Category: ต่างประเทศ
-
สยบข่าวลือรักร้าว! พระเอกดังพร้อมภรรยา ออกมาย้ำชัดอีกครั้งยังรักดี ไม่ได้หย่าและหมดตัว (ข่าวต่างประเทศ)
สยบข่าวลือรักร้าว! พระเอกดังพร้อมภรรยา ออกมาย้ำชัดอีกครั้งยังรักดี ไม่ได้หย่าและหมดตัว (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า พระเอกดัง อย่าง “โต้ว เซียว” และ “เหอเชาเหลียน” ต้องออกมาสยบข่าวลือรักร้าวอีกครั้ง หลังถูกโยงว่ากำลังจะหย่ากัน จากคลิปของ “เซียงไท่ เฉินหลัน” ที่พูดถึง “ลูกสาวมหาเศรษฐีมาเก๊าแต่งกับนักแสดงจีนแผ่นดินใหญ่” จนแฟนๆ พากันจับตา และลือไปต่างๆนาๆ ว่าเลิกกัน ถุกไล่ออกบ้าน พ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ชอบผู้ชาย มีสารพัดล่าสุด ทาง โต้ว เซียว ไม่รอช้า โพสต์แถลงผ่านโซเชียลส่วนตัว ขอโทษต่อความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันชัดว่า “อย่าเชื่อข่าวลือ และอย่าช่วยกันเผยแพร่เรื่องที่ไม่เป็นความจริง”และ เหอเชาเหลียน ก็ออกมาคอมเมนต์ตอบกลับสุดอบอุ่นว่า “ความรักไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ใครเห็น เราโอเคและยังรักกันเหมือนเดิม”
-
เผยโฉม 10 ราชินี “อายุน้อยที่สุด” ในประวัติศาสตร์โลก มงกุฎแห่งอำนาจกับวัยที่ยังเยาว์
ราชบัลลังก์วัยเยาว์: 10 ราชินีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ผู้รับมงกุฎแห่งอำนาจตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จากเจ้าหญิงสู่ประมุข: เปิดตำนาน 10 ราชินีที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ รับมงกุฎแห่งอำนาจตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ราชินีถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความสง่างาม และความรับผิดชอบสูงสุดในราชสำนักทั่วโลก แต่รู้หรือไม่ว่าในประวัติศาสตร์ มีสตรีหลายพระองค์ที่ขึ้นเป็นประมุขของรัฐ หรือได้รับตำแหน่ง "ราชินี" (Queen) ในฐานะพระภรรยาของประมุข (พระมเหสี) ในวัยที่ยังเยาว์มากบทความนี้จะพาย้อนดู 10 ราชินีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทั้งราชินีผู้ครองราชย์ (Reigning Queen) และราชินีพระมเหสี (Queen Consort) ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน1. แมรี, ราชินีแห่งสกอต (Mary, Queen of Scots)สถานะ: ราชินีผู้ครองราชย์ (Reigning Queen)แมรี สจ๊วร์ต คือราชินีผู้ครองราชย์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์โลกที่ได้รับการบันทึกอย่างกว้างขวาง โดยขึ้นครองราชย์ในวัยเพียง 6 วัน หลังพระบิดา พระเจ้าเจมส์ที่ 5 แห่งสกอตแลนด์ (King James V) สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1542 เธอจึงกลายเป็นผู้ปกครองสกอตแลนด์ในทันที แม้จะมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนก็ตาม แต่ก็มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมืองจนถูกจดจำในฐานะสตรีผู้ทรงอิทธิพลของยุค2. อิซาเบลลาแห่งวาลัวส์…
-
นาทีประวัติศาสตร์ ‘ไทย-กัมพูชา’ ลงนามสันติภาพ อนุทินจับมือฮุน มาเนต ‘ทรัมป์‘ เป็นสักขีพยาน
วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) เวลาประมาณ 13.00 น. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ร่วมลงนามใน ‘ประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เพื่อสันติภาพ’ (Joint Declaration of Relations between Thailand and Cambodia) ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (Asean Summit) ครั้งที่ 47 ประจำปี 2025โดยการลงนามครั้งนี้มี อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกฯ มาเลเซีย และโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วยสำหรับรายละเอียดของการลงนามครั้งนี้ มีรายงานว่าจะครอบคลุม 4-5 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการถอนกำลังและอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน…
-
ทรัมป์ร่วมเสียใจ พระพันปีสวรรคต โพสต์จ่อลงนามข้อตกลงสันติภาพครั้งใหญ่ ชู ‘อนุทิน’ ผู้นำยอดเยี่ยม
REUTERSทรัมป์ร่วมเสียใจ พระพันปีสวรรคต โพสต์จ่อลงนามข้อตกลงสันติภาพครั้งใหญ่ ชู ‘อนุทิน’ ผู้นำยอดเยี่ยมบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลของเขา ขณะเดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ว่า เขากำลังมุ่งหน้าไปมาเลเซียเพื่อ “ลงนามในข้อตกลงสันติภาพครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งผมเป็นผู้ประสานงานจนสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ”ทรัมป์ระบุว่า การลงนามดังกล่าวจะจัดขึ้นทันทีที่เขาเดินทางถึงมาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมในงานสำคัญครั้งนี้ได้เดิมทีการลงนามครั้งนี้กำหนดจะมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม แต่มีรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้ขอให้เลื่อนการลงนามให้เร็วขึ้น เนื่องจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีการประกาศเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมทรัมป์กล่าวว่าเขาจะพบกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยซึ่งเขายกย่องว่าเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม หลังจากเครื่องลงจอดที่มาเลเซีย พร้อมแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนชาวไทยบีบีซีระบุว่า ก่อนหน้านี้โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดจะร่วมในการลงนามในข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการระหว่างกัมพูชาและไทยผู้นำสหรัฐได้อ้างถึงบทบาทของเขาเองในการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ 5 วันเมื่อเดือนกรกฎาคม จากข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราว หลังทรัมป์ขู่ว่าจะยุติการเจรจาการค้าหากการสู้รบไม่ยุติลงสื่อ Politico ของสหรัฐรายงานก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์จะเข้าร่วมประชุมอาเซียนต่อเมื่อเขาสามารถแสดงผลงานในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค แต่ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวนายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซี เขียนบทวิเคราะห์สั้นๆ ว่า ผู้นำอาเซียนหวังว่าการปรากฏตัวของทรัมป์จะช่วยให้ภูมิภาคมีเสถียรภาพมากขึ้นทรัมป์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งเดียวที่เขาสนใจในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ คือพิธีลงนามซึ่งเขาเป็นผู้ร้องขอ โดยมีนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาร่วมลงนามในข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ หลังความขัดแย้งบริเวณพรมแดนช่วงสั้นๆทรัมป์เรียกสิ่งนี้ว่า “ข้อตกลงสันติภาพครั้งใหญ่ที่ผมภาคภูมิใจที่เป็นผู้เจรจา” อย่างไรก็ดี…
-
‘หม่องชิตตู่’ เรียกประชุม!! ฉุกเฉิน จุดไฟ!! สงครามชายแดน เตรียมเปิดศึกเต็มรูปแบบ กับกองทัพเมียนมา
มีข่าวด่วนมาว่า หม่องชิตตู่ เลขาธิการ กองกำลัง BGF และผู้บัญชาการกองกำลัง KNA ได้มีการเชิญผู้แทนกลุ่มกะเหรี่ยงพันธมิตร 4 กลุ่ม ได้แก่ กองกำลัง BGF/KNA กองกำลัง KNLA กลุ่ม KNU, และกองกำลัง DKBA รวมถึงกลุ่ม KKO และ กองกำลัง KNLA-PC เข้าร่วมประชุมวาระฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมหน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายจ่าอินตะกอ ในรัฐกะเหรี่ยง เช้าวันนี้ (25 ตุลาคม 2568) โดยให้เหตุผลว่าจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับกองทัพเมียนมาเพื่อทวงคืนประชาธิปไตยให้แก่คนกะเหรี่ยงแต่เอย่าได้ข่าวมาอีกอย่างว่าเหตุการณ์ที่กองทัพกะเหรี่ยงกลับมาสามัคคีกลมเกลียวจนเป็นทองแผ่นเดียวกันเนื่องมาจากกองทัพเมียนมาบุกปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยล่าสุดกองทัพเมียนมาระเบิดตึกที่เป็นที่ทำการของกลุ่มสแกมเมอร์หลายตึกในเคเคปาร์ค และจะรุกคืบเข้าทำลายแหล่งสแกมเมอร์ในเมียวดีและฉ่วยก๊กโกเป็นรายต่อไปเราคงต้องมาดูว่าสงครามครั้งนี้จะปะทุขึ้นมาหรือไม่และสุดท้ายไทยควรเตรียมแผนรับมือหากสงครามนี้เกิดขึ้นเพราะต้องยอมรับว่านี่เป็นสงครามที่ทำให้ผู้นำกะเหรี่ยงกลับมาสามัคคีกลมเกลียวกันอีกครั้งในการทวงคืนผลประโยชน์จากสแกมเมอร์ …เอ้ย…ประชาธิปไตยจากเผด็จการทหารเมียนมา
-
ลูกผวาบ้านใหม่ “มีคนเคาะประตูทุกคืน” แย่จนต้องพบแพทย์ วงจรปิดเฉลยความจริงปวดใจ!
เสียงเคาะประตูยามเที่ยงคืนของลูกชาย ความลับที่แม่ค้นพบจากกล้องวงจรปิดย้ายเข้าบ้านใหม่ ลูกชายนอนผวา "เสียงเคาะประตูยามเที่ยงคืน" อาการแย่จนต้องพาพบแพทย์ สุดท้ายค้นพบความจริงผ่านกล้องวงจรปิด“ทุกคืนเที่ยงคืน ห้องของผมมีเสียงเคาะประตูครับ” เด็กชายพูดกับแม่ด้วยความหวาดกลัว จนเธอตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ แต่สิ่งที่กล้องบันทึกได้กลับทำให้หัวใจของพ่อแม่แทบหยุดเต้นทุกคืนในเวลาเที่ยงตรง จะมีเสียง “ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก” ดังขึ้นหน้าห้องของ “เสี่ยวหมิง” เด็กชายวัย 10 ขวบจากประเทศจีน เขานอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยหัวใจเต้นแรงไม่หยุด ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เหตุการณ์นี้เกิดซ้ำราวกับฝันร้ายไม่มีวันสิ้นสุด ทุกครั้งที่พ่อแม่รีบลุกไปดู กลับพบเพียงทางเดินเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟที่ทอดเงาลงบนผนัง บ้านใหม่ของครอบครัวหลี่ที่เคยสงบ กลับเริ่มอบอวลไปด้วยความหวาดกลัวตั้งแต่เสียงเคาะปริศนาเริ่มต้นขึ้นเสียงลึกลับที่ทำให้ทั้งบ้านไม่อาจหลับได้หลี่เจี้ยน บิดาของเสี่ยวหมิงเป็นวิศวกรผู้มีเหตุผล เขาพยายามหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าเสียงนั้นมาจากไหน อาจเป็นเสียงลม ท่อประปา หรือไม้พื้นหดขยายตามอุณหภูมิ แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคืออาการของลูกชาย เสี่ยวหมิงเริ่มผอมซูบ ดวงตาคล้ำลึก ผลการเรียนตก และมักเหม่อลอยระหว่างวัน “ลูกบอกว่าทุกคืนมีคนมาเคาะประตู” วังเม่ย ภรรยาของเขาเล่า “ตอนปลอบลูก ฉันรู้เลยว่าเขาไม่ได้โกหก แต่กลัวจริง ๆ”เมื่อหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งคู่พาเสี่ยวหมิงไปพบแพทย์ด้านจิตวิทยา เด็กชายถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรครบกวนการนอน (Parasomnia) และมีอาการละเมอเดิน สาเหตุอาจมาจากความเครียด เช่น การย้ายบ้าน การเรียนหนัก หรือการถูกตำหนิรุนแรง เด็กที่อยู่ในช่วงประถม หากเผชิญแรงกดดันมากเกินไป…
-
ถูกหวย 8 ล้านเพราะเพื่อน แต่แบ่งเงินให้ “ร้อยเดียว” ชาวบ้านรุมด่ายับ เฉลยเหตุผลพลิกซึ้ง!
เพื่อนให้โชคถูกหวย 8 ล้าน หนุ่มแบ่งเงินให้ ชายถูกรางวัลลอตเตอรี่กว่า 8.5 ล้าน ถูกชาวบ้านด่าว่าขี้เหนียว เพราะให้เพื่อนเพียง 100 ก่อนเฉลยเหตุผลสุดซึ้งเหตุการณ์สุดแปลกนี้เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อชายคนหนึ่งถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลใหญ่กว่า 8.5 ล้านหยวน (ราว 30 ล้านบาท) แต่กลับมอบ “เงินลาภ” ให้เพื่อนสนิทเพียง 100 หยวน (ราว 360 บาท) จนถูกทั้งหมู่บ้านตำหนิว่าใจแคบ ทว่าความจริงที่อยู่เบื้องหลังกลับทำให้ทุกคนต้องเปลี่ยนความคิดทันทีถูกรางวัลเพราะเพื่อน แต่เก็บเงินไว้เองตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น ชายผู้โชคดีรายนี้มีนามสกุลว่า “หลี่” อายุ 36 ปี เจ้าของร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เขาถูกรางวัลหลังจากซื้อสลากหนึ่งชุดแทนเพื่อนสนิทชื่อ “จาง” อายุ 37 ปี ซึ่งขอให้ช่วยจ่ายเงินให้ก่อนในวันที่ทั้งคู่ไปดื่มเบียร์ใกล้ปั๊มน้ำมันวันนั้นจางเห็นแผงขายลอตเตอรี่จึงพูดว่า “ช่วยซื้อให้หน่อย ฉันลืมกระเป๋าสตางค์” หลี่จึงควักเงินจ่ายแทนและเก็บสลากไว้กับตัว เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินคืน เพราะที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้มักยืมเงินซื้อลอตเตอรี่แต่ไม่เคยจ่ายคืน และด้วยความเป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก เขาก็ยอมจ่ายให้เรื่อยๆ โดยไม่บ่นแต่วันรุ่งขึ้น เมื่อผลรางวัลประกาศออกมา ปรากฏว่าสลากชุดนั้นถูกรางวัลใหญ่กว่า 8.5 ล้านหยวน ข่าวนี้แพร่สะพัดทั่วชุมชน…
-
น้ำที่ออฟฟิศ “รสชาติแปลกๆ” สาวแอบตั้งกล้อง รู้ต้นเหตุสยอง ความตายอยู่ใกล้แค่ 1 มม.!!
น้ำที่ออฟฟิศ สาวติดกล้องแอบถ่ายในออฟฟิศ หลังดื่มน้ำมีรสแปลก พบเพื่อนร่วมงานแอบใส่สารเคมีลงในเครื่องดื่มหญิงสาวรายหนึ่งในสหรัฐฯ ตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดลับในที่ทำงาน หลังรู้สึกไม่สบายและได้กลิ่นสารเคมีแรงในเครื่องดื่มของตัวเอง ก่อนพบความจริงชวนช็อกว่า เพื่อนร่วมงานได้แอบเทสารเคมีลงในเครื่องดื่มที่เธอดื่มอยู่เป็นประจำ เหตุการณ์นี้เกือบทำให้เธอถึงแก่ชีวิตกล้องแอบถ่ายเผยหลักฐานสำคัญเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาวซึ่งขอสงวนชื่อ ใช้ชื่อย่อว่า JH รู้สึกว่าลอนน้ำอัดลมของเธอมีกลิ่นและรสแปลกประหลาด จึงเริ่มสงสัยว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ หลังจากนั้นเธอตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณโต๊ะทำงาน เพื่อจับตาดูว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่เธอไม่อยู่ผลจากกล้องเผยให้เห็นชายเพื่อนร่วมงานชื่อ Joseph Ross วัย 35 ปี แอบเทสารบางอย่างลงในกระป๋องเครื่องดื่มของ JH ขณะสวมถุงมือยางใสทั้งสองข้าง ก่อนจะทิ้งถุงมือเหล่านั้นลงถังขยะอย่างมีพิรุธสารเคมีอันตรายที่พบในเครื่องดื่มJH ได้นำคลิปวิดีโอไปมอบให้ตำรวจ และจากการสอบสวน Joseph ยอมรับว่าได้ใส่ “กาวยางชนิดพิเศษ” ลงไปในเครื่องดื่มของเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ได้เปิดเผยแรงจูงใจที่แท้จริงเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสำนักงานของเขาและพบกาวยี่ห้อ Gorilla ซึ่งเป็นกาวเคมีประเภท cyanoacrylate ที่ใช้ในอุตสาหกรรมและมีคำเตือนบนฉลากว่า “ห้ามกลืนกิน” เนื่องจากอาจก่ออันตรายร้ายแรงต่อร่างกายผลการพิจารณาคดีและบทลงโทษJoseph Ross ถูกศาลในมณฑลมิลวอกี (Milwaukee) ตัดสินจำคุก 18 เดือน และอยู่ภายใต้การคุมประพฤติอีก 24 เดือน หลังรับสารภาพข้อหา “ใส่วัตถุแปลกปลอมในอาหารหรือเครื่องดื่ม” อย่างไรก็ตาม ศาลได้ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี และสั่งปรับเงินกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ…
-
โลกแห่ยกย่อง “ควีนสิริกิติ์” ราชินีผู้ทรงสิริโฉม-แต่งกายงดงามสุดในโลก ผู้นำเทรนด์ผ้าไทย
สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ ณ วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคตแล้ว สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความงามสง่า และทรงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2 และในระยะหลังได้ทรงแสดงความห่วงใยในกิจการบ้านเมืองเป็นครั้งคราว มิได้ทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนนับตั้งแต่ทรงพระประชวรด้วยโรคหลอดเลือดในสมอง เมื่อปีพุทธศักราช 2555แถลงการณ์สำนักพระราชวังระบุว่า พระองค์ทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรหลายประการ ณ โรงพยาบาล ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2562 และทรงเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนเสด็จสวรรคตอย่างสงบในช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568ได้มีการประกาศการไว้ทุกข์ในพระราชสำนักเป็นเวลา 1 ปี รัฐบาลประกาศให้สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 1 เดือน และขอให้ข้าราชการไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปีขณะที่อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีได้ยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน เนื่องในการเสด็จสวรรคตครั้งนี้ โดยท่านกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าจะเดินทางไปยังมาเลเซียในวันอาทิตย์เพื่อลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับกัมพูชา แต่จะเดินทางกลับประเทศไทยทันทีหลังจากนั้นแฟ้มภาพ : สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกพระสิริโฉมผู้งามสง่า ตราตรึงใจทั่วโลกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร…
-
กษัตริย์จิกมี แสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อ การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเผยแพร่พระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และพสกนิกรแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ขอร่วมแสดงความอาลัยต่อราชอาณาจักรไทย เนื่องในโอกาสการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีแห่งประเทศไทยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง ผู้ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ และพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนทรงอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ อันเป็นดั่งแสงสว่างนำทางและสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าของจิตวิญญาณแห่งชาติไทยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนี จะทรงเป็นที่ระลึกถึงด้วยความเคารพรักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบไป และพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าของพระองค์จะยังคงดำรงอยู่ในความงดงามของประเพณีไทย ตลอดจนในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยและผู้คนทั้งหลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ตราบนานเท่านาน.