกล่าวไปยังเรือสำราญที่ทอดสมออยู่ใกล้ๆ กลับไม่มีผู้เสียชีวิตเดินทางมาด้วย ซึ่งทางบุตรสาวของผู้เสียชีวิตกล่าวโจมตีว่า เป็นความล้มเหลวจากการไม่ใส่ใจและการขาดสามัญสำนึกโฆษก Amsa…

  • เศร้า! เรือสำราญทิ้งผู้โดยสารวัย 80 ปีเสียชีวิตบนเกาะเขตอนุรักษ์

    ผู้โดยสารหญิงวัย 80 ปีของเรือสำราญ ถูกทิ้งให้เสียชีวิตอย่างเดียวดายบนเกาะในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่อยู่ไกลจากชายฝั่ง โดยไม่มีใครรู้เห็นในช่วงที่เธอหายตัวไปสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่น่าสลดใจของผู้โดยสารหญิงชาวออสเตรเลียวัย 80 ปี ของเรือสำราญยอดนิยม ถูกทิ้งให้เสียชีวิตตามลำพังบนเกาะที่อยู่ห่างไกลในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเรือของเธอทิ้งโดยไม่เจตนาระหว่างการเดินทาง ทั้งที่เธอจ่ายค่าโดยสารที่สูงถึง 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) ขณะที่ตำรวจกำลังสอบสวนว่า เหตุใดจึงไม่มีใครรู้ว่า เธอหายตัวไปเป็นเวลานานหลายชั่วโมงขณะเกิดเหตุ ผู้โดยสารสูงวัยซึ่งภายหลังทราบชื่อว่าคือนางซูซาน รีส อยู่ระหว่างทัวร์เดินป่าที่เกาะลิซาร์ด ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของแนวปะการังเกรท แบร์เรียร์รีฟ ที่สำคัญของโลก พร้อมกับเพื่อนผู้โดยสารจากเรือสำราญคอรัล แอดเวนเจอเรอร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมารายงานข่าวระบุว่า เธออาจแยกตัวออกจากกลุ่มทัวร์ขณะเกิดเหตุ และเมื่อเรือสำราญเดินทางออกจากเกาะดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียประมาณ 32 กม. ตามกำหนดในช่วงเย็น เธอก็ไม่ได้กลับขึ้นเรือไปด้วยเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กว่าลูกเรือจะเพิ่งนึกได้ว่า รีส ซึ่งเดินทางตามลำพัง ไม่ได้กลับขึ้นเรือ พวกเขาจึงรีบหันหัวเรือกลับไปยังเกาะ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป ทีมกู้ภัยพบร่างของเธอในช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังจากการค้นหาครั้งใหญ่บนเกาะขณะนี้ทางการกำลังสอบสวนว่า รีสถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้อย่างไรในตอนแรก และเธออาจจะรอดชีวิตหรือไม่ หากมีการแจ้งเหตุเร็วกว่านี้สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ตำรวจกล่าวว่ากำลังดำเนินการสอบสวน โดยถือเป็นกรณีการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน และไม่มีเหตุน่าสงสัยเกี่ยวกับอาชญากรรมสำนักงานความปลอดภัยทางทะเลแห่งออสเตรเลีย ระบุว่าจะสอบปากคำลูกเรือเมื่อเรือจอดเทียบท่าที่เมืองดาร์วิน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าต่อมา แคเทอรีน รีส ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้ออกมาเผยความรู้สึกเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่า"เราได้รับทราบจากตำรวจว่าวันนั้นอากาศร้อนมาก…

  • ลูกชาย 5 ขวบพูดซ้ำๆ “มีคนมองอยู่นอกหน้าต่าง” ผวาจนต้องพาพบจิตแพทย์ รู้เฉลยแม่ทรุด!

    สุดช็อก! เด็ก 5 ขวบพูดถึง เด็ก 5 ขวบผวา "คนนอกหน้าต่าง" จิตแพทย์ชี้ปม 'ถูกทอดทิ้ง' เตือนพ่อแม่มีลูกสองต้องระวังคำกล่าวที่ดูเหมือนเป็นวลีซ้ำซากที่ว่า "อย่าคิดว่าเด็กเล็กจะไม่เข้าใจอะไรเลย" ได้กลายเป็นคำเตือนที่กระทบใจพ่อแม่คู่หนึ่ง เมื่อลูกชายวัย 5 ขวบของพวกเขาเริ่มมีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรงอาการดังกล่าวเกิดจากการอ้างว่ามีคนแอบดูเขาอยู่ข้างนอกหน้าต่าง นำไปสู่การค้นพบความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเด็กที่ทำพ่อแม่ถึงกับทรุดจุดเริ่มต้น: อาการหวาดระแวงจากจินตนาการสู่ฝันร้ายเหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อ เสี่ยวห่าว เด็กชายวัย 5 ขวบ วิ่งมาหาแม่ด้วยความตื่นตระหนก และบอกว่ามีคนแอบมองเขาอยู่ข้างนอกหน้าต่าง ผู้เป็นแม่ชื่อ ชุ่ยฮวา ตอนแรกคิดว่าลูกชายกำลังจินตนาการไปเองแต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อเด็กชายยิ่งหวาดกลัวและผวาตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง จนถึงขั้นยืนกรานไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะเชื่อว่า "คนนอกหน้าต่างจะจับตัวหนูไป"จิตแพทย์วินิจฉัย: สาเหตุแท้จริงคือความเย็นชาของพ่อแม่เมื่ออาการของลูกชายรุนแรงขึ้น สองสามีภรรยาจึงรีบพาไปพบจิตแพทย์ หลังจากการตรวจอย่างละเอียด แพทย์ได้ข้อสรุปที่ทำให้พ่อแม่ตกใจแพทย์ระบุว่าอาการภาพหลอนของเด็กเกิดจากความเครียดทางจิตใจที่สูงมาก และการขาดความรู้สึกปลอดภัย โดยมีสาเหตุที่ลึกซึ้งคือ ความเย็นชาและไม่ใส่ใจของพ่อแม่ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งคู่จึงตระหนักว่าตัวเองนั่นแหละที่ทำร้ายลูกชายโดยไม่ได้ตั้งใจปมในใจลูกคนโต: เมื่อความรักถูกทุ่มให้ลูกคนเล็กสาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากการที่พ่อแม่ทุ่มเทเวลาและแรงกายเกือบทั้งหมดให้กับลูกคนเล็กที่เพิ่งเกิดมา เด็กชายวัย 5 ขวบจึงรู้สึกเหมือนถูก "ผลักไสออกไป" และถูกมองข้ามจากเด็กที่เคยร่าเริง เขาก็ค่อย ๆ เก็บตัวและสร้างภาพหลอนขึ้นมา ความประพฤติที่ดีของลูกชายที่ “ไม่ร้องงอแงเมื่อแม่ยุ่ง” กลับกลายเป็นการแบกรับความรู้สึกไว้เงียบ ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือจากความเหงาที่สะสมพ่อเป็นประธานบริษัท โดนครูของลูก "ดุ"…

  • ใจสลาย เจ้าสาว 19 แขวนคอตาย หลังครอบครัวผัวรุมด่า ชุดแต่งงานเปิดไหล่ “โป๊-น่าอาย”

    พ่อเจ้าสาว แค้น ครอบครัวเจ้าบ่าวบุกมาโวยถึงบ้าน บอกชุดแต่งงานลูกสาวเปิดไหล่ “เหมือนเปลือยกาย” ทำตระกูลอับอาย ลูกสาวทนไม่ไหว แขวนคอตายในสวนสำนักข่าวเดอะซัน รายงาน โศกนาฏกรรมน่าสลดใจ ลียามาน มัมมัดลี เจ้าสาววัย 19 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพียงไม่กี่วันหลังงานแต่งงาน ชนวนมาจาก ชุดแต่งงานของเธอ ที่ครอบครัวฝ่ายสามีประณามว่า โป๊” น่าอาย เหมือนเปลือยกาย ทั้งที่แค่เปิดเพียงไหล่เท่านั้นที่เมืองมินกาเชวีร์ ประเทศอาเซอร์ไบจาน ลียามานถูกพบในสภาพแขวนคอที่สวนในบ้านของพ่อแม่เธอ มูราด บายรามอฟ พ่อของลียามาน เปิดใจกับสื่อท้องถิ่นด้วยความชอกช้ำ ว่า ลูกเขย เอลนูร์ มาเมดลี วัย 33 ปี กับพ่อแม่ของเขา บุกมาที่บ้านหลังงานฉลองจบลง ครอบครัวฝ่ายชายก่อเหตุทะเลาะวิวาทใหญ่โต พวกเขาตะโกนด่าเรื่องชุดแต่งงานของลูกสาวใจสลาย เจ้าสาว 19 แขวนคอตาย หลังครอบครัวผัวรุมด่า ชุดแต่งงานเปิดไหล่ “น่าอับอายสิ้นดี คุณปล่อยให้ลูกสาวใส่ชุดแต่งงานที่เปิดเผยน่าอายแบบนี้ได้ยังไง” พ่อเจ้าสาวเล่าคำพูดของฝ่ายนั้นมูราดพยายามปกป้องลูกสาว เขาโต้เถียงว่าชุดแต่งงานก็ปกติ เป็นแบบที่เจ้าสาวทั่วไปใส่กัน แต่ครอบครัวฝ่ายสามีไม่ยอมสงบ การโต้เถียงยังคงดำเนินต่อไปในวันรุ่งขึ้น ครอบครัวฝ่ายชายกล่าวหาลียามานว่า “ทำให้ลูกชายกับตระกูลของพวกเขาต้องอับอาย” เพราะชุดเจ้าสาวที่เปิดไหล่พ่อของเธอบอกว่า…

  • นักท่องเที่ยวกินแล้วชิ่ง! ไม่จ่ายค่าอาหาร สุดท้ายหนีไม่รอด รถติดจนถูกจับ

    นักท่องเที่ยวกินแล้วชิ่ง ไม่จ่ายค่าอาหารหลายพัน สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกจับได้เพราะรถติดเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย เมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยว 5 คนจากคุชราตได้เดินทางมาทานอาหารที่ร้าน แต่พอถึงเวลาจ่ายเงิน พวกเขากลับเลือก “หนี”รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 5 คน ได้เข้าพักที่โรงแรมในเมืองสิยาวา ใกล้ภูเขาอาบู รัฐราชสถาน พวกเขาสั่งอาหารหลายอย่างและกินอย่างเอร็ดอร่อย เป็นเงินมูลค่า 10,900 รูปี (ราว 4,000 บาท) แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน พวกเขากลับใช้แผนเดิมคือ “ขอไปเข้าห้องน้ำ” ก่อนจะทยอยเดินออกจากร้านทีละคน แล้วขึ้นรถพยายามหลบหนีไม่นานเจ้าของร้านและพนักงานก็รู้ตัว จึงรีบออกไล่ตาม กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่ารถของกลุ่มนักท่องเที่ยวมุ่งหน้าไปทางชายแดนระหว่างรัฐคุชราตกับราชสถาน เนื่องจากการจราจรที่ติดขัด ทำให้เจ้าของร้านขับรถตามไปจนถึงชายแดน และสุดท้ายตำรวจช่วยจับทั้ง 5 คนไว้ได้ทันต่อมานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จึงโทรหาเพื่อนเพื่อให้โอนเงินชำระบิลทางออนไลน์ ก่อนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปขอบคุณที่มา ndtvอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักท่องเที่ยวกินแล้วชิ่ง! ไม่จ่ายค่าอาหาร สุดท้ายหนีไม่รอด รถติดจนถูกจับติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th

  • สลด แพทย์หญิงอินเดียปลิดชีพคารพ. เขียนแฉบนฝ่ามือ ถูก ‘รองสารวัตร’ ขืนใจซ้ำๆใน 5 เดือน

    สลด! แพทย์หญิงอินเดีย ฆ่าตัวตาย เขียนจดหมายลาบนฝ่ามือ แฉถูก รองสารวัตร ขืนใจ 4 ครั้งสลด! แพทย์หญิงอินเดีย ฆ่าตัวตาย เขียนจดหมายลาบนฝ่ามือ แฉถูก รองสารวัตร ข่มขืน 4 ครั้งเกิดเหตุสลดในรัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย เมื่อสื่อท้องถิ่นรายงานว่า แพทย์หญิง รายหนึ่งได้ตัดสินใจจบชีวิตในโรงพยาบาล โดยครอบครัวได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ว่าเธอถูกกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่รัฐ และถูก รองสารวัตร ตำรวจข่มขืนหลายครั้งรายงานระบุว่า แพทย์หญิง ผู้นี้ปลิดชีพตัวเองที่โรงพยาบาลกลางดึก โดยทิ้งหลักฐานสำคัญเป็นข้อความลาตายที่เขียนไว้บนฝ่ามือของเธอเอง ข้อความดังกล่าวระบุชื่อตำรวจหนุ่มรายหนึ่ง ตำแหน่งรองสารวัตร ว่าเป็นผู้ข่มขืนเธอถึง 4 ครั้ง ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมาถูกกดดันให้ปลอมรายงานชันสูตรครอบครัวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่เธอทำงานในโรงพยาบาลรัฐแห่งนี้ เธอต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมหาศาล ญาติอ้างว่าเธอถูกกดดันให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขรายงานการชันสูตรพลิกศพ และถูกบังคับให้ออกใบรับรองแพทย์เท็จหลายครั้ง แม้ว่าผู้ป่วยที่ถูกอ้างชื่อจะไม่ได้มารักษาตัวจริงก็ตามข้อความบนฝ่ามือยังระบุชัดเจนว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ โกปาล บาดาเน ต้องรับผิดชอบต่อการตายของฉัน” นอกจากนี้ ครอบครัวยังยืนยันว่าเธอเคยพยายามร้องเรียนเรื่องนี้กับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งผู้กำกับและรองผู้กำกับการตำรวจแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบและไม่มีการดำเนินการใดๆย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญในโรงพยาบาลอินเดียเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคลากรทางการแพทย์ในอินเดียตกอยู่ในอันตราย โดยย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 เคยเกิดเหตุการณ์ประท้วงใหญ่มาแล้ว…

  • ตะลึง งานวิจัยญี่ปุ่นชี้ “ผมหงอก” ไม่ใช่แค่เริ่มแก่ แต่ร่างกายกำลังสู้ “มะเร็ง”

    ผมหงอก สัญญาณ “สู้มะเร็ง” ของร่างกาย? เจาะลึกงานวิจัยใหม่ที่อาจเปลี่ยนมุมมองคุณไปตลอดกาล ไม่ใช่แค่ความแก่เรามักมอง ผมหงอก ว่าเป็นสัญญาณของความชราที่ไม่มีใครอยากต้อนรับ แต่จะเป็นอย่างไรถ้ามีงานวิจัยบอกคุณว่า เส้นผมสีขาวที่ปรากฏขึ้นนั้น อาจเป็นหลักฐานว่าร่างกายของคุณเพิ่งชนะ ารต่อสู้กับเซลล์ที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้สำเร็จข้อค้นพบน่าทึ่งจากงานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น นำโดยทีมจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และสถาบันวิจัย RIKEN ซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำอย่าง Nature Cell Biology งานวิจัยนี้ได้เผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างการเกิดผมหงอก, ความชรา และกลไกการป้องกันมะเร็งของร่างกายทำความเข้าใจกลไก เมื่อเซลล์ยอม แก่เพื่อฆ่ามะเร็งโดยปกติแล้ว สีผมของเราถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่เรียกว่า เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสี (Melanocyte stem cells) ที่อาศัยอยู่ในรากผม แต่งานวิจัยนี้ค้นพบว่า เมื่อเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้เผชิญกับความเสียหายร้ายแรงต่อ DNA โดยเฉพาะการแตกหักของ DNA แบบสองสาย ซึ่งเป็นความเสียหายที่อาจนำไปสู่การกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้ ร่างกายของเราจะมีระบบป้องกันตัวที่ชาญฉลาดมากแทนที่จะปล่อยให้เซลล์ที่เสียหายนี้แบ่งตัวต่อไป ร่างกายจะสั่งการให้เซลล์นั้นเข้าสู่โปรแกรมที่เรียกว่า การแก่ตัวพร้อมการแปรสภาพพูดง่ายๆ คือ ร่างกายบังคับให้เซลล์ที่เสียหายนั้น แก่ตัว และเกษียณตัวเองไป เมื่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดสีถูกกำจัดด้วยวิธีนี้ แหล่งผลิตเม็ดสีก็จะหมดไป ผลลัพธ์ที่ตามมาซึ่งเรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็คือ ผมหงอกนี่คือจุดสำคัญ การเกิดผมหงอกในกรณีนี้ จึงไม่ใช่แค่ความเสื่อมโทรม แต่เป็นผลพลอยได้ ที่คุ้มค่าของกระบวนการที่ร่างกายใช้เพื่อกำจัดเซลล์ที่อาจกลายเป็นมะเร็ง (เช่น มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา) ทิ้งไปานวิจัยญี่ปุ่นชี้…

  • เด็ก 11 ขวบ อุจจาระทองคำ ราคาครึ่งแสน แม่สั่งห้ามขับถ่ายนอกบ้าน ต้องเขี่ยอึลูกดูทุกวัน

    เด็ก 11 ขวบ อุจจาระทองคำ ราคาครึ่งแสน แม่สั่งห้ามขับถ่ายนอกบ้าน ต้องเขี่ยอึลูกดูทุกวันเด็ก 11 ขวบกลืนทอง 10 กรัม แม่สั่งเด็ดขาด “ห้ามถ่ายนอกบ้าน” ก่อนสุดท้ายขับออกมาได้ปลอดภัยเหตุฮือฮา “เด็ก 11 ขวบกลืนทอง” เกิดขึ้นที่เมืองคุนซาน มณฑลเจียงซู ประเทศจีน เด็กชายเผลอกลืนเมล็ดทองคำที่แม่เพิ่งสั่งซื้อมาหมาดๆ ขณะทดลองคาบไว้เพื่อ “ฝึกกล้ามเนื้อลิ้น” ทำเอาแม่ทั้งตกใจทั้งขำ ต้องกำชับลูกว่า “ห้ามไปถ่ายนอกบ้าน เพราะก้อนนี้แพงมาก” เรื่องราวจบลงด้วยดีเมื่อสุดท้ายเด็กขับเมล็ดทองออกมาได้อย่างปลอดภัยเมล็ดทองคำราคาแพง เผลอกลืนระหว่างเล่นนางจี้ (Ji) แม่ของเด็ก เล่าว่า เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เธอสั่งซื้อเมล็ดทองคำหนักราว 10 กรัม มูลค่ากว่า 10,000 หยวน (ประมาณ 45,000 บาท) และเพิ่งได้รับของเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม แต่ไม่นานก็ได้ยินลูกชายตะโกนเสียงดังว่า “แม่ครับ! ผมจะตายแล้ว ผมกลืนทองเข้าไปแล้ว!” ตอนแรกเธอคิดว่าลูกล้อเล่น จนเด็กชายร้องไห้สารภาพถึงรู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเอกซเรย์ยืนยัน “ยังอยู่ในกระเพาะ”แม่พยายามตั้งสติและค้นข้อมูล พบว่าทองคำเป็นโลหะมีความเสถียร…

  • พ่อกระโดดน้ำโชว์ลูกสาว ไม่รู้สระตื้น หัวกระแทกพื้น เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

    สลด ครูสอนกีฬาโชว์กระโดดน้ำให้ลูกสาวดู ไม่รู้สระลึกแค่ 110 ซม. หัวกระแทกพื้น สุดท้ายเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ ครอบครัวเตรียมฟ้อง อ้าง จนท. กู้ภัยล่าช้า ผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์น่าสลดใจ เกิดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน กรณีของ นายหู (Hu) ครูสอนกีฬาวัย 36 ปี เสียชีวิตลงหลังจากพยายามแสดงท่ากระโดดน้ำในบริเวณสระน้ำตื้นที่มีความลึกเพียง 110 เซนติเมตร ต่อหน้าลูกสาววัย 7 ขวบของเขาเองเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 ตุลาคม 2568 จากภาพกล้องวงจรปิดของสนามกีฬา เผยให้เห็นนาทีที่นายหูลงมือทำท่ากระโดดน้ำในบริเวณน้ำตื้น คาดว่านายหูไม่ได้ระมัดระวังความลึกของน้ำ ทำให้ศีรษะกระแทกกับพื้นสระอย่างแรงจน กระดูกสันหลังส่วนคอหัก หลังจากกระโดดน้ำไม่นาน ร่างของเขาก็ลอยขึ้นมาเหนือน้ำในสภาพตัวแข็งทื่อ ไม่เคลื่อนไหวใด ๆในตอนแรก ลูกสาววัย 7 ขวบของเขายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากนั้นก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติจึงพยายามดึงพ่อขึ้นจากน้ำ ต่อมานายหูถูกนำตัวขึ้นฝั่งและส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่หลังจากต่อสู้เพื่อยื้อชีวิตนานถึง 5 วัน เขาก็เสียชีวิตในที่สุดครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกมากล่าวโทษและเตรียมฟ้องร้องสนามกีฬา อ้างว่าการเสียชีวิตของนายหูมีสาเหตุมาจากการกู้ภัยที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ในสนามกีฬา ทางครอบครัวเผยว่า หลังจากนายหูกระโดดน้ำ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ใช้เวลาถึง 16 นาทีกว่าจะเริ่มเข้าให้ความช่วยเหลือและกู้ภัยอย่างจริงจังภาพจาก…