Category: ต่างประเทศ

  • ลูกสาว 6 ขวบ นอนคนเดียว แต่บ่นตลอดว่า “เตียงแคบ” เอะใจเช็กกล้องวงจรปิด แม่ปล่อยโฮ!

    เด็กหญิงวัย 6 ขวบ นอนคนเดียวบนเตียงยาว 2 เมตร แต่ร้องบ่นว่า “แคบ” แม่น้ำตาไหลเมื่อเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดเด็กหญิงวัย 6 ขวบ นอนคนเดียวบนเตียงยาว 2 เมตร แต่ร้องบ่นว่า “แคบ” แม่น้ำตาไหลเมื่อเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดเด็กหญิงวัย 6 ขวบ มักบ่นว่า “แม่จ๋า เตียงมันแคบมากเหยียดแขนเหยียดขาไม่ได้เลย” ทั้งที่เธอนอนอยู่บนเตียงยาวถึง 2 เมตรเพียงคนเดียวเบื้องหลังเรื่องร้อง “แคบ” ทุกคืนแม่ของเด็กน้อยชื่อ "คุณลี่" ตัดสินใจให้ลูกสาวนอนบนเตียงยาว 2 เมตร พร้อมอุปกรณ์ที่ลูกเลือกเอง คิดว่าน่าจะช่วยให้เป็นอิสระและฝึกให้ลูกนอนเองได้แต่ปรากฏว่า ลูกสาวมักร้องไห้กลางดึก บอกว่าไม่สามารถนอนหลับได้เพราะ “มันแคบเกินไป” บางคืนเธอวิ่งเข้าไปขอนอนกับพ่อแม่ และยืนยันว่าเธอนอนไม่หลับเพราะรู้สึกอึดอัดสิ่งที่แม่พบเมื่อเปิดกล้องดูตอนกลางคืนคืนหนึ่งที่สามีออกไปข้างนอก คุณลี่จึงเปิดกล้องวงจรปิดในห้องลูกดู และเธอก็รู้สึกสะเทือนใจมากเมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปรากฏว่า ย่าของเด็กหญิง ซึ่งอายุ 72 ปี และมีภาวะสมองเสื่อม ได้ขึ้นมานอนบนเตียงของหลานสาวด้วย โดยกลิ้งตัวไปอยู่ขอบเตียง เพื่อให้พื้นที่ส่วนใหญ่แก่หลาน เสมือนเป็นการบอกรักผ่านการกระทำบางครั้งคุณย่าก็ดึงผ้าห่ม ลูบหัว และมองดูหลานสาวตัวน้อยขณะหลับ เธอไม่ได้ต้องการแย่งที่ แต่เป็นวิธีเดียวที่เธอรู้ในการแสดงความรักและปกป้องหลานวิธีจัดการของครอบครัวหลังจากรู้ความจริง ครอบครัวตัดสินใจนำเตียงเล็กอีกอันมาตั้งใกล้ๆ กับเเตียงนอนของลูก…

  • ฮอลลีวูดเดือด! รุมถล่ม’ทิลลี นอร์วูด’นักแสดงสาวที่สร้างโดยAI สมาพันธ์นักแสดงออกมาประณามแรง

    1 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'ทิลลี นอร์วูด' (Tilly Norwood) นักแสดงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในฮอลลีวูด หลังผู้สร้างชาวดัตช์เผยว่ากำลังเจรจากับเอเจนซี่นักแสดงชื่อดังหลายแห่ง สมาพันธ์นักแสดงของสหรัฐฯ (SAG-AFTRA) ออกมาประณามการสร้าง AI ดังกล่าวทันที โดยระบุว่านี่ไม่ใช่ "นักแสดง" แต่เป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของมนุษย์นับไม่ถ้วน'ทิลลี นอร์วูด' ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายนักแสดงหญิงสาวหน้าใหม่ เมื่อดูจากสื่อสังคมออนไลน์ของเธอ ซึ่งมีการโพสต์ภาพถ่ายและวิดีโอตลกสั้นที่สร้างจาก AI โดยระบุว่าเธอมีบุคลิกแบบ "สาวข้างบ้าน" ผู้สร้างของทิลลีได้เขียนข้อความบนหน้าเพจของเธอว่า "ฉันอาจเป็นเอไอ แต่ฉันกำลังรู้สึกถึงอารมณ์ที่แท้จริงในตอนนี้ ฉันตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงมาก!"การเกิดขึ้นของทิลลี นอร์วูด ได้รับการประณามจาก สมาพันธ์นักแสดงจอภาพและสมาพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุแห่งอเมริกา (SAG-AFTRA) ซึ่งเป็นสหภาพนักแสดงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮอลลีวูด รวมถึงเหล่าดาราดังอย่าง เอมิลี บลันท์, นาตาชา ลีออน และ วูปี้ โกลด์เบิร์กSAG-AFTRA ระบุในแถลงการณ์ว่า นอร์วูด "ไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกฝึกฝนจากผลงานของนักแสดงมืออาชีพนับไม่ถ้วน" และกล่าวเสริมว่า "มันไม่มีประสบการณ์ชีวิตให้ดึงมาใช้ ไม่มีอารมณ์ และจากที่เราเห็น ผู้ชมก็ไม่ได้สนใจที่จะรับชมเนื้อหาที่สร้างจากคอมพิวเตอร์โดยปราศจากประสบการณ์ของมนุษย์"นักแสดงและนักแสดงตลกชาวดัตช์ อีลีน ฟาน…

  • 15 นาทีสุดสะพรึง! ไฟลต์บินเปลี่ยนเส้นทางด่วน หลังผู้โดยสารคลั่ง-กินพาสปอร์ต

    ผวา! เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉิน หลังเผชิญผู้โดยสารสุดประหลาด ทั้ง กรีดร้อง-กินพาสปอร์ต-กดชักโครกทิ้ง พยานลั่น ‘เป็น 15 นาทีที่สะพรึงที่สุดในชีวิต’สื่อต่างประเทศเผย เที่ยวบินของสายการบินไรอันแอร์ จากมิลาน ประเทศอิตาลี มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ“ต้องลงจอดฉุกเฉิน” หลังผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งเริ่มมีพฤติกรรมแปลกประหลาด ทั้งแสดงอาการตื่นตระหนก และพยายามกำจัดพาสปอร์ตของตนเองด้วยวิธีแปลก ๆ“ไม่มีใครบนเครื่องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาทำตัวแปลกมาก” พยานคนหนึ่งที่อยู่บนเที่ยวบินให้สัมภาษณ์กับทางสื่อ โดยเล่าว่าตนกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากไปเยี่ยมเพื่อนในต่างประเทศ“เครื่องบินเพิ่งทะยานขึ้นได้ประมาณ 15 – 20 นาที พอปิดสัญญาณรัดเข็มขัด ก็เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นที่ด้านหน้าของเครื่อง” ผู้โดยสารรายเดิมเล่าเหตุการณ์สุดระทึกตามคำให้การของผู้โดยสารคนหนึ่ง “ชายคนหนึ่งฉีกหน้าหนังสือเดินทางของตัวเองออกแล้วกินมันเข้าไป!” ทำให้ผู้โดยสารทั้งลำเครื่องเริ่มตื่นตระหนกภาพประกอบส่วนเพื่อนอีกราย ผู้ร่วมก่อเหตุ เขาก็รีบวิ่งไปอีกฝั่งหนึ่งของเครื่องบิน แล้วพยายามที่จะ “กดชักโครกเพื่อทิ้งพาสปอร์ตของตัวเอง”พนักงานต้อนรับบนเครื่องพยายาม “ทุบประตู” และ “ร้องขอ” ให้ชายคนนั้นเปิดออก แต่เขากลับไม่ยอมขยับตัว ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น ตามคำบอกเล่าของผู้โดยสารรายหนึ่งจากนั้น พนักงานต้อนรับหญิงจึงประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อมเลย ซึ่งยิ่งทำให้ผู้โดยสารตกใจไปกันใหญ่ในตอนนั้น นักบินจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยผู้โดยสารระบุว่าช่วงเวลาที่เครื่องบินลดระดับลงนั้นเป็น “15 นาทีที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต”เมื่อเครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสก็ขึ้นมาบนเครื่องทันที และจับกุมชายทั้งสองคน พร้อมตรวจค้นกระเป๋าทุกใบอย่างเข้มงวดกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง…

  • จับแล้ว อาม่าโดนถีบบนรถไฟ อึ้งวีกรรมมหาภัย คดีลักทรัพย์-หนีหมายจับ

    จับแล้ว! อาม่าโดนถีบบนรถไฟ เจ้าของฉายา “ปรมาจารย์งานสัมมนา” อึ้งวีกรรม คดีลักทรัพย์-หนีหมายจับไทเป, ไต้หวัน – ความคืบหน้ากรณีไทยเกอร์รายงาน หญิงสูงวัยโดนถีบบนรถไฟฟ้าไต้หวัน เหตุทะเลาะวิวาทแย่งที่นั่งพิเศษกับสาวประเภทสอง จนเป็นข่าวดัง ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 ตุลาคม มีรายงานว่า ถูกตำรวจเข้าจับกุมแล้ว หลังจากก่อเหตุวุ่นวายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งตำรวจเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ให้ไประงับเหตุความวุ่นวายในร้านสะดวกซื้อบนถนนเหยียนผิงเหนือ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นหญิงสูงวัยคนเดียวกับที่เป็นข่าวบนรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดจากการตรวจสอบประวัติ พบว่าหญิงสูงวัยคนดังกล่าว (ทราบชื่อสกุลว่า เจิง) มีหมายจับติดตัวในคดีลักทรัพย์หลายคดี ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 55 วัน แต่เธอไม่ไปรายงานตัวเพื่อรับโทษ จนกระทั่งมีการออกหมายจับเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เพียงหนึ่งวันก่อนถูกควบคุมตัวระหว่างการจับกุม หญิงสูงวัยมีท่าทีตื่นตระหนก ไม่ยอมรับผิด ตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ตลอดทางว่า “ตำรวจจับผิดคน” “นี่มันเรื่องโกหก” และ “ไม่ใช่ฉัน”เมื่อถูกคุมตัวมาถึงสถานีตำรวจต้าถง หญิงชรากลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไป เมื่อเห็นกองทัพสื่อมวลชนมารอทำข่าว เธอกลับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ถ่ายได้เลยค่ะ”เบื้องต้น ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะส่งตัวเธอไปยังสำนักงานอัยการซื่อหลิน เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมรู้ประวัติยิ่งสงสาร คลิปถีบคนแก่บนรถไฟฟ้า…

  • เผยตัวตน “หญิงสูงวัย” ในคลิปถูกถีบบนรถไฟฟ้า แท้จริงคือบุคคลระดับ “ตำนาน” ของไต้หวัน

    เหตุการณ์คลิปฉาวบนรถไฟฟ้า กรุงไทเป ที่หญิงสูงวัยคนหนึ่งพยายามบังคับให้สาวประเภทสองลุกจากที่นั่ง ก่อนจะถูกถีบจนล้มติดเก้าอี้เหตุการณ์คลิปฉาวบนรถไฟฟ้า กรุงไทเป ที่หญิงสูงวัยคนหนึ่งพยายามบังคับให้สาวประเภทสองลุกจากที่นั่ง ก่อนจะถูกถีบจนล้มติดเก้าอี้ กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยเบื้องหลังตัวตนของหญิงรายนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วเธอเคยเป็นบุคลากรในวงวิชาการของไต้หวันศาสตราจารย์หง ก่วงจี้ (Hung Kuang-chi) จากภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เขาจำหญิงสูงวัยในคลิปได้ทันที เพราะเธอคือ“บุคคลในตำนาน” ของสถาบันวิจัยกลางแห่งไต้หวัน (Academia Sinica) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศศาสตราจารย์หง เล่าว่า ตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นผู้ช่วยวิจัย มักเห็นหญิงคนนี้เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการอยู่เสมอ เธอมีเอกลักษณ์ชัดเจน เช่น การเก็บเอกสาร ทานของว่าง และที่สำคัญคือเธอจะยกมือถามคำถามทุกครั้งเมื่อมีการเปิดให้ซักถามnewproject-2025-09-30t1906ในวงวิชาการยังมีเรื่องเล่าถึงเธอมากมาย โดยเชื่อกันว่าเธอเคยเป็นนักวิจัยของสถาบันฯ แต่ไม่ผ่านการประเมินเลื่อนตำแหน่ง หลังจากนั้นจึงเข้าร่วมงานสัมมนาในฐานะผู้ฟังมาโดยตลอด จนได้รับฉายา“ปรมาจารย์แห่งการสัมมนา” หรือ“ปรมาจารย์ของว่างในงานวิชาการ” หลายคนยังเล่าว่าเธอมักถามคำถามยาวเกินจำเป็น หรือแม้แต่โทรศัพท์ร้องเรียนเจ้าหน้าที่เป็นเวลานาน เพียงเพราะถูกห้ามไม่ให้ฉีกโปสเตอร์งานสัมมนาเมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากที่เคยอยู่ในแวดวงวิชาการต่างยืนยันตรงกันว่าเคยพบเจอเธอจริง และยกให้เป็น“ตำนานมีชีวิต” ของงานสัมมนาไต้หวันขณะที่ด้านคดีความ ตำรวจรถไฟฟ้าไทเปยืนยันว่า รับทราบเหตุการณ์แล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อตามหาคู่กรณีทั้งสอง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “ทะเลาะวิวาท” ตามมาตรา 87 ของกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 18,000 ดอลลาร์ไต้หวัน

  • กัมพูชา อัปยศ เกณฑ์ทหาร ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ไปรบแนวหน้า

    เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากบัญชี TikTok ซึ่งระบุว่าเป็นของทหารกัมพูชานายหนึ่ง แสดงภาพการนำบุคคลผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมมาสวมเครื่องแบบทหาร สร้างความกังวลว่าอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนภาพที่ปรากฏทำให้เกิดการเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) และสหประชาชาติ (UN) เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าบุคคลในคลิปถูกเกณฑ์เข้าเป็นทหารและส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้าจริงหรือไม่กัมพูชา อัปยศ เกณฑ์ทหาร ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ไปรบแนวหน้าการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดน ซึ่งมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังพลและซ้อมรบอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเผยแพร่คลิปกิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทหารกัมพูชาเองข้อมูลจากการเปิดเผยพบว่ามีการฝึกซ้อมหลายรูปแบบ เช่น การซ้อมบรรจุกระสุนปืนใหญ่ การฝึกทหารราบคลานต่ำซึ่งอ้างว่าเพื่อหลบหลีกเครื่องบินขับไล่ F-16 นอกจากนี้ กองพันที่ 12 กองพลที่ 7 ของกัมพูชา ยังมีการฝึกสอนทหารรุ่นใหม่ให้ใช้อาวุธปืนกลหนัก DShK ด้วยกัมพูชา อัปยศ เกณฑ์ทหาร ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ไปรบแนวหน้าขณะเดียวกัน ยังมีภาพการเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าสู่พื้นที่แนวหน้าชายแดน โดยใช้รถบรรทุก GMC เป็นขบวน การเสริมกำลังส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน โดยมีคลิปหนึ่งที่โพสต์เวลาประมาณ 23:50 น. พร้อมข้อความระบุว่าเป็นการ “ออกเดินทางไปทำภารกิจเพื่อชาติที่แนวหน้า”กัมพูชา อัปยศ เกณฑ์ทหาร ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ไปรบแนวหน้าอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องญี่ปุ่นทำสำเร็จ แก้ไขเซลล์ดาวน์ซินโดรม ให้กลับมาปกติ…

  • ช็อกทั้งห้อง หญิงเปลื้องผ้าเหลือแต่บิกินี กลางสภาฯ รู้สาเหตุหลายคนเห็นใจ

    ช็อกทั้งห้อง นักเคลื่อนไหวหญิงเปลื้องผ้าเหลือแต่บิกินี กลางที่ประชุมสภาการศึกษา ประท้วงนโยบายทรานส์เจนเดอร์ในห้องน้ำหญิง ลั่น ‘ถ้าผู้ใหญ่ยังไม่สบายใจ เด็กจะรู้สึกปลอดภัยได้อย่างไร?’การประชุมสภาการศึกษาในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องหยุดชะงักลงและกลายเป็นความโกลาหล หลังเบธ บอร์น (Beth Bourne) นักเคลื่อนไหวหญิงวัย 50 ปี ได้เปลื้องผ้ากลางที่ประชุมเพื่อประท้วงนโยบายที่อนุญาตให้นักเรียนข้ามเพศสามารถใช้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักเรียนหญิงได้ ส่งผลให้เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวออกจากห้องประชุม และอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อกวนความสงบเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมของสภาการศึกษาเขตเดวิส (Davis Joint Unified School Board) โดย เบธ บอร์น เป็นประธานกลุ่ม Moms for Liberty ได้ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว เธอเผยว่าต้องการให้คณะกรรมการได้รู้สึกถึงความเปราะบางที่นักเรียนหญิงต้องเผชิญ ก่อนจะพูดว่า “งั้นฉันจะแสดงให้พวกคุณดูเป็นตัวอย่าง ว่าการถอดเสื้อผ้ามันเป็นอย่างไร” จากนั้นเจ้าตัวถอดเสื้อนอกออก เผยให้เห็นบิกินีท่อนบน และเริ่มถอดกางเกงแม้คณะกรรมการจะพยายามห้ามปราม แต่เธอก็ยังโต้เถียงกลับว่า“ฉันใส่ชุดว่ายน้ำอยู่นะคะ นี่เป็นสิ่งที่ได้รับอนุญาต” จนรองประธานที่ประชุมต้องสั่งพักการประชุมและตัดเสียงไมโครโฟนของเธอเมื่อกลับมาประชุมอีกครั้ง แม้จะถูกเตือนเธอก็ยังคงถอดเสื้อประท้วงเป็นครั้งที่สอง ทำให้ต้องพักการประชุมอีกครั้ง ในที่สุดเธอก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวออกจากห้องประชุมไปหญิงมะกันวัย 50 เหลือแต่บิกินีกลางสภาฯต่อมา เบธ บอร์น ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเหตุผลที่ตัดสินใจถอดเสื้อและกางเกงออกกลางที่ประชุม เพราะต้องการให้คณะกรรมการเข้าใจความรู้สึกของนักเรียนหญิงที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้านักเรียนที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด “ถ้าพวกผู้ใหญ่ยังรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องมาดูฉัน ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ…

  • ช็อกกันทั้งหมู่บ้าน! หนุ่มวัย 22 โผล่มากลางงานศพตัวเอง ลั่น “ผมยังมีชีวิตอยู่!”

    ศพผิดตัว? หนุ่มวัย 22 ที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิต โผล่กลางงานศพตัวเอง ทำเอาญาติมิตรตะลึงเมื่อรู้ความจริงศพผิดตัว? หนุ่มวัย 22 ที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิต โผล่กลางงานศพตัวเอง ทำเอาญาติมิตรตะลึงเมื่อรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้ ที่ประเทศอาร์เจนตินา เกิดเหตุการณ์ชวนงงงวย หนุ่มวัย 22 ปี ถูกเข้าใจผิดว่าตายจากอุบัติเหตุรถชน ร่างยังถูก “แม่” รับกลับบ้าน และครอบครัวก็จัดพิธีศพเรียบร้อยแล้ว ทว่าในระหว่างงานศพ เจ้าตัวกลับเดินเข้ามาในงานเอง ทำเอาญาติพี่น้องและผู้ร่วมงานตกใจสุดขีดตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองอัลเดเรเตส จังหวัดกอร์โดบา ทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกอ้อยทับคนเสียชีวิต อัยการได้ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาทและส่งศพไปชันสูตรในทันทีวันถัดมา มีหญิงรายหนึ่งเข้ามาที่สถานีตำรวจเพื่อชี้ศพ อ้างว่าเป็นแม่ของผู้ตาย และเพียงแค่ดูจากเสื้อผ้าและลักษณะภายนอกก็ยืนยันว่าเป็นลูกชายของตน ตำรวจจึงมอบศพให้เธอนำไปจัดการต่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พิธีศพจัดขึ้นตามกำหนด แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตะลึงคือ “ผู้ตาย” กลับปรากฏตัวขึ้นกลางงาน พร้อมเอ่ยว่า “ผมยังมีชีวิตอยู่!” ญาติมิตรถึงกับช็อกไปตาม ๆ กันหนุ่มวัย 22 ปี อธิบายว่า ที่แท้เขาเพียงแค่ดื่มสุราติดต่อกันหลายวัน และขาดการติดต่อกับครอบครัว จึงไม่รู้เลยว่ามีคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวเขากลับไปสอบสวนที่สถานี ขณะที่ศพซึ่งถูกนำมาจัดพิธีศพก็ถูกส่งกลับไปยังสุสานเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ใหม่อีกครั้งจากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียชีวิตตัวจริงคือ…

  • สาวสกอต ทิ้งบ้านเกิด บินไปแต่งงานกับชายที่เพิ่งรู้จัก ไกล 8 พันกม. ก่อนเกิดเหตุสลด

    สาวสกอต ทิ้งบ้านเกิดบินตามฝัน ไปแต่งงานกับชายที่เพิ่งรู้จักในออนไลน์ ไกลเกือบ 8 พันกม. ก่อนเกิดเหตุสลด หลังเพิ่งคลอดลูกคนแรกไม่นานเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อหญิงชาวสกอตแลนด์วัย 37 ปี ทิ้งบ้านเกิดบินย้ายไปแต่งงานกับชายที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ ไกลกว่า 8,000 กิโลเมตรที่อยู่ที่สหรัฐฯ ก่อนเกิดเหตุน่าสยอง หลังถูกสามีฆ่าหั่นศพ เพียงไม่นานหลังคลอดลูกคนแรกรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแอนเจลิส เปิดเผยว่า พบร่างของ จูน บันยัน ในสภาพถูกชำแหละเป็นชิ้นส่วนหลายถุง ภายในอพาร์ตเมนต์ย่านลอส เฟลิซหลังจาก โจนาธาน เรนเทเรีย สามีวัย 25 ปี พยายามจบชีวิตตนเองในโรงแรมแห่งหนึ่งที่เวนทูรา เคาน์ตี เมื่อวันที่ 11 ก.ย. และทิ้งจดหมายสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าภรรยาตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านของทั้งคู่ โดยสภาพการเสียชีวิตของบันยันเกิดจากบาดแผลรุนแรงบริเวณลำคอขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า “ฉันเห็นร่างของเธอถูกห่อใส่ถุงศพหลายถุง ตอนถุงแรกถูกยกลงมา ฉันก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ทั้งร่างของเธอ”ภาพประกอบบันยันเพิ่งย้ายมาอยู่สหรัฐฯ ได้ราว 18 เดือน โดยเธอหวังทำตามฝันการเป็นทนายเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส เธอแต่งงานกับเรนเทเรียไม่นานหลังเดินทางมา และไม่นานมานี้เพิ่งคลอดลูกสาวคนแรก ซึ่งพบปลอดภัยไม่เป็นอันตรายอย่างไรก็ตาม เพื่อนบ้านเผยว่า หลังคลอดลูก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนไป สามีมักพูดจาดูถูกเรื่องน้ำหนัก และยังมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น…

  • แฟนๆช็อก! นางเอกดังกับนักร้องคันทรี เลิกกันแล้ว หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเกือบ 20 ปี (ข่าวต่างประเทศ)

    แฟนๆช็อก! นางเอกดังกับนักร้องคันทรี เลิกกันแล้ว หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเกือบ 20 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ อย่าง นิโคล คิดแมน และสามี คีธ เออร์บัน นักร้องคันทรีชื่อดัง ได้แยกกันอยู่ตั้งแต่ต้นซัมเมอร์ หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเกือบ 20 ปี โดยแหล่งข่าวเผยว่าการแยกทางครั้งนี้เป็นการตัดสินใจจากฝั่งคีธ ขณะที่นิโคลไม่ต้องการและพยายาม ประคองชีวิตคู่ แต่ไม่สําเร็จ โดยเธอต้องดูแลลูกสาวทั้งสองคน "ซันเดย์" วัย 17 และ "เฟธ" วัย 14 เพียงลําพังนอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคีธซื้อบ้านใหม่ในแนชวิลล์และย้ายออกจากบ้านครอบครัวแล้ว ยิ่งทําให้ กระแสข่าวลือแรงขึ้น หลังแฟน ๆ สังเกตว่าเขาไม่ปรากฏในภาพ "ซัมเมอร์เมมโมรี" ที่นิโคลโพสต์ เมื่อเดือนสิงหาคมแม้จะยังไม่มีคํายืนยันเรื่องการหย่า แต่เรื่องนี้ก็ทําให้แฟนๆทั่วโลกจับตา อนาคตของคู่รักที่เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในคู่หวานมั่นคงที่สุดแห่งฮอลลีวูดอย่างใกล้ชิด