Category: ต่างประเทศ
-
เหยื่อแก๊งมิจฉาชีพกัมพูชาแฉ ขอความช่วยเหลือสถานทูตเกาหลีใต้ แต่ถูกเมิน
เหยื่อชาวเกาหลีใต้ที่หนีจากเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาแฉ ขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ แต่ไม่มีการตอบกลับวันที่ 15 ต.ค. 68 สำนักข่าว Yonhap รายงานว่า ชาวเกาหลีใต้ที่หลบหนีจากเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชาสำเร็จ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตเกาหลีใต้ เกี่ยวกับการตอบสนองอย่างเฉยเมยเมื่อขอความช่วยเหลือนายเอ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับ Yonhap ว่า “ผมได้ส่งอีเมลไปยังเอกอัครราชทูต กงสุล และรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่พวกเขาไม่เคยตอบรับ”เขากล่าวเสริมว่า “จนกระทั่งครอบครัวของผมและสำนักงาน สส.พัค จัน-แท ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังกระทรวงการต่างประเทศ พวกเขาจึงได้ให้ความช่วยเหลือในที่สุด”นายเอเล่าว่า เขาถูกกักขังอยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมเป็นเวลาประมาณ 160 วัน และถูกทำร้ายและทรมาน “โอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือตามขั้นตอนปกติมีน้อยกว่า 3%”การช่วยเหลือขั้นตอนปกติหมายความว่า ตำรวจท้องถิ่นในกัมพูชาจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะเมื่อเหยื่อแจ้งความด้วยตนเองว่าถูกลักพาตัวหรือถูกกักขัง โดยแนบที่อยู่ปัจจุบัน ข้อมูลติดต่อ และรูปถ่าย แต่เนื่องจากเหยื่อที่ถูกกลุ่มอาชญากรรมในกัมพูชาจับส่วนใหญ่จะถูกยึดหนังสือเดินทาง โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และห้ามถ่ายภาพ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เหยื่อจะรายงานตัวต่อตำรวจท้องถิ่นได้ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าความช่วยเหลืออย่างแข็งขันจากกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเหยื่อ แต่เหยื่อกลับรายงานความยากลำบากในการขอความช่วยเหลือจากสถานทูตเกาหลีใต้ในกัมพูชา ตลอดจนกระบวนการรายงาน ช่วยเหลือ และส่งตัวกลับประเทศแม้หลังจากหลบหนีขบวนการอาชญากรรมและพบสถานทูตแล้ว เหยื่แก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกจับซ้ำ ซึ่งนำไปสู่ความยากลำบากในการเดินทางกลับบ้านด้าน นายบี ซึ่งหลบหนีจากแก๊งอาชญากรในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ กล่าวว่า “ผมถือว่าตัวเองโชคดีอย่างเหลือเชื่อที่รอดชีวิตมาได้ แม้จะมาถึงสถานทูตแล้ว ผมก็ยังต้องถ่ายรูปเพื่อทำหนังสือเดินทางฉุกเฉินและงานอื่น…
-
ด่วน!! กัมพูชาแถลงพลิกลิ้น
วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!! กัมพูชาแถลงพลิกลิ้น! พบตัวชาวเกาหลีใต้ 80 คนแล้ว อ้างทั้งหมด 'มีความสุขดี' และปฏิเสธกลับประเทศ ภายหลังที่เกาหลีใต้ประกาศส่งกองกำลังพิเศษมายังกัมพูชาในวันนี้ เพื่อตามหาชาวเกาหลีใต้ที่สูญหายและไม่ทราบชะตากรรมในกัมพูชา อีกราว 80 รายวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!! กัมพูชาแถลงพลิกลิ้น! พบตัวชาวเกาหลีใต้ 80 คนแล้ว อ้างทั้งหมด 'มีความสุขดี' และปฏิเสธกลับประเทศ ภายหลังที่เกาหลีใต้ประกาศส่งกองกำลังพิเศษมายังกัมพูชาในวันนี้ เพื่อตามหาชาวเกาหลีใต้ที่สูญหายและไม่ทราบชะตากรรมในกัมพูชา อีกราว 80 รายล่าสุดในวันนี้ 15 ต.ค.- นายทัช สุขะ โฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา และกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ยืนยันว่าได้พบตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ทั้ง 80 คน ที่เคยมีรายงานว่าสูญหายแล้วแถลงการณ์ระบุว่า ขณะนี้ชาวเกาหลีใต้ทั้งหมดถูกควบคุมตัว…
-
เศร้า นักร้องดัง เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 51 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมาหลายเดือน (ต่างประเทศ)
เศร้า นักร้องดัง เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 51 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมาหลายเดือน (ต่างประเทศ)นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการเพลง เมื่อมีรายงานยืนยันว่า ดีแอนเจโล (D Angelo) ศิลปินอาร์แอนด์บีผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้บุกเบิกดนตรีแนว นีโอโซล เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบในวัย 51 ปี หลัง สู้กับ โรคมะเร็งตับอ่อน อย่างเงียบๆ มานานหลายเดือนเส้นทางของอัจฉริยะ จากเด็กในโบสถ์สู่นักร้องบนเวทีโลกดีแอนเจโล หรือไมเคิล ยูจีน อาร์เชอร์ แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ทางดนตรีมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาเป็นลูกชายของศาสนาจารย์และสามารถเล่นเปียโนได้ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์บนเวทีระดับตำนานอย่าง Apollo Theaters Amateur Night ในปี 1991 ดีแอนเจโล ปฏิวัติวงการเพลงด้วยอัลบั้มเปิดตัว Brown Sugar ในปี 1995 และตอกย้ำความสำเร็จขั้นสูงสุดกับอัลบั้ม Voodoo ในปี 2000 ที่คว้ารางวัลแกรมมี อัลบั้มอาร์แอนด์บียอดเยี่ยม
-
ปู่วัย 74 ปี แต่งเจ้าสาววัย 24 ปี พร้อมสินสอด 5 ล้าน เจอเม้าธ์สนั่น ลือเจ้าสาวถูกหลอก
ปู่วัย 74 ปี แต่งเจ้าสาววัย 24 ปี พร้อมสินสอด 5 ล้าน แต่ชาวเน็ตเม้าธ์สนั่น ลือเจ้าสาวถูกหลอก ด้านครอบครัวแจงแล้วชายชาวอินโดนีเซียวัย 74 ปี กลายเป็นกระแสไวรัล หลังเข้าพิธีแต่งงานกับหญิงสาววัย 24 ปี พร้อมมอบเช็คสินสอดมูลค่า 3,000 ล้านรูเปียห์ หรือราว 5 ล้านบาทตามรายงาน พิธีแต่งงานของทั้งคู่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดชวาตะวันออก โดยเจ้าบ่าวชื่อ "ตาร์มัน" และเจ้าสาวชื่อ "เชลา อริกา"ช่องว่างอายุที่ห่างกันถึง 50 ปี และสินสอดที่สูง ทำให้การแต่งงานครั้งนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือแพร่สะพัดทางออนไลน์ว่า เจ้าบ่าวปลอมแปลงเช็คและทนไม่ได้กับการถูกเรียกว่า "นักต้มตุ๋น" จึงหลบหนีไป ทำให้เจ้าสาวเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งเองทั้งหมดด้าน "ฮารีส คุสวานโต" ผู้ใหญ่บ้านของเจ้าสาว เผยว่า ตนเองก็รู้สึกแปลกใจที่งานแต่งได้รับความสนใจมากขนาดนี้ พร้อมยืนยันว่า ข่าวลือเรื่องเจ้าบ่าวหนีเพราะโกงเงินไม่เป็นความจริงสาเหตุที่ตกเป็นประเด็น คาดว่าเพราะเจ้าบ่าวประกอบธุรกิจค้าขาย และมีข่าวลือเรื่องที่เขาเคยถูกจำคุกในคดีฉ้อโกงมาก่อน“นี่เป็นการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามหลักศาสนา ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมขนาดนี้” ฮารีส…
-
โป๊ะแตก! เมียน้อยโผล่งานศพพ่อตา แฉสามีซุกชู้นาน 16 ปี ศาลสั่งจำคุก
ความแตกกลางงานศพ! เมียน้อยโผล่ไว้อาลัยพ่อตา ทำตัวสนิทเหมือนลูกสะใภ้ เมียหลวงจับพิรุธ-สืบพบผัวซุกชู้นาน 16 ปี สุดท้ายศาลสั่งจำคุกฐานสมรสซ้อนหญิงชาวจีนจากมณฑลซานตงถึงกับช็อก! เมื่อพบผู้หญิงแปลกหน้าสวมชุดไว้ทุกข์ร่วมงานศพพ่อสามี ทำตัวแนบแน่นเหมือนเป็นคนในครอบครัว แถมแนะนำตัวเองว่าเป็น “ลูกสะใภ้” ร่ำไห้ข้างโลงศพไม่ห่าง ภายหลังพบว่า “เธอคือเมียน้อยของสามีที่ซุกซ่อนไว้มานานถึง 16 ปี”“ชาง” ภรรยาหลวงที่แต่งงานอยู่กินกับสามี “หวัง” มาเกือบ 20 ปี เริ่มระแคะระคายหลังถามสามีแล้วได้แต่คำตอบแบบเลี่ยง ๆ จึงตัดสินใจนำเรื่องขึ้นศาล และนั่นทำให้เธอได้รู้ความจริงสุดช็อก! เมื่อสามีของเธอแอบมีความสัมพันธ์กับหญิงชื่อ “เหวิน” มาตั้งแต่ปีที่ 3 ของการแต่งงาน และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนที่แย่กว่านั้น หวังมักอ้างว่าไปทำงานขับรถบรรทุกระยะไกล แต่จริง ๆ แล้วกลับใช้ชีวิตอยู่กับเหวินในอีกเมืองหนึ่ง พร้อมเลี้ยงลูกลับ ๆ แบบครอบครัวสมบูรณ์ ด้านเพื่อนบ้านยังเผยว่า แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ก็เรียกกันว่า“สามีภรรยา” จนเคยมีเหตุการณ์ที่หวังเคยเซ็นยินยอมผ่าตัดให้กับเหวินในฐานะสามีมาแล้วอีกด้วยในชั้นศาล หวังอ้างว่าเขากับเหวินแค่พึ่งพากัน ไม่ได้แต่งงานกันจริง แต่ผู้พิพากษามองว่าการใช้ชีวิตร่วมกันในลักษณะดังกล่าว ถือเป็น“การสมรสซ้อน” ผิดกฎหมาย แม้จะไม่มีใบสมรสก็ตาม สุดท้ายหวังถูกตัดสินจำคุก 1 ปี ฐานมีภรรยาซ้อน ซึ่งเขาพยายามยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลก็ยืนตามคำตัดสินเดิมภาพประกอบกฎหมายจีนถือว่าสมรสซ้อนเป็นการละเมิดหลักความซื่อสัตย์ของชีวิตคู่ และมีโทษจำคุกสูงสุดถึง…
-
ด่วน! สหรัฐฯ เปิดหน้าชนกัมพูชา อย่างเป็นทางการ ริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
วันที่ 15 ต.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!! สหรัฐฯ สั่งยึด Bitcoin มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (4.9 แสนล้านบาท) ของนายเฉิน จื้อวันที่ 15 ต.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!! สหรัฐฯ สั่งยึด Bitcoin มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (4.9 แสนล้านบาท) ของนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจจีนสัญชาติกัมพูชา ซึ่งมีฐานเปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา บังคับใช้แรงงาน ทำร้ายร่างกาย ทรมานและฉ้อโกงเงินดิจิทัล หนึ่งในท่อน้ำเลี้ยงของฮุนเซน ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เป็น การริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯมีรานงานล่าสุดว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) สั่งยึด Bitcoin ของนายเฉินจื้อ นักธุรกิจจีนสัญชาติกัมพูชา…
-
เกาหลีใต้เดือด แถลงกัมพูชาไม่ร่วมมือสืบคดีลักพาตัว ส่ง task force เดินทางพนมเปญ
กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้เดือด แถลงกัมพูชาไม่ร่วมมือสืบคดีลักพาตัว-ยื่นขอ 20 ครั้ง ตอบแค่ 6 ส่ง task force เดินทางพนมเปญทันทีวานนี้ (14 ต.ค.) กระทรวงการต่างประเทศ (MOFA) แถลงเวลา 17:20 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) แสดง “ความไม่พอใจอย่างยิ่ง” ต่อทางการกัมพูชาที่ “ไม่ให้ความร่วมมือ” ในการสืบสวนคดีลักพาตัวและบังคับใช้แรงงานคนเกาหลีใต้ในค่ายสแกมจีนทั่วกัมพูชา แถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีใต้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการกว่า 20 ครั้ง ผ่านกลไก mutual legal assistance แต่ได้รับคำตอบเพียง 6 ครั้ง และส่วนใหญ่ “ไม่ครบถ้วน” หรือ “ล่าช้า” (Korea Herald, Straits Times)นายกรัฐมนตรี Lee Jae Myung จึงสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ดำเนิน “All-out diplomacy” ทันที พร้อมจัดตั้ง task force พิเศษ ออกเดินทาง 15…
-
ลูกสาวทำใจ ดูแลพ่อป่วยติดเตียง 15 ปี กลับยกมรดกทั้งหมดให้ลูกชาย สุดท้ายคดีพลิก
ลูกสาวทำใจ ดูแลพ่อป่วยติดเตียง 15 ปี กลับยกมรดกให้ลูกชาย สุดท้ายคดีพลิก โชคชะตาเล่นตลก สมบัติกลายเป็นของคนกตัญญูลูกสาวทำใจ ดูแลพ่อป่วยติดเตียง 15 ปี กลับยกมรดกให้ลูกชาย สุดท้ายคดีพลิก โชคชะตาเล่นตลกตลอดเวลากว่า 10 ปี ลูกสาวสองคนผลัดกันดูแล พ่อที่ป่วยติดเตียง ทั้งอาบน้ำ ป้อนข้าว พลิกตัว โดยไม่เคยบ่นสักคำ แต่เมื่อพ่อเสียชีวิต พวกเธอกลับได้รับเพียงคำพูดเดียวว่า “ทรัพย์สินทั้งหมดยกให้ลูกชาย”ตามคำบอกเล่าของ หลี่ อี้หลิน หัวหน้าสำนักงานกฎหมายฮวาหนี จากไต้หวัน เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 10 ปีก่อน ตอนที่เธอรับคดีมรดกคดีหนึ่ง พ่อของครอบครัวนี้ป่วยตั้งแต่อายุ 60 ปี และต้องนอนติดเตียงนานถึง 15 ปี ก่อนจะเสียชีวิตในวัย 75 ปี ระหว่างนั้น ภรรยาก็สุขภาพไม่ดีพอจะดูแล ส่วนลูกชายที่เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมและจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ กลับปฏิเสธที่จะดูแลพ่อ โดยอ้างว่า “ไม่มีเวลา เพราะต้องไปสอนหนังสือ” สุดท้ายลูกสาวทั้งสองจึงต้องผลัดกันรับผิดชอบทุกอย่างทั้งคู่เป็นเพียงหญิงธรรมดาที่เรียนจบมัธยมต้น ทำงานช่วยครอบครัวก่อนแต่งงาน แม้ภาระงานและครอบครัวจะมาก แต่พวกเธอก็ยังจัดสรรเวลาเพื่อกลับมาดูแลพ่ออย่างไม่ขาด ตลอดหลายปี ลูกชายแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยมรดกยกให้ลูกชายคนเดียวหลังแม่เสียชีวิตได้เพียงหนึ่งปี…
-
ญี่ปุ่น ประกาศแล้ว! ชัดเจนมาก ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา หลังหารือประธาน JICA
ญี่ปุ่น ประกาศแล้ว! ชัดเจนมาก ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา หลังหารือประธาน JICAวันที่ 14 ต.ค.2568 ทางสำนักข่าวต่างประเทศ เฟรชนิวส์รายงานว่า สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้พบหารือกับนายทานากะ อากิฮิโกะ ประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ระหว่างการเยือนกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยประธาน JICA ได้เน้นย้ำการสนับสนุนความร่วมมือหลายโครงการที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกันนายอากิฮิโกะชื่นชมกัมพูชาว่ามีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่การเดินทางเยือนครั้งสุดท้ายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยเน้นย้ำว่า JICA ยังสนับสนุนโครงการความร่วมมือต่างๆ เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการขยายท่าเรือสีหนุวิลล์ พร้อมกับชื่นชมศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) จากการฝึกสอนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้กับหน่วยงานบริการฉุกเฉินแห่งยูเครนนอกจากนั้น นายอากิฮิโกะได้พูดถึงการมอบเงินกู้ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น (ODA) ให้แก่โครงการขยายระบบประปานิรอต และโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อยในกรุงพนมเปญ ซึ่งเพิ่งมีการลงนามเงินกู้ไปเมื่อเร็วๆ นี้ด้านสมเด็จฯ ฮุน มาเนต ได้เน้นย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและญี่ปุ่นที่เข้าสู่ความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน และมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะได้รับการส่งเสริมต่อไป รวมถึงขอบคุณ JICA ที่มีส่วนช่วยการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาจากการช่วยเหลือเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิด การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนอกจากนั้น สมเด็จฯ ฮุน…
-
สื่อเกาหลี แฉเรื่องจริง ฐานอาชญากรรมกัมพูชา เหยื่อถูกซ้อมตายทุกวัน ทำไม่ได้ถูกขายอวัยวะ-ควักลูกตา
Yonhap Newsสื่อเกาหลี แฉเรื่องจริง ฐานอาชญากรรมกัมพูชา เหยื่อถูกซ้อมตายทุกวัน ทำไม่ได้ถูกขายอวัยวะ-ควักลูกตายอนฮับ รายงานความจริงภายในศูนย์อาชญากรรมอันฉาวโฉ่ในกัมพูชา ที่การละเมิดกฎหมาย การทำร้ายร่างกาย การทรมาน และการเสียชีวิต กลายเป็นเรื่องปกติ โดยได้สัมภาษณ์พยาน และคนรู้จัก ที่มาเปิดเผยเรื่องจริงดังกล่าวท่ามกลางการรายงานว่า ชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ ในฐานปฏิบัติการแห่งนี้จากคำให้การของเหยื่อ เผยให้เห็นว่ามีเหยื่อเสียชีวิตจากการทรมาน และการทำร้ายร่างกายในค่ายกักกันอาชญากรของกัมพูชา ที่เรียกว่า “Wenchi” ประมาณวันละรายเหยื่อบางรายถูกขายให้กับกลุ่มอาชญากรที่ปฏิบัติการในเมืองชายแดนของกัมพูชา ทั้งปอยเปต และ บาเวต ทั้งถูกควักอวัยวะออก เมื่อไม่สามารถทำงานหรือไม่มีเงินที่จะรีดไถได้พยานที่เคยทำงานให้กับเครือข่ายอาชญากรรมนี้ บอกว่ามีการทรมาน เช่น ดึงเล็บ หรือตัดนิ้ว เกิดขึ้นภายในบริเวณของพวกเขา และการค้ามนุษย์ ซึ่งเหยื่อจะถูกขายให้กับเครือข่ายอื่นๆ เพื่อแลกกับเงินก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งค่ายอาชญากรในกัมพูชา มีขนาดแตกต่างกันอย่างมาก โดยก่ออาชญากรรมออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เช่น โรแมนซ์สแกม ฟิชชิ่งเสียง และการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ จากข้อมูลพบว่า มีเครือข่ายอาชญากรประเภทนี้ประมาณ 400 เครือข่ายในกัมพูชาจากคำให้การของพยาน มีสองเหตุผลที่ชาวเกาหลีใต้ จำเป็นต้องเข้าร่วมขบวนการอาชญากรรม เหตุผลแรกคือ บัญชีธนาคารจำเป็นต้องใช้เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรม อีกข้อหนึ่งคือ การใช้โทรศัพท์ แชต และบริการลูกค้าฉ้อโกง มุ่งไปที่ชาวเกาหลีใต้“ภูมิภาคต่างๆ…