Category: ต่างประเทศ

  • แขวนคอโหด นักมวยปล้ำทีมชาติอิหร่าน วัย 19 ปมประท้วงต้านรัฐบาล

    สื่อของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า ทางการได้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอชาย 3 คน ข้อหาสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือนมกราคม 2026 หนึ่งในผู้ที่ถูกประหารชีวิตเป็นเพียงเยาวชนวัย 19 ชื่อ ซาเลห์ โมฮัมมาดี ซึ่งเป็นถึงนักกีฬามวยปล้ำทีมชาติของอิหร่านการประหารชีวิตมีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่จังหวัดกอม หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษายืน สำนักข่าว Tasnim ของทางการระบุว่า ซาเลห์ พร้อมด้วย เมห์ดี กาเซมี และ ซาอีด ดาวูดี ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสังหารตำรวจ 2 นาย รวมถึงโดนตั้งข้อหาร้ายแรงอย่าง “โมฮาเรเบห์” หรือการทำสงครามท้าทายพระเจ้า ซึ่งเป็นข้อหาที่รัฐบาลมักใช้จัดการกับฝ่ายตรงข้าม ทว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งได้ออกมาตอบโต้ว่า ทั้งสามคนถูกทรมานให้รับสารภาพ และถูกประหารโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสหากย้อนกลับไปดูต้นตอของเรื่องนี้ การประท้วงเริ่มต้นขึ้นจากความโกรธแค้นเรื่องเศรษฐกิจพังทลายและค่าครองชีพที่พุ่งสูง ก่อนจะลุกลามไปกว่า 180 เมืองทั่วประเทศ และยกระดับเป็นการเรียกร้องให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง ซึ่งถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522รัฐบาลอิหร่านตอบโต้ด้วยการตัดอินเทอร์เน็ต ใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ข้อมูลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน Hrana ระบุว่าเหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิตสูงถึงราว 7,000 คน เป็นผู้ประท้วงกว่า 6,400 คน เป็นเด็กถึง 236 คนการสั่งแขวนคอถือเป็นการฉีกคำสัญญาของทางการอิหร่านเอง เพราะก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์…

  • ใจหาย! เปิดโพสต์สุดท้าย ดาราหนุ่ม ก่อนดับสลดในคลองลึก โรงแรมดังภูเก็ต

    วันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต เร่งตรวจสอบกรณีพบร่าง จอร์แดน ไรท์ อายุ 33 ปี ดาราชาวบริติช เสียชีวิตในคูน้ำภายในซอยแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง หลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสภาพนอนคว่ำหน้า เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และยังพบคีย์การ์ดห้องพักของโรงแรมในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต เร่งตรวจสอบกรณีพบร่าง จอร์แดน ไรท์ อายุ 33 ปี ดาราชาวบริติช เสียชีวิตในคูน้ำภายในซอยแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง หลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา โดยสภาพนอนคว่ำหน้า เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และยังพบคีย์การ์ดห้องพักของโรงแรมในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569…

  • 13 ปีที่หายไป! หนุ่มปวดหัวเรื้อรัง สุดท้ายเจอคำตอบ “สิ่งนี้” ฝังมิดอยู่ในหน้า

    อึ้ง! หนุ่มปวดขมับเรื้อรัง 13 ปี ที่แท้ อุทาหรณ์เพื่อนเล่นพิเรนทร์! หัวปากกาปักขมับ 13 ปี หมอเผยจุดอันตรายเฉียดเส้นประสาทกลายเป็นเรื่องฮือฮาในวงการแพทย์เวียดนาม เมื่อชายหนุ่มวัย 29 ปี จากจังหวัดกว๋างนิงห์ ต้องทนทุกข์กับอาการปวดบริเวณขมับและใบหน้าซีกขวามานานหลายปี โดยเฉพาะเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงจะยิ่งปวดหนักขึ้น แม้จะไปตรวจมาหลายที่ก็ยังหาสาเหตุไม่พบ จนกระทั่งมาตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมัลติสาขากว๋างนิงห์ (Quang Ninh General Hospital)ย้อนรอยอุบัติเหตุวัยเด็ก: ต้นเหตุที่ถูกลืมจากการสอบถามประวัติพบว่า เมื่อ 13 ปีก่อน ในขณะที่เขากำลังเล่นสนุกกับเพื่อน เขาถูกเพื่อนใช้ "ปากกาลูกลื่น" แทงเข้าที่บริเวณขมับ ในตอนนั้นคาดว่าส่วนหัวของปากกาและสปริงน่าจะหักคาอยู่ข้างใน แต่เนื่องจากแผลไม่ได้ถูกจัดการอย่างถอนรากถอนโคนตั้งแต่วันนั้น เขาจึงใช้ชีวิตต่อมาโดยที่มีสิ่งแปลกปลอมฝังลึกอยู่ข้างในมาตลอดกว่าทศวรรษการผ่าตัดสุดระทึกในจุดอันตรายผลการตรวจร่างกายร่วมกับการทำ CT Scan เผยให้เห็นสิ่งแปลกปลอมฝังลึกอยู่ในบริเวณขมับและแก้มขวา ซึ่งจุดที่มันอยู่ถือว่า "อันตรายมาก" เพราะ:อยู่ลึกเข้าไปในต่อมน้ำลายหน้ากกหูใกล้กับโครงสร้างกายวิภาคที่ซับซ้อนอยู่ติดกับหลอดเลือดสำคัญและเส้นประสาทที่ควบคุมใบหน้าทีมแพทย์จากแผนกทันตกรรมและศัลยกรรมช่องปากและใบหน้า ต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อนำสิ่งแปลกปลอมออกมาโดยไม่ให้กระทบกระเทือนเส้นประสาทใกล้เคียง ซึ่งสิ่งที่ดึงออกมาได้คือ "ส่วนหัวของปลอกปากกาพร้อมสปริง" ที่ยังคงสภาพเดิมแม้จะอยู่ในร่างกายมานานถึง 13 ปีบทสรุปและการเตือนภัยหลังการผ่าตัด อาการปวดของคนไข้บรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัดและมีสุขภาพคงที่ ทีมแพทย์ระบุว่านี่เป็นกรณีที่หาได้ยาก เนื่องจากสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตำแหน่งที่ละเอียดอ่อนมานาน หากไม่รีบรักษาอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือการอักเสบติดเชื้อลุกลามได้คำแนะนำจากแพทย์: เมื่อเกิดอุบัติเหตุบริเวณศีรษะหรือใบหน้า แม้จะดูเป็นแผลเล็กน้อย แต่หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไป ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที อย่าปล่อยไว้จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคตที่มา: โรงพยาบาลมัลติสาขากว๋างนิงห์…

  • อิสราเอล เผยชื่อแรงงานไทยเสียชีวิต อ้างเสียชีวิตจากขีปนาวุธอิหร่าน

    อิสราเอล เผยชื่อแรงงานไทยเสียชีวิต อ้างเสียชีวิตจากขีปนาวุธอิหร่าน ประณามทางการอิหร่านโจมตีพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้ากระทรวงต่างประเทศอิสราเอล ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ระบุว่า “วาลิน ชายุต แรงงานชาวไทย วัย 33 ปี เสียชีวิตในอิสราเอลจากขีปนาวุธอิหร่านทางการอิหร่านโจมตีพลเรือนอย่างไม่เลือกหน้า ขอให้ความทรงจำของเขาเป็นสิ่งที่ดีงาม”ทางการอิสราเอล ยืนยันว่าพบร่างของนาย วาลิน ชายุต แรงงานชาวไทย เสียชีวิตในนิคมเกษตรกรรมอาดานิม ทางตอนกลางของอิสราเอล เมื่อช่วงคืนวันที่ 18 มี.ค. โดยมีบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดโลหะที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่เกิดเหตุนาย ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตได้ติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับกระทรวงแรงงาน รวมถึงทางการอิสราเอล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยอย่างเต็มที่อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกระทรวงต่างประเทศ เผย มีแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล 1 ศพ“ตรีนุช” แสดงความเสียใจแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล เตรียมนำร่างกลับแรงงานไทยในอิสราเอล อาบน้ำยังไม่เสร็จ ใส่ผ้าถุงวิ่งหนีตายเข้าบังเกอร์

  • สลดอินเดีย ไฟไหม้ ICU โรงพยาบาล ดับ 10 ศพ รู้สาเหตุช็อก เร่งหาคนรับผิด

    ไฟไหม้ห้อง ICU โรงพยาบาลอินเดีย คร่า 10 ชีวิต ขณะอพยพหนีตาย เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหนัก หลังฝ่าเพลิงช่วยผู้ป่วย คาดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร นายกฯ สั่งเยียวยาด่วน เตรียมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโศกนาฏกรรมไฟไหม้รุนแรงภายในหอผู้ป่วยวิกฤตบริเวณชั้น 1 ของโรงพยาบาลวิทยาลัยแพทยศาสตร์ SCB ในเมืองคัตแทก รัฐโอริสสา ทางตะวันออกของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 รายนายโมฮัน จารัน มัจจิ มุขมนตรีรัฐโอริสสา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ต้นเพลิงน่าจะเกิดจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ขณะเกิดเหตุมีผู้ป่วยกำลังรับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูจำนวน 23 ราย มีผู้ป่วย 10 รายเสียชีวิตลงระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งอพยพเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยนอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นบาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้หรือเป็นอาการป่วยเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้พยายามฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถส่งผลให้เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 11 คน ได้รับบาดเจ็บจากแผลพุพอง ซึ่ง นายโมฮัน จารัน ได้กล่าวยกย่องเจ้าหน้าที่ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อผู้อื่น ขณะนี้ทุกคนกำลังได้รับการรักษาตัวอย่างใกล้ชิดทั้งนี้ มุขมนตรีรัฐโอริสสาได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางกฎหมายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และยืนยันว่าจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบภาพจาก : @sofiafirdous1ทางด้าน นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย…

  • ช็อก! หนุ่มไปทำงานต่างถิ่น “ลืมปิดหน้าต่าง” กลับบ้านอีกทีขนลุก ค่าซ่อม 2 ล้าน!!!

    อุทาหรณ์คนไกลบ้าน! แค่ลืมปิดหน้าต่าง ทิ้งไว้ 3 ปี สภาพข้างในทำเอาชาวเน็ตขนลุก ไม่ได้อยู่แต่เจอค่าซ่อมแพง (มีคลิป)ช็อก! หนุ่มไปทำงานต่างถิ่น ลืมปิดหน้าต่างทิ้งไว้ 3 ปี กลับมาเจอสภาพบ้านกลายเป็น "อาณาจักรนกพิราบ"กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองวอร์คุตา (Vorkuta) ประเทศรัสเซีย ต้องตกตะลึงกับสภาพคอนโดของตัวเอง หลังจากทิ้งบ้านไปทำงานไกลบ้านนานถึง 3 ปี แต่ลืมปิดหน้าต่างทิ้งไว้เพียงบานเดียว จนทำให้นกพิราบยกฝูงเข้ามายึดพื้นที่จาก "บ้าน" กลายเป็น "รังนก"ตามรายงานจากสื่อรัสเซีย เจ้าของห้องได้เดินทางออกจากเมืองไปทำงานที่แถบไซบีเรียตั้งแต่ 3 ปีก่อน โดยไม่ได้กลับมาดูแลหรือฝากใครให้ช่วยเฝ้าห้อง จนกระทั่งเขากลับมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 และได้พบกับภาพที่ทำเอาพูดไม่ออก เพราะแทนที่จะได้พักผ่อนในบ้านที่คุ้นเคย เขากลับต้องเผชิญกับกองทัพนกพิราบที่เข้ามาจับจองพื้นที่จนกลายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงสภาพภายในห้องที่เขาบันทึกวิดีโอไว้เผยให้เห็นว่า:ทุกตารางนิ้วถูกยึด: ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ หรือพื้นห้อง ถูกปกคลุมไปด้วยมูลนก ขนนก และซากสิ่งสกปรกนกพิราบนับสิบตัว: ยังคงเกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์อย่างสบายใจ ราวกับกำลังมองเจ้าของห้องว่าเป็น "ผู้บุกรุก"กลิ่นและสุขอนามัย: สภาพห้องเข้าขั้นวิกฤตและเสี่ยงต่อโรคติดต่อเจ้าของห้องกล่าวปนตลกในวิดีโอว่า "ผมไม่อยู่แค่ 3 ปี กลับมาอีกทีที่นี่กลายเป็น 'ดูไบของนกพิราบ' ไปแล้ว พวกมันมองหน้าผมเหมือนผมเป็นผู้เช่าที่เบี้ยวค่าเช่าบ้านซะอย่างนั้น"ค่าซ่อมแซมที่อาจแพงกว่าซื้อใหม่แม้เรื่องนี้จะดูขำขันในสายตาชาวเน็ต…

  • ดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอด

    ดราม่า โรงเรียนในแคนาดาจัดโซน “ห้ามกินอาหาร” หวังเอาใจนักเรียนมุสลิมช่วงถือศีลอดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศแคนาดาออกกฎจำกัดพื้นที่การรับประทานอาหารของเด็กนักเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนจิตใจนักเรียนชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอดในเดือนรอมฎอนที่โรงเรียนแฟร์วิว ในเมืองแคลกะรี ซึ่งมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนอยู่ราว 911 คน ทางโรงเรียนได้ส่งอีเมลแจ้งผู้ปกครองว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนักเรียนที่อาจกำลังถือศีลอด ทางโรงเรียนจะจัดตั้ง “พื้นที่งดอาหาร” ขึ้นในช่วงพักกลางวัน และในวันที่มีสภาพอากาศเลวร้ายพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเรียนรู้จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ห้ามนำอาหารเข้ามารับประทานสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งครอบคลุมไปถึงเด็กนักเรียนที่อายุน้อยเพียง 9 ขวบดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอดทันทีที่ภาพอีเมลฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ได้แสดงความไม่พอใจ ตั้งคำถามอย่างดุเดือด ชาวเน็ตหลายคนมองว่าวิธีแก้ปัญหาที่อยู่บนพื้นฐานของสามัญสำนึก คือการให้นักเรียนที่ถือศีลอดหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่โรงอาหาร ไม่ใช่การต้อนเด็กที่ถือศีลอดไปรวมกันในโรงอาหารที่พวกเขาเคยนั่งกินข้าว แล้วสั่งห้ามไม่ให้เด็กคนอื่นกินอาหารนอกจากนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียรายหนึ่งซึ่งเป็นชาวมุสลิมได้เข้ามาให้ความเห็นว่า ชาวมุสลิมไม่ได้รู้สึกแย่หรือใส่ใจเลยหากจะมีใครมารับประทานอาหารต่อหน้าในขณะที่พวกเขาถือศีลอดขณะที่อีกหลายความเห็นระบุว่า แก่นแท้ของการถือศีลอดในทุกศาสนาคือการฝึกความอดทนต่อความยากลำบาก ซึ่งย่อมรวมถึงการต้องอยู่ท่ามกลางอาหารและผู้คนที่กำลังกินอาหารด้วยทั้งนี้ ตามหลักศาสนาอิสลาม เด็กจะเริ่มถือศีลอดเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ หรือราวอายุ 13-14 ปี แต่โรงเรียนกลับนำเด็กวัย 9 ขวบเข้ามาผูกโยงกับกฎเกณฑ์นี้ด้วยดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอดหลังเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนัก คณะกรรมการการศึกษาเมืองแคลกะรี (CBE) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรม ชี้แจงด้วยข้อความที่ค่อนข้างย้อนแย้งว่า ทางโรงเรียนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รับประทานอาหารที่กำหนดไว้เดิมแต่อย่างใด แต่ในช่วงเดือนรอมฎอนได้จัดเตรียมพื้นที่ทางเลือกที่ไม่มีอาหารไว้ให้นักเรียนที่ถือศีลอดโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องอยู่ปะปนกับคนที่กำลังรับประทานอาหาร พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มีบริการขายอาหารในโรงอาหารอยู่แล้ว ปกติเด็กแต่ละระดับชั้นก็จะแยกย้ายกันไปกินอาหารตามพื้นที่ต่างๆ ในอาคารทางโรงเรียนมีหน้าที่ตามกฎระเบียบในการอำนวยความสะดวกแก่นักเรียนที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจ…

  • ฮือฮา มันเทศจีน คล้ายมือคน ชาวบ้านแห่ดูความหลอน คนขอซื้อต่อ 4 หมื่น ไม่ขาย

    ฮือฮา ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างประหลาดคล้าย มือคน มีครบทั้งห้านิ้ว ชาวบ้านแห่ดู ความหลอนน่าขนลุก คนขอซื้อต่อ 4 หมื่น ยังไม่ขายวันที่ 19 มี.ค. 69 ชาวสวนสูงวัยในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังขุดพบ “มันเทศ” ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดคล้ายมือมนุษย์ชวนขนลุก จนเจ้าตัวถึงกับตกใจในตอนแรก คิดว่าอาจขุดเจอชิ้นส่วนศพโดยไม่ตั้งใจจากภาพที่ถูกเผยแพร่ มันเทศดังกล่าวมีลักษณะคล้ายฝ่ามือมนุษย์ โดยมีส่วนที่ยื่นออกมา 5 แฉกเหมือนนิ้วมือ นิ้วด้านซ้ายสุดสั้นกว่าส่วนอื่น คล้ายนิ้วโป้งขณะที่ปลายแต่ละแฉกยังดูเหมือนเล็บอีกด้วย นอกจากนี้ ด้านหลังของหัวมันยังแบนคล้ายฝ่ามือ ทำให้ยิ่งดูสมจริงจนหลายคนรู้สึกขนลุกหลังจากข่าวแพร่กระจายออกไป ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันเดินทางมาดูของแปลกที่บ้านของชาวสวนรายนี้อย่างต่อเนื่อง ด้านลูกเขยของเจ้าของ ได้นำวิดีโอไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนมีผู้สนใจจำนวนมาก และมีการยื่นข้อเสนอซื้อสูงถึง 8,000 หยวนหรือราว 3.9 หมื่นบาทอย่างไรก็ตาม ชาวสวนสูงวัยรายนี้ได้ปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายหรือเก็บมันเทศรูปร่างประหลาดนี้ไว้ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างเหมือน มือคน ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างเหมือน มือคนผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า รูปร่างที่ผิดปกติของมันเทศสามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความแข็งของดิน การมีหินหรือสิ่งกีดขวางใต้ดิน รวมถึงการเบียดตัวกับรากพืชอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้หัวมันเติบโตออกมาในรูปทรงแปลกตาทั้งนี้ ยืนยันว่ามันเทศลักษณะดังกล่าวไม่มีความแตกต่างจากมันเทศทั่วไป…

  • กัมพูชา ยอมรับ แบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด หลังนำเข้าผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น

    กัมพูชา ยอมรับ นำเข้าสินค้าไทยผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น และแบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด เพราะติดข้อตกลงการค้าโลก หลังประชาชนร่วมแบนสินค้าไทยสื่อกัมพูชารายงานว่า สินค้าจากไทยยังคงไหลเข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปิดพรมแดนและกระแสแบนสินค้าไทยในหมู่ผู้บริโภคชาวกัมพูชา โดยเส้นทางหลักที่ใช้คือด่านพรมแดนสากลตระเปียงเกรียล ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดสตึงแตรงของกัมพูชากับแขวงจำปาสักของลาว ด่านแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 2560 และกลายเป็นเส้นทางผ่านแดนสำคัญที่มีตู้คอนเทนเนอร์จอดรอข้ามจากลาวเข้ากัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมากผู้ว่าฯ จังหวัดสตึงเตรง ระบุว่า กัมพูชาไม่อาจสั่งห้ามสินค้าไทยผ่านด่านพรมแดนสากลได้ทั้งหมด เนื่องจากพันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศกำลังรับมือกับปัญหาความมั่นคงชายแดนและผู้พลัดถิ่นอยู่แล้วสินค้าไทยที่ผ่านด่านพรมแดนสากลอย่างถูกกฎหมายต้องเสียภาษีและนำรายได้เข้างบประมาณแผ่นดิน ส่วนสินค้าต้องห้ามที่ลักลอบนำเข้าจะถูกยึดและทำลายทันที โดยในอดีตเคยมีการยึดและเผาสินค้าไทยที่ลักลอบนำเข้าทางน้ำมาแล้ว พร้อมดำเนินคดีกับผู้นำเข้านอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสกัดสินค้าไทยไม่ใช่การห้ามทางกฎหมาย แต่คือการที่ประชาชนร่วมกันปฏิเสธการซื้อสินค้าไทย เพราะหากผู้บริโภคไม่ซื้อ ผู้นำเข้าก็จะไม่นำเข้ามาให้ขาดทุน และสินค้าจะหายไปเองในที่สุด พร้อมเตือนไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดในอดีต และเรียกร้องให้ประชาชนเปลี่ยนความรักชาติมาเป็นการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศแทนขณะที่ ลัช บุนลอง หัวหน้าด่านตรวจสตึงเตรง-จำปาสัก ยอมรับว่ามีสินค้าไทยบางส่วนเข้ามาทางลาวหลังเกิดวิกฤตพรมแดน แต่ระบุว่าปริมาณการนำเข้าลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคชาวกัมพูชาหันหลังให้สินค้าไทยมากขึ้น จนความต้องการในบางรายการลดลงเกือบเป็นศูนย์กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาเผยว่า การนำเข้าสินค้าจากไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาลดลงถึงร้อยละ 49.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือเพียงกว่า 151 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงหนักที่สุดถึงร้อยละ 60 สินค้าแบรนด์ไทยจำนวนมากขายไม่ออก ผู้นำเข้าบางรายต้องส่งคืนหรือทำลายสินค้าที่หมดอายุจากมูลค่านำเข้ารวม ส่วนใหญ่ราว 123 ล้านดอลลาร์เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์…

  • นักแสดงหญิงชื่อดัง เผยสาเหตุที่ตัดสินใจรับบทสุดอื้อฉาวตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี เพราะแบกรับหนี้ครอบครัว ยอมรับว่าบาดแผลทางใจ (ข่าวต่างประเทศ)

    นักแสดงหญิงชื่อดัง เผยสาเหตุที่ตัดสินใจรับบทสุดอื้อฉาวตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี เพราะแบกรับหนี้ครอบครัว ยอมรับว่าบาดแผลทางใจ (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ในรายการ Overcoming Story: While You Were Hurting อีแจอึนได้ย้อนเล่าถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิต หลังจากเคยเป็นนักแสดงเด็กที่ได้รับความรักจากผู้ชมอย่างล้นหลาม เธอเปิดเผยว่า ครอบครัวต้องเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก โดยกล่าวว่า “มีสิ่งยั่วยวนมากมายรอบตัวพ่อแม่ของฉัน และการลงทุนของพ่อก็ล้มเหลวทั้งหมด ถึงขั้นที่บ้านกำลังจะถูกยึด” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธออย่างรุนแรงอีแจอึนเล่าต่อว่า “นั่นคือเหตุผลที่ฉันตัดสินใจรับแสดงเรื่อง Yellow Hair มันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดและยากมากภาพยนตร์เรื่อง Yellow Hair ที่ออกฉายในปี 1999 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเธอ โดยเธอต้องพลิกภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ มารับบทหญิงสาวที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางจิตใจ ใช้ชีวิตอย่างต่อต้านสังคมและทำลายตัวเอง แม้ภาพยนตร์จะมีแนวคิดเชิงศิลปะ แต่ก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางจากเนื้อหาที่แรงและเต็มไปด้วยความอ่อนไหวบทบาทดังกล่าวสร้างกระแสฮือฮาอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอต้องเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอดีตนักแสดงเด็กผู้ใสซื่อ อย่างไรก็ตาม การแสดงของเธอกลับได้รับการยอมรับในวงการ คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากทั้งเวที Grand Bell Awards และ Blue Dragon Film Awards แม้จะประสบความสำเร็จในแง่รางวัล แต่ผลงานเรื่องนี้กลับกลายเป็นบาดแผลในใจที่ยากจะลืมโดยอีแจอึนยอมรับว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเวลานั้นส่งผลต่อเส้นทางอาชีพ ทำให้โอกาสในการรับบทนำลดลง…